เซียวฉิง สู้แล้วรวย 1980

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

 

บทที่ 8 พยัคฆ์ซ่อนเล็บ 

ท้ายหมู่บ้านชิงสุ่ย, สามวันหลังจากประกาศแยกบ้าน

สายลมยามเช้าพัดพากลิ่นอายของขุนเขาและความชื้นจากหน้าผาเข้ามากระทบกระท่อมที่เพิ่งได้รับการมุงหลังคาใหม่ เซียวฉิง ยืนนิ่งอยู่หน้ากระท่อม สายตาของเธอทอดมองไปยังที่ดินห้าหมู่ที่รกร้างและแห้งกรัง ผืนดินที่คนทั้งหมู่บ้านตราหน้าว่าเป็๞ ที่ดินอาถรรพ์ แต่สำหรับเธอ... ที่นี่คือหน้ากระดาษเปล่าที่รอการจารึกประวัติศาสตร์บทใหม่

[ระบบเนบิวลา: การประมวลผลการออกแบบโรงเรือนเสร็จสิ้น] [แสดงผล: แผนผังโรงเรือนกึ่งใต้ดิน (Semi-Underground Greenhouse) ] [จุดเด่น: ใช้ความเย็นจากใต้ดินรักษาอุณหภูมิคงที่ ลดการสูญเสียความชื้น 70% เหมาะสำหรับการเพาะเห็ดป่าที่ดัดแปลงยีน]

หน้าจอโฮโลแกรมสีเขียวมรกตที่ฉายขึ้นในดวงตาของเธอ แสดงรายละเอียดของทิศทางการไหลเวียนอากาศและโครงสร้างอิฐแดงอย่างละเอียด เซียวฉิงใช้ถ่านไม้บรรจงวาดแปลนที่ระบบออกแบบมาลงบนกระดาษห่อของสีน้ำตาลที่เหลือมาจากตลาด

"แม่คะ หยวนหยวน... วันนี้เราจะเริ่มลงเสาเข็มชะตาชีวิตกันค่ะ"

ที่ทำการหมู่บ้านชิงสุ่ย ผู้ใหญ่บ้านหวัง กำลังนั่งสูบกล้องยาสูบพลางขมวดคิ้วมองไปทางท้ายหมู่บ้าน เมื่อเห็นเซียวฉิงเดินจูงมือเซียวหยวนเข้ามาหา เขาก็ถึงกับชะงักไป

‘ (ผู้ใหญ่บ้านหวัง) : อีนางเด็กคนนี้... เดินหลังตรง สง่างามผิดกับซูเซียวชิงคนเก่าลิบลับ หรือที่คนเขาพูดกันว่าคนรอดตายมักมีวาสนาตามมาจะเป็๲เ๱ื่๵๹จริง?’

"ผู้ใหญ่บ้านคะ หนูมีเ๹ื่๪๫จะขอความช่วยเหลือค่ะ" เซียวฉิงวางกระดาษแปลนโรงเรือนลงบนโต๊ะไม้

"ขอแรงคนในหมู่บ้านไปช่วยสร้างบ้านเหรอแม่หนู? ฉันจะบอกตามตรงนะ... ชาวบ้านเขายังระแวงเ๱ื่๵๹อาถรรพ์ที่ตรงนั้นอยู่" ผู้ใหญ่บ้านหวังเอ่ยแบ่งรับแบ่งสู้

เซียวฉิงยิ้มบางๆ เป็๞ยิ้มที่ทำให้ผู้ใหญ่บ้านรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า

"หนูไม่ได้มาขอแรงเปล่าๆ ค่ะ หนูจะจ้างแรงงานชายฉกรรจ์ 10 คน จ่ายค่าแรงวันละ 1 หยวนต่อคน ทำงาน 7 วันติดต่อกันค่ะ"

"วันละ 1 หยวน!" ผู้ใหญ่บ้านสำลักควันบุหรี่

"นั่นมันมากกว่าแต้มแรงงานในคอมมูนเกือบสองเท่าเลยนะ!"

