เสวี่ยเมิ่งจดจ้องไป๋เฉินอยู่หลายลมหายใจพร้อมกับคิ้วที่ชนกัน จนไป๋เฉินอดไม่ได้ที่จะกล่าวถาม "ท่านเสวี่ย มีดอกไม้ติดอยู่บนหน้าของข้าหรือไม่?"
เสวี่ยเมิ่งที่ได้ยินก็หลุดจากห้วงความคิด นางส่ายศีรษะและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างน่าเสียดาย "หากเ้าสามารถบำเพ็ญปราณได้ เ้าจะกลายเป็ตัวปัญหาและภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกองกำลังมหาอำนาจทั้งปวง... นับว่าเป็วาสนาของเ้าแล้วที่ไร้รากปราณและมิอาจบำเพ็ญปราณได้เช่นนี้"
สีหน้าของหวงเทียนลู่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
แม้แต่เสวี่ยเมิ่งบุคคลจากสำนักวัง์ที่มีความแข็งแกร่งไร้เทียมทานกลับประเมินความสามารถของไป๋เฉินไว้สูงลิ่วเกินกว่าจะมีผู้ใดได้รับคำยืนยันเช่นนี้จากปากนาง
แม้นภายนอกจะแลดูสงบ แต่ไป๋เฉินที่ได้ยินก็ตกตะลึงอย่างอธิบายไปไม่ได้ ความหวาดระแวงเริ่มถาโถมเข้าสู่จิตใต้สำนึก เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เขาเกือบจะถูกมองผ่านได้อย่างทะลุปรุโปร่งโดยบุคคลอื่น
'ผู้หญิงคนนี้อันตราย!'
แต่สิ่งที่ไป๋เฉินสับสนคือเสวี่ยเมิ่งสามารถมองผ่านตัวของเขาได้อย่างไร? โดยปกติสำหรับมือสังหารแล้ว อารมณ์เป็สิ่งที่จำต้องเก็บงำไว้ในส่วนลึกมิให้ใครอ่านการแสดงออกในแววตาได้... แต่แตกต่างกันกับเสวี่ยเมิ่งผู้นี้!
ไป๋เฉินประสานมือและอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "ผู้าุโมีคำแนะนำใดๆให้ข้าหรือไม่?"
แต่เสวี่ยเมิ่งกลับเงียบสงัดมิได้เอ่ยตอบ นางกลับหลังเดินไปยังเก้าอี้และนั่งลงใจกลางของเก้าอี้หรูหราอย่างสง่างาม บรรยากาศภายในห้องโถงราวกับป่าช้าร้างที่ไม่มีผู้ใดกล้าพูดขึ้นมา
ดวงตาของเสวี่ยเมิ่งมองไปยังฉินเหยียนก่อนจะเกริ่นเปลี่ยนหัวข้อ "ผู้นำฉิน ข้าจำเป็ต้องนำเยว่ฉานกลับไปยังสำนักในเวลานี้เพื่อให้นางพัฒนาความแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น"
ฉินเหยียนประสานมือด้วยรอยยิ้มสุภาพ "เป็เกียรติอย่างยิ่งที่เยว่ฉานจะได้รับการสอนสั่งจากท่าน"
เสวี่ยเมิ่งผงกศีรษะเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ "นับจากนี้เยว่ฉานจะกลายเป็สตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้บริสุทธิ์ไร้มลทิน และนางจะกลายเป็ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด รวมถึงเป็ผู้กอบกู้ทวีปนี้ด้วย..."
เมื่อกล่าวเว้นว่างเสวี่ยเมิ่งชายตามองไป๋เฉินเล็กน้อย "และอีกอย่างที่ข้า้าจะหารือ...คือข้า้าถอนหมั้นระหว่างเยว่ฉานและไป๋เฉิน"
"ท่านอาจารย์!" ฉินเยว่ฉานตกตะลึง จนนางอดไม่ได้ที่จะทักท้วง
แต่เสวี่ยเมิ่งชำเลืองมองอย่างไม่แยแส นางส่ายหน้าให้แก่ฉินเยว่ฉานเป็คำตอบ
นางรู้ดีว่าเส้นทางของทั้งสองไม่มีทางมากัน
ฉินเยว่ฉานเป็สตรีศักดิ์สิทธิ์ที่จะได้รับตำแหน่งของผู้ปกครองทวีป ซ้ำยังมีความพิเศษเหนือยิ่งกว่าคนอื่นๆ
ซึ่งแตกต่างจากไป๋เฉินที่ไม่มีแม้แต่รากปราณ เขาจะไม่มีวันตามทันหรือเอื้อมไปถึงตำแหน่งของฉินเยว่ฉานในอนาคตได้
แต่ฉินเหยียนอดไม่ได้ที่จะผงะ เขาแลดูอ้ำอึ้งที่จะกล่าว "ผะ-ผู้าุโ หากทำเช่นนั้นเกรงว่า..."
