ว่ากันว่าหลังจากกลับมาจากเขาชิงเฉวียนสวี่ชิวเยวี่ยก็ปิดประตูอยู่แต่ในห้องตลอด ไม่มีใครรู้ว่าทุกๆ วันนางทำอะไรอยู่ในห้องกันแน่ บางทีอาจเพื่อที่จะเก็บการเคลื่อนไหวของตนเป็ความลับ สาวใช้ในห้องของสวี่ชิวเยวี่ยจึงล้วนออกมาทำธุระข้างน้อยน้อยครั้งมาก ในทุกวันั้แ่มีคนส่งอาหารเข้าไปในห้องของสวี่ชิวเยวี่ย ทั้งเรือนเล็กก็ปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอันน่าพิศวง
ทว่าสถานการณ์เช่นนี้สำหรับฮูหยินเยี่ยนแล้วอาจจะไม่ใช่เื่ดีนัก เพราะั้แ่ฮูหยินเยี่ยนถูกสวี่ชิวเยวี่ยปรนนิบัติพัดวีจนเคยชิน ก็เอาแต่รู้สึกว่าหลิงหลงที่เป็คนเก่าคนแก่ที่อยู่ข้างกายมานานปีผู้นี้ทำให้พึงพอใจได้ไม่เท่าสวี่ชิวเยวี่ยเลยแม้แต่น้อย หลังจากที่ห่างเหินจากสวี่ชิวเยวี่ย หลายครั้งหลายคราก็มักจะโกรธเคืองหลิงหลงในความซุ่มซ่ามตอนที่สางผม ทั้งไม่อาจทำให้ฮูหยินเยี่ยนพอใจได้
สำหรับหลิงหลงในยามนี้เองก็รู้สึกเศร้าใจนัก ถึงอย่างไรตนก็เป็สาวใช้ใหญ่อย่างเป็ทางการข้างกายฮูหยินเยี่ยน แล้วญาติห่างๆ คนหนึ่งอย่างนางจะมาอวดบารมีอะไรกัน?
นอกจากนี้เื่ที่สวี่ชิวเยวี่ยปิดประตูไม่ออกมาจากห้อง ก็เป็เื่ดีสำหรับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วและเยวี่ยเจาหรานอย่างไม่มีที่ติ เมื่อเป็เช่นนี้แล้ว เยี่ยนเยวี่ยทั้งสองก็ไม่ต้องคอยต่อกรกับสวี่ชิวเยวี่ยทุกวี่ทุกวัน ก่อเื่วุ่นวายจนในบ้านไม่มีวันสงบสุขแล้ว
วันนี้อาเชวี่ยสาวใช้ของสวี่ชิวเยวี่ยหาสิ่งของที่เ้านายของตนจำเป็ต้องใช้ในคลังเก็บของในจวนเยี่ยนไม่เจอ นางเดินเข้าห้องไปอย่างเงอะๆ งะๆ แต่กลับเห็นสวี่ชิวเยวี่ยกำลังนั่งอย่างเรียบร้อยจ้องมองมาที่ตน อ้าปากเอ่ยถามว่าหาของเจอหรือไม่
นั่นทำให้อาเชวี่ยสาวใช้น้อยขวัญหนีดีฝ่อ น้ำเสียงยามเอ่ยก็สั่นสะท้านอย่างไม่อาจต้าน “เหล่าหลี่ที่เฝ้าคลังเก็บของบอก... บอกว่า่นี้ในจวนต้องเตรียมเสื้อผ้าสำหรับหน้าหนาว ของที่ท่าน้าถูกห้องเย็บปักเอาไปแล้วเ้าค่ะ...”
