“ช่างน่ารังเกียจ น่าโมโหจริงๆ!” หลงหลิงมุ่งหน้าเข้าไปหาหลงเหยียนด้วยความเร็วสูง ร่างบางกะพริบหายไปในพริบตา
“หลงเหยียน รีบจัดการเ้าปีศาจอสูรตัวนั้นเสีย ไม่เช่นนั้น ข้าจะไม่คุยกับเ้าอีกแล้ว” นางเป็คนเฉลียวฉลาด มีหรือจะดูไม่ออกว่าหลงเหยียนจงใจถ่วงเวลาเพื่อแสดงความสามารถของตนให้เด็กๆ กลุ่มนี้ได้เห็น
หลงเหยียนยิ้มเ้าเล่ห์ “เสี่ยวหลิง เ้ารู้ใจข้าเป็ที่สุด ตัวข้าจงใจอยากให้เด็กพวกนี้ได้ประจักษ์ว่ายอดฝีมือที่แท้จริงเป็เช่นไรกันแน่” หลงเหยียนเคยชินกับการถูกดูแคลนไปเสียแล้ว ทว่าหาก้าให้คนเ่าั้สะพรึงในตัวของเขา เขาก็ต้องพยายามพัฒนาตนเองต่อไปให้ได้
“เอาเถิด ในเมื่อเสี่ยวหลิงพูดมาอย่างนี้แล้ว เช่นนั้นข้าจะรีบจัดการกับมันก็แล้วกัน”
“เริ่มขับเคลื่อนวิชาพลังกาย!” เมื่อครู่หลงเหยียนที่ต้องเร่งสุดฝีเท้าจึงจะไล่ตามพยัคฆ์เปลวอินทนิลทัน บัดนี้กลับเร่งความเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน เขาพุ่งไปขวางหน้าของพยัคฆ์เปลวอินทนิลเอาไว้ ทำให้มันจำต้องกลับลำแล้ววิ่งหนีไปอีกทาง ฟึ่บ... น่าเสียดายที่วินาทีต่อมา หลงเหยียนก็ไปปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าเขาอีกครั้งแล้ว
“โฮก!” ความหวาดกลัวที่เคยมี บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนไปเป็ความโกรธเกรี้ยว พยัคฆ์เปลวอินทนิลตัดสินใจสู้ตายกับเขาในที่สุด
“วิชากายสายฟ้า เพิ่มพลังแก่ข้าเถิด จงขับเคลื่อนพลังป้องกันในกายข้าขึ้นไปให้ถึงขั้นสูงสุด ผสานสายฟ้าทั้งสามสิบหกเข้าด้วยกัน และะเิพลังของมันออกมาเดี๋ยวนี้” วินาทีนั้น พื้นที่ในรัศมีห้าเมตรรอบตัวหลงเหยียนก็มีสายฟ้าโหมกระหน่ำลงมาปานห่าฝน
ท่ามกลางพายุแห่งสายฟ้า บริเวณนั้นคล้ายมีัสายฟ้านับหมื่นๆ ตัวแหวกว่ายไม่หยุด ขณะที่พลังป้องกันของหลงเหยียนก็เพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลังอำนาจที่กระจายออกมาจากเขา ยิ่งทำให้พยัคฆ์เปลวอินทนิลรู้สึกหวาดกลัวยิ่งขึ้น
เกรงว่านี่คงจะเป็มนุษย์ที่น่าหวาดกลัวที่สุดเท่าที่มันเคยเจอมาเลยก็ว่าได้
“โฮก!” พยัคฆ์เปลวอินทนิลร้องคำราม บัดนี้ มันรู้สึกสิ้นหวังจนแทบจะเสียสติอยู่แล้ว เป็ความผิดของมันเองที่ประเมินเ้ามนุษย์คนนี้ต่ำเกินไป
เดิมทีมันเตรียมจะเข้ามาในถ้ำแห่งนี้เพื่อร่วมรักกับพยัคฆ์เปลวอินทนิลตัวเมียเท่านั้น ทว่าอยู่ๆ กลับมีชายชาวมนุษย์บุกเข้ามาทำให้มันอารมณ์เสียเป็อย่างมาก เมื่อคิดถึงเื่นี้ พยัคฆ์เปลวอินทนิลก็นึกขึ้นมาได้ว่าบางทีนี่อาจเป็การร่วมรักครั้งสุดท้ายในชีวิตมันก็ได้
ภายใต้ความเสียดายอันมหาศาล มันพุ่งเข้าไปในพายุสายฟ้าของหลงเหยียน ร่างกายขนาดใหญ่สั่นสะท้านขึ้นอย่างรุนแรง
หลงเหยียนแสยะรอยยิ้มที่ทั้งชั่วร้ายและเ้าเล่ห์ขึ้นที่มุมปาก เขาร้องคำรามเสียงดัง พลางซัดหมัดที่รุนแรงจนะเืฟ้าสะท้านปฐีออกไป
“หมัดทะลวง”
“วิชาหมัดทั้งสิบหก แยกเป็หมัดนำห้าหมัด และหมัดตามอีกหกหมัด หมัดเ่าั้กลายเป็การโจมตีสองระลอกใหญ่ๆ ซึ่งมีนามว่า ‘หมัดแหวกฟ้าดิน’ และ ‘เคลื่อนสายธารา’”
ตูม!
