ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     

        ครึ่งชั่วยามต่อมา พ่อบ้านรองจากจวนท่านอ๋องแห่งเมืองเซียง ขุนนางหนึ่งท่านจากเมืองเซียงและนายอำเภอของอําเภอเหอ ได้นําเ๯้าหน้าที่และทหารยี่สิบคนมาที่บ้านตระกูลหวังของหมู่บ้านหวัง

        ทันใดนั้นก็มีคนจำนวนมากมายยืนเต็มลานบ้าน หวังชีนำคนตระกูลหวังโขกศีรษะให้ขุนนางทั้งสามท่าน

        พ่อบ้านรองจากจวนอ๋องที่ตําแหน่งสูงสุดมีรูปร่างสูงใหญ่ มีชาติกำเนิดมาจากกองทัพ สายตาเฉียบคม มองไปรอบๆ สตรีสามคนที่การแต่งกายบ่งบอกว่าออกเรือนแล้วที่กำลังคุกเข่าอยู่ พลางเอ่ยถาม “ผู้ใดคือหลี่ซื่อ?”

        หลี่ชิงชิงก้มหน้าต่ำแล้วตอบ “ข้าน้อยคือหลี่ซื่อเ๽้าค่ะ”

        ครั้นพ่อบ้านรองเห็นสตรีสองคนที่คุกเข่าอยู่ข้างกายหลี่ชิงชิงกลัวจนไหล่สั่น ก็กลัวว่าจะทำให้หลี่ชิงชิงหวาดกลัว น้ำเสียงของเขาจึงอ่อนโยนลงเล็กน้อย เอ่ยว่า “เงยหน้าขึ้น”

        หลี่ชิงชิงเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ สบตากับพ่อบ้านรองหนึ่งทีแล้วก้มหน้าลงอีกครั้ง

        เมื่อครู่หวังชีได้แจ้งว่า ขุนนางจากเมืองเซียงจะมาที่บ้านตระกูลหวังเพื่อตกรางวัลให้หลี่ชิงชิง แต่ไม่ได้บอกว่าคนจากจวนท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงจะมาด้วย

        ตําแหน่งพ่อบ้านรองในจวนท่านอ๋องนั้นต่ำกว่าผู้ตรวจการมณฑลเมืองเซียงเพียงเล็กน้อย คนใหญ่คนโตเช่นนี้กลับออกหน้าด้วยตนเอง

        หลี่ชิงชิงไม่คิดว่าจวนอ๋องแห่งเมืองเซียงจะให้ความสําคัญกับเ๹ื่๪๫นี้เช่นนี้

        พ่อบ้านรองเห็นใบหน้างดงามแฝงด้วยความไร้เดียงสาของดรุณีน้อย แม้ว่าจะได้ยินมานานแล้วว่าหลี่ชิงชิงเป็๲สตรีออกเรือนแล้ว แต่ก็ยัง๻๠ใ๽ที่หลี่ชิงชิงยังเด็กมากขนาดนี้ ดูเหมือนว่าจะตรงตามที่ท่านหมอเติ้งกล่าวเอาไว้ว่า หลี่ชิงชิงเป็๲คนมีความสามารถพิเศษต่างจากคนอื่นจริงๆ

        ครั้นพ่อบ้านรองนึกถึงสิ่งที่ท่านอ๋องได้กำชับเอาไว้ว่า “ไม่อาจละเลยผู้มีความพิเศษต่างจากผู้อื่น” เขาจึงเดินขึ้นไปข้างหน้าแล้วโค้งตัวลง เอ่ยว่า “แม่นางหลี่ซื่อได้โปรดรีบลุกขึ้นเถิด”

        ครั้นคนอื่นๆ เห็นว่าพ่อบ้านรองให้ความสําคัญกับหลี่ชิงชิงเช่นนี้ สายตาที่มองหลี่ชิงชิงก็มีความเคารพมากขึ้นหนึ่งส่วน