“เหลวไหล!” สวี่ชิวเยวี่ยเงื้อมือขึ้น ตบลงบนโต๊ะข้างๆ อย่างแรง ทำเอาอาเชวี่ยใจนยืนไม่อยู่ พลันล้มลงตรงนั้น
ั้แ่ที่สวี่ชิวเยวี่ยขังตัวเองอยู่ในห้อง อารมณ์ฉุนเฉียวนี้ก็ยิ่งย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ราวกับห่อะเิที่ไปสะกิดนิดเดียวก็สามารถลุกไหม้ขึ้นมาได้ทันที หากมีคนราดน้ำมันลงมาบนนั้นเพียงเล็กน้อย น่ากลัวว่าอานุภาพนั้นจะรุนแรง จนสามารถทำลายทั้งจวนเยี่ยนให้ราบเป็หน้ากลอง
เพราะแบบนี้คนเขาถึงได้บอกว่าต้องออกไปสูดอากาศสดชื่นบ่อยๆ อย่างไรล่ะ อย่างแรกคือสามารถรับรองได้ว่าตัวเ้าเองจะสุขภาพแข็งแรง อย่างที่สองยังสามารถดูแลความปลอดภัยในชีวิตของคนรอบกายเ้าได้ด้วย คำพูดนี้เหมาะจะใช้กับสวี่ชิวเยวี่ยเสียยิ่งกว่าใคร ไม่ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย
อาเชวี่ยภาวนาอยู่ในใจไม่หยุด หวังว่าเ้านายของตนจะสามารถขจัดความอัดอั้นในใจได้โดยเร็ว แล้วเปิดใจได้ในเช้าสักวันหนึ่ง จากนั้นก็เดินออกจากห่องไปโอบกอดแสงตะวัน เติมเต็มจิตใจของตนด้วยพลังด้านบวกอันเต็มเปี่ยม อาเชวี่ยเองก็จะได้สามารถใช้ชีวิตดีๆ ไปอีกหลายปีเช่นกัน
แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ อาเชวี่ยก็ยังเตือนตัวเองอยู่ในใจ ตอนนี้อย่าเพิ่งฝันหวานไปก่อนเลย รีบปลอบขวัญเ้านายแสนเกรี้ยวกราดท่านนี้ก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ
ไม่เช่นนั้นอย่าว่าแต่รอถึงวันที่สวี่ชิวเยวี่ยโอบกอดแสงตะวันพลังบวกอันเต็มเปี่ยมมาถึงเลย น่ากลัวว่าแสงตะวันของวันพรุ่งนี้อาเชวี่ยจะได้โอบกอดมันหรือไม่ ก็คงยากจะบอกได้…
“คุณหนู ทางคลังเก็บของยุ่งจนปลีกตัวไม่ได้เลยจริงๆ เ้าค่ะ... เสื้อกันหนาวในเดือนสิบ ยามนี้เองก็น่าจะถึง่ที่ต้องทำเสื้อผ้าฤดูหนาวแล้ว ขนนกกระจอกเทศนี้เดิมก็ล้ำค่าอยู่แล้ว หากยามนี้จะหาไม่ได้ก็เป็เื่ที่เข้าใจได้นะเ้าคะ...”
อาเชวี่ยพยายามใช้การวิเคราะห์ที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่งในการเกลี้ยกล่อมเ้านายของตน ใครจะไปรู้ว่าสวี่ชิวเยวี่ยจะยังคงไม่ยอมอ่อนข้อ น้ำเสียงเองก็เร่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังเคล้าไปด้วยบัฟแห่งความ ‘กราดเกรี้ยว’ ที่เปล่งออกมาอย่างไม่แน่นอน ทำเอาอาเชวี่ยใจนไม่กล้าปริปากส่งเสียง นึกอยากที่จะหนีจากสนามรบนี้ไปเสียเดี๋ยวนั้น
“หาไม่ได้? พวกเขาคงจะเห็นว่าตอนนี้ข้าเสียอิทธิพลไปแล้วไม่นับว่าเป็เ้านายถึงได้รังแกไม่ไว้หน้าข้าอย่างนั้นใช่หรือไม่?!” สวี่ชิวเยวี่ยกวาดมือสะเปะสะปะ ปัดจานชามถ้วยชาที่อยู่บนโต๊ะข้างกายทั้งหมดร่วงลงบนพื้น เสียงเครื่องเคลือบแตกเพล้งพล้างดังขึ้นไม่หยุด ทำให้อาเชวี่ยตะลีตะลานปิดหูของตนด้วยความใ
“ไม่ใช่เ้าค่ะ! ไม่ใช่เ้าค่ะ! คุณหนูท่านคิดมากไปแล้ว...! พวกเขาจะกล้าไม่เห็นท่านเป็เ้านายได้อย่างไรกันเ้าคะคุณหนู!”