เสวี่ยเมิ่งรีบโบกข้อมือเรียวบางขึ้นมาก่อนจะให้เหตุผลว่า "นี่ก็เพื่อความปลอดภัยของไป๋เฉินเอง หากมีบุคคลจากสำนักอื่นๆ้าจะสังหารไป๋เฉิน เ้าสามารถรักษาชีวิตเขาไว้ได้หรือไม่?"
หวงหลิงกงที่ได้ยินได้ฟังก็เผยรอยยิ้มแสยะ หางตาชำเลืองมองไป๋เฉินอย่างเยาะเย้ย
ไป๋เฉินก็รับรู้ถึงสายตาเหยียดหยาม แต่เขาไม่ได้นำมาใส่ใจ
การถอนหมั้นอาจจะเป็การดีต่อตนก็จริง แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน นั่นหมายความว่าเขาจะมิใช่เขยของตระกูลฉินอีกต่อไป
เสวี่ยเมิ่งครรลองมองไป๋เฉินก่อนจะกล่าวอย่างช้าๆ "หากเ้าไม่อยากตายในเร็วๆนี้ ข้าแนะนำให้เ้าถอนหมั้น...เ้ายังไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับนางเป็ภรรยา"
"ท่านอาจารย์! ข้าไม่ยอมรับ!" ฉินเยว่ฉานค้านหลังชนฝาด้วยสีหน้าโกรธเคือง
ไป๋เฉินมีเพียงฉินเยว่ฉานผู้เดียวที่พอจะวางใจได้ แต่หากเสวี่ยเมิ่งตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง ไป๋เฉินอาจจะต้องประสบพบเจอกับความยากลำบากหลังจากนี้
เสวี่ยเมิ่งส่ายศีรษะด้วยความผิดหวังราวกับกำลังมองเด็กหญิงผู้โง่เขลา "เยว่ฉาน เ้ายังไม่เข้าใจ ไป๋เฉินไม่ดีพอสำหรับเ้า และเขายังห่างไกลจากคุณสมบัตินั้น"
แทนที่สีหน้าของไป๋เฉินจะโกรธเคือง แต่เขากลับมีรอยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากราวกับว่ามันอยู่ในความคาดหวังของเขา
ั้แ่เสวี่ยเมิ่งเข้ามาภายในห้องโถงและตนได้จดจ้องเข้าไปในแววตาของนาง ไป๋เฉินพอจะรับรู้อยู่แล้วว่านางมีความคิดเช่นนั้นอยู่ในหัว แต่การที่นางเอ่ยเช่นนี้ต่อหน้าบุคคลจากเมืองเทียนเฟิงเป็สิ่งที่ไป๋เฉินคาดไม่ถึงเล็กน้อย
มันราวกับกำลังบอกเป็สัญญาณว่าหากไป๋เฉินออกไปนอกตระกูลฉิน ตระกูลฉินจะไม่ปกป้องไป๋เฉินอีกต่อไปเว้นเสียแต่ว่าฉินเหยียนจะส่งกองกำลังลับไปปกป้องไป๋เฉิน
คำกล่าวของเสวี่ยเมิ่งเปรียบดั่งดาบอาญาสิทธิ์ หากตระกูลฉินไม่ทำตาม พวกเขาอาจจะตกอยู่ในสภาวะยากลำบากแม้นว่าฉินเยว่ฉานจะเป็ลูกศิษย์ของนางก็ตามที
เสวี่ยเมิ่งตัดสินใจล้วงเข้าไปในย่ามของบุคคลเื้ั พร้อมทั้งหยิบกล่องไม้แกะสลักออกมาก่อนจะวางลงและเงยหน้ามองไป๋เฉิน "ภายในนี้มีโอสถที่สามารถรักษาชีวิตของเ้าได้สามครั้ง การที่ข้าพาฉินเยว่ฉานไปอาจจะทำให้เ้าได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะฉะนั้นถือเสียว่าสิ่งนี้เป็การชดเชย หากเ้ายอมถอนหมั้นกับฉินเยว่ฉาน…สิ่งของทั้งหมดนี้จะเป็ของเ้า"
สีหน้าของฉินเหยียนหรือแม้แต่ฉินเยว่ฉานก็ตกตะลึง โอสถที่สามารถช่วยชีวิตจากความตายได้ย่อมเป็โอสถระดับสูงอย่างไม่มีผิดเพี้ยน หากจะกล่าวได้ว่าบุคคลภายในเมืองเทียนหยุนไม่มีคุณสมบัติเพียงพอต่อการโอสถเม็ดนี้
แม้แต่หวงเทียนลู่ก็มีความโลภฉายอยู่ในแววตา
ไป๋เฉินส่ายหัวด้วยรอยยิ้มก่อนจะกล่าวอย่างสุภาพ "ชดเชยงั้นหรือ? ของแค่นี้ยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพอ"
เสวี่ยเมิ่งขมวดคิ้วอย่างเ็า "เ้าหนู เ้าไม่ควรจะโลภมากถึงเพียงนี้"
ไป๋เฉินผายมือออกอย่างไม่แยแสก่อนจะกล่าวว่า "ข้าไม่ได้โลภ ก่อนอื่นข้าไม่เคย้าสิ่งของใดๆจากท่าน ดังนั้นมันมิอาจเรียกว่าการชดเชยได้ ประการที่สองท่านอาจจะอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าแล้วท่านคิดว่าท่านจะทำอะไรก็ได้งั้นรึ? ลองนึกภาพตามหากข้าสังหารสามีของท่านและให้ค่าชดเชย มันเพียงพอสำหรับท่านหรือไม่?"