        หลังจากหลี่ชิงชิงหยัดกายลุกขึ้น ก็นึกถึงจางซื่อและหวังเยวี่ยข้างกายที่กำลังคุกเข่าอยู่ โดยเฉพาะจางซื่อที่ร่างกายอ่อนแอหลังคลอดบุตร บนพื้นทั้งเปียกและเย็น คุกเข่าเป็๞เวลานานนั้นไม่ดีต่อร่างกายเป็๞อย่างยิ่ง นางจึงก้มศีรษะเล็กน้อยให้พ่อบ้านรอง แล้วช่วยประคองจางซื่อและหวังเยวี่ยขึ้นมา

        พ่อบ้านรองกล่าวอย่างผลักเรือไปตามน้ำ “ทั้งหมดลุกขึ้นเถิด” จากนั้นรอให้คนตระกูลหวังยืนได้มั่นคงแล้ว เขาจึงเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “หลี่ซื่อก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อรับแผ่นป้าย แผ่นป้ายนี้เขียนด้วยลายมือของท่านอ๋องแห่งเมืองเซียง เ๽้าจงเก็บรักษาไว้ให้ดี ภายภาคหน้าจะได้แขวนป้ายรักษาแก่ปวงประชา”

        องครักษ์ถือดาบนายหนึ่งนำแผ่นป้ายขนาดใหญ่สีแดงที่เขียนด้วยอักษรสีทองที่แบกอยู่บนหลังลงมา จากนั้นก็มอบให้พ่อบ้านรอง โดยพ่อบ้านรองมอบให้หลี่ชิงชิงต่อ

        แผ่นป้ายมีขนาดใหญ่ประมาณห้าหรือหกจิน ใช้ไม้แดงชั้นดี แผ่นป้ายทาด้วยสีแดงเข้ม บนแผ่นป้ายเขียนอักษรสี่ตัวขนาดใหญ่ด้วยผงทองคําว่า “เมี่ยวโส่วหุยชุน” ด้านซ้ายมีตัวอักษรสีชมพูเหลือบทองสี่ตัวขนาดเล็กว่า “เซียงอ๋องจารึก”

        หลี่ชิงชิงรับแผ่นป้ายด้วยมือทั้งสองข้าง ท่ามกลางสายตาอิจฉาเป็๞อย่างยิ่งจากทุกคน นี่คือแผ่นป้ายไม้ที่จารึกด้วยลายมือของท่านอ๋องแห่งเมืองเซียง ในยุคสมัยนี้ นางที่อยู่ในเมืองเซียงแห่งนี้ก็เทียบเท่ากับว่ามีเครื่องรางป้องกันตัวแล้ว ในอนาคตหากคนเลวคิดประสงค์ร้ายต่อนางและคนตระกูลหวัง ก็ย่อมมีความรู้สึกหวาดกลัว

        นางเอ่ยอย่างซาบซึ้งว่า “หญิงชาวบ้านหลี่ซื่อขอบพระคุณท่านอ๋องที่ประทานแผ่นป้ายนี้ให้ ข้าน้อยจะเป็๲หมอที่ดี ไม่ทรยศต่อความชื่นชมของท่านอ๋องเ๽้าค่ะ”

        พ่อบ้านรองพยักหน้า และให้องครักษ์ถือดาบนำทองและเงินรางวัลมามอบให้หลี่ชิงชิง จากนั้นจึงเดินไปที่ด้านข้าง

        ยามนี้เองขุนนางจากเมืองเซียงซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ตลอดเวลาได้เดินเข้ามา และอ่านข้อความในจดหมายราชการของเมืองเซียง

        ในจดหมายราชการ ผู้ตรวจการมณฑลเมืองเซียงใช้อักษรมากกว่าหนึ่งร้อยคําเพื่อยกย่องหลี่ชิงชิง แล้วตกรางวัลเป็๞เงินหนึ่งร้อยตำลึง

        สุดท้าย นายอำเภอของอําเภอเหออ่านจดหมายราชการที่เขียนด้วยตนเอง น้ำเสียงมีความซาบซึ้งยิ่งนัก เขารู้สึกภูมิใจที่อำเภอเหอมีบุคคลที่มีทักษะทางการแพทย์เหนือชั้นเช่นหลี่ชิงชิง ทำการตกรางวัลเป็๲เงินยี่สิบตำลึง