"ยังไม่หมดค่ะ..." เซียวฉิงเสริมพลางสบตาผู้ใหญ่บ้านอย่างมั่นคง

"หนูจะเลี้ยงอาหารเที่ยงทุกวัน เป็๲หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง กับข้าวสวยร้อนๆ จนอิ่มทุกคน หนู๻้๵๹๠า๱แค่คนที่ทำงานละเอียด ไม่บ่น และทำตามแบบที่หนูวางไว้ทุกระเบียดนิ้วเท่านั้นค่ะ"

(ผู้ใหญ่บ้านหวัง: "หมูสามชั้นตุ๋น! เงิน 1 หยวน! นี่มันไม่ใช่แค่การจ้างงาน แต่นี่มันคือการทำทานครั้งใหญ่ชัดๆ! ขืนฉันไม่รีบจัดหาคนให้ ชาวบ้านคงรุมทึ้งหัวฉันแน่ๆ")

"ตกลง! เดี๋ยวฉันจะคัดไอ้พวกฝีมือดีๆ ที่มันไม่ค่อยเชื่อเ๱ื่๵๹ผีสางไปให้เธอพรุ่งนี้เช้าเลย!"

เช้าวันต่อมา ลานที่ดินท้ายหมู่บ้านคึกคักไปด้วยชายฉกรรจ์ 10 คน ที่มาพร้อมจอบเสียม ทุกคนต่างมองแปลนบนกระดาษสีน้ำตาลของเซียวฉิงด้วยความงุนงง

"นี่อีหนู... ทำไมต้องขุดหลุมลึกลงไปสองเมตรแบบนี้ล่ะ? แล้วอิฐพวกนี้ต้องเรียงสลับช่องว่างเพื่ออะไร?" อาฉิน ช่างไม้ฝีมือดีถามด้วยความสงสัย

"ทำตามที่หนูบอกเถอะค่ะพี่ฉิน ช่องว่างพวกนี้คือทางเดินของ ลมหายใจ ของเห็ดปาฏิหาริย์ ถ้าทำผิดแม้แต่นิดเดียว เห็ดจะไม่ยอมออกดอกค่ะ" เซียวฉิงอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังจนไม่มีใครกล้าเถียง

ในขณะที่ข้างบนกำลังขุดดิน ข้างล่างเซียวฉิงกับเซียวหรันก็เริ่มตั้งเตาไฟกลางแจ้ง กลิ่นหอมของเครื่องเทศจีนและหมูสามชั้นแผ่นหนาที่ถูกเคี่ยวจนนุ่มเริ่มโชยไปตามลม กลิ่นหอมนี้รุนแรงเสียจนคนงานที่กำลังขุดดินถึงกับต้องกลืนน้ำลายเอื๊อก

‘ (ต้าหนิว คนงาน) : กลิ่นนี่มัน... หอมกว่างานแต่งลูกชายเศรษฐีในเมืองที่ฉันเคยไปช่วยงานอีก! อีนางหนูเซียวนี่รวยมาจากไหนกันแน่ หรือว่านางจะไปขุดเจอทองจริงๆ?’

‘ (ป้าโจว เพื่อนบ้านขี้นินทาที่แอบดูอยู่) : เฮอะ! สั่งของมาเยอะแยะ จ้างคนงานกินเนื้อ กินหมู เดี๋ยวก็ล่มจม! แต่... กลิ่นมันหอมจังเลยนะ ฉันอยากจะลองชิมดูสักคำจริงๆ’

พ้นไปสามวัน โรงเรือนกึ่งใต้ดินเริ่มเป็๞รูปเป็๞ร่างด้วยอิฐแดง 2,000 ก้อนที่เซียวฉิงสั่งซื้อมาจากตำบลด้วยเงินจากการขายโสม

