ชายชราได้ยินเสียงนก รีบหันมามองทันที สายตามองเห็นกระดาษที่ผูกติดกับข้อเท้า “นกน้อยเ้าใจเย็นนะ ข้าขอแกะกระดาษที่ข้อเท้าของเ้าออกก่อน”
“ขนมตรงนี้เ้ากินได้ ข้าขออ่านข้อความสักครู่ เ้าอย่าเพิ่งไปเผื่อข้าต้องตอบข้อความในนี้”เขาพูดพร้อมกับเลื่อนจานขนมที่กินกับชา ไปตรงหน้านกน้อย
“โอ้!? เป็ไปได้ยังไง จดหมายของเ้าเก้า! ทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้ศึกษาวิชาอยู่ที่ป่าด้านใน ไม่ต้องเป็ห่วง อีกไม่นานจะกลับมา”
“ดี…ดีจริงๆ เ้าทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่ ชายชราอย่างข้าดีใจยิ่งนัก”พูดเสร็จเขาเรียกคนรับใช้ ให้เอาพู่กันและกระดาษมาให้
เขียนข้อความเล็กน้อย พับกระดาษแล้วมัดติดกับข้อเท้าของนกสีสวย ถ้ามอบตำลึงหรือทองคำ เพื่อตอบแทนให้นกได้ เขาคงทำไปแล้ว
“เ้ากินขนมให้อิ่มก่อนนะ น้ำชาตรงนี้ก็กินได้ เ้าคงจะเป็นกที่มาจากป่าโน่น ช่างแสนรู้เสียจริง เหมือนจะไม่ได้ผ่านการฝึกฝนมาด้วย แค่ได้รับคำบอกเล่ามาเท่านั้น ถึงกลับมาส่งถึงตัวได้เก่งจริงๆ”
หลังจากนกน้อยบินไปแล้ว เขาส่งนกพิราบสื่อสาร ไปบอกกล่าวคนที่เฝ้าเรืออยู่ ว่าทั้งสองคนปลอดภัยดีอยู่ในป่าลึก กลับมาได้ไม่ต้องตามหาตัวแล้ว
แต่กลุ่มคนที่มีฝีมือทั้งแปดสิบคน มีโอกาสมาถึงป่าที่มีสมุนไพรมากมายขนาดนี้ พวกเขาไม่ยอมเสียเที่ยว ยังไม่มีใครกลับ พวกเขาเดินหาสมุนไพรและอสูรตัวน้อย หายากที่จะเจอป่าแบบนี้
และยิ่งรู้ข่าวว่าเด็กทั้งสองอยู่ในป่า มีทรัพยากรมากมาย จนไม่อยากกลับในตอนนี้ ทั้งหมดเลยดั้นด้นที่จะตามเข้าไปในป่า ตรงที่เด็กทั้งสองอยู่ แต่หายังไงก็ไม่พบ เดินลัดเลาะในป่าอยู่เป็เดือน พวกเขากลัวจะถูกทำโทษหนัก เลยยอมถอยกลับ แต่ก็ได้ไปทั้งสมุนไพรและอสูรตัวน้อย
พวกเข้าต่างไปรายงานกับผู้าุโไป๋ฟู่ เป็เพราะว่า้าเห็นกับตา ว่าเด็กทั้งสองยังมีชีวิตอยู่ เลยไม่กลับมาตามคำสั่ง ซึ่งพวกาุโก็พอจะดูออก ว่าพวกเขาเข้าไปหาทรัพยากรมีค่ามากกว่า ได้แต่บอกพวกเขาว่าถ้าได้อะไรมา ก็ขายให้กับหอประมูลจะเป็เมืองไหนก็ได้