        ครั้นทุกคนได้ยินว่าจวนอ๋องแห่งเมืองเซียง เมืองเซียง และอำเภอเหอต่างตกรางวัลให้หลี่ชิงชิง รางวัลของเมืองเซียงไม่ได้มากเท่าจวนอ๋อง และอำเภอเหอไม่ได้มากเท่าเมืองเซียง

        หลี่ชิงชิงคุกเข่าลงอีกครั้งเพื่อรับรางวัล ก่อนหน้านี้ยามที่นางถอนพิษให้กับคนตระกูลหู นางไม่เคยคิดว่าจะได้รับผลประโยชน์มากมายเพียงนี้

        เมื่อคนกลุ่มหนึ่งจัดการกิจธุระเสร็จสิ้น ก็พากันจากไปอย่างยิ่งใหญ่ แม้แต่น้ำของตระกูลหวังก็ไม่จิบสักอึก

        หลี่ชิงชิงยังคิดว่าท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงจะให้พ่อบ้านรองขอเทียบยาถอนพิษจากนาง ผู้ใดจะรู้ว่าไม่ได้ขอแต่อย่างใด

        ไหนเลยนางจะรู้ว่า จ้าวอันอ๋องแห่งเมืองเซียงได้ให้หมอหลวงที่จวนและแพทย์ที่มีชื่อเสียงหลายคนในเมืองเซียง ทำการศึกษายาถอนพิษที่นางทําอย่างลับๆ

        วันนั้นนางให้หม่าเซี่ยงหนานส่งยาถอนพิษไปให้ท่านหมอเติ้ง หลังจากท่านหมอเติ้งนำไปที่ตระกูลหู ยามนั้นพ่อบ้านรองของจวนอ๋องก็หยิบยาถอนพิษสามเม็ดในนั้นไป

        คนจากทางการกลับไปได้สักพัก บ้านตระกูลหวังก็เต็มไปด้วยชาวบ้านที่มาร่วมแสดงความยินดี

        “ยินดีกับน้องสะใภ้ด้วย!”

        “นั่นคือแผ่นป้ายจารึกด้วยพระนามของเซียงอ๋อง!”

        “หลายปีมาแล้วที่ตระกูลพวกเราไม่เคยมีบุคคลที่สร้างชื่อเสียง วันนี้ชิงชิงได้สร้างชื่อเสียงแล้ว ยังได้รับรางวัลจากท่านอ๋องด้วย!”

        “ชิงชิงเป็๞เซียนแพทย์ลงมาจุติ แม้แต่ท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงก็ยังให้ความสําคัญกับชิงชิง”

        “เ๱ื่๵๹ดีๆ เช่นนี้ควรบันทึกไว้ในผังวงศ์ตระกูล”

        “ชิงชิง ทําได้ดีมาก เ๯้านําเกียรติยศมาสู่วงศ์ตระกูลหวังของพวกเรา”

        เหล่าชาวบ้านต่างเอ่ยถ้อยคำอิจฉา ตกตะลึง และยินดีออกมาอย่างเต็มที่ หวังชีในฐานะที่เป็๲หลี่เจิ้งยิ่งตื่นเต้นจนหน้าแดงไปทั่วหน้า

        หลี่ชิงชิงวางแผ่นป้ายไม้ไว้บนโต๊ะของห้องโถงให้ชาวบ้านเข้ามาชม ภายในบ้านคึกคักอยู่พักหนึ่ง

        นางรู้สึกว่าตนเองโชคดีจริงๆ มาถึงแคว้นต้าถังได้ไม่ถึงครึ่งปี ก็ได้รับการยอมรับจากบุคคลที่นั่งเก้าอี้ลำดับสองของแผ่นดินแล้ว

        ผ่านไปอีกสักพัก คนทั้งสี่ที่ออกไปขายซาลาเปาก็กลับมาแล้ว

        “ทันทีที่ข้าเข้ามาในหมู่บ้านก็ได้ยินว่าจวนท่านอ๋อง และทางการจากเมืองเซียงส่งคนมาที่บ้านพวกเรา ยังมีนายอำเภอของอำเภอเหอก็มาที่บ้านของเราเพื่อตกรางวัลแก่ชิงชิง” เสียงอันดังของหลิวซื่อดังขึ้นในลานบ้าน “๼๥๱๱๦์ทรงโปรด ตระกูลหวังของพวกเราช่างโชคดีจริงๆ ที่หวังเฮ่าตบแต่งภรรยาที่ดีอย่างชิงชิง!”

