วิถีร่ำรวยของลูกสาวชาวนา ยุค 70

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

## บทที่ 9


สามวันผ่านไป เหอเซียวเซียวก็ยังไร้วี่แวว


หลิวหงเจินฉวยโอกาสที่ไม่มีใครอยู่ เดินเข้าไปหาปู่สวี่ด้วยความร้อนใจ “พ่อคะ เหอเซียวเซียวก็ยังไม่กลับมา จะทำยังไงดีคะ! ปีที่แล้วเซี่ยงกัวก็โดนตำหนิไปแล้ว ปีนี้ถ้าเกิดเ๱ื่๵๹อีก เซี่ยงกัวจะไม่โดนปลดจากตำแหน่งหัวหน้าหน่วยหรอกเหรอคะ!”


ปู่สวี่ค่อยๆ พ่นควันยาสูบออกมาหนึ่งอึก เขาก็กังวลใจเช่นกัน แต่จะให้ทำอย่างไรได้เล่า?


หลิวหงเจินมองสีหน้าปู่สวี่อย่างกระวนกระวาย “พ่อคะ หนูคิดว่าเราน่าจะแอบเอาของไปให้บ้านเลขาธิการเหยาดีไหมคะ หนูได้ยินมาว่าท่านเลขาฯ ชอบสูบบุหรี่ ลองเอาบุหรี่ไปให้สักสองสามซองดีไหมคะ?”


ปู่สวี่คิดว่ามีเหตุผล เขาจึงกัดฟันพูด “เอาเถอะ งั้นเ๽้าไปที่อำเภอ ซื้อบุหรี่ดีๆ มาหน่อย แล้วก็เอาเหล้าไปด้วย” ไม่เข้าถ้ำเสือจะจับเสือได้อย่างไร เมื่อเทียบกับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยของลูกชายคนโตแล้ว ของพวกนี้จะไปนับอะไรได้


“ได้ค่ะ” หลิวหงเจินตอบรับ แล้วมองปู่สวี่ด้วยความลำบากใจ


ปู่สวี่มองนางอย่างจำยอม ควักเงินห้าหยวนจากกระเป๋าออกมา แล้วคิดอีกทีก็ควักเพิ่มอีกห้าหยวน “ข้าไม่มีบัตรปันส่วนอาหาร เ๽้าลองถามอาเหวินดูสิว่ามีไหม?” บุหรี่บางชนิดที่ร้านสหกรณ์ไม่จำเป็๲ต้องใช้บัตร แต่เหล้าต้องใช้บัตรปันส่วนอาหารซื้อ


สวี่เจียเหวินเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายในอำเภอ ดังนั้นซุนซิ่วฮวาจึงให้บัตรปันส่วนอาหารเขาไว้ใช้ในยามจำเป็๲


เหตุที่หลิวหงเจินไม่ไปขอจากซุนซิ่วฮวาโดยตรง ก็เพราะเมื่อหลายวันก่อน นางเพิ่งถูกย่าดุด่าไปชุดใหญ่ ถ้าไปขออีก ก็ต้องโดนบ่นไม่จบไม่สิ้น แถมยังไม่แน่ว่าจะได้มาอีกด้วย ย่าเพิ่งพูดไปว่าครอบครัวคนโตใช้เงินเก่งเกินไป ต่อไปนี้ต้องประหยัดหน่อย


หลิวหงเจินรับเงินไปอย่างดีใจ แล้วหันหลังไป ดวงตาทั้งสองข้างเป็๲ประกาย นี่มันเงินสิบหยวนเลยนะ! ทำงานเต็มวันได้คะแนนเต็มก็แค่สามเหมาห้าเฟิน ต้องทำทั้งเดือนโดยไม่กินไม่ใช้เลยทีเดียว เสียดายที่ไม่ได้บัตรปันส่วนอาหารมา แต่นางก็ไม่กล้าไปขอจากแม่สามีหรอก


หลิวหงเจินขอปันส่วนอาหารจากสวี่เจียเหวินได้เล็กน้อย แล้วก็ขี่จักรยานมุ่งหน้าเข้าเมือง ตระกูลสวี่มีจักรยานสองคัน สวี่เซี่ยงกัวกับสวี่เซี่ยงหัวมีคนละคัน ซึ่งเป็๲ของพิเศษในหมู่บ้าน


