เมืองโพ่เมี่ย
กลางดึก หลีเหย่ถือหอกสั้นสีเงินเล่มหนึ่งที่เพิ่งหลอมเสร็จเอาไว้ในมือแล้วเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง
เสียงหัวเราะของเขาปลุกให้ทุกคนที่อยู่ในลานที่พักตื่นขึ้นมาจากการฝึกตน แอบสบถด่ากับความประสาทของหลีเหย่
ในห้องหินที่กว้างขวางแห่งหนึ่ง เผยฉีฉีตั้งใจสลักภาพค่ายกลวิเศษภาพหนึ่ง เสียงโหวกเหวกของหลีเหย่ทำเอานางใจนมือเรียวยาวสั่นไหว
“แครก!”
หยกคงหลิงก้อนหนึ่งพลันแตกกระจายออก
บนใบหน้างดงามของเผยฉีฉีเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ลอยฉิวออกไปจากห้องหิน
สิบกว่าวินาทีหลังจากนั้น เผยฉีฉีก็มาปรากฏอยู่ข้างกายหลีเหย่อย่างไม่บอกไม่กล่าวราวกับิญญาตนหนึ่ง แล้วต่อยหน้าหลีเหย่โดยไม่รอให้เขาอธิบาย
“ผลัวะ!”
ร่างอ้วนท้วนของหลีเหย่ลอยขึ้นกลางอากาศแล้วร่วงลงพื้นอย่างแรง ส่วนใบหน้าก็ปูดบวมขึ้นมาทันใด
“ศิษย์พี่หญิง ดึกดื่นแบบนี้ท่านเป็บ้าอะไรของท่าน?” หลีเหย่ลุกขึ้นนั่ง นวดคลึงใบหน้าตัวเองพร้อมแสยะปากร้องโอดโอย เต็มไปด้วยความขมขื่น
“ข้าต่างหากที่ต้องถามเ้าว่าเป็บ้าอะไรของเ้า?” เผยฉีฉีเอ่ยพร้อมความโกรธ
“หา? หรือว่าข้าไปรบกวนท่าน?” หลีเหย่มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาอย่างฉับพลัน รีบพูดด้วยรอยยิ้มประจบ “ในที่สุดหอกสั้นสีเงินที่ข้าช่วยผู้หญิงนามว่าหูหันหลอมก็ออกจากเตาแล้ว ข้าทดลองดูก็พบว่าหอกสั้นสีเงินชิ้นนี้น่าจะเป็อาวุธวิเศษระดับสูงชิ้นหนึ่ง ฮ่าๆ!”
“นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ข้าก็คือช่างหลอมอาวุธวิเศษระดับสูงแล้ว!” หลีเหย่กล่าวอย่างลำพองใจ แล้วก็เต้นแร้งเต้นกาอย่างฮึกเหิม
“หูหัน?” เผยฉีฉีขมวดคิ้ว “ข้าบอกเ้าแต่แรกแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีเจตนาดี บอกให้เ้ารีบๆ ไล่นางไป เหตุใดเ้าถึงไม่เชื่อฟังข้า?”
“ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ถึงอย่างไรนางก็หลอมอาวุธเป็ สามารถช่วยงานข้าได้ไม่น้อย” หลีเหย่ยิ้มเจื่อนด้วยความจนใจอย่างมาก “นอกจากหูหันผู้นั้นแล้ว คนอื่นๆ ที่เหลือก็ไม่รู้เื่อะไรเกี่ยวกับการหลอมอาวุธสักอย่าง โดยเฉพาะหัวเทียนที่ไม่รู้อะไรเลย อยู่กับข้าก็ช่วยอะไรไม่ได้ หรือจะให้ข้าหวังพึ่งเขากันเล่า?”
“หัวเทียน...”
ได้ยินหลีเหย่เอ่ยถึงเนี่ยเทียน เผยฉีถึงนึกขึ้นมาได้ในฉับพลัน นางไม่ได้ััถึงการดำรงอยู่ของเนี่ยเทียนมานานแล้ว “เ้าหมอนั่นยังอยู่ที่กองบัญชาการกะโหลกเือยู่หรือ?”
“ไม่แล้ว เขาไปเทือกเขาฮ่วนคงแล้ว” หลีเหย่กล่าว
“เทือกเขาฮ่วนคง!” เผยฉีฉีหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ “ไปอย่างไร?”
“ก็ไปผ่านค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่ท่านจัดวางไว้ในเทือกเขาฮ่วนคงอย่างไรเล่า” หลีเหย่หัวเราะเฮอๆ พูดอย่างอวดฉลาด “หัวเทียนคือหลานของท่านหัว แถมท่านหัวยังมาส่งด้วยตัวเอง แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ใช่คนนอก หึ ทุกครั้งที่ท่านอาจารย์พูดถึงท่านหัวมักมีสีหน้าผิดปกติ ข้าเดาว่าท่านหัวกับอาจารย์ของพวกเรา...”
