ได้ยินคำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้ฝึกตนทั้งหลายด้านล่างเวที สีหน้าของเย่เฟยเสวี่ยก็แดงก่ำ ทั้งโมโห หงุดหงิดและโกรธแค้น กำหมัดแน่นอย่างไม่รู้ตัว
“อาจารย์ใหญ่อู๋ฉิง ท่านไม่ควรลำเอียงปกป้องหลิ่วเทียนฉีเพราะเขาเป็ศิษย์ของท่าน!” เย่เฟยเสวี่ยจัดการอารมณ์ของตนเองอยู่ครู่หนึ่งถึงเอ่ยเสียงเ็า
“ข้าไม่คิดลำเอียงปกป้องผู้ใด การแข่งขันจตุรแคว้นหาใช่เกมเด็กเล่น หากไม่มีการโกงหรือฝ่าฝืนกฎย่อมไม่อาจแข่งขันใหม่ได้ ดังนั้น หากเ้าอยากแข่งขันใหม่ เชิญเอาหลักฐานพวกนั้นออกมาสิ ถ้าเ้าไม่มี อย่าได้มาโวยวายไร้เหตุผล ที่นี่คือแคว้นจินอวี่ ไม่ใช่แคว้นเทียนโยวของพวกเ้า!”
“ข้า...” ถูกคำพูดท่อนนี้ของอู๋ฉิงขัด เย่เฟยเสวี่ยพลันไร้วาจาตอบโต้ ยิ่งโกรธจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“ฮ่าๆๆ ในหมู่คนเก่งย่อมมีคนเก่งยิ่งกว่า ศิษย์หลานเย่เหมือนไม่ยินยอมนะ?” อาจารย์ใหญ่วิทยาลัยหลันสุ่ยชำเลืองมองอาจารย์ใหญ่ของวิทยาลัยเทียนโยว
“พวกเ้าอึ้งอยู่ทำไม? ลากกลับมาหาข้าสิ ยังขายหน้าไม่พออย่างนั้นหรือ?” อาจารย์ใหญ่หลินมีสีหน้าเขียวคล้ำ ชำเลืองมองอาจารย์ใหญ่กับผู้าุโคนอื่นที่อยู่ด้านหลัง
“ขอรับ!” อาจารย์ใหญ่วิทยาลัยยันต์ อาจารย์ของเย่เฟยเสวี่ยรีบก้าวเดินเข้าไป
“เฟยเสวี่ย กลับกันเถอะ!”
“อาจารย์ ข้า...” เย่เฟยเสวี่ยเห็นอาจารย์ของตนยิ่งคับแค้นเต็มอก
“ประการแรก หลิ่วเทียนฉีไม่ใช่ผู้ฝึกตนระดับดวงปราณย่อมวาดยันต์วิเศษขั้นสี่ไม่ได้ ประการที่สองคือเสาสี่ต้น อาจารย์ตรวจสอบด้วยตนเองแล้วไม่พบปัญหาอันใด” อีกฝ่ายมองหน้าศิษย์ตนพลางบอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“แต่ เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้หรอก! เขา เขาจะวาดยันต์แผ่นนั้นออกมาได้อย่างไรเล่า ได้อย่างไรกัน? ทำไมถึงมีพลังมากปานนั้นได้?” เย่เฟยเสวี่ยมองอาจารย์ ยังคงไม่ยินยอม
“วาดออกมาได้อย่างไร นั่นไม่ใช่เื่ที่เ้าควรสน ไปเถอะ!”
“เ้าค่ะ!” เย่เฟยเสวี่ยกัดฟัน ใจไม่ยินยอมอารมณ์ไม่ยินดี เดินตามอาจารย์ของตนจากไป
แม้ในใจคิดอยู่นานแล้วว่าหลิ่วเทียนฉีคงชนะ แต่เมื่อเขาชนะขึ้นมาจริง ในหัวใจหลิ่วซานรู้สึกขมขื่นเล็กน้อย พริบตาหนึ่ง นางถึงขั้นหวังให้มีการแข่งขันใหม่ตามคำร้องของเย่เฟยเสวี่ย บางที หากเป็เช่นนั้น หลิ่วเทียนฉีอาจแพ้! ช่างน่าเสียดายที่การแข่งใหม่ไม่มีทางเกิดขึ้น!