พลังหมัดทั้งสองระลอกะเิขึ้นพร้อมกัน ระลอกคลื่นที่เกิดจากการะเิพุ่งเข้าไปปะทะกับร่างขนาดั์ของพยัคฆ์เปลวอินทนิล ทำให้มันส่งเสียงโหยหวนแห่งความเ็ปออกมาในเสี้ยววินาที ร่างขนาดมหึมาก็ถูกพลังนั้นเล่นงานจนลอยไปไกลหลายเมตร
ทว่ายังไม่ทันที่ร่างของมันจะร่วงลงบนพื้นดิน หลงเหยียนก็ทะยานขึ้นไปกลางอากาศด้วยความเร็วสูงเสียแล้ว
ครั้งนี้ เขายังจะปล่อยมันไปอีกหรือไม่? คำตอบคือไม่มีทาง ในเมื่อมีโอกาสที่จะเอาชนะมันแล้ว เขาก็ไม่มีวันปล่อยให้มันลุกขึ้นมาอีกเป็อันขาด
กระบี่พิฆาตัที่เปล่งประกายไปด้วยแสงทองอร่ามปรากฏขึ้นในมือของหลงเหยียน
เขาเหวี่ยงกระบี่ในมือไปที่ร่างใหญ่ั์ของพยัคฆ์เปลวอินทนิลพร้อมกับลำแสงแห่งพลังที่สว่างเจิดจ้า
“โครม!” ร่างของมันกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง พลันเืสดก็สาดกระจายไปทั่วบริเวณ
หลงเหยียนขับเคลื่อนพลังิญญาพลางออกแรงที่ฝ่ามือ เพียงเท่านั้น เืของพยัคฆ์เปลวอินทนิลที่ลอยกระจายอยู่กลางอากาศก็ถูกผลักโดยแรงกดดันอันมหาศาล ส่งผลให้เืสดลอยเข้าไปที่ใบหน้าของเด็กๆ ซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปจนหมดสิ้น
“แปะ แปะ แปะ!” เืสดดั่งฝ่ามือที่ปรบเข้าด้วยกันนั้นกระแทกลงบนใบหน้าของเด็กกลุ่มนั้นอย่างแรงซ้ำๆ ทำให้ร่างของพวกเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีแดง
ความเ็ปที่ได้ััอย่างลึกซึ้งในตอนนี้คือบทเรียนจากการสั่งสอนที่หนักอึ้งของหลงเหยียน ทำให้เด็กๆ กลุ่มนี้ตระหนักได้ว่าหลงเหยียนซึ่งมีอายุมากกว่าพวกเขาเพียงน้อยนิดคนนี้ ไม่ใช่คนที่พวกเขาสามารถมีเื่ด้วยได้ เพราะหลงเหยียนคือยอดฝีมือที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ไม่ว่าเมื่อใด หรือในสถานการณ์ใด เื่นี้ก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
เขาทำให้เด็กกลุ่มนี้ยอมศิโรราบลงโดยสิ้นเชิง!
“พยัคฆ์เปลวอินทนิล ไปตายเสีย!”
