เมื่อความมืดมลายสูญ ดวงอาทิตย์กลายเป็ตัวเอกเพียงหนึ่งเดียวในโลกา จูชิงมองมือเหล็กถูกไฟผลาญเผา ในดวงตาปราศจากความรู้สึกใด กระบี่ัโลหิตที่มือขวาพลันหายวับไปในพริบตา
มือเหล็กตายแล้ว ตายเพราะกระบวนท่าผสานกระบี่ แม้แต่พลังอันทรงพลังที่ได้รับจากการกินเืเนื้อตัวเองใน่เวลาสั้นๆ ก็เทียบไม่ได้กับพลานุภาพพลิกฟ้าทลายปฐีของจูชิง
ไม่ว่าจะเป็อักขระาหลัวโหว ลมปราณัหรือว่าคำสาปผลาญโลหิต พลังเหล่านี้เหนือขอบเขตความเข้าใจในทวีปเฉียนหยวน จูชิงไม่คิดว่าตัวเองจะแพ้พ่ายในอาณาเขตที่อยู่ระดับเดียวกัน
ถึงจูชิงจะไม่พอใจที่มือเหล็กฆ่าคนตายไปนับล้านคน ทว่าก็ต้องยอมรับว่ามือเหล็กเป็ผู้ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง กระทั่งตอนที่กำลังจะตาย ดวงตายังคงมุ่งมั่นไม่เปลี่ยนแปลง
มือเหล็กผู้พิทักษ์สำนักปีศาจดับสิ้นวายชีวา เมื่อจอมยุทธ์สำนักปีศาจรู้เื่นี้ พวกเขาใเป็อย่างมาก กระทั่งผีราชันซึ่งเป็หนึ่งในผู้พิทักษ์ยังไม่อยากเชื่อว่ามันเป็ความจริง
ในหมู่ผู้พิทักษ์ มือเหล็กจัดอยู่ในระดับกลาง แต่เพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ขั้นบำเพ็ญเพียรถดถอยไปสิบปี ทำให้เขากลายเป็ผู้ที่อ่อนแอที่สุดในแปดผู้พิทักษ์
ถึงจะอ่อนแอที่สุดอย่างไรก็ตามแต่ทว่าก็ยังเป็หนึ่งในแปดผู้พิทักษ์สำนักปีศาจ ประสบการณ์ต่อสู้เหลือล้ำหาที่เปรียบไม่ได้ แม้หากผีราชันต้องประมือกับมือเหล็ก เขาอาจเอาชนะมือเหล็กได้ก็จริง แต่ย่อมไม่มีทางฆ่ามือเหล็กได้
“เด็กนั่นทำได้ยังไง แม้มือเหล็กจะสู้ไม่ได้แต่ก็น่าจะหนีได้สบายๆ ไม่ใช่รึ” ผีราชันขมวดคิ้ว
หลังจากที่มือเหล็กตาย เอกภพแยกออกจากกายา อันตรธานหายวับไปไม่เห็นเงา ไม่แน่ว่าร้อยปีให้หลังอาจมีคลังสมบัติปรากฏอยู่ที่ไหนสักแห่งในทวีปเฉียนหยวน ทว่าเพลานี้ไม่มีใครรู้ว่าเอกภพของมือเหล็กอยู่ที่ไหน
จูชิงล้มลงกับพื้น หอบหายใจหนักหน่วง เสื้อผ้าเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ถึงเขาจะเป็ฝ่ายชนะทว่าก็เป็ชัยชนะที่ยากลำเค็ญ เขาได้กลิ่นความตายจากการโจมตีครั้งสุดท้าย การโจมตีของมือเหล็กน่าพรั่นพรึงแสนหยั่งถึง แต่สุดท้ายก็เป็เขาที่เป็ฝ่ายชนะ
จูชงกลืนแก่นปราณหนึ่งหยดที่เจือจางด้วยสุราลงไปแล้วทำกรรมฐานบำเพ็ญเพียร ลมปราณทะลักทลายต่อเนื่อง เตาหลอมโลหิตบีบอัดลมปราณไม่ขาดสาย
ในที่สุดลมปราณก็พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด อักขระาอีกขระหนึ่งประจักษ์เหนือศีรษะ เขากลั่นหลอมอักขระาหลัวโหวอักขระที่ยี่สิบเจ็ดระหว่างที่ทะลวงขั้นหลอมลมปราณสองชั้นฟ้า!