ถึงหลิ่วซานไม่ยินดียอมรับนัก แต่นางรู้ น้องเจ็ดที่ถูกสายตามากมายจับจ้องกับน้องเจ็ดที่เคยไร้ประโยชน์ ั้แ่เล็กสิ่งใดล้วนสู้ตนไม่ได้ เวลานี้ ไม่ว่าสิ่งใด น้องเจ็ดล้วนแข็งแกร่งกว่าตน ยิ่งมอง หัวใจนางยิ่งริษยาและเคียดแค้นอย่างหนัก
หาก หากไม่มีหลิ่วเทียนฉี ท่านอาสามคงมองตนอีกแบบ พร้อมถ่ายทอดวิชายันต์ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วแก่ตนเอง หากไม่มีเขา ไม่แน่อาจารย์ใหญ่อู๋ฉิงอาจรับตนเป็ศิษย์ ถ่ายทอดวิชายันต์ที่สูงยิ่งกว่าให้ แต่ แต่ตอนนี้ เพราะมีคนผู้นี้อยู่ นางจึงถูกลิขิตให้ไม่มีสิ่งใด ได้แต่เป็ผู้ใช้ยันต์ธรรมดาคนหนึ่ง
ไม่ควร โชคชะตานางไม่ควรธรรมดา นางสมควรเป็ผู้ถูกจับจ้อง สมควรเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของวิทยาลัยยันต์ ทำไม ทำไมเป็เช่นนี้ ทำไมกัน?
หลิ่วเทียนฉี? เป็เพราะหลิ่วเทียนฉีหรือ?
เห็นหลิ่วเทียนฉีได้ชัยชนะ ในหัวใจพระเอกรู้สึกยากจะพรรณนา เพราะอีกฝ่ายเป็บุรุษของเฉียวรุ่ย จึงไม่หวังให้โดดเด่นเท่าไร แต่หลิ่วเทียนฉีกลับเป็ผู้ใช้ยันต์ที่โดดเด่นยิ่งนัก เฉกเช่นเขา ชนะจนได้รับห้าสิทธิ์มาให้วิทยาลัยเซิ่งตูเหมือนกัน กลายเป็อัจฉริยะยันต์ที่ทุกคนกล่าวขาน
พระเอกขมวดคิ้ว สายตาเขาจ้องไปที่เฉียวรุ่ยอยู่เสมอ เห็นท่าทางยามอีกฝ่ายร้องสรรเสริญ ะโชื่นชมหลิ่วเทียนฉี พระเอกรู้สึกบาดตาอย่างไร้สาเหตุ หัวใจเขาไม่สบายใจขึ้นมา
หาก หากหลิ่วเทียนฉีเป็เพียงคนธรรมดา ไม่ใช่อัจฉริยะยันต์ที่โดดเด่น ถ้าเช่นนั้น เฉียวรุ่ยจะปักใจรักหลิ่วเทียนฉีเช่นนี้ไหม? จะหันมาชอบตนแทนหรือไม่นะ?
เห็นหลิ่วเทียนฉีชนะ คนที่ดีใจที่สุดย่อมเป็หลิ่วซือ ดีจริงๆ น้องเจ็ดกับเสี่ยวรุ่ยได้ไปแดนลับ เช่นนี้นางก็ไม่ต้องกังวลว่าจะโดดเดี่ยว ไร้ความช่วยเหลืออีกต่อไป
.........
“หลิ่วเทียนฉีเป็อัจฉริยะยันต์จริงด้วย!”
เฟิงกู่เห็นอาจารย์ใหญ่แห่งวิทยาลัยอูเอ่อร์ผู้ถนอมถ้อยคำดั่งทองถึงกับเอ่ยปาก อดเลิกคิ้วไม่ได้ “สหายผู้ฝึกตนกู่ชมเกินไปแล้ว!”