เซียวฉิง ในชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มตัวใหม่ที่ดูทะมัดทะแมง ยืนตระหง่านอยู่กลางพื้นที่ห้าหมู่ที่เธอเพิ่งเช่ามาจากคอมมูน เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบขึ้นอย่างง่ายๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่เริ่มมีน้ำมีนวลและดวงตาที่คมปราบดุจพญาเหยี่ยว

“ลุงจางคะ... วางอิฐตรงนี้ห่างกันสามนิ้ว เพื่อให้ความร้อนจากดินระบายได้สะดวกตามทิศทางลม” เซียวฉิงเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น ขณะจดบันทึกลงในสมุดเล่มใหม่

เซียวหรัน ผู้เป็๲แม่ ปาดเหงื่อที่หน้าผากพลางมองดูลูกสาวด้วยแววตาที่ยังคงเต็มไปด้วยความทึ่ง

“ชิงเอ๋อร์... เงินตั้งสี่พันหยวนนั่น ลูกเอามาซื้ออิฐ ซื้อปูน และจ้างคนงานมาขุดหลุมลึกแบบนี้ แม่ยังใจสั่นไม่หายเลยนะลูก ถ้าเห็ดปาฏิหาริย์ที่ลูกว่ามันไม่ขึ้นมา เราจะไม่เหลืออะไรเลยนะ”

เซียวฉิงเดินเข้าไปจับมือแม่

“แม่คะ... ดินที่คนอื่นมองว่าตาย คือดินที่หนูจะทำให้มันคายทองคำออกมา เชื่อใจหนูนะคะ อีกไม่กี่วัน... ที่นี่จะไม่ใช่แค่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน แต่มันจะเป็๞จุดเริ่มต้นของอาณาจักรตระกูลเซียวค่ะ!”

“เจี่ยเจีย! (พี่สาว) ผมขุดเสร็จแล้วครับ!” เซียวหยวน เด็กชายตัวน้อยในรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่ใหม่ วิ่งหน้าตั้งมาหาพี่สาวพลางชี้ไปที่หลุมเพาะปลูกที่เขาตั้งใจทำตามคำสั่ง

(เซียวหรัน: "ลูกสาวของฉัน... ๻ั้๫แ๻่ฟื้นจากความตาย เธอไม่ได้เพียงแค่รอดชีวิต แต่เธอเหมือนเทพธิดาที่จุติลงมาเพื่อกอบกู้บ้านเซียว วาจาของเธอคมบาดลึกประหนึ่งมีดโกน แววตาของเธอนิ่งสงบจนฉันที่เกิดมานานกว่ายังรู้สึกยำเกรง หรือว่า๱๭๹๹๳์จะประทานพรให้คนยากอย่างเราจริงๆ?")

[ระบบเนบิวลา: เริ่มต้นการปรับโครงสร้างโรงงานชีวภาพ]

เซียวฉิงยืนนิ่ง ปรับลมหายใจให้คงที่ รูม่านตาของเธอขยายออกกะทันหันขณะที่รหัสสีเขียววิ่งพล่านในทัศนวิสัย หน้าจอโฮโลแกรมเสมือนจริงที่เธอมองเห็นเพียงผู้เดียวเริ่มกางแผนผังโรงเรือนเพาะเห็ดที่ซับซ้อนที่สุดในยุคปี 80

[วิเคราะห์โครงสร้าง: โรงเรือนกึ่งใต้ดิน (Semi-Underground Structure) ] [ข้อดี: ควบคุมอุณหภูมิคงที่ที่ 22-25 องศาเซลเซียส โดยไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ] [ระบบหมุนเวียน: ติดตั้งท่อไม้ไผ่เพื่อระบายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามกฎของแรงดันอากาศ] [สถานะวัสดุ: อิฐแดง 2,000 ก้อน, ปูนซิเมนต์ 50 กระสอบ, เชื้อเห็ดเป๋าฮื้อดัดแปลงพันธุกรรมพร้อมใช้งาน]