จูชิงบิดี้เี เขาได้ประโยชน์มากมายจากการต่อสู้กับมือเหล็ก การประมือกับผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าประมือกับจอมยุทธ์ทั่วไปนับพันคนหลายเท่า
สุนัขโลกันตร์สามหัวเก็บตราประทับหินฟ้าทะมึน ัคะนองน้ำแปรเปลี่ยนเป็แสงทองคำโอบรัดแขนขวาของจูชิง
สำนักปีศาจดูไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ ต่อการตายของมือเหล็ก แต่ใครเล่าจะรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ในความมืดมิด สูญเสียสิทธิ์ส่งคนหนึ่งร้อยคนที่จะได้ไปโลกขั้วทมิฬ สำนักปีศาจหรือจะยอมปล่อยให้เื่นี้จบลงง่ายๆ
ในเวลาเดียวกันลัทธิเต๋ากับนิกายพุทธก็ได้รับคำสั่งจากสำนัก์สราญรมย์
“สำนัก์สราญรมย์เอาจริงเอาจังขนาดนี้เชียว” จอมยุทธ์ลัทธิเต๋าแค่นเสียงหึ
ลัทธิเต๋าสืบทอดต่อกันมาั้แ่สมัยดึกดำบรรพ์ สมัยนั้นทวีปเฉียนหยวนมิด้อยกว่าโลกขั้วทมิฬ ผู้าุโลัทธิเต๋าหลายคนข้ามผ่านพรมแดน บ้างก็เข้าไปในดินแดนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าโลกขั้วทมิฬ
แม้ว่าลัทธิเต๋าจะไม่ได้ติดต่อกับพวกผู้าุโเ่าั้ใน่หลายปีที่ผ่านมา แต่พวกเขาเชื่อว่าด้วยพลังของผู้าุโ พวกเขาอาจสำเร็จกลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่ไปแล้วก็ได้
ทว่าเมื่อดึกดำบรรพ์ล่มสลาย ลัทธิเต๋าก็ไม่มีผู้แข็งแกร่งแท้จริงประจักษ์อีกเลย ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่สำเร็จเป็ขั้นมหันต พอไม่มีขั้นมหันต พวกเขาจึงไม่กล้าติดต่อกับผู้าุโที่อยู่ต่างดินแดน
“จูชิง เ้าเด็กนั่นประหลาดมาก ใครก็ตามที่ต่อต้านหรือขัดขวางเขาล้วนแล้วจบไม่สวยทั้งสิ้น” จอมยุทธ์คนหนึ่งในลัทธิเต๋ากล่าวอย่างอดไม่ได้
เมื่อนึกถึงชะตากรรมของหอสุราลัย บรรดาจอมยุทธ์ลัทธิเต๋าก็ตัวสั่นสะท้าน หอสุราลัยที่ตั้งรากฐานอยู่ในมหาทวีปชางอู๋หลิงเป็หมื่นปีถูกทำลายย่อยยับไม่เหลือซาก กระบี่เก้าเมฆาของขุนเขากระบี่เล่มนั้นไม่ใช่แค่ขับไล่กระถางสำริดผีราชัน หากยังฟันมหาทวีปชางอู๋หลิงแยกออกเป็สองส่วน!