“ยันต์นี่ ที่ขายหนึ่งแสนก้อนศิลาทิพย์หรือ?”
“ใช่แล้ว ชื่อยันต์อัคคีทอง เป็ยันต์วิเศษที่หลิ่วเทียนฉีสร้างขึ้น ผู้อื่นวาดไม่ได้ ราคาขายจึงแพงอยู่บ้าง!” เฟิงกู่พยักหน้ารัว อธิบายอย่างตั้งใจ
“อืม ดีมาก ข้า้าสิบแผ่น!” พูดพลาง ศิลาทิพย์ถุงหนึ่งของอาจารย์ใหญ่กู่ลอยมาตรงหน้า
“ฮ่าๆๆ สหายผู้ฝึกตนกู่เกรงใจเกินไปแล้ว!” เฟิงกู่รับศิลาทิพย์มาวางไว้บนโต๊ะ มองไปทางด้านหลัง “ให้หลิ่วเทียนฉีเข้ามา!”
“เ้าค่ะ!” อาจารย์ใหญ่หญิงงามขานรับ ลุกขึ้นเดินออกไป
.........
หลิ่วเทียนฉีกลับมาถึงข้างกายเฉียวรุ่ยก็จูงมือคนรัก
“สตรีคนนั้นเป็ใครกัน? น่าชังเกินไปแล้ว!”
หลิ่วเทียนฉีเห็นคนรักตัวน้อยโกรธฮึดฮัดก็มีความสุข “อย่าโกรธเลย ไม่มีอะไรหรอก นี่เป็การแข่งขันจตุรแคว้น นางอยากได้อย่างไรย่อมเป็อย่างนั้นไม่ได้หรอก”
“อืม นั่นก็จริง!” เฉียวรุ่ยพยักหน้าเห็นด้วย
“ศิษย์น้องหลิ่ว ยินดีกับเ้าด้วยที่เปิดกระดานชนะ คว้าที่หนึ่งมาได้!” เมิ่งเฟยกับจงหลิงแสดงความยินดีเสียงเบา
“ฮ่าๆๆ ขอบคุณศิษย์พี่ทั้งสองยิ่ง!” หลิ่วเทียนฉีก้มศีรษะบอก
“ยินดีกับเ้าด้วยนะเทียนฉี ยันต์อัคคีทองของเ้าร้ายกาจจริงเชียว!” ยันต์นั่นน่ะ ต่งเฟิงนับถือจนอยากหมอบกราบเลยทีเดียว!
“ฮ่าๆๆ ไม่เท่าไรหรอก!” พลังของยันต์อัคคีทองทำได้น่าพอใจจริงหนอ
“ไปกันเถอะหลิ่วเทียนฉี หัวหน้าอาจารย์ใหญ่ทั้งสี่ท่าน้าพบเ้า!” อาจารย์ใหญ่หญิงงามเดินเข้ามาพลางพูด
“อ้อ?” หลิ่วเทียนฉีได้ยินพลันเลิกคิ้ว ในใจคิด ‘หัวหน้าอาจารย์ใหญ่สี่ท่าน้าพบเขา?’
