“ยามที่ภรรยาหวังเฮ่ารักษาโรคให้ผู้ใด นางล้วนรักษาได้ทุกครั้ง และยังไม่เก็บเงินสักแดงเดียว เป็พระโพธิสัตว์เดินดินแท้ๆ” ผู้าุโใบหน้าขึ้นกระคนหนึ่งในตระกูลหวังตีหน้าขรึมเอ่ย “พวกเ้าเลิกพูดเื่บ้านเดิมของภรรยาหวังเฮ่าได้แล้ว”
“ไม่พูดแล้ว”
“ภรรยาหวังเฮ่าจิตใจดีย่อมมีชีวิตที่ดี อีกไม่นานก็จะได้อยู่ในเรือนอิฐ มีความเป็อยู่ที่ดี”
คนในตระกูลหวังส่วนใหญ่ล้วนมีจิตใจดีและเรียบง่าย เมื่อเป็เช่นนี้พวกเขาก็ไม่เอ่ยถึงเื่บ้านเดิมของหลี่ชิงชิงอีก
หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบลี้ เมฆดำปกคลุมท้องฟ้า ฝนตกโปรยปรายลงมา และกำลังจะตกหนักในตอนนี้ คนตระกูลหลี่ที่ถูกคนในหมูบ้านหวังเอ่ยถึงทั้งหมด ต่างพากันรีบรุดออกไปเก็บพริกในที่ดินภายใต้สายฝนที่ตกลงมา
ปลูกพริกเหมือนกัน แต่เนื่องจากหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนอยู่เชิงเทือกเขา อุณหภูมิจึงต่ำกว่าหมู่บ้านหวัง พืชผลทางการเกษตรก็เจริญเติบโตช้า และเพราะรอบข้างมีแม่น้ำลำธารมาก ปริมาณฝนที่ตกลงมาก็มากเช่นกัน
ผู้เฒ่าหลี่ผู้นำของบ้านตระกูลหลี่ปีนี้อายุสี่สิบแปดปี รูปร่างผอมแห้ง หน้าเหลี่ยมคิ้วยาว เส้นผมขาวไปมากกว่าครึ่งศีรษะ อายุน้อยกว่าชายชราหวังสองปี แต่เนื่องจากเขาหลังค่อมเล็กน้อย จึงดูเหมือนคนอายุหกสิบกว่าปี
อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนในแคว้นต้าถังนั้นสั้น บุรุษอายุสามสิบปีก็สามารถเรียกตนเองว่าตาเฒ่าได้แล้ว
ชาวบ้านในหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนที่เกิดปีเดียวกันกับผู้เฒ่าหลี่ต่างเสียชีวิตไปหลายคนแล้ว ผู้เฒ่าหลี่ยังมีชีวิตอยู่ นับว่าค่อนข้างอายุยืน
ผู้เฒ่าหลี่แต่งงานกับภรรยาคนแรกเมื่อตอนอายุสิบสี่ปี ทว่าน่าเวทนาที่ภรรยาคนแรกของเขาถูกดินถล่มพัดลงสู่แม่น้ำเสียชีวิต นางตายโดยไม่พบศพ
ถังซื่อเป็ภรรยาคนปัจจุบันของผู้เฒ่าหลี่ อายุน้อยกว่าเขาถึงหกปี
ในตอนที่ถังซื่อตบแต่งให้ผู้เฒ่าหลี่นั้น นางเป็ดรุณีน้อยหน้าตางดงาม มีชีวิตชีวาเป็อย่างยิ่ง
ต่อมาถังซื่อได้ให้กำเนิดบุตรทั้งหมดเก้าคน มีชีวิตรอดหกคน ครอบครัวยากจนข้นแค้น ใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ถังซื่ออายุเพียงสี่สิบสองปี รูปร่างผอมแห้ง ตัวบางราวกับแผ่นกระดาษอย่างไรอย่างนั้น เส้นผมเป็สีดอกเลาทั้งศีรษะ ผิวพรรณเหลืองไม่เปล่งปลั่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่น มือทั้งสองข้างผอมจนเห็นกระดูก กลายเป็หญิงชราไปแล้ว
