ทนายสุวิทย์มองดูเงินแบงก์ร้อยและแบงก์ยี่สิบที่ป้าดาวเอาออกมาจากกล่องคุกกี้ใส่เงิน เป็เงินที่ได้มาจากการขายผักและไข่เป็ด
ทนายเอี้อมมือรับแล้วโปรยเงินลอยคว้างไปในอากาศอย่างไม่ไยดี
“เศษเงินแค่นี้ฉันไม่อยากได้… บอกแล้วไงว่าขอเอาเธอสักครั้ง… ”
ดวงตาที่เต็มไปด้วยความกระหาย จ้องมองเรือนร่างเอิบอิ่มของป้าดาวราวจะกินเืกินเนื้อ
“ไม่นะ… เงินค่าจ้างทนายเท่าไรเดี๋ยวฉันขอทยอยผ่อนให้จนหมด… ”
ป้าดาวส่ายหน้า…
รู้ว่าหล่อนติดค้างค่าทนายจริง แต่ผู้ชายคนนี้ก็ว่าความให้หลายครั้งโดยไม่เคยทวงถามถึงเงินค่าจ้างเลยสักครั้ง นึกว่าเขายื่นมือเข้ามาช่วยด้วยความสงสาร
และกระทั่งวันนี้ วันที่เขาขอเอาหล่อนเป็สิ่งแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือต่างๆ นานาที่ผ่านๆ
“ไม่ต้องผ่อน… เื่ที่ฉันช่วยว่าความถ้าคิดเป็เงินทั้งหมดก็หลายหมื่น เธอไม่มีปัญญาจ่ายหรอกจ้ะจริงไหม”
หนายย้ำเสียงหนัก…
“…..”
ป้าดาวยอมรับ เถียงไม่ออก
“ฝันเอาเป็ว่าฉันขอเอาเธอทีนึงจะได้ไม่ติดค้างต่อกันดีไหม… อย่าทำเื่ง่ายให้เป็เื่ยากนะจ๊ะ… ฉันรู้นะว่าเธอก็ว้าเหว่… ”
ทนายหื่นตรงเข้าประเด็น…
สืบเท้าเข้าหาด้วยแววตาหื่นจัด กอดจูบป้าดาวอย่างกระหาย ร่างอวบอัดถูกอุ้มขึ้นไปวางลงบนเตียงแล้วโถมทับ ปลุกปล้ำอย่างไม่เกรงกลัวว่าใครอาจจะมาเห็น
‘โห… ไอ้คนชั่ว… ’
ตะวันจ้องมองเหตุการณ์ภายในห้องด้วยความใ เอื้อมมือไปคว้าดุ้นฟืนที่วางอยู่ข้างโคนเสา
ตั้งใจว่าจะเข้าไปช่วยป้าดาว…
ทว่าเมื่อหันกลับมาทาบดวงตาเข้ากับรอยรั่วที่ฝาผนังอีกครั้ง
ตอนนั้นเอง…
ความตั้งใจว่าจะเข้าไปช่วยก็เปลี่ยนไป เพราะดูจากท่าทางอ่อนระทวยของป้าดาว
มันทำให้ชายหนุ่มเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าป้าดาวตัดสินใจยอมเอาร่างกายชดใช้แทนเงินค่าทนายหรือเปล่า หล่อนจึงไม่ดิ้นรนขัดขืนอย่างที่ควรจะเป็