“อาจารย์ใหญ่ต้วน ใช่เื่แข่งขันใหม่หรือเปล่าขอรับ?” เฉียวรุ่ยมองอาจารย์ใหญ่หญิงงาม ถามอย่างเป็กังวล
ได้ยินคำพูดของเฉียวรุ่ย สีหน้าคนอื่นล้วนมืดครึ้มเช่นกัน
“ไม่ ไม่ใช่ เป็เื่ดี พวกเ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก!” อาจารย์ใหญ่หญิงงามยิ้มบอกให้ทุกคนวางใจ
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะขอรับอาจารย์อา!” ได้ยินว่าไม่ใช่เื่แข่งใหม่ หลิ่วเทียนฉีถึงวางใจ จากไปพร้อมกับอาจารย์ใหญ่หญิงงาม
“คงไม่มีเื่ไม่ดีอื่นหรอกกระมัง?” เฉียวรุ่ยมองสามคนที่อยู่ข้างกาย ถามอย่างไม่วางใจอีกครั้ง
“วางใจเถอะ อาจารย์ใหญ่ต้วนบอกว่าเป็เื่ดีมิใช่หรือ?” จงหลิงปลอบเสียงเบา
“เื่ดี? ไม่รู้ว่าเื่ดีอะไรนะ?” เมิ่งเฟยคิดถึงเื่ดีที่อาจารย์ใหญ่หญิงงามพูดก็ยกมุมปาก
“ฮึๆ คงไม่มีใครต้องตาหลิ่วเทียนฉีหรอกกระมัง?” ต่งเฟิงอ้าปากเอ่ยโดยไม่ใช้สมอง
ได้ยินคำนี้ เฉียวรุ่ยพองขนทันที “ต่งเฟิง เ้าพูดเหลวไหลอะไรน่ะ? เทียนฉีเป็ของข้านะ!”
“ถูกต้อง ถูกต้อง ถูกต้อง เป็ของเ้า เป็ของเ้า เฉียวรุ่ยคนเดียวเท่านั้น!” เื่นี้พูดไม่ง่ายจริงหนอ อย่างไรวิชายันต์ของเทียนฉีก็ดีปานนั้น หากถูกผู้ฝึกตนหญิงบางคนต้องตาเข้าก็ไม่แน่หรอกนะ!
ได้ยินคำพูดซื่อบื้อของต่งเฟิง เมิ่งเฟยกับจงหลิงสบตากันทีหนึ่ง ในใจคิด ‘คงไม่มีใครต้องตาหลิ่วเทียนฉีหรอกกระมัง? หากมีคนเช่นนี้จริง หวังว่าอีกฝ่ายจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ ไม่เช่นนั้นต้องทนหมัดของเฉียวรุ่ยไม่ได้แน่!’
.........
เมื่อมาถึงเวทีผู้ชม เห็นผู้มากความสามารถระดับจิตแรกกำเนิดสี่คนนั่งอยู่บนนี้ หลิ่วเทียนฉีก้มศีรษะคำนับอย่างนอบน้อม
“ศิษย์หลิ่วเทียนฉี คารวะอาจารย์ใหญ่ทั้งสี่ท่าน!”
ผู้มากความสามารถระดับจิตแรกกำเนิดนี่ไม่ธรรมดาเสียจริง แค่ยืนอยู่ตรงนี้ เขากลับรู้สึกว่าขาตนอ่อนแรง ทั้งที่ยังเป็สภาพที่พวกเขาล้วนเก็บงำกลิ่นอายบนร่างอยู่ ไม่ได้ใช้อำนาจกดดันกับเขาเลยนะ!
ดีจริงเชียว พลังน่ะ เป็ของดีจริงๆ!