ภายใต้ความตกตะลึงของคนทั้งหลาย หลงเหยียนปลิดชีวิตพยัคฆ์เปลวอินทนิลได้อย่างง่ายดาย แตกต่างกับหยุนม่านเทียนที่ยังคงต่อสู้อย่างทุลักทุเล ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเห็นว่าหลงเหยียนสังหารปีศาจอสูรตัวหนึ่งลงแล้ว พยัคฆ์เปลวอินทนิลอีกตัวที่เหลือก็คลั่งยิ่งกว่าเดิม
หยุนม่านเทียนสะพรึงในความแข็งแกร่งของหลงเหยียน ทว่าในขณะเดียวกัน ดูเหมือนว่าเขาจะรับมือกับพยัคฆ์เปลวอินทนิลตัวนั้นไม่ไหวแล้ว
เมื่อเห็นว่าคู่ของตนตายลง ปีศาจอสูรตัวเมียก็เริ่มการต่อสู้ขึ้นอย่างบ้าคลั่งโดยไม่คิดหน้าคิดหลังอีก หยุนม่านเทียนะเิการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของตนออกไป ทว่านั่นกลับไม่มีผลต่อปีศาจอสูรที่ตกอยู่ในความโกรธเกรี้ยวตัวนี้เลย ยามนี้มันเหมือนเสียสติไปแล้ว
กลับมาดูที่หยุนม่านเทียน เขารู้สึกหมดแรงเต็มทน พลังิญญาที่มีก็เหลือน้อยลงทุกที เขาประมาทเกินไป คิดไม่ถึงว่าการรับมือกับปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่จะลำบากถึงเพียงนี้
หลงเหยียนไม่มีเวลาครุ่นคิดอย่างอื่น เขารีบเก็บร่างของปีศาจอสูรที่นอนตายอย่างสงบเข้าไปในถุงผ้าเฉียนคุนอย่างรวดเร็ว
เมื่อทำเสร็จก็รีบเข้าไปสมทบกับหยุนม่านเทียนเพื่อช่วยเหลือเขาทันที แต่เมื่อพบว่าเด็กๆ กลุ่มนั้นกำลังมองมาที่ตนด้วยความตกตะลึง หลงเหยียนก็ครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว... หากเข้าไปช่วยพี่หยุนในตอนนี้ ั้แ่นี้เป็ต้นไป เด็กเหล่านี้ต้องหมดความเคารพต่อพี่หยุนอย่างแน่นอน
“ไปช่วยเขาห่างๆ โดยไม่ให้คนอื่นดูออกจะดีกว่า”
หลงเหยียนหยุดยืนอยู่ในจุดที่ห่างจากพยัคฆ์เปลวอินทนิลตัวนั้นพอสมควร เขาไม่ได้ก้าวไปข้างหน้า ทว่าขับเคลื่อนแดนโลหิตขึ้นอย่างเงียบๆ แทน นี่เป็ความสามารถที่พัฒนามาจากพลังโลหิตนั่นเอง หากเป้าหมายเข้ามาในอาณาเขตของเขาเมื่อใด ก็จะตกอยู่ในการควบคุมของอาณาเขตแห่งนี้ทันที
ไม่นาน เืในร่างกายของพยัคฆ์เปลวอินทนิลก็เริ่มเดือดพล่านขึ้นในร่างกาย โดยที่หลงเหยียนแอบควบคุมมันอย่างลับๆ ไม่ปล่อยให้เืในร่างของมันไหลออกมาภายนอกเป็อันขาด
พยัคฆ์เปลวอินทนิลในเวลานี้เดือดดาลจนเสียสติไปแล้ว ทั้งยังถูกยับยั้งการเคลื่อนไหวจากหลงเหยียน พลังในการโจมตีของมันจึงลดลงอย่างมหาศาล หยุนม่านเทียนพบว่าเ้าปีศาจอสูรตนนี้คล้ายจะมีบางสิ่งที่ผิดปกติไป ถึงอย่างไรก็ไม่อาจอธิบายได้ว่ามันคืออะไรกันแน่
“หรือนี่จะเป็โอกาสที่ฟ้าประทานแก่ข้า?”
“ฝ่ามือม้วยเทพ!”
