1
ค่ำคืนที่บ้านไม่มีใครอยู่
“คุณภาคินคะเป็อะไรทำหน้าเศร้าแบบนี้”
ยิหวาสาวน้อยหุ่นดี ที่ถูกครอบครัวของภาคินช่วยเหลือเธอกับแม่ไว้
“ฉันต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ” คนตอบหันมามองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาที่ดูมีความเศร้าอยู่ในนั้น
“ก็ดีสิคะ ได้ไปเรียนถึงต่างประเทศ ไม่เห็นต้องเศร้าเลยค่ะ” ยิหวาไม่เข้าใจความรู้สึกของชายหนุ่มตรงหน้า
“ยิหวาไม่เข้าใจหรอก ถ้าฉันไปเรียนที่นั่นต้องไปหลายปี และระหว่างนั้นอาจจะไม่ได้กลับมาจนกว่าจะเรียนจบ”
ภาคินเข้าใจดี ว่ายิหวาไม่เข้าใจ เธอคงคิดว่าไปแค่ไม่กี่เดือน และคงได้กลับบ้านมาเรื่อยๆ
“ไปนานจังค่ะ คิดถึงแย่เลย” สาวสวยพูดอย่างใสซื่อ
“จริงเหรอ ถ้าฉันไปอยู่ที่นู่นเธอจะคิดถึง”
สายตาที่ชายหนุ่มอายุมากกว่ายิหวาถึงสี่ปี มองจ้องเธอเป็สายตาที่หญิงสาวยังไม่เคยถูกใครมองแบบนี้ มันทำให้หัวใจของยิหวารู้สึกเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก
“จริงสิคะ ยิหวาเกิดมาก็เจอคุณแล้ว ถ้าต้องไม่เจอกันนานแบบนั้นก็ต้องคิดถึงอยู่แล้ว”
ั้แ่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ยิหวาก็อยู่ที่บ้านของตระกูลอรรถจิรานนท์แล้ว
แม่ของเธอท้องไม่มีพ่อ ฐานิตาแม่ของภาคินสงสารดารินแม่ของเธอ เพราะได้ฟังเื่ราวจากป้าช้อย ซึ่งเป็คนเก่าคนแก่ของบ้าน และเป็ญาติห่างๆของดาริน
คนที่เป็พ่อของยิหวาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็เพื่อนสนิทของคณินพ่อของภาคินเอง
“จริงด้วยเนาะ เราอยู่ด้วยกันมาั้แ่เด็ก”
คำพูดของหญิงสาว ทำให้ภาคินคิดไปถึงภาพเมื่อเด็กๆ ที่เขาสองคนจะเป็เพื่อนเล่นกันตลอด
“นานแล้วนะคะ ที่เราไม่ได้ไปเที่ยวไหนกันเลย”
หญิงสาวไม่เคยได้ไปเที่ยวไหน ั้แ่ที่ภาคินเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
“แล้วทำไมไม่ไปล่ะ” ชายหนุ่มสงสัย
“เคยไปคนเดียวที่ไหนล่ะ ไปเที่ยวทีไรแม่ให้ไปก็เพราะอ้างว่าคุณภาคินให้ไปเป็เพื่อน”
สองคนมองหน้ากันและหัวเราะ เมื่อคิดถึงเหตุผลที่ทั้งคู่ยกขึ้นมาอ้างโกหกเพื่อให้ดารินแม่ของยิหวา ยอมให้ทั้งคู่ได้ไปเที่ยวข้างนอก
“ฉันก็ยุ่งๆ เลยลืมคิดไปว่า เธอคงไม่ได้ไปไหนแน่ๆ ทำไมน้าดารินถึงห้ามเธอเกือบทุกเื่เลย”