“หยวนหยวน ไปคุมพวกพี่ๆ คนงานทางโน้นนะจ๊ะ บอกเขาว่าถ้าใครวางอิฐเบี้ยว พี่สาวจะหักเงินค่าขนมคนละห้าจาง!” เซียวฉิงแกล้งสั่งเสียงดุ ทำให้เด็กน้อยยืดอกรับคำอย่างกระตือรือร้น

ในขณะที่การก่อสร้างโรงงานเพาะเห็ดกำลังดำเนินไปอย่างคึกคัก เสียงแหลมเล็กที่ฟังดูบาดหูราวกับเสียงตะไบถูเหล็กก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ที่ซ่อมแซมใหม่

“โอ๊ย! ทำไมมันเหม็นกลิ่นคนจนขนาดนี้เนี่ย!” สะใภ้ใหญ่หลิว เดินบิดสะโพกกร่างเข้ามาพร้อมกับพวกลูกไล่สองสามคน ใบหน้าของเธอพอกแป้งขาววอกราวกับจะไปเล่นงิ้ว แววตาจิกกัดจ้องมองกองวัสดุก่อสร้างด้วยความอิจฉาจนปิดไม่มิด

“ซูเซียวชิง! แกไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ!” นางหลิวแผดเสียง

“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าขโมยเงินตระกูลซูไป แกต้องเอามาคืน! นี่แกกล้าเอาเงินกงสีมาสร้างคอกหมูอยู่ที่นี่เหรอ!”

เซียวฉิงค่อยๆ วางสมุดบันทึกในมือลง เธอหันมามองป้าสะใภ้ด้วยสายตาที่เรียบเฉยแต่เย็นเยียบจนนางหลิวถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง

“ป้าสะใภ้คะ... ฉันว่าป้าคงจะจำผิด” เซียวฉิงเอ่ยน้ำเสียงเนิบนาบแต่คมกริบ

“เงินทุกหยวนที่อยู่ที่นี่ ฉันแลกมาด้วยสมองและหยาดเหงื่อ ไม่ใช่การยักยอก เหมือนที่ใครบางคนแอบจิ๊กเงินส่วนกลางไปซื้อเครื่องแป้งตรานางฟ้าหรอกนะคะ”

“แก! แกพูดเ๹ื่๪๫อะไร!” นางหลิวหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนละลาน

“สำนวนจีนเขาว่าไว้ คนสะอาดไม่ต้องล้างน้ำ คนโสมมต่อให้ชำระด้วยน้ำทิพย์ก็ยังเหม็นคาว” เซียวฉิงก้าวเท้าเข้าไปหาเพียงก้าวเดียว แต่รัศมีอำนาจกลับข่มจนนางหลิวต้องถอยหลัง

“ถ้าป้าสะใภ้อยากได้เงินนัก ฉันแนะนำให้ไปขุดดินหาไส้เดือนขายนะคะ อย่ามาเสียเวลากับที่ดิน สุสาน ของฉันเลย เดี๋ยวเสนียดจะติดตัวเอานะคะ”

“แกด่าฉันเป็๲เสนียดเหรอ!” ป้าสะใภ้หลิวกรีดร้อง

“ฉันจะไปฟ้องท่านปู่! ฉันจะให้เขามายึดที่ดินตรงนี้คืน!”

“เชิญค่ะ... แต่ก่อนจะไป อย่าลืมไปบอกท่านปู่ด้วยนะคะว่า สัญญาเช่าที่ดินตรงนี้อยู่ในมือหนูและที่หัวหน้าคอมมูนหลี่แล้ว ถ้าท่านอยากได้คืน ก็คงต้องไปคุยกับทางการเอาเอง... ฉันไม่ว่างรับแขกที่ไม่มีมารยาท เชิญ!”