“เงยหน้าขึ้น ให้ข้าดูสักหน่อยสิว่าเ้าเป็คนหนุ่มมากความสามารถแบบไหน!” อาจารย์ใหญ่ผังแห่งวิทยาลัยหลันสุ่ยเอ่ยขึ้นมา
“ขอรับ!” หลิ่วเทียนฉีขานรับก่อนเงยหน้าสบตา
ทันทีที่หลิ่วเทียนฉีเงยหน้า อาจารย์ใหญ่ทั้งสามต่างมองมาทันที
พูดตามตรง แม้หลิ่วเทียนฉีจะหน้าตาไม่อัปลักษณ์ แต่ก็มิใช่บุรุษรูปงามหน้าตางามล่มเมืองเช่นพันอัน1แต่อย่างใด นับว่าหน้าตาสงบเสงี่ยม สง่าสุขุม ดูงามเกลี้ยงเกลา
“หลิ่วเทียนฉี ข้าได้ยินว่าเ้าสร้างยันต์ออกมาเองสองชนิด ชนิดหนึ่งคือยันต์ดอกไม้ไฟ อีกชนิดหนึ่งคือยันต์อัคคีทองที่เ้าใช้เมื่อครู่ ใช่หรือไม่?” อาจารย์ใหญ่หลินแห่งวิทยาลัยเทียนโยวหน้าบึ้งนิดหน่อยก่อนถาม
“ขอรับ ศิษย์สร้างยันต์ดอกไม้ไฟกับยันต์อัคคีทองออกมาเองขอรับ!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้ายอมรับ
“ข้า้ายันต์อัคคีทองสิบแผ่น!” อาจารย์ใหญ่กู่แห่งแคว้นอูเอ่อร์มองหลิ่วเทียนฉีพลางบอก
“อา นี่อาจารย์ใหญ่กู่ให้เ้า!” เฟิงกู่พูดขึ้น สะบัดแขนเสื้อวูบหนึ่ง ศิลาทิพย์ถุงหนึ่งก็ลอยมาตรงหน้า
หลิ่วเทียนฉียื่นมือไปรับ นับจำนวนศิลาทิพย์ดูสักหน่อยพลันกัดลิ้น คิดไม่ถึง เป็ศิลาทิพย์หนึ่งล้านก้อนเชียว! นี่ นี่คือศิลาทิพย์ที่จ่ายตามราคาขายหนึ่งแสนก้อนศิลาทิพย์ต่อหนึ่งแผ่นนี่!
“ขอบคุณความโปรดปรานของอาจารย์ใหญ่ยิ่งนัก อาจารย์ใหญ่กู่เดินทางมาไกลจากแคว้นอูเอ่อร์ และยังเห็นค่าศิษย์เช่นนี้ ศิษย์ใที่ได้รับความโปรดปรานเป็อย่างมาก ศิษย์ยินดีวาดยันต์ดอกไม้ไฟอีกสองแผ่นต่อหน้าทุกคนให้อาจารย์ใหญ่กู่ ไม่ทราบว่าอาจารย์ใหญ่กู่จะรังเกียจหรือไม่ขอรับ?” หลิ่วเทียนฉีบอกอย่างนอบน้อม
อาจารย์ใหญ่กู่ได้ยินพลันเลิกคิ้ว “วาดยันต์ต่อหน้าทุกคน ไม่กลัวพวกเราแอบส่องวิชาลับของเ้าหรือ?”
“ฮ่าๆๆ ยันต์ขั้นสาม ต่อหน้าผู้มากความสามารถระดับจิตแรกกำเนิดทั้งสี่ท่าน แค่ลูกไม้กระจอกเท่านั้น ไยจะควรค่าเอ่ยถึงกันขอรับ?”
“อืม ดี เ้าวาดเถอะ!” อาจารย์ใหญ่กู่พยักหน้า ส่งสัญญาณให้หลิ่วเทียนฉีเริ่มวาดยันต์
หลิ่วเทียนฉีเอาโต๊ะกับเบาะสานทรงกลมออกมา นั่งลงวาดยันต์ดอกไม้ไฟสองแผ่นต่อหน้าผู้คน มอบให้อาจารย์ใหญ่กู่พร้อมกับยันต์อัคคีทองสิบแผ่นอย่างนอบน้อม รวมทั้งหมดสิบสองแผ่น
“ข้าได้ยินว่ายันต์ดอกไม้ไฟนี้ ด้านในมีตัวอักษร ไม่ทราบว่าศิษย์หลานหลิ่วฝังอักษรอะไรให้ข้าหรือ?”
“หากอาจารย์ใหญ่กู่จุดยันต์ดอกไม้ไฟสองแผ่นนี้ต่อหน้าคนที่ใจรัก อาจได้ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงขอรับ!”
“อ้อ?” อาจารย์ใหญ่กู่ได้ยินเช่นนั้นก็เลิกคิ้ว ได้ยินมานานว่ายันต์ดอกไม้ไฟเป็ของดีในการจีบคู่ชีวิต บางทีตอนกลางคืนเขาควรลองดูสินะ! “ดี ในเมื่อเป็เช่นนี้ ขอบคุณศิษย์หลานหลิ่วคนดียิ่ง!”