อาเชวี่ยนั้นด้านหนึ่งก็กลัวสวี่ชิวเยวี่ยจะถูกเศษกระเบื้องพวกนั้นบาดเข้า แต่อีกด้านหนึ่งก็กลัวว่าตนจะถูกไฟโทสะของสวี่ชิวเยวี่ยแผดเผาเข้าโดยไม่ตั้งใจด้วยเช่นกัน ความกลัวทั้งสองอย่างตีคู่กัน อาเชวี่ยก็รู้สึกว่าชีวิตของตนนั้นสำคัญกว่า ดังนั้นนางจึงไม่ยอมขยับเข้าไป เพียงแค่ใช้คำพูดเอ่ยเสียงดังเกลี้ยกล่อมสวี่ชิวเยวี่ยแม่สาวขี้โมโหในยามนี้อยู่ไกลๆ เท่านั้น
“ข้าไม่สน ในเมื่อข้าเป็นายของเ้า ขนนกกระจอกเทศนี้เ้าก็ต้องหาทางเอามาให้ถึงมือข้าให้ได้!” สวี่ชิวเยวี่ยยื่นคำขาดให้กับอาเชวี่ย “ข้าให้เวลาเ้าสามวัน หากทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมาอยู่ที่เรือนของข้า!”
พูดตามตรง ท่าทีห้าวหาญกราดเกรี้ยวของสวี่ชิวเยวี่ยในยามนี้ น่ากลัวว่าคงจะเกิดจากแรงปรารถนาอะไรบางอย่างต่อ ‘เยี่ยนอวิ๋นเฟย’ อีกเป็แน่ ไม่เช่นนั้นด้วยความสงบเสงี่ยมใน่นี้ของนาง จู่ๆ จะบีบบังคับให้สาวใช้คนหนึ่งไปหาขนนกกระจอกเทศที่แสนจะหายากยิ่งอะไรนั่นมาได้อย่างไร? ในแววตาของสวี่ชิวเยวี่ยเผยความโกรธเกรี้ยว รวมถึงความไม่ยินยอมด้วยเช่นกัน คิดดูแล้วอีกไม่นาน นางคงจะลงมือทำอะไรบางอย่างอีกครั้ง
และเื่ ‘ขนนกกระจอกเทศ’ ที่ทำให้สวี่ชิวเยวี่ยขุ่นเคืองอยู่ในยามนี้ คงเป็สิ่งสำคัญในการเคลื่อนไหวของนางกระมัง?
อาเชวี่ยที่มีสีหน้าหดหู่คำนับสวี่ชิวเยวี่ยด้วยร่างสั่นระริก ผ่านไปครู่หนึ่งจึงตอบรับอย่างไม่กล้าขัดเคือง “เ้าค่ะ บ่าวจะพยายามหาขนนกกระจอกเทศมาให้คุณหนูให้จงได้ ขอคุณหนูอย่าโกรธเคืองขุ่นหมองใจ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสุขภาพนะเ้าคะ...”
“ไสหัวออกไป!”