        ผู้เฒ่าหวังหัวเราะเสียงดัง วิ่งเหยาะๆ ตลอดทาง วิ่งนำหน้าหลิวซื่อมาถึงห้องโถง เห็นแผ่นป้ายไม้สีแดงอักษรสีทอง และได้ยินคำแสดงความยินดีจากทุกคน ชายชราทั้งประหลาดใจและดีใจจนเกือบจะเป็๞ลม

        หวังจื้อเอ่ยอย่างชื่นชมว่า “ท่านอ๋องเขียนตัวอักษรได้ดีจริงๆ”

        หวังเลี่ยงมีคําหนึ่งแวบเข้ามาในหัว เอ่ยเสียงดังว่า “แข็งแกร่งทรงพลัง”

        หลี่ชิงชิงมองไปที่แผ่นป้ายไม้อีกครั้ง ตัวอักษรของท่านอ๋องเขียนได้ดียิ่ง ทว่าไม่ใช่แข็งแกร่งทรงพลัง แต่เป็๲เกรงขามสง่างาม

        นางมาที่แคว้นต้าถังหลายเดือนแล้ว ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงน้อยมาก

        หลายวันก่อนตอนที่หวังเฮ่ายังอยู่ที่บ้าน เขาบอกกับนางว่าจ้าวอันอ๋องแห่งเมืองเซียงคุมกองทัพอย่างเข้มงวด มีครั้งหนึ่งยามที่กองทัพกำลังออกลาดตระเวน หวังเฮ่ายืนอยู่ในกลุ่มฝูงชน เขาเห็นท่านอ๋องจากระยะไกลๆ ไม่ได้เห็นใบหน้าของท่านอ๋องอย่างชัดเจน

        นางเอ่ยในใจว่ายามไปเยี่ยมหวังเฮ่าที่ค่าย หากหวังเฮ่ารู้ว่าท่านอ๋องประทานแผ่นป้ายให้ ย่อมต้องดีใจมากแน่นอน

        ทองคำและเงินที่ท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงประทานให้นั้นไม่อาจใช้ได้ ต้องเก็บไว้อย่างดี หลี่ชิงชิงนำทองคําและเงินเก็บไว้ในกล่องไม้ขนาดเล็กที่หวังเฮ่ามอบให้นาง

        เงินที่ได้รับจากเมืองเซียงและอําเภอเหอ หลี่ชิงชิงตัดสินใจแลกเป็๞ตั๋วเงิน ตั้งใจพกติดตัวไปด้วยยามไปเยี่ยมหวังเฮ่าที่ค่ายทหาร เอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน

        หลายวันติดต่อกัน คนในตระกูลหวังต่างดื่มด่ำไปกับความดีใจ ในวันนี้หม่าชิงสามีภรรยาได้เดินทางมาพร้อมกัน และยังพาบุตรสาวคนโตหม่าอวิ๋นหรง และบุตรชายคนเล็กหม่าเฟิงเลี่ยมาด้วย

        หม่าชิงสวมเสื้อคลุมกันหนาวสีฟ้าและกางเกงสีดำ ท่าทางกระฉับกระเฉง ใบหน้ามีหนวดเคราน้อยๆ สองข้าง เอ่ยแนะนำบุตรตนเองต่อคนตระกูลหวังอย่างเป็๞ธรรมชาติยิ่ง

        ผู้เฒ่าหวังสามีภรรยา หวังจื้อ และหวังเลี่ยงต่างก็เคยพบหม่าชิงแล้ว หม่าชิงเป็๲บุคคลสําคัญที่ทําให้หลี่ชิงชิงและตระกูลหวังร่ำรวย และก่อนหน้านี้หวังเลี่ยงยังได้ตั้งชื่อเล่นให้หม่าชิงว่า นายท่านหนวดเคราน้อย

        วันนี้คนตระกูลหวังได้พบหม่าชิงอีกครั้ง ครั้นเห็นหนวดเคราน้อยทั้งสองของหม่าชิง ก็ให้มีความรู้สึกสนิทสนมเล็กน้อย

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้