จากนั้นทุกสายตาก็จับต้องไปยังร่างที่กำลังเดินเข้ามาภายในหอคณิกา ร่างนั้นให้ความรู้สึกราวกับกำแพงเหล็กขนาดใหญ่
องครักษ์ทั้งสองที่ว่าทรงพลังและแข็งแกร่ง ยังไม่สามารถเทียบได้กับชายผู้นั้น
ชายผู้นั้นสวมชุดผ้าหยาบๆ สีดำเผยหน้าอก ทำให้เห็นรอยแผลเป็และแผลสดมากมาย
ที่สะโพกของเขามีขวานขนาดใหญ่ห้อยอยู่ ถังเหล่ยไม่เคยเห็นขวานขนาดใหญ่ชิ้นนี้มาก่อน
“ท่านหยิงหู่แขกทั้งสองท่านนี้ต่อสู้กัน!”
องครักษ์ผู้หนึ่งรีบกล่าวรายงานทันทีที่หยิงหู่เข้ามาถึง
“เมื่อครู่เ้ากล่าวว่าอย่างไร!?” หยิงหู่กล่าวขึ้นเมื่อเดินมาถึงด้านหน้าของชายหนุ่มผู้นั้น
ในเวลานี้ชายหนุ่มผู้นั้นรู้สึกราวกับว่ามีกำแพงขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ที่เบื้องหน้า หาก้าที่จะมองหน้าของหยิงหู่เขาจะต้องเงยหน้าขึ้นสุดจึงจะสามารถสบตากับอีกฝ่ายได้
“ข้า...ข้าเป็นายน้อยของจักรวรรดิต้าเซี่ย!” ชายหนุ่มเริ่มกล่าวติดอ่างเพราะแรงกดดันจากหยิงหู่
ปัง!
ทันใดนั้นฝ่ามือของหยิงหู่ก็ตบไปที่ชายผู้นั้นอย่างรุนแรง ลมหายใจต่อมาร่างที่ไม่ได้สติของชายผู้นั้นก็ล้มลงกับพื้น
“โยนมันออกไป!” หยิงหู่กล่าวอย่างไม่แยแสพร้อมกับมองถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ย
ถังเหล่ยไม่สามารถระงับความตื่นเต้นในใจได้ เขาคาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นหยิงหู่อีกครั้ง เพราะตอนที่ตงฮวงทำาหยิงหู่ก็อยู่ในาเช่นกัน เขาคาดเดาว่าหยิงหู่ผู้นี้ตายไปแล้ว
หยิงหู่มองถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยที่อยู่เบื้องหน้า แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีที่จะลงมือใดๆ เพราะทั้งสองเป็เพียงแค่ผู้ฝึกตนอายุน้อยเท่านั้น
อีกด้านหนึ่งถังเหล่ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เหตุใดหยิงหู่ผู้นี้จึงจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ?
“สั่งสอนพวกเขาแล้วขับไล่ออกไปให้พ้น!” หยิงหู่กล่าวอย่างเด็ดขาดกับองครักษ์ที่อยู่ด้านหลังเขา
ถังเหล่ยตกตะลึงเล็กน้อย หากหยิงหู่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาอีกฝ่ายจะไม่กล้าทำเช่นนี้กับเขาอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามในเวลานี้มีคนอยู่เยอะเกินไป เขาจึงไม่สามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงได้
ในขณะที่องครักษ์ทั้งสองกำลังจะขับไล่ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยออกไป ทันใดนั้นก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น
“หยุด พวกเขาทั้งสองเป็แขกคนสำคัญของข้า รบกวนท่านหยิงหู่และแขกทั้งสองมาทางนี้ ข้ามีเื่พูดคุยกับพวกเ้า!” เทียนเล่อกล่าวอย่างเ็า
หยิงหู่มองถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยด้วยความประหลาดใจ เขาคาดไม่ถึงว่าผู้ฝึกตนอายุน้อยสองคนนี้คือแขกผู้มีเกียรติของเทียนเล่อ
อย่างไรก็ตามในฐานะที่หยิงหู่เป็ถึงผู้บัญชาการกองกำลังของเทียนเล่อเขาจึงไม่สามารถขัดคำสั่งของเทียนเล่อได้ หยิงหู่หันหลังและเดินขึ้นไปชั้นบนทันที
“เชิญ!”
องครักษ์ผู้หนึ่งกล่าวกับถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยด้วยความเคารพพร้อมกับมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ ส่วนองครักษ์อีกคนหนึ่งกำลังนำร่างของชายหนุ่มที่ไม่ได้สติออกไป
การกระทำของเทียนเล่อทำให้แขกหลายคนรู้สึกไม่พอใจ เดิมทีเทียนเล่อผู้นี้ไม่เคยละเว้นผู้กระทำผิด แต่ในครั้งนี้เทียนเล่อละเว้นผู้กระทำผิดทั้งสองได้อย่างไร?