“อาจารย์ใหญ่กู่เกรงใจเกินไปแล้ว ผู้เยาว์มอบของขวัญให้ท่านเป็เื่สมควรขอรับ!”
“ซื้อสิบแผ่นแถมสองแผ่นหรือ? ถ้าอย่างนั้น ข้า้าสิบแผ่น!” อาจารย์ใหญ่หลินมองหลิ่วเทียนฉีก่อนบอกอยากซื้อด้วย
“อาจารย์ใหญ่หลินก็้าซื้อหรือขอรับ?” หลิ่วเทียนฉีหันไปมองอีกฝ่ายอย่างฉงน
“ทำไม ศิษย์หลานหลิ่วไม่อยากขายให้ข้า หรือกลัวข้าหนีหนี้ หืม?” อาจารย์ใหญ่หลินหน้าบึ้ง ถามอย่างไม่สบอารมณ์
“ย่อมไม่ใช่ขอรับ ศิษย์แค่คิดว่าวิชายันต์ของแคว้นเทียนโยวลึกซึ้งนัก อาจารย์ใหญ่หลินอาจไม่เห็นค่ายันต์ของข้า!”
“เฮอะ ลึกซึ้งอีกเท่าใดก็ถูกเ้าหนูอย่างเ้าชนะการแข่งขันไปแล้วไม่ใช่หรือ?” อาจารย์ใหญ่หลินแค่นเสียงอย่างเ็าทีหนึ่ง เอาศิลาทิพย์ออกมา
หลิ่วเทียนฉีเห็นศิลาทิพย์ลอยมาจึงยื่นมือไปรับ “ขอบคุณอาจารย์ใหญ่หลินอย่างยิ่ง”
“ข้ายังไม่มีคู่ชีวิตแล้วก็ไม่มีคนในดวงใจ อย่าเขียนยันต์ดอกไม้ไฟนั่นส่งเดชเล่า!”
“อาจารย์ใหญ่หลินโปรดวางใจขอรับ!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้า นั่งลงก่อนเริ่มวาดยันต์ดอกไม้ไฟให้อีกฝ่ายสองแผ่น มอบยันต์สิบสองแผ่นให้อาจารย์ใหญ่ท่านนี้เช่นกัน
อาจารย์ใหญ่หลินเอายันต์อัคคีทองสามแผ่นออกมา หมุนตัวส่งให้อาจารย์ของเย่เฟยเสวี่ยทันที
“ขอบคุณอาจารยใหญ่ยิ่ง!” อีกฝ่ายพยักหน้า รับยันต์สามแผ่นไปอย่างนอบน้อม เขาต้องกลับไปวิจัยดีๆ สักหน่อย ขอดูสักนิดว่าแท้ที่จริงแล้ว ศิษย์ของตนแพ้ที่ตรงไหน?
เื่นี้หลิ่วเทียนฉีไม่เห็นเป็สาระ ในเมื่อขายให้พวกเขาแล้วย่อมไม่กลัวพวกเขานำกลับไปวิจัยวาดลอกเลียนหรอก!
“สหายผู้ฝึกตนผัง ท่านซื้ออีกสักสองแผ่นด้วยไหม? ซื้อสิบแถมสองนา! ” เฟิงกู่มองอาจารย์ใหญ่วิทยาลัยหลันสุ่ยที่อยู่ด้านข้าง หัวเราะเล็กน้อยพลางเอ่ยขึ้น
“ข้าคงไม่ต้อง สุ่ยจือหลิงซื้อมาแล้ว!” ยันต์วิเศษขั้นสามแผ่นหนึ่งใช้หนึ่งแสนก้อนศิลาทิพย์ เขาไม่้าหรอก!
--------------------------------------------------------------
1 พันอัน (潘安) หนึ่งในสี่ยอดบุรุษรูปงามของจีน