บุตรชายคนโตของผู้เฒ่าหลี่นามหลี่ต้าหลิน ปีนี้อายุยี่สิบห้าปี หากบุตรชายคนแรกของผู้เฒ่าหลี่ยังมีชีวิตอยู่ หลี่ต้าหลินจะเป็บุตรคนที่สอง
หลี่ต้าหลินรูปโฉมงดงามเหมือนถังซื่อ ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็ชายหนุ่มรูปงาม ทว่ายามนี้ดวงตาของเขาไร้ชีวิตชีวา เพราะความเหนื่อยล้าจากชีวิตที่ยากจน แววตาเหม่อลอยเล็กน้อย ดูเหมือนคนอายุสามสิบกว่าปี
ภรรยาของหลี่ต้าหลินนามเติ้งซื่อ ปีนี้อายุยี่สิบสี่ปี รูปร่างไม่สูง ร่างกายส่วนบนยาวส่วนล่างสั้น ใบหน้ายาวคิ้วสั้น จมูกโด่งริมฝีปากบาง หน้าตาธรรมดายิ่ง นางให้กำเนิดบุตรชายสามคนและบุตรสาวหนึ่งคน
ตอนอยู่บ้านเดิมเติ้งซื่อเป็คนที่มีความสามารถไม่น้อย เมื่อแต่งเข้าบ้านแม่สามีก็ยังคงขยันขันแข็งมาก วันนี้ถึงคราวที่นางต้องทำอาหารอยู่ในบ้าน เดิมทีไม่ต้องมาทำงานที่แปลงผักก็ได้ แต่เพราะต้องรีบเก็บพริกให้ทันเวลา นางจึงตามออกมาด้วย
หลี่ฮวนบุตรสาวคนโตของหลี่ต้าหลิน ปีนี้อายุแปดปี รูปร่างสูงเล็กน้อย ด้านหลังของนางสะพายตะกร้าขนาดเกือบสามฉื่อ สองมือเก็บพริกลงในตะกร้าด้านหลังอย่างคล่องแคล่ว
บุตรชายคนที่สองนามหลี่เฟิง อายุห้าปี กำลังเก็บพริกที่เติ้งซื่อเก็บไม่หมดอยู่ด้านหลังของนาง
บุตรชายคนที่สามนามหลี่หยวน อายุสามปี ยามปกติมีนิสัยซุกซนยิ่งนัก แต่วันนี้ก็ยังติดตามพี่ชายและพี่สาวออกมาเก็บพริกอย่างว่าง่าย เพียงแต่การเคลื่อนไหวเชื่องช้าไปบ้างเล็กน้อย
บุตรชายคนที่สี่นามหลี่ิเพิ่งจะอายุหนึ่งขวบ สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง เปลือยก้น เด็กน้อยถูกเติ้งซื่อวางลงในตะกร้า แล้วตั้งไว้ตรงที่ว่างด้านข้างแปลงพริก ยามนี้เขากำลังร้องไห้ด้วยความเสียใจ ทว่าไม่ว่าเขาจะร้องไห้มาเป็ครึ่งชั่วยามแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดสนใจ
หลี่เอ้อร์หลินบุตรชายคนที่สามของผู้เฒ่าหลี่ ปีนี้อายุยี่สิบสองปี หน้าตาเหมือนผู้เฒ่าหลี่ หน้าเหลี่ยม คิ้วดำหนา ตาโต รูปร่างสูง เพียงแต่ดวงตาข้างซ้ายมีรอยแผลเป็ทำลายรูปลักษณ์ สาเหตุมาจากตอนยังเด็กเขาถูกตัวต่อต่อยบริเวณเปลือกตา ถังซื่อใช้เข็มเจาะให้แตก จึงทิ้งรอยแผลเป็เอาไว้ ทําลายใบหน้าและบุคลิกของเขา