เมื่อเข้าเมือง หลิวหงเจินก็เหมือนหนูตกถังข้าวสาร มีความสุขจนหาทิศทางไม่เจอ


หลิวหงเจินเดินตรงไปที่ร้านอาหารของรัฐบาล ซื้อซาลาเปาไส้หมูใหญ่ห้าลูกและซุปเครื่องในแกะหนึ่งชาม รวมเป็๲แปดเหมาและบัตรปันส่วนอาหารห้าตำลึง ซุปเครื่องในแกะไม่ต้องใช้บัตรปันส่วนเนื้อ นางโชคดีที่ซื้อได้เป็๲ชามสุดท้าย เนื้อที่ไม่ต้องใช้บัตรปันส่วนเนื้อนี่หายากจริงๆ


เมื่อกินจนพุงกาง หลิวหงเจินก็บุกไปที่ร้านสหกรณ์ อดกลั้นความเสียดาย ซื้อบุหรี่กับเหล้า แล้วก็ตั้งใจซื้อบุหรี่เพิ่มอีกสองสามซองเผื่อสวี่เซี่ยงกัว เหลือเงินอีกสองหยวนสามเหมา หลิวหงเจินคิดแล้วก็กลับไปที่ร้านอาหาร ซื้อซาลาเปาไส้หมูใหญ่เจ็ดลูก สวี่เจียเหวินสองลูก นางกับสามีคนละหนึ่งลูก และลูกชายที่เหลืออีกสามคนคนละหนึ่งลูก นางคำนวณไว้หมดแล้ว!


เดินเล่นไปรอบๆ หลิวหงเจินก็จากไปอย่างอาลัยอาวรณ์


~


สวี่ชิงเจียกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องคุณย่า เธอพลิกดูหนังสือเรียนเก่าๆ ที่เคยอ่านอย่างเพลิดเพลิน หนังสือเรียนประถมตอนนี้ก็ยังน่าสนใจไม่น้อย


ซุนซิ่วฮวานั่งถักเสื้อกันหนาวบนเตียง เธอเลาะเสื้อกันหนาวตัวเก่าของสวี่ชิงเจียที่สั้นไปเมื่อปีที่แล้วออก แล้วเอาไหมพรมใหม่มาผสมถักเป็๲เสื้อกันหนาวตัวใหม่


ถักไปสักพัก ซุนซิ่วฮวาเห็นแสงแดดลอดผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ จึงพูดว่า “อ่านหนังสือมานานแล้วคงเหนื่อย ออกไปเล่นข้างนอกสักพักเถอะ”


สวี่ชิงเจียบิดคอแล้วลุกขึ้นอย่างว่าง่าย ถ้าเธอไม่ออกไป คุณย่าคงบ่นไม่หยุดครึ่งชั่วโมงแน่


เธอรินน้ำร้อนใส่แก้ววางไว้ใกล้ๆ มือคุณย่า “งั้นหนูออกไปเล่นข้างนอกนะคะ”


“ใส่หมวกกับถุงมือด้วยนะ ข้างนอกหนาว” ซุนซิ่วฮวากำชับ


สวี่ชิงเจียตอบรับเสียงใส


ไม่กี่วันที่ผ่านมา หิมะตกหนักต่อเนื่องหลายครั้ง หลังคาบ้านและทุ่งนาเต็มไปด้วยหิมะ ขาวโพลนไปทั่ว สวี่ชิงเจียไม่เคยเห็นหิมะแบบนี้มาหลายปีแล้ว บ้านของเธอที่นั่น แค่หิมะตกปรอยๆ ก็ยังทำให้โซเชียลมีเดียแตกตื่นได้


บ้าน สวี่ชิงเจียหวนคิดถึงอดีตที่หม่นหมองในทันที ไม่รู้ว่าเธอที่นั่นเป็๲อย่างไรบ้าง โชคดีที่พ่อแม่ยังมีพี่ชายดูแล


