เกิดใหม่ครั้งนี้ ฉันถูกบังคับให้เป็นคุณหนูมาเฟีย

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์


    โดนปล้น!

    

    ตอนที่กลับมาจากสถานีตำรวจ พวกเขาฉลาดขึ้นแล้ว

    

    คราวนี้บนรถไม่บรรทุกเกิน นั่งไปเพียงเจ็ดคนเท่านั้น

    

    ส่วนคนอื่นๆ ยอมควักเงินจ่ายค่ารถสามล้อไฟฟ้าถ่อมาถึงหน้าประตูโรงเรียนมัธยม 2 ประจำอำเภอ

    

    ในปี 2007 ที่อำเภออู้สุ่ยแห่งนี้ รถสามล้อไฟฟ้ายังมีให้เห็นทั่วไป จ่ายแค่สองสามหยวนก็ไปส่งได้ทุกที่ในตัวเมือง ถือว่าสะดวกไม่น้อย

    

    หลังจากลงรถ

    

    หลิวหยูถงเดินเข้าโรงเรียนไปได้นิดเดียว แต่พอเห็นสายตาที่ดูมืดแปดด้านของพวกอวิ๋นเฉิง เธอก็เดินย้อนกลับมา

    

    “คิดออกหรือยังว่าจะไปพักที่ไหน?”

    

    อวิ๋นเฉิงและคนอื่นๆ ต่างพากันส่ายหน้า

    

    ถึงแม้จะตัดสินใจตามคุณหนูแล้ว แต่เ๹ื่๪๫ที่พักพวกเขายังไม่ได้วางแผนกันเลย

    

    ยิ่งตอนนี้เหลือเงินติดตัวกันแค่ไม่กี่ร้อยหยวน จะหาที่พักดีๆ ก็คงยาก

    

    แผนที่แย่ที่สุดคือไปสิงสถิตอยู่ในร้านอินเทอร์เน็ตสักสองสามคืน

    

    หลิวหยูถงเห็นสภาพแล้วก็ถอนหายใจในใจ พลันนึกอะไรขึ้นมาได้

    

    “เลยไฟแดงข้างหน้าไป ตรงถนนชิงเหนียนจะมีตลาดโต้รุ่ง แล้วก็บนลานจัตุรัสชิงเหนียนจะมีถนนของกินที่มีร้านแผงลอยเยอะมาก เวลาว่างๆ พวกคุณลองไปเดินแถวนั้นดูนะ”

    

    “คุณหนูครับ ให้พวกเราไปทำอะไรที่นั่น? ไปเก็บค่าคุ้มครองเหรอ?” 

    

    หม่าต๋าถามอย่างตื่นเต้น “เ๹ื่๪๫นี้พวกเราถนัดนักล่ะ”

    

    หลิวหยูถง “หม่าต๋า ฉันเคยบอกอะไรนายไว้ จำได้ไหม?”

    

    “บอกว่าอะไรเหรอครับ?” หม่าต๋าจำไม่ได้เลยสักนิด

    

    หลิวหยูถงใช้นิ้วชี้ไปทางโรงเรียน: “ความรู้เปลี่ยนโชคชะตา!”

    

    “อ๋อๆๆ คุณหนูหมายความว่า ต่อไปพวกเราจะเก็บค่าคุ้มครองก็ต้องทำตัวให้ดูมีการศึกษา มีอารยธรรมหน่อยใช่ไหมครับ?” หม่าต๋าทำท่าเหมือนบรรลุธรรม

    

    ในสายตาเขา พวกคนมีการศึกษามักจะท่าทางสุภาพเรียบร้อย

            หรือว่าถ้าสุภาพเข้าไว้ จะเก็บค่าคุ้มครองได้ง่ายขึ้นนะ?

    

    เฮ้อ... สีซอให้ควายฟังชัดๆ

    

    หลิวหยูถงตั้งใจอยากให้พวกเขาเคารพกฎหมายและล้างมือจากวงการแท้ๆฃ

    

    ช่างเถอะ ไว้ค่อยๆ กล่อมเกลาไปแล้วกัน

    

    เธอจึงหันไปมองอวิ๋นเฉิง ซึ่งดูจะมีบารมีและพึ่งพาได้มากที่สุดในกลุ่มนี้แทน

    

    “อวิ๋นเฉิง ฉันไม่สนว่าเมื่อก่อนพวกคุณจะทำอะไรมา แต่ตอนนี้ต้องทำตามที่ฉันสั่ง เข้าใจไหม?”

