ภายหลังการประชุมในท้องพระโรงเสร็จสิ้น ขุนนางทั้งหลายต่างทยอยเดินออกมาและพูดคุยถึงเื่า พวกเขาต่างคาดเดาความเป็ไปได้ ว่าแคว้นหนานหยางจะลงมือสำเร็จได้หรือไม่
ฟงเหยาเหวินที่เดินแยกจากขุนนางใหม่อีกคน ก็ตรงไปหาบิดาของตนและน้าเขยอย่างหยางไท่ิ เพื่อพูดคุยถึงสิ่งที่ตนสังเกตเห็น เผื่อว่าทั้งสองคนจะเห็นสิ่งนั้นเช่นเดียวกัน
“ท่านพ่อ ท่านน้าเขย โปรดรอสักประเดี๋ยวขอรับ”
ฟงเฉิงฮ่าวหยุดอยู่กับที่เมื่อถูกบุตรชายเรียกเอาไว้ “เหวินเอ๋อร์เรียกพ่อกับน้าเขยของเ้ามีอันใดเช่นนั้นหรือ?”
“ท่านพ่อท่านกับท่านน้าเขยทันได้สังเกต ตอนที่ใต้เท้าโหรวกราบทูลเสนอเื่เก็บเสบียงต่อฝ่าาหรือไม่ขอรับ”
หยางไท่ิรู้สึกได้ว่าฟงเหยาเหวิน กำลังจะบอกอะไรบางอย่างแก่พวกตน “อาเหวินเ้าพูดเช่นนี้หรือว่ามีบางอย่างผิดสังเกตเช่นนั้นรึ”
“ใช่ขอรับท่านน้าเขย ขณะที่ใต้เท้าโหรวกราบทูลและคิดว่า ฝ่าาต้องรับสั่งให้ตนเองเป็คนรับผิดชอบเื่นี้ แต่พอฝ่าารับสั่งให้เ้ากรมการเกษตรเป็ผู้รับผิดชอบ ใต้เท้าโหรวกลับมีแววตาที่ขุ่นเคือง...”
“เหวินเอ๋อร์เ้ากำลังจะบอกว่า ใต้เท้าโหรวมีบางอย่างน่าสงสัย และอาจเกี่ยวข้องกับแผนการของแคว้นหนานหยางใช่ไหม!”
แม้ว่ายังมิได้ตอบคำถามของบิดา แต่สีหน้าที่ฟงเหยาเหวินแสดงออกมา ทั้งฟงเฉิงฮ่าวและหยางไท่ิก็เข้าใจทันที ว่าคนที่น่าสงสัยได้เริ่มโผล่หางออกมาแล้ว
“ข้าคิดว่าใต้เท้าโหรวอาจมีข้อตกลงบางอย่าง ที่แคว้นหนานหยางเสนอผลประโยชน์ให้ในระดับที่น่าพอใจ มิเช่นนั้นคงไม่ยอมให้ความร่วมมือเป็แน่ขอรับท่านพ่อ”
“อืม อาเหวินเ้าคิดอ่านได้ลึกซึ้งมากทีเดียว หากผลประโยชน์ไม่มากพอใครบ้างอยากจะเอาชีวิตตนเองเข้าไปเสี่ยง เพราะใต้เท้าโหรวรู้อยู่แล้วว่า การทำาย่อม้าเสบียงให้กับกองทัพจำนวนมาก
หากใต้เท้าโหรวเป็ผู้รับผิดชอบเื่นี้ นั่นหมายความว่าเสบียงของทหารแคว้นเป่ยชาง จะตกไปอยู่ในมือศัตรูมากกว่าครึ่ง อีกส่วนหนึ่งคงใช้เงินที่ได้จากการค้าขายผ้าไหมในการซื้อเสบียงเพิ่ม
เพียงแต่ทุกอย่างเป็เพียงข้อสันนิษฐาน ถ้าจะให้มั่นใจมากกว่านี้พวกเราต้องตามหาหลักฐานมาให้ได้ อีกทั้งต้องสืบเพิ่มว่านอกจากใต้เท้าโหรวแล้วยังมีขุนนางคนใด ที่เข้ามามีส่วนร่วมกับผลประโยชน์อีกบ้าง เมื่อมีหลักฐานอยู่ในมือทุกอย่างย่อมจัดการแก้ไขได้ทันเวลา”