“ก็เพราะว่าท่านหัวเป็คนพามาอย่างไรล่ะ ข้าถึงได้พยายามรักษาความปลอดภัยให้แก่เขา! แต่เ้ากลับให้เขาไปที่เทือกเขาฮ่วนคงเพียงลำพัง? หลีเหย่ เ้ารู้หรือไม่ว่าเขามีตบะเพียงท้าย์ เขาไปที่เทือกเขาฮ่วนคงคนเดียวก็เท่ากับไปหาที่ตาย!” เผยฉีฉีถลึงตาใส่หลีเหย่ที่กำลังลำพองใจอย่างดุดัน
“เ้าคิดจริงๆ หรือว่าเมื่ออยู่ในเทือกเขาฮ่วนคง เขาจะสามารถสังหารหยางหลิงได้อย่างง่ายดาย?”
“เ้ามันโง่!”
เผยฉีฉีด่ากราด ทำให้หลีเหย่หัวหดด้วยความหวาดกลัว เขาได้แต่หัวเราะประจบ “แน่นอนว่าข้าย่อมต้องจัดการเป็ธุระให้ ข้าให้หูหันผู้นั้นไปพร้อมกับเขาด้วย ก่อนที่หูหันจะจากไป ข้ายังบีบให้นางกลืนยากัดใจลงไป ด้วยความสามารถของหูหันย่อมไม่สามารถหายาแก้เจอแน่นอน นางจะต้องดูแลหัวเทียนตามคำสั่งของข้า”
“อะไรนะ!?” เผยฉีฉีใอีกครั้ง มองเขาด้วยสายตาราวกับด่าว่าเขาเป็คนโง่ “เ้ายังให้นางหูหันผู้นั้นตามไปด้วย? เ้ารู้หรือไม่ว่าหูหันมาที่นี่เพราะจุดประสงค์อันใด?”
“อะไรหรือ?” หลีเหย่เอ่ยถามด้วยความสงสัย
เผยฉีฉีไม่ได้ตอบคำถาม น้ำเสียงก็เปลี่ยนมาเป็เคร่งเครียด “พวกเขาไปกันนานแค่ไหนแล้ว?”
“สิบกว่าวันแล้วกระมัง” หลีเหย่เองก็รู้สึกได้ว่าท่าไม่ดี จึงเก็บรอยยิ้มกลับคืนแล้วเอ่ยถามอย่างจริงจัง “ศิษย์พี่หญิง ท่านไปรู้อะไรมา?”
“สิบกว่าวันอย่างนั้นหรือ หวังว่าจะยังทัน!” เผยฉีฉีออกจากห้องของหลีเหย่ไปอย่างเงียบเชียบ เงาร่างของนางหายวับไปแล้ว ทว่ายังคงมีเสียงดังลอยมา “เ้ารออยู่ที่นี่ให้ดี ่นี้อย่าออกจากเมืองโพ่เมี่ยแม้แต่ก้าวเดียว! หลังจากข้ากลับมาแล้วจะเล่าให้เ้าฟังอย่างละเอียด!”
จุดที่นางหายตัวไปยังคงมีคลื่นแห่งมิติที่แปลกประหลาดชั้นหนึ่งกระเพื่อมไหวช้าๆ
ไม่นานหลังจากนั้น นางก็มาปรากฏอยู่ตรงที่ตั้งค่ายกลนำส่งแห่งมิติกลางเมืองโพ่เมี่ย แล้วจึงบอกกับหลิวคังว่า้าใช้ค่ายกลนำส่งเดี๋ยวนี้
หลิวคังจึงจัดการให้นางทันที
“ฟิ้ว!”
ไม่นานร่างของเผยฉีฉีก็มาปรากฏตัวอยู่ในค่ายกลนำส่งแห่งมิติขนาดเล็กที่เทือกเขาฮ่วนคง
เพิ่งจะปรากฏตัวและเห็นว่าค่ายกลนำส่งแห่งมิติขนาดเล็กนั้นยังอยู่ นางจึงแอบคลายใจลงได้
มือซ้ายของนางวางเบาๆ ลงไปที่มุมหนึ่งของค่ายกลนำส่งแห่งมิติ แล้วใช้เวทห้วงมิติกระตุ้นมัน
ค่ายกลนำส่งแห่งมิติขนาดเล็กนั้นเมื่ออยู่ภายใต้การควบคุมจากเวทคาถาที่ประณีตของนางจึงหดตัวลงเล็กอย่างรวดเร็ว ครู่เดียวก็เปลี่ยนมามีขนาดเท่าฝ่ามือ แล้วถูกนางเก็บกลับไปอย่างง่ายดาย
หลังจากเก็บเอาค่ายกลนำส่งแห่งมิตินั้นไปแล้ว นางจึงเดินออกมาจากในถ้ำ และมาปรากฏอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงที่มีรอยแยกห้วงมิติล่องลอยอยู่
นางลอดทะลุผ่านรอยแยกห้วงมิติเ่าั้ และไปยังทิศทางที่เนี่ยเทียนฝึกบำเพ็ญตบะตามที่หลีเหย่บอกเอาไว้
ผู้ฝึกลมปราณกลุ่มหนึ่งของเดือนดับที่มีหม่าจิ่วเป็หัวหน้ามุ่งหน้ามายังตำแหน่งที่ตั้งของค่ายกลนำส่งแห่งมิติตามที่หูหันบอก
“นางมารเผย!”