หยุนม่านเทียนฉวยโอกาสนี้ะเิการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของตนไปยังส่วนศีรษะของปีศาจอสูรอย่างสุดแรง เสียงกระแทกดังกระหึ่มขึ้น ก่อนปีศาจอสูรตัวนั้นจะหลับตาและสิ้นใจลงในทันที
หยุนม่านเทียนหอบหายใจหนักๆ เขาทิ้งตัวลงไปนอนบนพื้นด้วยความเหนื่อยล้า ภายในใจยังคงสงสัยไม่หาย ทว่าก็ไม่อาจหาคำตอบของสิ่งที่เกิดขึ้นได้เลย
“หืม? ศิษย์พี่หยุนสังหารปีศาจอสูรตัวนั้นสำเร็จแล้ว ช่างเก่งกาจและน่ายกย่องเหลือเกิน”
เด็กๆ กลุ่มนั้นส่งเสียงเฮสนั่นด้วยความดีใจ พวกเขาต่างก็มีท่าทีตื่นเต้นอย่างยิ่ง แม้หลงเหยียนจะสังหารปีศาจอสูรได้ก่อนหยุนม่านเทียน ถึงอย่างไรก็เห็นได้ชัดว่าในสายตาของเด็กกลุ่มนี้ หยุนม่านเทียนต่างหากที่มีพลังที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
คนทั้งหลายวิ่งเข้ามาหาพวกเขาอย่างตื่นเต้น หลงเหยียนเองก็เดินเข้าไปหาพวกเขาด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“พี่หยุน ท่านสังหารปีศาจอสูรสำเร็จแล้ว ยินดีด้วย”
“เื่เล็กน้อยเท่านั้น อย่าพูดถึงเลย อย่าพูดถึงเลย! ฮ่าฮ่าฮ่า หลงเหยียน คิดไม่ถึงว่าพลังของเ้าจะแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ เ้าต้องเข้ามาเป็ศิษย์ในตระกูลชั้นในได้อย่างแน่นอน”
“ขอบคุณพี่หยุนที่อวยพร พี่หยุน ไม่ทราบว่ามอบปีศาจอสูรตัวนี้ให้ข้าได้หรือไม่?”
หยุนม่านเทียนไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว เพราะถึงจะเก็บร่างของปีศาจอสูรเอาไว้ ตนก็เอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้อยู่ดี เดิมทีเขาก็เตรียมจะมอบมันแก่หลงเหยียนอยู่แล้ว
อีกด้านหนึ่ง เด็กๆ กลุ่มนั้นวิ่งเข้ามาใกล้ เมื่อได้เห็นใบหน้าของหลงเหยียน คนทั้งหลายก็พร้อมใจกันก้มหน้าลงอย่างเงียบงัน
หลงเหยียนหัวเราะเสียงดัง “ดูเหมือนตอนนี้พวกเ้าคงไม่มีอคติกับข้าแล้วสินะ”
พี่จางกับหลี่จื่อซึ่งเป็คนที่ดูแคลนหลงเหยียนมากที่สุดในกลุ่มพูดด้วยเสียงนอบน้อม “พี่เหยียน เป็พวกข้าเองที่มีตาหามีแววไม่ โปรดอย่าถือสาพวกข้าเลย”
คนเหล่านี้ล้วนเป็ยอดอัจฉริยะจากตระกูลชั้นใน หลงเหยียนย่อมไม่ถือสาเอาความอะไรกับพวกเขาอยู่แล้ว ไม่แน่ หากก้าวเข้าไปเป็สมาชิกของตระกูลชั้นในเมื่อใด เขาอาจมีเื่ที่ต้องขอให้เด็กกลุ่มนี้ช่วยเหลือด้วยซ้ำ
หลงเหยียนหัวเราะเบาๆ จากนั้นจึงหันไปเก็บร่างของปีศาจอสูรตัวนั้น
หลงเหยียนใช้พลังโลหิตเพื่อดูดซับพลังในเืของปีศาจอสูรเหล่านี้ จากนั้นก็ใช้มันเพื่อพัฒนาพลังิญญาและเพิ่มความมั่นคงแก่ระดับพลังในบัดนี้ อย่างไรก็ตาม เขารู้ดีว่าร่างของปีศาจอสูรทั้งสองตัวสามารถเพิ่มพลังแก่ตนได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าไม่อาจก้าวขึ้นไปเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับชีพธรณีขั้นต่ำได้อย่างแน่นอน
เขาเตรียมจะเก็บร่างของปีศาจอสูรเอาไว้ให้เ้าสิงโตน้อย เ้าหมอนั่นกินจุนัก ส่วนลูกแก้วปีศาจและิญญาอสูรก็นำไปแลกเป็แต้มผลงานที่ห้องโทษรางวัลได้
หยุนม่านเทียนมองหลงเหยียนพลางคิดขึ้นในใจ ‘ช่างเป็ยอดอัจฉริยะที่มีพร์ล้ำเลิศจนน่าหวาดกลัวจริงๆ นี่ขนาดเพิ่งมีพลังแค่ระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงยังขนาดนี้ หากก้าวขึ้นไปเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับชีพธรณีเมื่อใด ไม่รู้เลยว่าเขาจะแข็งแกร่งได้ขนาดไหน’
--------------------