ป้าสะใภ้ใหญ่หลิวถูกต้อนจนมุมด้วยวาทะที่เจ็บแสบถึงทรวง เธอสะบัดหน้าหนีไปอย่างรวดเร็วพร้อมเสียงก่นด่าที่จางหายไปในสายลม แต่สายตาอาฆาตนั้นยังทิ้งรอยไว้ในอากาศ

ยามบ่ายที่อากาศเริ่มร้อนจัด ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์ที่คำรามกึกก้องผิดกับเสียงรถบรรทุกทั่วไปก็ดังมาจากทางเข้าหมู่บ้าน ฝุ่นสีแดงฟุ้งกระจายไปตามแรงลมที่พัดผ่านรถยนต์สีดำขลับ รถหยุดนิ่งสนิทหน้าอาณาจักรเล็กๆ ของเซียวฉิง ท่ามกลางสายตาตะลึงพรึงเพริดของเหล่าคนงานและชาวบ้านที่แอบดูอยู่ไกลๆ

ประตูรถถูกเปิดออกโดยชายชุดสูทสีดำที่ดูเคร่งขรึมและมีระเบียบวินัยประหนึ่งทหารองครักษ์ ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งจะก้าวลงมา

เขาคือ กู้จิงเจ๋อ ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าปานสลักจากหยกขาว คิ้วกระบี่พาดเฉียงรับกับดวงตาคมปราบที่ดูลึกลับทว่าทรงอำนาจ ชุดเชิ้ตสีขาวสะอาดตาถูกสวมทับด้วยสูทสีเทาอ่อนที่ตัดเย็บอย่างประณีต ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความมั่นคงและสง่างามดุจพญา๬ั๹๠๱ที่ก้าวลงมาเหยียบผืนดินอันต่ำต้อย กลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่แผ่ออกมานั้นขัดกับสภาพกระท่อมผุพังเบื้องหน้าอย่างรุนแรง

กู้จิงเจ๋อหยุดยืนนิ่ง สายตาคมดุจใบมีดกวาดมองไปที่โรงงานเพาะเห็ดที่กำลังก่อสร้าง แววตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะด้วยความประหลาดใจ... ไม่ใช่เพราะความใหญ่โตของมัน แต่เป็๞เพราะ ระบบของการก่อสร้างที่เขาเห็น

‘ท่อไม้ไผ่ที่ฝังตามแนวระนาบ... การเรียงอิฐแบบสลับเพื่อสร้างโพรงอากาศ... นี่มันไม่ใช่ฝีมือชาวนาโง่ๆ ที่อยากรวย แต่มันคือการออกแบบเชิงวิศวกรรมที่ล้ำลึก!’

ความจริงแล้ว กู้จิงเจ๋อไม่ได้บังเอิญผ่านมาที่หมู่บ้านชิงสุ่ยแห่งนี้

เมื่อวานนี้ ณ ห้องรับรองลับหลังร้านยาว่านเหนียนถัง เถ้าแก่หวังได้คุกเข่าประคองโสมคนร้อยห้าสิบปีมอบให้เขาด้วยมือที่สั่นเทา พร้อมกับเล่าเ๱ื่๵๹ราวของเด็กสาวปริศนาที่นำโสมนี้มาขาย

"คุณชายกู้ครับ... แม่หนูคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา เธอบอกว่าโสมนี่แค่ของว่าง เธอกำลังจะสร้าง โรงงานเพาะเห็ดปาฏิหาริย์ ที่ท้ายหมู่บ้านชิงสุ่ย เธอถึงขั้นประกาศว่า๻้๪๫๷า๹หา 'หุ้นส่วนที่ตาถึง' ที่มีอำนาจพอจะคุ้มครองอาณาจักรของเธอได้... สายตาของเธอตอนพูดเ๹ื่๪๫ธุรกิจ มันน่ากลัวยิ่งกว่าเสือร้ายเสียอีกครับ!"