แค่มองปราดเดียวหม่าจิ่วก็เห็นเผยฉีฉีที่เดินอยู่ตามรอยแยกห้วงมิติภายใต้แสงจันทร์เย็นกระจ่าง
“หม่าจิ่ว” เผยฉีฉีหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย
“หึ! เ้ามาปรากฏตัวเองเลยรึ ก็ดีเหมือนกัน!” หม่าจิ่วมีความรู้สึกดีใจที่ได้เจอเื่ไม่คาดคิด แล้วจึงยกมือซ้ายเพื่อออกคำสั่งทันที “ร่วมกันสังหารนางมารเผย จับเป็หรือจับตายก็ได้ทั้งนั้น!”
ผู้ฝึกลมปราณเดือนดับกลุ่มหนึ่งพากันกระจายตัวออกหมายจะล้อมสังหารเผยฉีฉี
เผยฉีฉีเห็นว่าผู้แข็งแกร่งมากมายของเดือนดับลงมือพร้อมกันจึงเดาได้ทันทีว่าหูหันเปิดเผยที่ตั้งของค่ายกลนำส่งแห่งมิติขนาดเล็กของนางแล้ว มิฉะนั้นพวกหม่าจิ่วแห่งเดือนดับย่อมไม่มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่อย่างบังเอิญแบบนี้แน่นอน
หม่าจิ่วมีตบะต้น์่ท้าย เขาคือผู้รับผิดชอบของเดือนดับที่ตั้งหลักปักฐานอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคง ข้างกายหมาจิ่วยังมีผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์อีกสองคน ลำพังเพียงสามคนนี้ก็มากพอจะสังหารนางได้ง่ายๆ เมื่ออยู่โลกภายนอก
แต่ยังดีที่ที่นี่คือเทือกเขาฮ่วนคง
“อ้อ มีความสามารถก็เข้ามาสิ” เรือนกายอรชรของเผยฉีฉีพลันหลบเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีรอยแยกห้วงมิติรวมตัวกันอยู่มากที่สุด ปล่อยให้รอยแยกห้วงมิติเ่าั้ล่องลอยไปโดยไม่คิดจะออกมา
ผู้แข็งแกร่งเดือนดับที่มีหม่าจิ่วเป็หัวหน้าไม่กล้าเข้าไปในพื้นที่ที่มีรอยแยกห้วงมิติรวมตัวกัน ทำได้เพียงห้อมล้อมเผยฉีฉีอยู่ห่างๆ และคอยเคลื่อนที่ไปตามรอยแยกห้วงมิติที่ล่องลอย
อีกฝั่งหนึ่ง
หลังจากที่เนี่ยเทียนใช้ทิพย์จักษุจนััได้ถึงการต่อสู้จึงลุกขึ้นยืนทันที
เขาค่อยๆ ใช้กระแสจิตที่ปะปนไว้ด้วยแสงดาวสร้างทิพย์จักษุขึ้นมาอีกหกดวง
ทิพย์จักษุทั้งเจ็ดข้างปรากฏขึ้นทั้งหมด เขาจึงมองสภาพแวดล้อมรอบด้านได้อย่างชัดเจน
“หัวเทียน เ้ายังอยู่ตรงนั้นหรือไม่?”