“อย่างไรก็ตาม หนึ่งร้อยสิทธิ์โลกขั้วทมิฬก็คุ้มค่าที่จะลองเสี่ยง” ผู้าุโใกล้หมดสิ้นอายุขัยกล่าว
เมื่ออายุขัยใกล้หมดลง หากไม่ใช้หินโลหิตผนึกปราณหยุดอายุขัยก็ต้องนั่งรอความตาย ผู้ที่ทะลวงขั้นพลังได้ก่อนตายนั้นมีอยู่น้อยมาก ถ้าไม่ใช่สถานการณ์ขับคัน พวกเขาไม่มีทางใช้หินโลหิตผนึกปราณหยุดอายุขัยอย่างแน่นอน เพราะการทำเช่นนั้นไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็
โลกขั้วทมิฬเป็ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขา เทียบกับทวีปเฉียนหยวนแล้ว โลกขั้วทมิฬเหมาะกับการบำเพ็ญเพียรมากกว่า
พวกเขาเต็มใจที่จะเดิมพันด้วยชีวิตแทนที่จะนั่งรอความตาย อย่างไรเสียสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญก็เป็แค่ศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวน ถึงอีกฝ่ายจะมีพลังต้องห้าม แต่พลังนั่นจะใช้ได้สักกี่ครั้งเชียว
เพราะสำนักปีศาจปิดข่าวการตายของมือเหล็ก ตอนนี้ลัทธิเต๋ากับนิกายพุทธจึงไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้นในทวีปิเจี้ยนเทียน มือเหล็กที่เป็หนึ่งในแปดผู้พิทักษ์สำนักปีศาจตายแล้ว ครั้นรู้ข่าวอีกทีลัทธิเต๋าก็โดนหลอกเต็มเปา ติดกับเต็มประตู
หลังจากที่ปีศาจกระทิงทั้งสี่สงบลง จูชิงก็เปิดโลกหินโลหิต์เพื่อรับการฝึกฝนจากผู้พิทักษ์โลหิต์
“สือจึ ข้าเอาชนะผู้พิทักษ์หินโลหิต์แล้ว คงไม่ต้องฝึกฝน《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》ต่อใช่หรือไม่” จูชิงเอ่ยถาม
สือจึหัวเราะ “แน่นอน《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》เป็วรยุทธ์พื้นฐานของตระกูลจู ซึ่งเป็เพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ต่อจากนี้ไปขึ้นอยู่กับเ้าว่าอยากฝึกฝนวรยุทธ์แบบใด ดาบ ง้าว กระบี่ หอก หรือศัสตราวุธร้อยแปดพันเก้าย่อมได้ทั้งนั้น”
“ขอเป็ธนูก็แล้วกัน ข้ามี《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》สำหรับการต่อสู้ระยะประชิดแล้วยามนี้จึงอยากได้ธนูสำหรับการต่อสู้ระยะไกล” จูชิงพูด เพราะการล่อลวงของเฒ่าปีศาจ เขาจึงหลอมธนูหลัวโหวเป็ศัสตราวุธิญญาชีวิตของตัวเอง ทว่ากลับไม่ได้ใช้มันมากนักในการต่อสู้จริง
“ลองยิงธนูให้ดูหน่อยสิ” เป้าอันหนึ่งปรากฏในโลกหินโลหิต์ อยู่ห่างออกไปประมาณสามร้อยเมตร
“ง่ายๆ แบบนี้เลยรึ?” จูชิงผงะ รู้สึกว่าผิดปกติอย่างไรชอบกล
“แค่ทดสอบทักษะการยิงธนูของเ้า คิดว่ามันต้องยากขนาดไหน?” สือจึกล่าว
จูชิงน้าวสายธนู ลูกศรโลหิตพุ่งออกมาจากคันธนูหลัวโหวปักลงกลางเป้า
“ทักษะการยิงธนูไม่เลว ส่วนธนูก็ทำออกมาได้ประณีตดี!” สือจึพยักหน้า
จูชิงพูดไม่ออก เขาก็รู้ว่าสือจึมีความรู้มากกว่าเฒ่าปีศาจ แม้ว่าในด้านของพลังอาจเทียบไม่ได้ ทว่าในด้านของความรอบรู้นั้นเหนือชั้นกว่าหลายเท่า
สามารถตระหนักรู้แก่นแท้ของ《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》ซึ่งเป็วรยุทธ์ขั้นพื้นฐานของตระกูลจู วรยุทธ์ที่มีในก็มหาศาลแสนพรรณนา อีกทั้งสือจึดูแลโลกหินโลหิต์มานานหลายปี วรยุทธ์กับมหาวิชาที่เขาเคยเห็นเกินกว่าที่จูชิงจะสามารถจินตนาการได้อย่างแน่นอน
สือจึถึงขนาดเอ่ยชม《หลัวโหวยิงตะวัน》ว่าไม่เลว ซึ่งนั่นเป็สิ่งที่พบเจอได้ยากยิ่งยวด เพราะสือจึมักเรียกวรยุทธ์ส่วนใหญ่ในทวีปเฉียนหยวนว่าขยะ
“ใกล้เคียงกับธรณีประตูมหาวิชา พอเอามาใช้เป็พื้นฐานได้ใน่ระยะเวลาสั้นๆ” สือจึพูด
“สั้นๆ ที่ว่าคือสั้นแค่ไหน?” จูชิงกลอกตา
“ก่อนเ้าสำเร็จเป็ขั้นมหันต” สือจึพูดอย่างเฉยเมย
“สั้นจริงๆ” จูชิงหัวเราะทั้งน้ำตามองศิลาโลหิต สือจึปากเก่งยิ่งกว่าเฒ่าปีศาจเสียอีก
“ต้องฝึกอย่างไร สู้กับผู้พิทักษ์หินโลหิต์งั้นรึ?” จูชิงถาม
สือจึยิ้มมีเลศนัย “ทำไม? กลัวรึ?”