“ท่านน้าเขย ท่านพ่อ เื่นี้ให้เป็หน้าที่ของข้าเถิดขอรับ เพราะใต้เท้าโหรวต้องระวังตัวและคิดว่าพวกท่านสองคน อาจลงมือสืบหาหลักฐานเพื่อมอบให้ฝ่าา
พวกท่านแค่เล่นงิ้วไปตามน้ำทำทีสั่งคนให้สืบหาหลักฐาน นั่นถึงจะเป็ช่องโหว่ให้ใต้เท้าโหรวไม่ทันระวังว่ายังมีข้า อีกอย่างตำแหน่งที่ข้าได้รับทุกคนย่อมมองว่า มีงานมากมายที่ต้องรับผิดชอบด้วยขอรับ” ฟงเหยาเหวินมั่นใจว่าตนเองสามารถสืบหาหลักฐาน ที่ฝ่ายใต้เท้าโหรวซุกซ่อนเอาไว้ออกมาได้แน่นอน
สองสหายมองหน้ากันก็คิดว่าวิธีนี้ของบุตรหลานไม่เลวเลย จึงตกลงทำตามแผนที่ฟงเหยาเหวินคิดขึ้น ส่วนพวกตนสองคนจะแสร้งมีคำสั่งกับลูกน้อง แม้จะเป็การเล่นงิ้วแต่ก็ทำอย่างสมจริงเช่นกัน
“ได้ เหวินเอ๋อร์ครั้งนี้เ้าจงแสดงฝีมือให้ทุกคนได้เห็น จะได้สมกับตำแหน่งที่ฝ่าาทรงแต่งตั้งให้เป็รองเ้ากรมตุลาการ”
หยางไท่ิก็รู้สึกภูมิใจในตัวหลานชายคนนี้ไม่น้อย “ถูกต้อง จงทำหน้าที่ของเ้าให้ดีที่สุด หากมีความคืบหน้าให้คนของเ้ามารายงานข้ากับบิดาของเ้าได้ทุกเวลา”
ฟงเหยาเหวินรับคำอย่างหนักแน่น “ขอรับ ข้าจะไม่ทำให้พวกท่านทั้งสองคนผิดหวัง”
ผ่านมาหลายวันกับการเดินทางกลับเมืองผู่เถียน ด้วยการเดินทางที่เร่งรีบและหยุดพักเท่าที่จำเป็ เพื่อมารับบิดามารดากลับไปเมืองหลวง
แต่ก่อนจะเข้าประตูเมืองผู่เถียนซูอันมีคำสั่งกับอวี้เหลียน ซึ่งเป็การทดสอบว่าภายในเมืองมีคนของตระกูลฉีหรือไม่ “อวี้เหลียนข้ามีภารกิจให้เ้าไปทำก่อนที่ข้าจะผ่านเข้าประตูเมือง”
“นายหญิง้าให้ข้าไปทำสิ่งใดโปรดมีคำสั่งขอรับ”
“เ้าเร่งเข้าเมืองแล้วปล่อยข่าวว่า ข้าบุตรสาวคนเล็กตระกูลจิน ผู้คิดค้นการทอผ้าไหมและเ้าของสูตรลับทั้งหมด กลับมาเยี่ยมบ้านเดิมเป็เวลาสามวัน
อย่าลืมบอกพวกเซี่ยวยุ่นกับคนเที่เหลือ กระจายตัวออกไปให้ทั่วทุกซอกทุกมุมของเมือง จับตาดูว่าผู้คนน่าสงสัยเริ่มเคลื่อนไหวหรือไม่ หากมีใครพบเจอให้รีบรายงานมาถึงข้าเป็การด่วน”
“รับทราบขอรับ”
อวี้เหลียนเร่งควบม้าเข้าเมืองผู่เถียนตามคำสั่งของซูอัน เมื่อเข้าเมืองได้ก็ไปพบกับเซี่ยวยุ่นและสหายคนอื่น ๆ เพื่อช่วยกันปล่อยข่าว เื่ที่ซูอันกลับมายังเมืองผู่เถียนทันที
หลังจากเหล่าผู้คุ้มกันและลูกจ้างของตระกูลจิน ช่วยกันปล่อยข่าวนี้ออกไปได้เพียงครึ่งชั่วยาม ก็เป็อย่างที่ซูอันคาดเอาไว้ไม่มีผิด เพราะมีคนของตระกูลฉีคอยจับตาดูครอบครัวของตนอยู่ที่นี่จริง ๆ ที่สำคัญคนกลุ่มนี้ยังพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมผู่เฉิงอีกด้วย