ดารินจะคอยห้ามไม่ให้ ยิหวาทำนู่นทำนี่ โดยเฉพาะถ้าต้องเกี่ยวกับครอบครัวของภาคิน ยกเว้นชายหนุ่มเป็คนมาขอเอง ดารินถึงจะยอม
“แม่บอกว่า แค่ทุกวันนี้ที่ครอบครัวของคุณให้เราสองคนมีที่ซุกหัวนอน แม่มีงานทำ ยิหวาได้เรียนหนังสือ แค่นี้ก็ไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณหมดไหม เลยไม่อยากให้ฉันรบกวนอะไรคุณอีก”
มันเป็คำพูดที่ดารินพูดกับลูกสาว เกือบทุกครั้งที่ยิหวากำลังจะไปไหนหรือทางครอบครัวของภาคินซื้ออะไรให้
“น้าดารินก็คิดมาก ทุกวันนี้แม่ของเธอก็ทำงานบ้านทุกอย่าง ไม่ใช่ว่ามาอยู่ที่นี่เฉยๆ” ชายหนุ่มส่ายหัว
“บ้านเงียบจังเลย คุณพ่อก็ไปต่างจังหวัดกับคุณแม่ น้าดารินกับป้าช้อยก็เอาแต่ไปจัดของบนบ้านหลังใหม่”
ภาคินไม่เข้าใจเลย ทำไมมารดาของเขาต้องรีบสร้างบ้านให้เขาทันที ที่เขาเรียนจบมหาวิทยาลัย
“ยิหวาอยากไปช่วยแม่กับป้า แต่ทั้งสองคนบอกให้มาอยู่เป็เพื่อนคุณ” หญิงสาวบอกชายหนุ่ม
ตอนกลางวันงานบ้านที่บ้านหลังใหญ่มีมาก จนทั้งคู่ไม่มีเวลา ที่จะได้ไปทำงานบ้านที่บ้านหลังเล็ก จึงต้องอาศัยเวลา่กลางคืน
“บ้านก็สร้าง แล้วยังจะให้ไปเรียนต่อฉันงงกับความคิดของคุณแม่ฉันจริงๆ” ภาคินส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจ
“คุณภาคินไม่ชอบเหรอคะ บ้านก็มี เรียนก็ได้ไป”
หญิงสาวคิดถ้าเป็ตัวเธอคงดีใจ ที่ได้มีทุกอย่าง ซึ่งในชีวิตจริงเธอไม่มีโอกาส
“บ้านอ่ะชอบ แต่ก็ไม่เห็นยังต้องรีบสร้าง ส่วนเื่เรียนไม่อยากไปเลย”
คนพูดหันมาจ้องหน้ายิหวาเหมือน้าให้เธอมองเห็นอะไรบางอย่างในสายตาเขา
“ทำไมล่ะคะ เดี๋ยวก็ได้กลับ” หญิงสาวถามพร้อมจ้องตาหวานกลับ
“เป็ห่วงเธอนั่นแหละ ยังจะถามอีก”
คำตอบที่ทำเอายิหวาถึงกลับต้องหลบตาด้วยความเขินอาย นอกจากคำพูดที่ทำให้คนฟังเขินแล้ว ยังมีสายตาที่มองเธอหวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งเสียอีก
“เออ..คุณภาคิน พอมีรูปตอนเราไปเที่ยวทะเลบ้างไหมคะ ยิหวาจะเอาไปทำเป็วิดีโอ ส่งอาจารย์ที่โรงเรียน”
ได้โอกาสหญิงสาวรีบเปลี่ยนเื่พูด ความจริงเธอตั้งใจจะถามชายหนุ่มพรุ่งนี้เช้า แต่ตอนนี้คิดเื่ไม่ออก เลยพูดไปทันที
“มีอยู่บนห้อง ไปช่วยกันหานะ จะได้ช่วยเก็บของเตรียมย้ายไปบ้านนู้นด้วย”
ภาคินเริ่มเก็บของในห้องนอนแล้ว แต่ยังเก็บได้ไม่มาก เพราะบ้านใหม่ยังจัดการไม่เสร็จ
“ได้ค่ะ จะได้ช่วยกันยกไป ยิหวาจะได้ไปหาแม่กับป้าด้วย”