อู๋ทงมาไม่เจอหลานสาว เขาตั้งใจจะมาขอบใจที่ช่วยชำระหนี้ให้จนหมด ได้เจอแต่ผู้าุโไป๋ฟู่ และรับรู้ว่าหลานสาวเข้าไปในป่า ซึ่งมีทรัพยากรมากมาย แถมยังไปกับตระกูลไป๋ ที่พวกเขามีกฎไม่ให้คนนอกไป หลานสาวของเขาช่างโชคดีเสียจริง
“มาไม่เจอก็ไม่เป็ไร รอบหน้ายังมีแค่นี้ก็ดีใจแล้ว ที่เฟยหย่าแค่อยากเรียนวิทยายุทธ์ แต่สามารถไปอยู่กับคนของสำนักไป๋ได้ โดยที่ไม่ได้เอาตัวเองเข้าไปเป็คนของสำนักไป๋”เขาพูดกับลุงจาง ชายสูงวัยที่ช่วยเปิดพลังให้กับหลานสาว
“เราจะพักอยู่ที่นี่สามวัน ขนของลงเรือแล้วกลับเลย ไว้รอบหน้าค่อยมาหาเฟยหย่า บ้านเนินเขาคนของตระกูลไป๋ ก็คอยไปดูแลให้ ถึงไม่ไปก็คงไม่มีใครกล้าไปเหยียบ หรือไปค้นบ้านของเฟยหย่าหลอก”
‘ไก่ใหญ่! นกเล็กเป็อสูรอยู่ในระดับไหน เ้าถามให้ดูหน่อยว่า มันอยากเพิ่มระดับไหม ตอนนี้ยังมีเวลาที่จะให้กินโอสถปรับพลัง อีกไม่นานคงกลับบ้านกันแล้ว เพื่อตอบแทนเื่จดหมายที่ไปส่งถึงสองรอบ ขนาดปู่ไป๋ฟู่ยังชม มาในจดหมายน้อยเลย’
‘นกน้อยตัวนี้เป็นกอสูรระดับหนึ่ง เ้าไม่ต้องถามให้เสียเวลาหรอก อสูรทุกตัวอยากเพิ่มระดับตัวเองทั้งนั้น ข้าจะไปตามมา เ้าเตรียมยาไว้ก็แล้วกัน’’
‘มันตัวเล็กกินไปเม็ดหนึ่ง จะเป็อะไรหรือเปล่านะ โอ้! ยังมีภูตต้องกินเพิ่มพลังด้วยไหม ไก่ใหญ่ถามให้ข้าด้วย ไม่ได้ทำพันธสัญญา ก็ลำบากตอนติดต่อกันนี่แหละ ต้องให้เ้าสื่อสารให้’
ไก่ใหญ่หายไปพักหนึ่งกลับมาพร้อมกับ นกเล็กและภูตน้อย
‘พวกเขาอยากเพิ่มระดับขั้น หากกินโอสถที่เ้ามอบให้เสร็จแล้ว จะทำพันธสัญญากับเ้าด้วย เพื่อที่จะได้สื่อสารกันง่ายขึ้น’
‘จริงรึ! ข้าสามารถทำพันธสัญญากับอสูรกี่ตัวก็ได้หรือ หนิงหลงยังมีแค่ม้าดำตัวเดียว ข้ามีเ้ากับม้าขาว ถ้ารวมนกกับภูตไปอีก ก็เป็สี่แล้วน่ะ’
‘เป็ไปได้ ถ้าพวกข้ายินยอม เ้าจะทำกับสัตว์ทั้งป่าก็ได้ ถ้าไม่กลัวปวดหัว เวลาพวกข้าถกเถียงกัน บางครั้งเสียงอาจจะเข้าไปดังอยู่ในหัว ของเ้าก็ได้”
“ข้าคงจะไม่เพิ่มอีกแล้ว ถ้าจะให้เพิ่มก็เป็อันดับสูงอย่างกวางเทา แต่ท่าทางนางไม่ได้สนใจ ที่จะทำพันธสัญญากับมนุษย์อย่างข้า”