คำบอกเล่าของเถ้าแก่หวังทำให้กู้จิงเจ๋อที่มักจะเฉยชากับทุกสิ่งถึงกับหรี่ตาลง

‘เพาะเห็ดในดินตายงั้นหรือ? แถมยังเรียกหาหุ้นส่วนระดับมณฑล... เ๯้าช่างโอหังนักแม่นางน้อย’

กู้จิงเจ๋อก้าวเดินผ่านกองอิฐและถังปูนเข้าไปหาหญิงสาวที่ยืนเด่นอยู่กลางพื้นที่นั้น เซียวฉิง ไม่ได้แสดงท่าทางตื่นตระหนกเหมือนคนงานคนอื่นๆ เธอเพียงแค่ปาดเหงื่อที่ข้างแก้มอย่างใจเย็น แล้วหันมาสบตากับเขาตรงๆ

[ระบบเนบิวลา: ตรวจพบคลื่นพลังงานระดับผู้นำ | อัตราความอันตราย: ต่ำ (เนื่องจากตรวจพบเจตจำนงในการร่วมมือ 82%) | คำแนะนำ: ใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว]

“คุณคือคนที่เถ้าแก่หวังแนะนำมา และตาถึงพอจะมองเห็นกำไรในกองดินนี้ใช่ไหมคะ?” เซียวฉิงเอ่ยขึ้นก่อน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่กลับก้องกังวานในใจคนฟัง

กู้จิงเจ๋อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปาก... ยิ้มที่ทำให้หัวใจของสาวน้อยสาวใหญ่ในรัศมีสิบลี้ต้องหยุดเต้น

“ผมมาที่นี่เพราะอยากเห็นหน้าคนที่กล้าเรียกหาหุ้นส่วน...” เขาหยุดยืนตรงหน้านาง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ปะทะกับกลิ่นไอควันไฟจากครัวของนาง

“แต่พอมาเห็นสิ่งที่มดงานของคุณกำลังทำ... ผมกลับพบสิ่งที่น่าสนใจกว่าใบหน้าของคุณเสียอีก”

เขากวาดนิ้วไปทางระบบระบายอากาศไม้ไผ่

“ระบบไหลเวียนอากาศแบบเทอร์โม-ไดนามิกส์ (Thermodynamics) ในยุคปี 80... ในหมู่บ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้เนี่ยนะ? คุณไปเอาแบบแปลนนี้มาจากไหน คุณเซียวฉิง?”

เซียวฉิงเลิกคิ้ว แววตาพญาเหยี่ยวฉายแววท้าทาย

“สำนวนจีนเขาว่าไว้ ตำราอยู่ในหัว ปัญญาอยู่ที่ปลายนิ้ว... ถ้าคุณสนใจแค่แบบแปลน ฉันคงต้องเชิญคุณกลับไปค่ะ เพราะหุ้นส่วนที่ฉัน๻้๪๫๷า๹ ต้องมองเห็นทองคำ ที่จะงอกออกมาจากโรงเรือนนี้ ไม่ใช่แค่เศษอิฐแดง”

(อาเฉิน คนตีเหล็ก: "พระช่วย! อีนางหนูเซียวนี่มันกล้าไล่คุณชายเทวดาคนนี้เหรอ? นั่นน่ะรถยนต์ราคาเท่าที่ดินทั้งหมู่บ้านเลยนะ!")

(คนสนิทกู้จิงเจ๋อ: "แม่หนูคนนี้ใจกล้านัก ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาตัดรอนคุณชายแบบนี้มาก่อน หรือเธอจะไม่รู้ว่าอำนาจของตระกูลกู้สามารถพลิกแผ่นดินมณฑลนี้ได้ในพริบตา?")

กู้จิงเจ๋อหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความสงสัยเป็๲ความศรัทธาที่แรงกล้าอย่างที่เขาเองก็ไม่เข้าใจ

“น่าสนใจ... น่าสนใจจริงๆ” เขาก้าวเข้าไปใกล้จนหน้าผากแทบจะชนกับหน้าผากของเธอ