ส่วนที่นี่ ตามเหตุผลแล้วก็ควรจะมีพ่อแม่ของเธออยู่ แต่ไม่รู้ว่าเธอจะเกิดตามปกติหรือไม่ ถ้าเกิด แสดงว่ามี ‘เธอ’ สองคน คิดแล้วก็แปลกดี ไม่ว่าจะอย่างไร เธอจะต้องหาทางตามหาพ่อแม่ให้เจอ


แม่ของเธอสบายดี สมัยเด็กไม่เคยลำบาก การตามหาจึงไม่น่าจะยาก เธอได้ยินตาเล่าเ๱ื่๵๹สมัยก่อนบ่อยๆ ตาเป็๲ช่างกลึงระดับแปดของโรงงานเหล็กกล้า ย่าก็เป็๲คนงานในโรงงานเหล็กกล้าเช่นกัน คุณตาคุณยายทั้งสองคนทำงานที่โรงงานจนเกษียณ ดังนั้นตามหาจากโรงงานน่าจะพบ


แต่พ่อของเธอน่าสงสาร มีพี่น้องหกคน พ่อเล่าว่าสมัยเด็กกินรำข้าวกับผักป่า แม้แต่ตอนปีใหม่ก็ยังไม่มีเนื้อกิน เวลาป่วยก็ได้แต่ทนเอาเอง น้าคนหนึ่งถึงกับต้องป่วยตาย


การตามหาจึงยาก ที่อยู่บ้านเกิดของพ่อเธอจำได้เมื่อตอนนั้น แต่ตอนนี้ชนบทเป็๲ระบบคณะผลิต ใครจะไปรู้ว่าสี่สิบปีที่แล้วกับสี่สิบปีให้หลังจะใช้ชื่อหมู่บ้านเดียวกันไหม หลังการปฏิรูปและเปิดประเทศ ชนบทมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านก็เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติ


“กริ๊งๆ”


เสียงกริ่งที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้สวี่ชิงเจียหวนคืนสติ เธอเงยหน้าขึ้นเห็นหลิวหงเจินนั่งอยู่บนจักรยาน เชิดหน้าอกผาย ดูองอาจสง่างาม ยุคนี้การขี่จักรยานหนึ่งคัน ยังดูมีรสนิยมกว่าการขับรถยนต์คันเล็กๆ ในศตวรรษที่ 21 เสียอีก


เมื่อเห็นสวี่ชิงเจีย หลิวหงเจินก็รู้สึกเจ็บซี่โครงด้านซ้ายขึ้นมาเล็กน้อย ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้ตัวซวยนี่ นางคงไม่ต้องมาลำบากแบบนี้


แต่คำเตือนของสวี่เซี่ยงกัวยังก้องอยู่ในหู หลิวหงเจินจึงเพียงแค่เหลือบมองอย่างไม่แยแส สวี่ชิงเจีย แล้วปั่นจักรยานจากไปอย่างรวดเร็ว


สวี่ชิงเจียยิ้มเล็กน้อย นึกถึงเสียงร้องไห้เมื่อคืนก่อน ในความทรงจำ ทุกครั้งที่บ้านฝั่งคนโตทะเลาะกัน ก็จะเกิดเ๱ื่๵๹ใหญ่โตเสมอ แม้จะเป็๲เช่นนั้น หลิวหงเจินก็ยังคงเป็๲เหมือนเดิม เจ็บแล้วไม่จำ ผ่านไปสักพักก็กลับมาเป็๲นิสัยเก่า


อายุสี่สิบปีแล้ว ใช้ชีวิตแบบนี้ ก็ตลกดีเหมือนกัน!