“กัวไห่เ้าได้ยินที่ชาวบ้านพูดหรือไม่ ว่าบุตรสาวคนเล็กของตระกูลจินเ้าของสูตรลับการทอผ้าไหม นางกลับมาเยี่ยมบิดามารดาและกำลังจะผ่านเข้าเมืองผู่เถียนมาแล้วนะ”
“เ้าพูดว่าอะไรนะหยวนจิน! ข้าเพิ่งตื่นเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย ยังไม่รู้ข่าวที่เ้าเพิ่งพูดมาเลย ว่าแต่ข่าวนี้เป็เื่จริงมากเพียงใด” กัวไห่ที่อยู่ในอาการสะลึมสะลือ ก็ตาสว่างทันทีหลังจากได้ยินสิ่งที่สหายของตนพูดถึงซูอัน
หยวนจินกำลังจะตอบย้ำคำเดิมกับกัวไห่ แต่สหายอีกคนของเขากับเปิดประตูห้องเข้ามา ด้วยสีหน้าตื่นใเพราะข่าวที่ได้ยินเช่นกัน แฮ่ก ๆ ๆ “กัวไห่ หยวนจิน พวกเ้าได้ยินข่าวหรือยังเื่บุตรสาวคนเล็กตระกูลจิน นางกำลังผ่านประตูเมืองเข้ามาเพื่อกลับจวนแล้ว”
“นะ นะ นี่เป็เื่จริงงั้นหรือ ฮ่า ๆ ๆ ์เข้าข้างพวกเราชัด ๆ ที่ส่งนางมาถึงมือ เช่นนั้นผลงานครั้งนี้ย่อมตกเป็ของพวกเราสามคน ของรางวัลมากมายจะไปไหนได้ใช่หรือไม่ ฮ่า ๆ ๆ”
เจิ้งฝูเห็นด้วยกับกัวไห่เพราะรางวัลมีจำนวนจริง ๆ “ใช่เ้าพูดถูกกัวไห่ ครั้งนี้เป็ผลงานที่ยิ่งใหญ่ของพวกเรา รางวัลที่นายท่านตั้งเอาไว้มีแค่เ้ากับพวกข้าสองคนเท่านั้น ส่วนคนอื่น ๆ ไว้พาไปเลี้ยงสุราที่หอคณิกาก็แล้วกัน”
“ว่าแต่เ้าคิดจะลงมือจับตัวนางเมื่อใดเล่ากัวไห่ เพราะพวกเรามาอยู่ที่เมืองผู่เถียนก็หนึ่งเดือนเข้าไปแล้วนะ”
“อืม ข้าว่าพวกเราลงมือกันคืนนี้เถิด คนคุ้มกันของนางจะได้ไม่ทันตั้งตัว ยิ่งได้ตัวนางกลับไปเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”
“ได้ ทำตามแผนของเ้าก็แล้วกัน”
ทั้งสามคนภายในห้องต่างดีใจไม่หยุด เมื่อภารกิจที่ได้รับกำลังจะทำให้พวกเขาได้รางวัลใหญ่ แต่สิ่งที่พวกกัวไห่ไม่รู้ก็คือด้านนอกประตูนั้น มีลูกจ้างที่เป็คนของซูอันแอบฟังแผนการทั้งหมด
ซึ่งลูกจ้างคนนี้เกิดความสงสัยคนทั้งสามั้แ่แรก ที่พวกเขามาเข้าพักอยู่ที่นี่นานนับเดือน และมักจะสอบถามเื่การทอผ้าไหมไปทั่ว เมื่อได้รู้แล้วว่าคนทั้งสามอยู่ที่นี่เพื่อสิ่งใด จึงค่อย ๆ ถอยออกห่างจากประตู เพื่อนำแผนการของกัวไห่ไปรายงานกับพวกเซียวยุ่น
‘อยากลองดีกับบุตรสาวตระกูลจิน พวกเ้ามันรนหาที่ตายชัด ๆ’
