เด็กหนุ่มอายุประมาณสิบเอ็ดสิบสองหลายคนมองเจินเจินคล้ายไม่แน่ใจ น้องชายของพวกเขาถูกเด็กหญิงตัวเล็กแค่นี้รังแกหรือ?
กู้เอ้อร์หลางที่ก่อนหน้านี้มีสีหน้ายิ้มแย้มเวลานี้เปลี่ยนเป็เครียดเขม็ง เขาก้าวขึ้นไปยืนบังหน้าเจินเจินไว้ “ถูกต่อยก็แปลว่าสมควรโดน พวกเ้าคิดจะทำอันใด ถือว่าอายุมากกว่าเลยคิดจะรังแกคนอายุน้อยกว่าเช่นนั้นหรือ”
ถึงแม้ซานหลางกับซื่อหลางจะรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง หากแต่เอาอย่างพี่ จากนั้นจึงเดินขึ้นไปยืนบังหน้าเจินเจินเอาไว้ แม้นแม่เสือจะเก่งเื่ต่อยตี ทว่าคนเหล่านี้มีอายุมากกว่าหลายปี ต่อให้นางจะต่อยตีเก่งอย่างไรก็ไม่น่าใช่คู่ต่อสู้ของคนเหล่านี้
พวกของเอ้อร์วั่งเข้ามาล้อมทั้งสี่คนเอาไว้อีกชั้น ญาติผู้พี่ของซานลวี่จื่อเห็นเช่นนี้จึงเข้าใจเื่ราวทั้งหมดในทันที ในเมื่อน้องชายของตนถูกเด็กหญิงผู้นี้ต่อยจริงๆ แล้วยังมีอะไรต้องพูดอธิบายกันอีก
“พวกเรา จัดการ!”
กลุ่มคนที่มาใหม่มีสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง แค่จัดการเด็กหญิงที่มีอายุแค่ไม่กี่ขวบ ไม่ง่ายเกินไปหน่อยหรือ?
สิ้นคำนั้นกลุ่มคนทั้งหมดก็เข้าตะลุมบอนกัน เหตุการณ์ในเวลานี้สับสนวุ่นวายประหนึ่งไก่บินสุนัขะโ[1] ก็ไม่ปาน เอ้อร์หลางถูกถีบจนกระเด็น ซื่อหลางเข้าไปกอดขาคนผู้หนึ่งเอาไว้ ก่อนจะกัดขาของเขาอย่างแรง แต่เพียงไม่นานก็ถูกคนผู้นั้นสะบัดออกจนกระเด็นลอยออกไป
ซานหลางพุ่งเข้าไปหมายจะเอาศีรษะของตนกระแทกกับหนึ่งในนี้ กลับถูกอีกฝ่ายใช้หมัดชกเข้าที่ท้อง ถึงกับต้องเอามือกุมท้องทรุดลงไปกองกับพื้นพลันร้องไห้ออกมา
เจินเจินเห็นแล้วโมโหยิ่ง นางะโถีบที่คางของคนที่สะบัดซานหลางจนกระเด็นออกไป คนผู้นั้นล้มลงกับพื้นทันใด เขาเอามือกุมคางพร้อมกับปล่อยโฮ ทั้งยังกระอักเืออกมา ท่ามกลางกองเืที่เปรอะอยู่บนพื้นมีฟันปนอยู่หลายซี่
เจินเจินไม่หยุดเพียงแค่นี้ หันไปจัดการคนอื่นต่อ เด็กหญิงเข้าจัดการญาติผู้พี่ของซวนจู้จนล้มลงไปกับพื้นหมดทุกคน
“เจินเจิน! หยุดได้แล้ว! พอได้แล้ว!”
เอ้อร์หลางได้สติกลับคืนมา เห็นเจินเจินดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น นางเล่นงานฝ่ายตรงข้ามประหนึ่งเสียสติไปแล้ว เด็กชายเลยรีบะโห้ามพร้อมกับพุ่งเข้าไปกอดอีกฝ่ายไว้ ด้วยกลัวว่านางจะเล่นงานคนเหล่านี้จนตาย
“พวกมันรังแกพวกเ้า! ข้าจะเอามันให้ตาย! พวกมันไม่มีสิทธิ์มารังแกพวกเ้า!”