ิซื่อผู้เป็ภรรยา อายุมากกว่าหลี่เอ้อร์หลินสองปี รูปร่างสูงใหญ่และหนา หน้ายาวเหมือนม้า จมูกใหญ่ เป็สตรีที่ดูเหมือนบุรุษ น้ำเสียงหยาบ ทรวงอกแบนราบ หากสวมเสื้อผ้าของบุรุษก็ยิ่งดูเหมือนชายชาตรีมากกว่าหลี่เอ้อร์หลินเสียอีก
ิซื่อให้กำเนิดบุตรสาวสองคนและบุตรชายสองคน บุตรสาวคนโตหลี่ไฉ่อายุหกปี บุตรชายคนที่สองหลี่เหลยอายุสี่ปี บุตรชายคนที่สามหลี่หยวนอายุสามปี และบุตรสาวคนเล็กหลี่เจินอายุหนึ่งปี
หลี่ไฉ่ หลี่เหลย หลี่หยวนล้วนช่วยเก็บพริกเช่นกัน
ิซื่อรำคาญที่หลี่เจินร้องไห้ ทั้งยังเป็บุตรสาว นางจึงทิ้งหลี่เจินที่แม้แต่พูดยังไม่เป็เอาไว้ในโอ่งแตกที่บ้านทั้งอย่างนั้น
บุตรชายคนเล็กของผู้เฒ่าหลี่นามหลี่ซานหลิน อายุสิบสี่ปี รูปร่างผอมสูง ผิวสีแทน หน้าเหลี่ยม คิ้วเข้ม ดวงตาโต เหมือนกับผู้เฒ่าหลี่สมัยยังหนุ่ม
เขาได้หมั้นหมายแล้ว ฝ่ายหญิง้าสินสอดเป็เงินห้าตำลึง และเงินจำนวนนี้ก็เป็เงินที่ตระกูลหวังให้เป็สินสอดแก่หลี่ชิงชิง
ยามนี้หลี่ซานหลินกำลังรีบร้อนนำตะกร้าพริกไปไว้ในบ้าน
แปลงผักอยู่ห่างจากบ้านสองลี้ เพราะฝนตกถนนหนทางจึงลื่นยิ่ง หลี่ซานหลินเดินด้วยเท้าเปล่า ทำให้ลื่นล้มไปแล้วหลายรอบ โชคดีที่พื้นถนนเป็ดิน และเขายังหนุ่มจึงไม่ได้รับาเ็อันใด
ไม่ใช่แค่บ้านตระกูลหลี่ ครอบครัวอื่นในหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนล้วนกำลังเร่งเก็บเกี่ยวพริกเช่นกัน ในขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับงาน ก็รู้สึกว่าโชคดีที่ตอนเก็บเกี่ยวข้าวไม่เจออากาศที่เลวร้ายเช่นนี้
ครึ่งชั่วยามต่อมา ทันใดนั้นท้องฟ้าพลันสว่าง หลังจากสายฟ้าผ่าลงมาไม่กี่สาย ท้องฟ้าก็มืดครึ้มลงอีกครั้ง เสียงฟ้าร้องดังสนั่น ตามมาด้วยฝนเทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว
เม็ดฝนขนาดใหญ่เท่าเม็ดถั่วตกถี่ราวเส้นด้าย ราวกับเ้าแห่งัเทน้ำทะเลจากทะเลทั้งสี่ทิศลงมา ชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียว ท้องฟ้าและพื้นดินล้วนเต็มไปด้วยเสียงของสายฝน
คนตระกูลหลี่เปียกโชกไปทั้งตัว ราวกับว่ายขึ้นมาจากน้ำอย่างไรอย่างนั้น
พริกของตระกูลหลี่ยังเหลืออยู่เล็กน้อย ผู้เฒ่าหลี่พาสมาชิกในบ้านตากฝนเก็บพริกจนเสร็จ จากนั้นก็วิ่งสุดฝีเท้ากลับบ้าน
ถังซื่อวิ่งไปได้ครึ่งทาง ก็หันหน้ากลับมาะโใส่หลี่ต้าหลินสามีภรรยาที่อยู่ด้านหลังว่า “หลี่ิ!”
“ไอหยา” เติ้งซื่อหันไปด่าทอหลี่ต้าหลิน “เ้าสมองหมู เ้าลืมลูกชาย!”