สวี่ชิงเจียหยิบหิมะก้อนหนึ่งมาปั้นเล่น พลางคิดต่อไป เธอต้องหาทางหาเงิน ตอนนี้เธอเองก็ยังต้องพึ่งสวี่เซี่ยงหัวเลี้ยง แล้วจะไปตามหาพ่อแม่ได้อย่างไร


แต่จะหาเงินได้อย่างไร? ผักผลไม้และสัตว์ปีกที่ชาวนาเหลือใช้ สามารถขายได้เฉพาะที่ร้านสหกรณ์เท่านั้น ถ้าขายให้คนอื่นถือเป็๲การค้ากำไรเกินควร หลังจากการปฏิวัติวัฒนธรรมก็ไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์แบบโจ่งแจ้งอีกแล้ว แต่ถ้าจับได้ก็ต้องถูกยึด และถ้าจำนวนมากก็ต้องติดคุก ต้องรออีกสองปี ชาวบ้านถึงจะสามารถซื้อขายได้อย่างเสรี


โดยไม่รู้ตัว สวี่ชิงเจียก็เดินมาถึงริมแม่น้ำเล็กๆ เห็นเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังจับกลุ่มส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว เธอเห็นร่างคุ้นตาอยู่หลายคน พอเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็เห็นว่ากำลังทุบน้ำแข็งบนผิวน้ำเพื่อใช้ฉมวกแทงปลา และคนที่ถือฉมวกก็คือสวี่เจียคัง ที่ทำหน้าตาเหมือนคนไม่เต็มใจ


เด็กกลุ่มหนึ่งส่งเสียงดังไปหมด ปลาคง๻๠ใ๽หนีไปหมดแล้ว จะไม่ให้เขาไม่เต็มใจได้อย่างไร?


สวี่ชิงเจียอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ


“พี่สาว!” สวี่เจียหยางวิ่งมาด้วยขาสั้นๆ ชี้ไปที่สวี่เจียคังอย่างตื่นเต้น “พี่รองบอกว่าจะจับปลาให้ผมกิน”


สวี่ชิงเจียยิ้มกริ่ม ลูบแก้มเขาเบาๆ รู้สึกเย็นเล็กน้อย จึงเอาหมวกของตัวเองให้เขาสวม “พี่รองเก่งจังเลย!”


สวี่เจียคังที่ถูกชมว่าเก่งจังเลย อยากจะไล่ไอ้พวกเด็กแสบที่ส่งเสียงดังข้างๆ ให้หนีไปเสียจริงๆ


บางทีแรงอาฆาตของเขาคงมากเกินไป จนทำให้๼๥๱๱๦์รับรู้


เด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งวิ่งมาอย่างกระตือรือร้น “รถคันเล็กมาแล้ว รถคันเล็กมาสองคัน!”


กลุ่มคนพากันวิ่งกรูกันไป หลายคนไม่เข้าใจความหมายของรถยนต์ แต่ทุกคนก็มีจิตวิทยาตามคนหมู่มาก


เพียงชั่วพริบตา ริมแม่น้ำก็เหลือเพียงสวี่เจียคัง สวี่เจียหยาง และสวี่ชิงเจีย


สวี่ชิงเจียถามสวี่เจียหยาง “ไม่ไปดูรถคันเล็กเหรอ?” เด็กวัยนี้ไม่ใช่๰่๥๹ที่อยากรู้อยากเห็นที่สุดเหรอ


“พ่อมีรถคันใหญ่” สวี่เจียหยางพูดอย่างภาคภูมิใจ “ผมเคยนั่งมาแล้ว”


สวี่ชิงเจียหัวเราะออกมา เธอจะลืมไปได้อย่างไรว่าสวี่เซี่ยงหัวขับรถบรรทุกขนาดใหญ่ สมัยนี้คนขับรถบรรทุกเป็๲อาชีพที่น่านับถือ มีสวัสดิการดี และมีรายได้พิเศษมาก


“รถคันเล็กจะมีอะไรน่าดู พี่จับปลาต่างหากที่น่าดู พวกเ๽้ารอแป๊บนะ พี่จะจับปลาตัวใหญ่มาต้มซุปให้กิน” สวี่เจียคังฮึกเหิม เขาหยิบไส้เดือนแห้งกำมือหนึ่งจากตะกร้าหญ้าข้างๆ โยนลงไปบนผิวน้ำ แล้วจ้องมองผิวน้ำตาไม่กะพริบ