    

    อวิ๋นเฉิงพยักหน้า “คุณหนูครับ ผมจะคอยคุมพวกเขาเอง”

    

    “ที่ฉันให้ไปสองที่นั่น เพราะอยากให้ไปสืบดูราคาตลาดของพวกสัตว์น้ำ โดยเฉพาะ 'กุ้งเครย์ฟิช' ว่าเขาซื้อขายกันยังไง สืบได้ความแล้วค่อยมาหาฉันที่โรงเรียน” หลิวหยูถงสั่ง

    

    “ครับ คุณหนู!” อวิ๋นเฉิงและพรรคพวกขานรับพร้อมกัน

    

    เมื่อเข้าสู่รั้วโรงเรียน หลิวหยูถงตรงไปที่หอพักก่อน

    

    เธอเรียนมัธยมปลายแบบอยู่ประจำ ซึ่งจริงๆ เธอไม่ค่อยชอบเท่าไหร่

            เพราะต้องเรียนภาคค่ำจนดึกกว่าจะได้เลิกเรียน แถมถ้าไม่ใช่๰่๭๫สุดสัปดาห์ก็ออกนอกโรงเรียนตามใจชอบไม่ได้

    

    พอถึงหอพัก เธอเก็บเสื้อผ้าและสัมภาระเสร็จ กำลังจะออกไปหาข้าวเย็นกินที่โรงอาหารก่อนไปเรียนภาคค่ำ

    

    จู่ๆ ก็มีแก๊งเด็กสาวนักเลงสามคนมาดักหน้าประตูหอพักไว้

    

    หัวโจกที่ชื่อ จ้าวซู ยื่นมือมาข้างหน้าทันที “เอามาซิ?”

    

    “เอาอะไร?” หลิวหยูถงแกล้งโง่

    

    “วันนี้แกกลับบ้านมาไม่ใช่เหรอ? ได้เงินมาล่ะสิ เอาออกมา” จ้าวซูขู่ “หรือว่าอยากโดนตื้บเหมือนเดิม?”

    

    แม้โรงเรียนมัธยม 2 จะเป็๞โรงเรียนชื่อดังของอำเภอ แต่ด้วยจำนวนนักเรียนเกือบหมื่นคน สภาพภายในจึงค่อนข้างวุ่นวาย

    

    เด็กสาวท่าทางนักเลงอย่างจ้าวซู ตามหลักแล้วไม่น่าจะสอบเข้าที่นี่ได้ แต่เพราะเธอเป็๞คนในพื้นที่ เรียนที่นี่มา๻ั้๫แ๻่มัธยมต้นเลยได้โควตาขึ้นมัธยมปลายโดยตรง

    

    ส่วนหลิวหยูถง สอบเข้ามาจากโรงเรียนในชนบทด้วยความสามารถของตัวเอง

        ด้วยปัญหาทางครอบครัว ทำให้เธอมีนิสัยอ่อนแอ เก็บตัว และดูรังแกง่ายมาตลอด

    

    ดังนั้นพอเข้า ม.4 ปุ๊บ เธอก็ถูกพวกจ้าวซูเล็งเป้าและคอยกลั่นแกล้งรังแกอยู่เสมอ

    

    เงินค่าขนมเดือนละสองร้อยหยวน อย่างน้อยครึ่งหนึ่งต้องถูกจ้าวซูปล้นไป ทำให้เธอต้องทนหิวบ่อยครั้งจนร่างกายซูบผอม

    

    แต่ตอนนี้ เธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกอีกแล้ว

    

    ในฐานะทนายความ ถึงจะเป็๲แค่เด็กฝึกงาน แต่เธอก็มีวิธีนับร้อยในการจัดการกับเด็กเมื่อวานซืนพวกนี้

    

    หลิวหยูถงกางมือออกทันที “เงินอยู่ที่ตัวฉัน อยากได้ก็มาเอาไปเอง”

    

    จ้าวซูชะงักไปครู่หนึ่ง เดิมทีเธอคิดว่าหลิวหยูถงต้องทำตัวเหมือนเดิม คือยอมให้โดนตื้บก่อนถึงจะยอมส่งเงินให้

    

    หลิวหยูถงถึงจะเป็๲คนเก็บตัวและดูอ่อนแอ แต่ลึกๆ แล้วเป็๲คนดื้อรั้น ไม่เคยยอมให้ความร่วมมือเลยสักครั้ง

    

    ในความทรงจำของจ้าวซู เธอตื้บหลิวหยูถงมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเห็นยัยนี่ร้องไห้เลยสักครั้ง

    

    ไม่นึกเลยว่าคราวนี้ หลิวหยูถงจะให้ความร่วมมือดีขนาดนี้

    

    จ้าวซูคิดว่าหลิวหยูถงคงเข็ดจนกลัวไปแล้ว จึงรีบเข้าไปค้นตัวทันที

    ไม่นานนักเธอก็เจอเงินสองร้อยหยวนในกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบ

    

    “เหอะ รู้ความก็ดีแล้ว!”

    

    “พวกเราไป!”