‘กวางเทาคือใครรึ’ เฟยหย่ามองหน้าไก่ใหญ่ นับวันหมอนสีแดงของมันจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มองใกล้ๆเหมือนคนใส่หมวกสีแดง ‘กวางเทาคือสัตว์อสูรระดับแปด ที่แปลงร่างเป็มนุษย์ได้แล้ว’
‘กวางเทาไม่ใช่มีอายุเป็หมื่นปีแล้วหรือ ถึงได้อยู่ระดับแปด’
‘ก็ประมาณนั้น ตอนนี้น่าจะเดินอยู่สักที่หนึ่งของแดนเซียน’
‘แดนซียนอย่างนั้นหรือ มันอยู่ตรงไหนข้าก็อยากไป’
‘รอให้เ้าฝึกฝนอยู่ขั้นระดับห้า ไม่แน่ว่าข้าจะพาเ้าไปด้วย’ ไก่ใหญ่ได้ยินมันเดินคอตกจากไป ระดับไม่ได้เลื่อนกันง่ายๆ มันต้องใช้เวลาเป็พันปี
เฟยหย่าให้นกเล็ก และภูตน้อยกินโอสถเข้าไปคนละหนึ่งเม็ด แล้วให้นอนพักอยู่ในกระโจม
‘ภูตน้อย เพิ่งกินยาแก้อาการาเ็ไปไม่นานนี้เอง ตอนนี้กินยาเพิ่มระดับขั้นเข้าไปอีก มันคงจะไม่ตัวใหญ่ขึ้นมาอีกนะ ไม่อย่างนั้นจะหลบซ่อนตัวลำบาก ถ้าไปอยู่ในแดนมนุษย์’
เวลาผ่านไปสามวัน นกเล็กรู้สึกตัวก่อนภูตน้อย มันรีบมาทำพันธสัญญา โดยการให้เฟยหย่าหยดเืใส่ปาก ตอนนี้มันเป็นกระดับสองแล้ว
‘ดูเหมือนเ้าตัวใหญ่ขึ้น และขนที่สวยงามอยู่แล้ว ก็เป็เงางามกว่าเดิมอีก ตัวเ้ามีขนกี่สีกัน’
‘ข้ารู้สึกแข็งแรงมาก ข้าจะบินไปสำรวจรอบป่า ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง และขนที่สวยงามของข้า มีทุกสีที่นกตัวอื่นมีจะมารวมอยู่บนตัวข้าหมด’
‘จะว่าไปสัตว์ที่อยู่ข้างตัวข้า มีแต่สีสวยงามทั้งนั้นเลย ไก่ใหญ่ขนที่หางลำคอหลังปีก มีสีแดงสลับดำส้มเหลืองอ่อน ไหนจะงอนที่แดงสดของมัน ภูตน้อยผมสีม่วงปีกสีชมพู และชุดที่เป็ใบไม้สีเขียว มีม้าขาวที่สีเรียบร้อยกว่าใครเพื่อน’
ผ่านมาอีกหนึ่งวัน ภูตน้อยก็ตื่นขึ้นมา ปีกที่บางเบาสวยงามของมัน เหมือนมีแสงเรืองรองออกมา “โอ้!เ้าช่างสวยงามมาก ปีกของเ้าที่เป็สีชมพู ตอนนี้เหมือนมันมีประกาย ข้าอยากมีแบบนี้บ้างจัง คงดีไม่น้อยถ้าได้บินไปรอบๆ”
“ดีนะที่เ้าตัวไม่ใหญ่ขึ้นมาก ไม่งั้นเวลาไปไหนมาไหนหลบซ่อนตัวลำบาก”พูดน้อยไม่พูดอะไร?มันบินไปรอบๆดอกไม้ มีละอองลอยออกมาจากปีกของภูตน้อย ดอกไม้ที่กำลังตูมกับเบ่งบานออกมาทันที
เฟยหย่า ถึงกับตาโตอ้าปากค้าง กับภาพที่เห็นมันช่างสวยงามเสียจริง ให้นางนั่งมองแบบนี้ทั้งวันก็ไม่เบื่อ