เจินเจินจ้องมองเด็กหนุ่มสี่คนนั้นอย่างเคียดแค้น ถึงแม้เอ้อร์หลาง ซานหลาง และซื่อหลางจะมีนิสัยน่ารังเกียจไปสักหน่อย แต่ถึงอย่างไรทั้งสามคนก็เป็น้องชายของพี่ชาย นางจึงมีหน้าที่ต้องปกป้องพวกเขา แล้วนางก็มิใช่คนโง่ ก่อนหน้านี้ทั้งสามคนออกตัวปกป้องนาง หากพวกเขาไม่ก้าวมาขึ้นมาปกป้องนางเช่นนั้นมีหรือจะถูกคนพวกนี้ทำร้าย
สิ่งที่เอ้อร์หลางคาดเดานั้นถูกต้อง ชาติก่อนยามที่เจินเจินยังเป็ปีศาจโสม หากมีปีศาจตนใดมารังแก นางก็จะเล่นงานจนถึงตายหมดทุกตน!
พี่สาวสุนัขจิ้งจอกเคยบอกไว้ว่า จะถอนหญ้าก็ต้องถอนให้ถึงราก มิเช่นนั้นหากลมโชยพัดผ่านมามันจะงอกขึ้นมาใหม่ได้
“พวกเ้ายังไม่รีบหนีไปอีก! มัวยืนนิ่งอยู่ไย!” เอ้อร์หลางะโใส่บรรดาพี่ชายของซวนจู้
คนเหล่านี้สะกดกลั้นความเ็ป พยายามลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลก่อนจะวิ่งหนีไป
“เจินเจิน พวกเรากลับบ้านกันเถิด ท่านพี่รอเ้าอยู่”
เอ้อร์หลางใกับภาพตอนที่เจินเจินเล่นงานคนกลุ่มนั้นมิใช่น้อย เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นเด็กหญิงสูญเสียการควบคุมเช่นนี้ ทำให้คิดได้ว่าก่อนหน้านี้ที่นางเล่นงานเขานั้น นับว่าออมมือให้มากทีเดียว
ครั้นเจินเจินได้ยินเอ้อร์หลางพูดถึงพี่ชายก็ได้สติกลับคืนมาในพลัน กล่าวว่า “เอาสิ”
เอ้อร์หลางผ่อนลมหายใจคลายแขนออก จากนั้นพาเจินเจินเดินกลับบ้าน
ความจริงแล้วเอ้อร์หลางรู้สึกซาบซึ้งใจมาก เขาตระหนักดีว่าเหตุผลที่เจินเจินสูญเสียการควบคุมเป็เพราะเห็นพวกเขาสามพี่น้องเป็ฝ่ายเสียเปรียบ ถึงได้พุ่งเข้าไปเล่นงานคนพวกนั้นประหนึ่งคนเสียสติ
ไม่ใช่แค่เอ้อร์หลางคนเดียวที่คิดเช่นนี้ ซานหลางกับซื่อหลางก็คิดเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ระหว่างเดินกลับบ้านสายตาที่ซื่อหลางมองเจินเจินจึงเต็มไปด้วยความนับถือเลื่อมใส เจินเจินช่างเก่งกาจยิ่ง! คนหลายคนถึงเพียงนั้น นางที่มีแค่ตัวคนเดียวยังสามารถเอาชนะได้!