แม้ว่าคำพูดของอาเชวี่ยจะพยายามรักษาความนอบน้อมและรอบคอบอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่ก็ยังได้รับ ‘ไสหัวไป’ สามครั้งติดจากสวี่ชิวเยวี่ยมาอยู่ดี อาเชวี่ยเอ่ยในใจอย่างเงียบๆ ว่าข้าเจตนาดีแต่กลับมองไม่เห็นค่าเสียอย่างนั้น ไม่ทันจะได้เช็ดน้ำตานางก็พยักหน้าแล้ววิ่งออกไป
เมื่อออกจากประตู อาเชวี่ยก็ร้องไห้ปล่อยโฮออกมา นางยกแขนเสื้อเช็ดเบาๆ บนใบหน้าอย่างขอไปที เช็ดน้ำตาแห่งความผิดหวังไปจนเกือบหมดจด แต่อาเชวี่ยกลับไม่รู้เลยว่า รอบดวงตาของตนนั้นยังคงแดงก่ำ ใครมาเห็นเข้าก็ล้วนเข้าใจว่าสาวใช้ผู้นี้คงจะเพิ่งร้องไห้มาเป็แน่
เยวี่ยเจาหรานในยามนี้ได้นำขบวนทัพกวาดถูของตนมาอย่างเอิกเกริก เขาบังเอิญมองเห็นอาเชวี่ยที่กำลังเช็ดน้ำตาเข้าพอดี สำหรับอาเชวี่ยแล้ว เยวี่ยเจาหรานไม่นับว่าคุ้นเคยกันนัก ถึงอย่างไรเ้านายของอาเชวี่ยอย่างสวี่ชิวเยวี่ยก็เป็คู่ปรับตัวฉกาจในศึกในจวนเยี่ยนของเยวี่ยเจาหรานไม่ใช่หรือไร
“เอ๊ะ... นั่นมัน อาเชวี่ยจากเรือนของสวี่ชิวเยวี่ยไม่ใช่หรือ?” ในมือของเยวี่ยเจาหรานถือไม้กวาดใหญ่มหึมาอยู่ด้ามหนึ่ง พร้อมกับเอ่ยถามชุ่ยเชี่ยวที่อยู่ข้างกายอย่างแปลกใจ
ชุ่ยเชี่ยวเลื่อนสายตาขึ้นมาอย่างเหนื่อยหน่าย ปราดมองอาเชวี่ยที่อยู่ห่างออกไปเพียงแวบเดียว แล้วเอ่ยอย่างราบเรียบ “ใช่เ้าค่ะ ทำไมหรือ?” สุดท้ายยังไม่ทันที่เยวี่ยเจาหรานจะเอ่ยตอบ ชุ่ยเชี่ยวก็พลันเหมือนกับนึกอะไรขึ้นมาได้อย่างไรอย่างนั้น นางดึงแขนเสื้อของเยวี่ยเจาหรานอย่างกระตือรือร้น แล้วเอ่ยอย่างเคร่งขรึม “ท่านคิดจะทำอะไรน่ะคุณชาย... นางเป็สาวใช้ของสวี่ชิวเยวี่ยนะ! อย่าไปสนใจนางเลย!”
ท่าทีจริงจังของสาวใช้ตัวน้อยชุ่ยเชี่ยวทำให้เยวี่ยเจาหรานรู้สึกขบขันนัก ท่าทางเหมือนกับได้เจอศัตรูตัวฉกาจเช่นนั้น ทำราวกับว่าแม่นางน้อยอาเชวี่ยผู้นั้นกินคนได้อย่างนั้นแหละ!
เยวี่ยเจาหรานดึงแขนของชุ่ยเชี่ยวออกอย่างไม่สนใจ ทำมาดขรึมเอ่ยขึ้น “ยืนมองแม่นางน้อยเช็ดน้ำตาอยู่ตรงหน้านั้นไม่ใช่แนวของข้า สุขด้วยการช่วยเหลือผู้อื่นนั่นคือเสน่ห์ในตัวข้า เ้าไม่ต้องตื่นตระหนกไป ข้าจะไปดูสักหน่อย เดี๋ยวก็กลับมาแล้วล่ะ”
“คุณชายท่าน... ท่านอย่าใจอ่อนสิเ้าคะ!” ชุ่ยเชี่ยวเอ่ยเสียงเบาด้วยความขุ่นเคือง พร้อมคิดที่จะยื่นมือไปดึงเยวี่ยเจาหรานเอาไว้ แต่น่าเสียดายที่เยวี่ยเจาหรานได้หันกลับมาโยนไม้กวาดด้ามใหญ่ใส่อ้อมแขนของชุ่ยเชี่ยวเสียก่อน แล้วจึงวิ่งไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง...