เติ้งซื่อเป็คนวางลูกไว้ตรงแปลงพริก ไม่ใช่หลี่ต้าหลินที่เป็คนวางไว้ ทว่าเติ้งซื่อกลับด่าทอหลี่ต้าหลิน
หลี่ต้าหลินตีแขนเติ้งซื่อหนึ่งฝ่ามือ หลังจากตีเสร็จก็หมุนกายกลับไปรับหลี่ิบุตรชายคนเล็กที่แปลงพริก
ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำลงมา หลี่ิในวัยหนึ่งขวบยืนร้องไห้จวนจะขาดใจอยู่ในตะกร้า หากมิใช่เพราะถังซื่อนึกถึงเขา เขาก็คงถูกคนในบ้านที่สะเพร่าลืมไว้ที่นี่แล้ว
หลี่ิร้องอยู่บนพื้นจนแทบหายใจไม่ออก หลี่เจินที่อายุเท่ากันก็ร้องไห้เสียงดังสะท้านฟ้าะเืดินอยู่ในโอ่งแตกที่บ้าน แม้แต่เสียงฟ้าร้องก็ยังกลบไม่มิด
ท้องฟ้าเบื้องบนคำรามเสียงดังสนั่น กอปรกับโอ่งแตกที่วางอยู่ใต้ชายคาเรือนเพื่อรองน้ำฝน ฝนตกหนักและเร็วขึ้นเรื่อยๆ และได้ท่วมเลยน่องขาของหลี่เจินแล้ว ทำเอาเด็กหญิงตัวน้อยใกลัวยิ่งนัก
ครั้นคนตระกูลหลี่กลับมา น้ำฝนก็ท่วมพ้นหน้าท้องของหลี่เจินแล้ว
ิซื่อมารดาของหลี่เจินอยู่ในอารมณ์หงุดหงิด ทำงานในสภาพอากาศที่เลวร้ายเช่นนี้ ทำให้ร่างกายเปียกโชกไปทั้งตัว จะอารมณ์ดีก็แปลก นางดึงตัวหลี่เจินออกมาจากโอ่ง ไม่มีคำพูดปลอบใจสักประโยคเดียว ทันทีที่เอ่ยปากก็สบถคำผรุสวาทออกมาว่า “ร้องอันใดหนักหนา ร้องทุกข์ขอความเป็ธรรมอยู่หรือ บิดามารดาเ้ายังไม่ตาย เ้าจะร้องหาวิมานใด!”
หลี่ซานหลินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยว่า “นางกำลังเสียขวัญ ท่านต้องปลอบนางสักหน่อย ท่านช่างไม่มีความอดทนเอาเสียเลย”
“เ้ามีความอดทน เ้าก็ปลอบเองเถิด!” ิซื่อยัดหลี่เจินไว้ในอ้อมแขนของน้องชายสามี ก่อนจะหมุนกายเดินกลับไปที่ห้องนอนของตนเอง นางจำต้องรีบบิดเสื้อผ้าและเช็ดน้ำที่อยู่บนตัวให้แห้ง มิฉะนั้นจะป่วยเอาได้
“พี่สะใภ้สาม ท่านช่างรู้จักโยนงานจริงๆ เลยนะขอรับ” หลี่ซานหลินก็กลัวป่วย อยากเช็ดตัวให้แห้งเช่นกัน ทว่าในมือมีหลี่เจินเพิ่มมา ในใจบ่นิซื่อว่าไร้ความรับผิดชอบต่อบุตรเกินไป จากนั้นก็ลงมือจัดการน้ำบนตัวของหลี่เจินก่อนอย่างจนปัญญา
ยามน้ำเองหลี่เอ้อร์หลินวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนใจเป็อย่างยิ่ง เอ่ยกับทุกคนในบ้านว่า “รูรั่วบนหลังคาห้องสุขาใหญ่ขึ้นอีกแล้ว ฝนรั่วลงมาไม่หยุด หากเป็เช่นนี้ต่อไป น้ำปฏิกูลในหลุมส้วมจะล้นออกมาได้”