ระหว่างทางเด็กหญิงกำชับทั้งสามคน “ต่อไปเวลามีเื่พวกเ้าจงจำเอาไว้ให้ดีว่าต้องหลบอยู่ข้างหลังข้า เื่ทะเลาะต่อยตีไม่เหมาะกับบุรุษ บุรุษจะต้องเรียบร้อยอ่อนโยน หาไม่แล้วจะหาภรรยามิได้”
เอ้อร์หลาง “…” ไฉนประโยคนี้ถึงฟังดูแปลกชอบกล
ซานหลาง “…” ไฉนไม่เหมือนกับที่ท่านพ่อและท่านพี่สอน
มีแค่ซื่อหลางผู้เดียวที่คิดตามแล้วพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เจินเจินพูดมีเหตุผล บุรุษสมควรต้องอยู่บ้านท่องกลอนคัดอักษรให้สตรีเลี้ยงจึงจะถูก ไม่รู้ว่าต่อไปภายภาคหน้าเขาจะสามารถหาภรรยาที่เลี้ยงดูเขาได้หรือไม่
เด็กทั้งสี่คนกลับถึงบ้านในสภาพเนื้อตัวสกปรกมอมแมม โดยเฉพาะเอ้อร์หลางที่บนหน้าอกมีรอยเท้าของเด็กพวกนั้นประทับอยู่ กู่ซื่อเห็นแล้วก็ใ เอ่ยถามอย่างร้อนใจว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น
คนอื่นภายในบ้านได้ยินเสียงร้องของกู่ซื่อเลยรีบเดินมาดู เอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อหลางเล่าเื่ทั้งหมดให้ฟังโดยมีเจินเจินคอยพูดเสริมบ้างเป็บางครั้ง
หยวนเหล่าเอ้อร์ฟังแล้วกล่าวชื่นชมบุตรสาวยกใหญ่ “ลูกสาวของพ่อเก่งจริงๆ!”
เอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อหลางที่กลัวว่าจะถูกทำโทษ “…”
“รบกวนท่านอารองหยวนพาน้องชายทั้งสามคนของข้าเข้าไปหาหมอในตำบลได้หรือไม่ พวกเขาคนหนึ่งถูกถีบที่หน้าอก คนหนึ่งถูกสะบัดจนกระเด็น และอีกคนถูกต่อยที่ท้อง ข้ากลัวว่าพวกเขาจะได้รับาเ็ภายใน” กู้อวี้เอ่ยกับหยวนเหล่าเอ้อร์ จากนั้นหันไปเอ่ยกับมารดาต่อ “ท่านแม่ เจินเจินได้รับความใอย่างมาก ท่านรีบไปตามยายเฒ่าเรียกขวัญของหมู่บ้านมาปลอบนางเถิดขอรับ”
หยวนเหล่าเอ้อร์หรี่ตามอง ไฉนตนถึงมองเห็นวิธีแก้ปัญหาที่คล้ายคลึงกันในตัวอีกฝ่ายได้นะ เพียงแต่วิธีของเด็กหนุ่มตรงหน้าดูจะร้ายกาจกว่ามาก หากเทียบกันแล้วเขาเปรียบเสมือนนักแสดงปาหี่ที่เล่นอยู่ตามข้างถนน ในขณะที่กู้อวี้คือนักแสดงมืออาชีพในคณะละคร!
กู้อวี้ผู้นี้เ้าเล่ห์ร้ายกาจมิใช่น้อย!
“ได้ ข้าจะไปเอารถเทียมล่อมาประเดี๋ยวนี้!” หยวนเหล่าเอ้อร์รีบวิ่งกลับบ้านไปเอารถเทียมล่อ ก่อนจะบอกให้กู้เอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อหลางขึ้นรถแล้วให้แสร้งทำเป็สลบ
ระหว่างทางที่ไปยังตำบลบังเอิญเจอครอบครัวของซานลวี่จื่อซึ่งกำลังไปขอคำอธิบายที่บ้านสกุลกู้อย่างประจวบเหมาะพอดี หยวนเหล่าเอ้อร์เห็นว่ามีผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านคนอื่นในหมู่บ้านมาด้วยเลยรีบส่งเสียงร่ำไห้ออกมาโดยพลัน
“ผู้ใหญ่บ้าน ท่านต้องเรียกร้องความเป็ธรรมให้แก่บุตรชายทั้งสามของสกุลกู้ด้วย ทุกคนดูในรถเอาเถิด พวกเขาอายุเพียงเท่านี้ ไหนเลยจะรับมือกับเด็กที่โตกว่าได้ ทุกคนดูตรงหน้าอกของเอ้อร์หลาง เขาถูกถีบจนกระเด็น ครั้นกลับถึงบ้านถึงกับกระอักเืออกมา ไหนจะซื่อหลางอีก เขาเพิ่งจะอายุเพียงแค่หกขวบเท่านั้น คนพวกนั้นทำร้ายเด็กตัวน้อยเช่นนี้ได้อย่างไร สองสามีภรรยาสกุลกู้เวลานี้ใมากจนอาการป่วยกำเริบ จึงใช้ให้ข้าเป็คนพาเด็กทั้งสามคนไปหาหมอในตำบล ผู้ใหญ่บ้าน ท่านต้องเรียกร้องความเป็ธรรมให้แก่พวกเราด้วย ยังมีพวกเอ้อร์วั่ง พวกเขาก็ถูกเด็กกลุ่มนี้ทำร้ายเช่นกัน!”