ถังเหล่ยก็รู้สึกสับสนเช่นกันว่าเทียนเล่อผู้นี้มีแผนอะไรอยู่ในใจ แต่ก็ดีกว่าถูกขับไล่ออกไปด้านนอก จากนั้นถังเหล่ยจึงจับมือของตี้เชียนเสวี่ยแล้วเดินขึ้นไปที่ชั้นบน แต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้ขึ้นไปแค่ชั้นสองเท่านั้น แต่ขึ้นไปที่ชั้นบนสุดของหอคณิกา
ที่ด้านหน้าประตูมีบริกรหญิงสองคนยืนอยู่ หลังจากที่องครักษ์พาถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยมาถึงชั้นบนก็หยุดและโค้งคำนับทั้งสองอย่างนอบน้อม ก่อนจะถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว
ห้องดังกล่าวคือห้องที่เทียนเล่อใช้รับแขกผู้มีเกียรติ แน่นอนว่าองครักษ์ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าไปข้างใน
“ไม่ว่าเขา้าอะไร ข้ารับรองว่าข้าจะไม่ปล่อยให้เขาทำร้ายเราได้อย่างแน่นอน!” ตี้เชียนเสวี่ยกระซิบพร้อมกับกุมมือของถังเหล่ย
“ลองดูก็รู้!”
ถังเหล่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบาพร้อมกับเผยรอยยิ้มเบาๆ เขารู้ดีว่าพวกเขาไม่มีทางต้านทานเทียนเล่อซึ่งเป็ผู้ฝึกตนระดับราชันยุทธ์ได้
ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยเดินขึ้นบันไดช้าๆ เมื่อไปถึงหน้าห้องบริกรหญิงทั้งสองก็เปิดประตูให้พวกเขาทั้งสอง
ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออกถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยก็เห็นหยิงหู่นั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับดื่มสุราโดยไม่ชายตามองพวกเขาทั้งสอง และที่ด้านข้างก็มีชายอีกคนมองถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
“ข้าเป็เ้าของหอคณิกาแห่งวิหารเซียวเหยานี้ ข้ารู้สึกละอายใจที่ทำให้พวกท่านทั้งสองต้องใ”
แน่นอนว่าคนที่กล่าวคือเทียนเล่อ ถังเหล่ยมองเทียนเล่อและพบว่าเขาไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อยี่สิบปีที่แล้วเลย เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยว่าอีกฝ่ายมีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไรจึงไม่เปลี่ยนไปเลย
“ไม่เป็ไร ข้าก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวาย ได้โปรดอย่าถือสาพวกเราทั้งสอง”
ถังเหล่ยกล่าวด้วยท่าทีนอบน้อม เพราะในขณะนี้เขาเป็เพียงผู้ฝึกตนระดับผู้ชำนาญยุทธ์เท่านั้น เขาไม่ใช่าานักปรุงยาเหมือนแต่ก่อนแล้ว
แม้ว่าในขณะนี้ถังเหล่ยอยากจะเปิดเผยตัวตนให้อีกฝ่ายรู้มากเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ เพราะเขาเกรงว่าเื่นี้จะไปถึงหูของตงฮวงและตงฮวงจะออกไล่ล่าเขาแม้ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
“ผู้ฝึกตนอายุน้อยเช่นพวกเ้า มาทำอะไรทีู่เาจู่หุนแห่งนี้?” เทียนเล่อถามด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“พวกเราหนีมาจากจักรวรรดิซือฉีเพราะเหตุผลบางอย่าง หลังจากเข้าสูู่เาจู่หุนพวกเราก็ต้องเผชิญหน้ากับสมาคมวีรบุรุษและเกิดความขัดแย้งกัน พวกเราทั้งสองจึงได้เข้ามาลี้ภัยที่วิหารเซียวเหยาแห่งนี้”
ถังเหล่ยกล่าวด้วยความระมัดระวัง ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้ประเมินและคาดเดาความคิดของอีกฝ่ายเช่นกัน
“สมาคมวีรบุรุษช่างน่ารำคาญยิ่งนัก พวกเขาเ่าั้คือกลุ่มโจรและอันธพาลที่รวมตัวกัน!”
หยิงหู่สาปแช่งเสียงดังพร้อมกับจิบสุราในจอกทันทีเมื่อได้ยินคำว่าสมาคมวีรบุรุษ
“ถูกต้อง พวกเขาเ่าั้คือคนชั่วแต่กลับกล้าเรียกตัวเองว่าสมาคมวีรบุรุษ ไร้ยางอายมาก!” ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวย้ำถึงความชั่วร้ายทันที
“ฮ่าๆ นางพูดถูกพวกเขาไร้ยางอาย!” หยิงหู่กล่าวพร้อมกับตบต้นขาและหัวเราะเสียงดังออกมา
คำกล่าวของตี้เชียนเสวี่ยทำให้หยิงหู่มีความสุขมาก ใน่หลายปีที่ผ่านมาในฐานะที่เขาเป็ผู้บัญชาการกองกำลังของวิหารเซียวเหยา หยิงหู่มีความขัดแย้งกับสมาคมวีรบุรุษตลอด ทั้งสองฝ่ายต่าง้าที่จะบดขยี้ฝ่ายตรงข้าม
"กล่าวตามตรง เฮยซานได้ส่งสารลับมาเพื่อขอให้ข้าส่งตัวพวกเ้าให้กับเขา ยิ่งไปกว่านั้นเหอชิงยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้อีกด้วย แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าพวกเ้ามีความขัดแย้งอย่างไรกับพวกเขา แต่ข้าก็อยากรู้ความจริงก่อนที่ข้าจะส่งตัวพวกเ้าให้กับเขา!"
เทียนเล่อกล่าวอย่างเ็าพร้อมกับมองถังเหล่ย
เมื่อหยิงหู่ได้ยินชื่อเหอชิงสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที เขาอยากจะสังหารเหอชิงผู้นี้ด้วยมือของเขาเอง!
……