“เ้าพูดอะไรเสียงดังไปไกลเลย นั่นไม่ใช่ตัวภูตหลอกหรือ มันดูสวยงาม โดยเฉพาะละอองที่ออกมาจากปีกของมัน หลับไปสามวัน ระดับพลังน่าจะเพิ่มขั้น”
“ใช่ไหมมันสวยงาม ยิ่งสะท้อนกับแสง ใช่แล้วถ้าเป็กลางคืน จะไม่สวยงามกว่านี้หรอกหรือ กลางคืนข้าต้องออกมาดูบ้างแล้ว”
“เฟยหย่า! ข้าว่าป่าแถวนี้ก็สำรวจมาหมดแล้ว พวกเรากลับบ้านกันเถอะ แต่ถ้าเ้ายังไม่อยากกลับ ข้าก็ยังไม่กลับจะอยู่เป็เพื่อนเ้า”
“เพราะเ้าอยู่ที่นี่ดูมีความสุข ข้าเองก็มีความสุขไม่ต้องคิดอะไรเยอะ ได้ฝึกฝนตัวเอง มีอิสระในการใช้ชีวิต แต่…ว่า เรายังมีภาระหน้าที่ รออยู่ข้างหน้า”
“ข้าเห็นด้วยกับเ้า ขอเวลาสักสองวันค่อยเดินทางออกจากป่า แล้วเ้าต้องส่งข่าวไปที่ฝั่ง ให้ส่งเรือมารับเราอีกใช่หรือไม่”
“ใช่แล้ว ต้องให้นกส่งข่าวไปหาท่านปู่ไป๋ฟู่ ให้ส่งเรือมารับพวกเรา”
“กว่าเราจะเดินออกจากป่าไป ใช้เวลาอีกหลายวัน ถ้าอย่างนั้นส่งนกไปเลยเ้าเขียนข้อความมาได้ ไม่ต้องมัดติดขาก็ได้ ให้นกคาบไป ตอนนี้มันบินได้ไวแล้ว”
สองวันต่อมา ทั้งสองเก็บข้าวของเดินออกจากป่า บนหลังม้าสีดำมีถุงสำหรับใช้สัตว์อสูรตัวน้อย หลายถุงห้อยฟาดอยู่หลังม้า ส่วนม้าขาวมีเถาวัลย์ที่ถักสานเป็รูปถุงใบใหญ่ มีผลไม้และสมุนไพรอยู่ในนั้น
เฟยหย่าไม่อยากให้หลิงหลงสงสัย ว่านางเก็บของทั้งหมดไปไว้ที่ไหน ที่เขายังไม่รู้ก็คือเื่ต้นพันธุ์สมุนไพรและดอกไม้ ที่ขนไปเต็มอยู่ในมิติแหวน
เหล่าสัตว์อสูรตื่นเต้นที่จะไปแดนมนุษย์ แต่ก็มีความอะไรอาวรณ์ป่า ที่อยู่มาหลายพันปี
“ตอนเดินเข้าป่าไม่คิดว่ามันจะไกลขนาดนี้ เดินทางออกมาสามวันแล้วยังไม่ถึงอีก ไม่ใช่ว่าเรือมาถึงก่อนพวกเรา หลอกน่ะ”
“ต้องไกลสิ!เราเดินทะลุไปตั้งกี่ป่า ถึงตรงนี้แล้วไม่น่าจะไกล ถ้าไปถึงแล้วเรือมารอก็ดี เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอ”
วันที่ห้าของการเดินออกจากป่า ทั้งหมดก็มาถึงทางออก โดยการนำของนกเล็ก ที่บินไปส่งข่าวแล้วกลับมา เจอทั้งหมดอยู่กลางป่า
“พวกเรารออยู่ตรงนี้แหละ เรือน่าจะกำลังเดินทางมา จดหมายไปถึงมือท่านปู่แล้ว”ทั้งสองคนนั่งรอ มีม้าและไก่เดินวนเวียนใกล้ๆ