มารดาของซวนจู้ “…”
พูดมาขนาดนี้ไหนเลยจะมีที่ให้นางแทรกได้?
ผู้ใหญ่บ้านรวมถึงชาวบ้านคนอื่นมองตรงหน้าอกของเอ้อร์หลางซึ่งปรากฏรอยเท้าประทับอย่างชัดเจน สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็ดูไม่ดีนัก ชาวบ้านทุกคนต่างเข้าไปขวางหน้ามารดาของซวนจู้และคนที่มาด้วยเพื่อให้หยวนเหล่าเอ้อร์ขับรถเทียมล่อพาเด็กทั้งสามไปหาหมอในตำบล
รอจนรถเทียมล่อของหยวนเหล่าเอ้อร์ขับผ่านไปแล้ว มารดาซวนจู้ยังไม่ทันจะกล่าวคำใดก็ถูกทุกคนในหมู่บ้านถ่มน้ำลายใส่และด่าว่าต่างๆ นานา บุตรของนางล้วนแล้วแต่อายุสิบปีขึ้นทั้งสิ้น แม้จะถูกเล่นงานจนหน้าตาบวมช้ำปูดโปนเช่นไร หากก็ยังเดินเหินได้เป็ปกติ ดูแล้วมิได้เป็อันใดมาก แต่เมื่อย้อนกลับมาดูบุตรชายทั้งสามของสกุลกู้ซึ่งสลบไสลไม่ได้สติจนต้องรีบพาไปหาหมอในตำบล ไม่ต้องบอกก็เดาได้ไม่ยากว่าพวกเขาถูกทำร้ายสาหัสเพียงใด
ช่างประจวบเหมาะเสียจริง เวลานี้เองยายเฒ่าปลอบขวัญของหมู่บ้านกำลังรีบวิ่งไปที่บ้านสกุลกู้ ชาวบ้านจึงเอ่ยถาม ยายเฒ่าจึงตอบว่ากำลังจะไปบ้านสกุลกู้ เจินเจินถูกทำให้ใจนเสียขวัญ นางกำลังจะไปปลอบเรียกขวัญ
ชาวบ้านทุกคนฟังแล้วสายตาที่มองไปยังมารดาซวนจู้ยิ่งเจือแววความไม่พอใจเข้มข้น ถึงเจินเจินจะร้ายกาจหรือซุกซนขนาดไหน อย่างไรเสียนางก็ยังเป็แค่เด็กอายุสี่ขวบเท่านั้น หากใก็เป็เื่ธรรมดา บุตรชายของตัวเองสู้ไม่ได้นับว่าไร้ความสามารถ
ผู้ใหญ่บ้านรอจนชาวบ้านทุกคนวิพากษ์วิจารณ์เื่นี้จนหอมปากหอมคอพอแล้วถึงค่อยเอ่ยห้ามปราม จากนั้นหันไปเอ่ยกับมารดาซวนจู้และครอบครัวของซานลวี่จื่อที่ตามมาด้วยว่า “เื่นี้จะให้แล้วกันไปไม่ได้ เ้าต้องพาบุตรของเ้าไปขออภัยสกุลกู้ แล้วเ้าก็ต้องเป็คนออกค่ารักษาให้พวกเขา!”
“เพราะเหตุใด ทั้งที่เ้าหกเป็ฝ่ายเริ่มก่อนแท้ๆ” มารดาซวนจู้เอ่ยอย่างไม่ยินยอม
กู้อวี้ที่ไม่รู้ว่ามาอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อใดกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า “ท่านจะนำเื่นี้ไปฟ้องต่อทางการว่าคนของสกุลข้าที่เพิ่งอายุสี่ขวบทำร้ายบุตรของท่านจนได้รับาเ็ก็ได้ หากทางการตัดสินเช่นไรพวกเราก็จะยินดีชดใช้ให้เช่นนั้น”
[1] ไก่บินสุนัขะโ หมายถึง เหตุการณ์มีความชุลมุนอย่างมาก