“กลัวอะไรล่ะ ข้าเคยชนะพวกเขาแล้วครั้งหนึ่ง แน่นอนว่าต้องมีครั้งที่สองอยู่แล้ว” จูชิงแค่นเสียง
ระหว่างที่กำลังพูดๆ อยู่ จากนั้นเพียงหนึ่งลมหายใจ จูชิงก็เกิดใหม่ข้างศิลาโลหิต เพราะถูกผู้พิทักษ์หินโลหิตยิงธนูใส่กลางอก
“หลัวโหวยิงตะวัน!” จูชิงตะลึงงัน วรยุทธ์เหมือนกัน ทักษะเดียวกัน ทว่าเมื่ออยู่กับผู้พิทักษ์หินโลหิต์ พลานุภาพกลับแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
“เ้ายังอ่อนแอเกินไป” สือจึส่ายหัว
“《หลัวโหวยิงตะวัน》เปรียบเสมือนมหาวิชาลวงตา ยิ่งช่องว่างห่างกันมากเท่าไหร่ เ้ายิ่งต้องพยายามยิ่งกว่าตอนฝึกฝน《เคล็ดกระบี่พื้นฐาน》มากเท่านั้น อย่างน้อยๆ ก็คงต้องตายสักหมื่นครั้งกระมัง” สือจึกล่าว
มหาวิชาลวงตา สามกระบวนท่ากระบี่ที่ผสานกันก็นับว่าเป็มหาวิชาลวงตา หลัวโหวยิงตะวันก็เป็มหาวิชาลวงตาเช่นกัน อีกทั้งพลังทำลายล้างยังสูงกว่ากระบวนท่าผสานกระบี่
ขณะนั้น จูชิงเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าอะไรที่เรียกว่ายิงหัวพันลี้ กระบี่เหินหมื่นลี้นั้นนับว่าเป็ทักษะวิชาที่ทรงพลังมากในวิถีกระบี่ แต่ในแง่ของการสังหารระยะไกล กระบี่บินนั้นยังด้อยกว่าลูกธนูมาก จูชิงยังไม่ทันเห็นเงาของผู้พิทักษ์หินโลหิต์ก็ถูกยิงทะลุกะโหลกไปเสียแล้ว
“ผู้พิทักษ์หินโลหิต์ยิงมากจากตรงไหน ทำไมข้าถึงมองไม่เห็นเขา” จูชิงตะลึงลาน ตัวของผู้พิทักษ์หินโลหิต์ยังไม่เห็น แล้วจะหลบธนูพ้นได้อย่างไร
“การยิงธนูไม่จำเป็ว่าต้องใช้ดวงตาเสมอไป ไม่ว่าสายตาจะดีแค่ไหน สุดท้ายก็ถูกจำกัดด้วยสภาพแวดล้อม เป็ไปไม่ได้เลยที่เ้าจะเห็นเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปหลายพันหรือหลายหมื่นลี้!” สือจึพูด
“ไม่ใช้ตาเล็งแล้วจะใช้อะไรเล็ง?” จูชิงถาม
“ลมปราณ ตราบใดที่เ้าััถึงลมปราณของอีกฝ่ายได้ เ้าก็จะสามารถยิงอีกฝ่ายได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน!” สือจึพูด
“ลมปราณ?” จูชิงผงะ เมื่อเขาลุกขึ้นยืน ลูกธนูพุ่งลงมาจากท้องฟ้า ยังไม่ทันตอบสนองจูชิงก็ถูกลูกธนูยิงทะลุกายา
แต่จูชิงกลับััได้ถึงการมีอยู่ของผู้พิทักษ์หินโลหิต์ที่อยู่ไกลสุดขอบฟ้า ขณะที่ผู้พิทักษ์หินโลหิต์น้าวสายธนู เขาก็รู้ทันทีว่าผู้พิทักษ์หินโลหิต์อยู่ที่ไหน
“ฟึ่บ!” ลูกธนูวางลงบนสาย คันธนูหลัวโหวน้าวยิงออกไป
แต่มันกลับโจมตีพลาดวืดกลางอากาศ จากนั้นจูชิงก็ถูกผู้พิทักษ์หินโลหิต์ฆ่าตายในครั้งเดียว!