‘มาแล้วเรือกำลังมา ไม่นานก็จะถึงแล้ว’เสียงนกดังขึ้นในหัว
“หนิงหลงเตรียมตัวได้แล้ว นกน้อยบอกเรือใกล้จะมาถึงแล้ว”
“เรือมาถึงแล้วเ้าจะไม่ให้เขาพักสักหน่อยหรือ”เฟยหย่าไม่ได้สนใจคำพูดของหนิงหลง ยืนขึ้นชะง้อยคอมองหาเรือ
ผ่านไปแค่จิบชาเรือใหญ่ก็ปรากฏต่อสายตา เพียงไม่นานก็เข้ามาจอดเทียบท่า คนที่มากับเรือเป็ผู้มีฝีมือถึงสิบคน ที่ต้องใช้พลังในการขับเคลื่อนช่วย ไม่ได้อาศัยลมอย่างเดียว
พอเรือจอดเทียบท่า ตรงน้ำลึกทีแรกพวกเขาจะเอาเรือเล็กออกมารับ แต่พอมองเห็นสัตว์อสูรตัวใหญ่ ที่ยืนอยู่ด้วยพวกเขาใ เข่าแทบทรุดทำอะไรไม่ถูก
“เฟยหย่า เราต้องอ้อมไปตรงโน้น เรือใหญ่มาตรงนี้ไม่ได้”
ทั้งสองและสัตว์อสูรสามตัว ไปยืนรอเรือตรงฝั่งที่เป็น้ำลึก คนที่อยู่บนเรือเลยพากันบังคับ ให้เรือไปชิดกับขอบฝั่งที่เป็หน้าผา อยู่ระดับเดียวกับเรือ
พวกเขาะโลงมาจากเรือ พร้อมกับเชือกเพื่อดึงเรือให้มาชิดกับขอบฝั่ง
“คุณชายเก้า! ดีใจจังเลยที่เจอท่าน สัตว์อสูรพวกนี้ตัวใหญ่มาก ใหญ่กว่าสัตว์อสูรปกติถึงเท่าตัว ถ้าไปวิ่งอยู่ในเมืองผู้คนคงแตกตื่นเป็แน่”
“พวกเ้าก็กะเวลาไปให้ถึงตอนดึกก็แล้วกัน ผู้คนจะได้ไม่แตกตื่น ม้าไม่เท่าไหร่หรอกยังไงก็ต้องวิ่งในเมือง แต่ไก่ใหญ่นี่สิ”ทุกคนหันไปมองไปพร้อมกัน
“โต๊ก ตุ๊ก!”
ไก่ใหญ่ร้องขึ้น ทั้งสิบคนใ มันฟังภาษามนุษย์ออก
“พวกท่านไม่ต้องกลัว มันแค่อยากรู้ว่า แค่มันตัวใหญ่ไม่ได้จะไปทำร้ายใคร เท่านั้นเอง”เฟยหย่าพูดขึ้น
“พวกท่านก็เห็นขนที่สวยงามของมัน รูปร่างหน้าตาดีเช่นนี้จะไปทำร้ายมนุษย์ได้ยังไง นอกเสียจากว่าคนพวกนั้นตั้งใจมาทำร้ายมันก่อน”
“ทยอยขนของขึ้นเรือได้เลย ถ้าเราออกเดินทางตอนนี้ไปถึงกลางดึกพอดี ถ้าไปช้ากว่านี้ ไปถึงทางโน้นก็เป็เวลารุ่งเช้าแล้ว”
สัมภาระและสัตว์อสูรมาอยู่บนเรือแล้ว ภูตน้อยอาศัยอยู่ในถุงย่าม นางไม่อยากให้ใครรู้ นอกจากหนิงหลงที่รู้เห็นั้แ่แรก
สัตว์อสูรที่รู้สึกตื่นเต้นที่สุดก็คือไก่ใหญ่ มันเดินวนเวียนไปมาที่โล่งตรงหัวเรือ ม้าทั้งสองยืนอยู่กับที่ เพราะเรือโคลงเคลงไปมา