    

    หลังจากพวกนั้นเดินจากไป

    

    หลิวหยูถงลูบกระเป๋าเสื้อที่ว่างเปล่าแล้วถอนหายใจ สงสัยต้องทนหิวอีกแล้วสิเนี่ย

    

    เงินในตัวเธอมีแค่สองร้อยหยวนที่คุณปู่ให้มา และตอนนี้จ้าวซูก็เอาไปหมดแล้ว

    

    จริงๆ แล้วถ้าเธอขัดขืนสักหน่อย อาจจะเหลือไว้ได้สักร้อยหยวน แต่เธอจงใจไม่ขัดขืน

    

    เธอเดินไปที่เตียงชั้นบน แล้วหยิบ "โทรศัพท์มือถือ" ที่กำลังบันทึกวิดีโออยู่ออกมา

    

    เธอเช็กดูจนแน่ใจว่าบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ครบถ้วนแล้วจึงเก็บโทรศัพท์ลงไป

    

    โทรศัพท์เครื่องนี้เธอยืมมาจากพวกหม่าต๋า ถึงพวกนั้นจะกรอบไม่มีเงิน แต่โทรศัพท์มือถือพอจะมีกันอยู่คนละเครื่อง

    

    แม้ฟังก์ชันจะสู้สมาร์ทโฟนในชาติก่อนไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ถ่ายรูปและอัดวิดีโอได้

    

    จ้าวซูและพวกคงคาดไม่ถึงว่า นักเรียนที่ดูจนกรอบในสายตาพวกเธออย่างหลิวหยูถง จะมีโทรศัพท์มือถือใช้

    

    อย่างไรก็ตาม หลิวหยูถงยังไม่คิดจะไปแจ้งฝ่ายปกครองตอนนี้

    

    เพราะเงินแค่สองร้อยหยวน ยังไม่เพียงพอจะส่งพวกนั้นไปรับบทลงโทษที่สาสม

    

    ตามกฎหมายของประเทศ คดีชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ส่วนบุคคลต้องมีมูลค่า๻ั้๫แ๻่ 1,000 ถึง 3,000 หยวนขึ้นไปถึงจะถือว่าเป็๞จำนวนเงินที่มากพอ

    

    เงินสองร้อยหยวนอาจจะไม่ถึงเกณฑ์การดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ประกอบกับพวกนั้นยังเป็๞นักเรียน และจ้าวซูยังเป็๞หลานสาวของอาจารย์หลี่ หัวหน้าสายชั้น ม.6 ต่อให้บรรลุนิติภาวะแล้วก็จัดการลำบาก

    

    นี่แหละคือเหตุผลที่จ้าวซูซ่าได้ขนาดนี้ในโรงเรียน

    

    ใน๰่๭๫เรียนภาคค่ำ หลิวหยูถงที่ไม่ได้กินข้าวเย็นต้องนั่งทบทวนบทเรียนทั้งที่ท้องกิ่ว ทำให้สมาธิแย่มาก

    

    และที่ทำให้เธอหนักใจยิ่งกว่าคือ เธอพบว่าโจทย์ส่วนใหญ่เธอดูแทบไม่รู้เ๹ื่๪๫เลย

    

    ก็แหงล่ะ เวลาผ่านไปนานขนาดนั้น แถมชาติก่อนเธอมัวแต่ท่องตัวบทกฎหมายจนลืมความรู้ ม.ปลาย ไปหมดแล้ว

    

    ยังดีที่เธอยังพอจำเนื้อหาคร่าวๆ ในข้อสอบ "เกาเข่า" ได้บ้าง แม้เวลาหนึ่งเดือนจะบีบคั้น แต่เธอก็ต้องสอบให้ติดมหาวิทยาลัยรัฐบาลให้ได้

    

    กว่าจะได้ออกจากห้องเรียนก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มครึ่ง เธอไม่ได้กลับหอพักแต่ตรงไปที่ประตูโรงเรียนแทน

    

    อวิ๋นเฉิงยืนรอเธออยู่ตรงนั้นแล้ว

    

    เขาไม่ได้มาแค่ข่าวเ๹ื่๪๫ราคาสัตว์น้ำและกุ้งเครย์ฟิชเท่านั้น แต่ยังหิ้ว "ข้าวผัด" มาฝากเธอด้วย

    

    หลิวหยูถงไม่ได้กินมูมมามแต่ก็กินไวมาก เธอฟังข้อมูลที่อวิ๋นเฉิงไปสืบมาพลางตักข้าวเข้าปาก

    

    เมื่อเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ แล้ว เธอจึงส่งโทรศัพท์คืนให้อวิ๋นเฉิง พร้อมสั่งให้เขาไปซื้อแฟลชไดรฟ์แล้วไปหาร้านอินเทอร์เน็ตเพื่อก๊อปปี้ไฟล์วิดีโอข้างในเก็บไว้

    

    หลังจากจัดการเสร็จ พรุ่งนี้ให้มาหาเธอที่โรงเรียนอีกครั้ง แล้วเธอจะพาพวกเขาลงพื้นที่ชนบทด้วยกัน

    

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้