เสวี่ยเมิ่งตะคอกด้วยแววตาแข็งกร้าว "เ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะพูดเช่นนั้นกับข้า!"
"แล้วอะไรทำให้ท่านคิดว่าท่านมีคุณสมบัติที่จะพูดเช่นนั้นกับข้า!" ไป๋เฉินตะคอกเสียงดังด้วยเจตนาฆ่า แววตาสีเืฉายแสงแห่งความโเี้
คลื่นโลหิตน่าสะอิดสะเอียนถาโถมเข้าสู่จิตใต้สำนึกของเสวี่ยเมิ่ง จนแม้แต่นางเกือบจะอาเจียนออกมาเนื่องจากกลิ่นคาวเื
เสียงโหยหวนอื้ออึงดังขึ้นในโสตประสาทของนางจนแม้แต่นางเองก็แทบจะเสียสติไปในวินาทีนั้น แต่ด้วยการตอบสนองที่รวดเร็วเพียงพอนางะเิพลังปราณปกคลุมร่างไว้อย่างเร่งรีบ และพยายามดึงสติกลับคืน
ทุกคนในห้องโถงเบิกต้ากว้างอย่างหวาดกลัว ไป๋เฉินกล้าที่จะต่อปากต่อคำกับเสวี่ยเมิ่งจริงๆงั้นหรือ?
ทว่าที่แปลกประหลาดคือมีเพียงเสวี่ยเมิ่งเท่านั้นที่ััได้ถึงเจตนาฆ่าราวกับว่าไป๋เฉินเจาะจงไปที่นาง แต่ในสายตาของผู้อื่นไป๋เฉินเพึยงตะคอกตามปกติเท่านั้น
แววตาของเสวี่ยเมิ่งสั่นไหวด้วยความกลัว 'เจตนาฆ่าอันครอบงำเช่นนี้! ไป๋เฉินต้องสังหารหมู่นับหมื่นชีวิตจึงจะมีเจตนาฆ่ารุนแรงและเข้มข้นเช่นนี้ได้!...แต่เขาเคยสังหารผู้คนมากเกินคณานับเช่นนั้นมาก่อนหรือ?'
หญิงสาวชุดเกราะสีแดงที่อยู่ด้านหลังเสวี่ยเมิ่งกำลังจะชักกระบี่ออกมาด้วยแสงเย็นในแววตาหมายจะพุ่งไปตัดหัวไป๋เฉินเสียเดี๋ยวนั้น แต่เสวี่ยเมิ่งโบกมือเป็สัญญาณในขณะหอบหายใจเบาๆ "อย่าใจร้อน ไม่มีอะไรร้ายแรง"
ไป๋เฉินยกถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น ราวกับว่าเขาไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ได้ทำอะไรลงไป
เสวี่ยเมิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะถอนหายใจยาว "ฮ่าย~ เ้าช่างแตกต่างจากบิดาของเ้าอย่างแท้จริง"
"โอ้? ท่านรู้จักบิดาข้าด้วยงั้นหรือ?" ไป๋เฉินอุทานเบาๆ บทสนทนาที่ร้อนแรงกลับแปรเปลี่ยนเป็ความสงบที่ยากจะพรรณา
เสวี่ยเมิ่งยิ้มจางๆพลางกล่าว "ไม่มีใครในทวีปนี้ไม่รู้จักไป๋หนานเทียน หากเ้าไม่้าจะมีจุดจบเช่นเดียวกับบิดาของเ้า เ้าควรจะปล่อยให้เยว่ฉานได้มีอนาคตที่ดีกว่านี้และเ้ากลับไปใช้ชีวิตเฉกเช่นปกติของเ้าเสียดีกว่า..."