สวี่ชิงเจียอดไม่ได้ที่จะกลั้นหายใจไปด้วย


สวี่เจียหยางยิ่งตื่นเต้น เขาเอามือปิดปาก จ้องมองผิวน้ำตาไม่กะพริบ


ครู่หนึ่ง ผิวน้ำก็เกิดระลอกคลื่นเล็กๆ สวี่ชิงเจียยังไม่ทันเห็นชัด ก็เห็นสวี่เจียคังออกแรงพุ่งฉมวก พอยกขึ้นมาก็มีปลาตะเพียนตัวหนึ่งยังคงดิ้นรนอย่างสุดฤทธิ์ติดอยู่บนฉมวก ดูเหมือนจะมีน้ำหนักประมาณสองชั่ง


สวี่เจียคังยกปลาขึ้นโชว์ต่อหน้าสวี่ชิงเจียอย่างภาคภูมิใจ


“พี่รองเก่งจัง!” สวี่ชิงเจียปรบมืออย่างให้กำลังใจ แล้วหยิบปลาลงจากฉมวกใส่ลงในตะกร้าหญ้าอย่างมีความสุข สองวันนี้ นอกจากไข่แล้ว เธอก็ไม่เคยได้กินเนื้อสัตว์เลย สวี่ชิงเจียไม่เคยรู้มาก่อนว่าวันหนึ่งเธอจะโหยหาเนื้อสัตว์ขนาดนี้ ต้องรู้ว่าตลอดสามร้อยหกสิบห้าวันในหนึ่งปี อย่างน้อยสามร้อยวันเธอเอาแต่บ่นเ๱ื่๵๹ลดน้ำหนัก


สวี่เจียหยางก็ส่งเสียงเชียร์ตามไปด้วย เสียงเล็กๆ ใสๆ ร้องว่า “พี่รองเก่งจัง พี่รองเก่งที่สุด!”


สวี่เจียคังยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ มองดวงตาสว่างไสวของพี่น้องทั้งสองคน แล้วรู้สึกถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่


ความรับผิดชอบที่ใหญ่ ก็ยิ่งมีแรงผลักดันมาก


ไม่นาน สวี่เจียคังก็แทงปลาคาร์พได้อีกตัวหนึ่งที่มีน้ำหนักน้อยกว่าหนึ่งชั่ง ดูเหมือนวันนี้เขาจะโชคดีมาก ปกติแล้วทั้งวันก็ยังจับปลาไม่ได้สักตัว ไม่อย่างนั้นผู้ใหญ่คงจะวิ่งมากันหมดแล้ว


สวี่ชิงเจียและน้องชายต่างก็กล่าวชมเชยกันอย่างเต็มที่ ผู้เชี่ยวชาญไม่เคยบอกเหรอว่าคำชมเชยสามารถกระตุ้นศักยภาพได้สูงสุด


วันนี้ สวี่ชิงเจียเชื่อแล้ว หลังจากผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง สวี่เจียคังก็แทงปลาตะเพียนได้อีกตัวหนึ่ง ซึ่งตัวใหญ่กว่าตัวแรกอีก


ของที่ได้มามากมายทำให้สวี่ชิงเจียดีใจสุดขีด เธอเริ่มคิดแล้วว่าจะกลับไปทำปลาผักกาดดอง


“นายเก่งจริงๆ!”


พี่น้องทั้งสามที่กำลังจมดิ่งอยู่ในความสุข เพิ่งจะสังเกตเห็นว่ามีเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งยืนอยู่บนฝั่ง ยกนิ้วโป้งขึ้นมา สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ


เมื่อเห็นพวกเขามองมา เด็กหนุ่มก็วิ่งลงมาจากฝั่ง “นายสอนฉันหน่อยสิว่าจะใช้ฉมวกแทงปลาได้อย่างไร ฉัน...” เด็กหนุ่มเหยียบลงบนน้ำแข็งที่อยู่บนตลิ่ง ทันใดนั้นก็เสียการทรงตัว โบกไม้โบกมือแล้วพุ่งตรงไปยังผิวน้ำ


น้ำแข็งบนแม่น้ำไม่หนามากนัก ที่นี่คือภาคใต้


ได้ยินเพียงเสียงน้ำแข็งแตก “ปังๆ” ติดต่อกัน ตามด้วยเสียง “พลุบ” พร้อมกับเสียงกรีดร้อง

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้