ขณะที่เขาเตรียมจะเคลื่อนไหว ในหินส่งข้อความเสียงซึ่งอยู่ตรงเอวของเขาก็มีเสียงเรียกของหูหันดังลอยออกมา
“บังเอิญเสียจริง” เนี่ยเทียนอึ้งงันไปครู่ แล้วจึงหยิบเอาหินส่งข้อความเสียงออกมากล่าวว่า “ข้ายังอยู่ แต่ตอนนี้ข้าพบว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้น กำลังจะไปดู”
“ไม่ต้องมา! เ้ารอข้าอยู่ที่เดิมนั่นแหละ!” หูหันพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ด้วยตบะของเ้า ทางที่ดีที่สุดอย่าเข้าร่วมกับการต่อสู้ปะทะหน้าใดๆ! การต่อสู้ที่เกิดขึ้นในเทือกเขาฮ่วนคงไม่ใช่คนที่อยู่ในขอบเขตอย่างเ้าสามารถเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยได้ หากอยู่ๆ เ้าตายขึ้นมาเดี๋ยวจะทำข้าซวยไปด้วย”
เสียงของหูหันที่ดังออกมาจากหินส่งข้อความเสียงฟังดูร้อนใจอย่างมาก
เนี่ยเทียนััได้ว่าหูหันน่าจะกำลังเร่งรุดเดินทางมาที่นี่อย่างบ้าคลั่ง ถึงได้หอบหนักถึงเพียงนั้น
ทว่าเขากลับไม่ได้สนใจคำสั่งของหูหัน เนี่ยเทียนเก็บหินข้อความเสียงลงไปไว้ที่เดิม และเข้าไปใกล้พื้นที่การต่อสู้ตามการชักนำของทิพย์จักษุ
ตัวเขายังมาไม่ถึงทว่าทิพย์จักษุเจ็ดข้างนั้นของเขาได้มาจับตาดูสถานการณ์การสู้รบก่อนแล้ว
สองฝ่ายที่ต่อสู้กันหนึ่งในนั้นสวมชุดของกะโหลกเื คือชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีอายุประมาณยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดปี ตบะกลาง์่ท้าย เป็ผู้นำของทางฝ่ายกะโหลกเื และก็เป็คนที่มีขอบเขตสูงสุด
มือทั้งสองข้างของเขาต่างก็สวมถุงมือสีดำสนิท บนถุงมือนั้นเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมมากมาย มองปราดๆ มือสองข้างนั้นก็คล้ายกับปากของสัตว์ร้ายที่แสยะฟันแหลมคม
คนผู้นี้โบกมือที่สวมถุงมือ ตัวคนเดียวต่อสู้กับผู้ที่มีขอบเขตเดียวกันถึงสองคนอย่างห้าวหาญ
นอกจากนี้ยังมีสมาชิกของกะโหลกเืขั้นกลาง์อีกสองคนที่หันหลังเข้าหากัน คนหนึ่งถือทวนยาวสีดำ คนหนึ่งถือกระบี่เล่มใหญ่สองเล่ม กำลังถูกผู้ที่มีขอบเขตท้าย์่ต้นและ่กลางห้าคนโอบล้อมโจมตี
คนที่โจมตีกะโหลกเืมีทั้งหมดเจ็ดคน เจ็ดคนนั้นสวมเสื้อผ้าปะปนกัน เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มาจากขั้วอิทธิพลเดียวกัน
แต่ร่างของคนทั้งเจ็ดนั้นกลับปลดปล่อยกลิ่นคาวเืที่เข้มข้นออกมา ั์ตาของพวกเขาฉายแสงแห่งความโเี้และกระหายเื ทำท่าทางหมายจะแร่เนื้อเถือหนังของกะโหลกเืสามคนทั้งเป็
“พี่น้องทั้งหมด! ไช่โยวคือลูกชายของผู้นำกะโหลกเื! ทางที่ดีที่สุดคือจับเป็เขา ไช่โยวที่มีชีวิตอยู่สามารถแลกหินวิเศษและอาวุธวิเศษมากมายได้จากกะโหลกเื!” ชายหนุ่มผู้ที่มีตบะกลาง์่ท้ายคนหนึ่งแสยะยิ้มชั่วช้า “พี่น้องของพวกเรามักจะถูกคนของพวกกะโหลกเืจับกุมกวาดล้างเวลาเข้าออกจากเมืองเป็ประจำ ตอนนี้คว้าโอกาสเอาไว้ได้ จะไม่ยอมปล่อยมันไปเด็ดขาด!”
“จับตัวไช่โยวเอาไว้ หินวิเศษและวัตถุดิบวิเศษที่ทุกคนได้รับมากพอจะทำให้พวกเราออกไปให้ไกลจากเมืองโพ่เมี่ยและไปใช้ชีวิตดีๆ อยู่ในพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างและซากปรักหักพัง!”
“ทุกคนจงออกแรงกันให้เต็มที่! อย่าให้ไช่โยวหนีไปได้!”
คนทั้งเจ็ดให้กำลังใจกันและกัน ท่าทางแต่ละคนดุร้ายอย่างถึงที่สุด ทั้งยังกระตุ้นพลังิญญาอย่างบ้าคลั่ง โบกสะบัดอาวุธวิเศษหลากหลายชนิดที่อยู่ในมือ พยายามโจมตีเข้าใส่สมาชิกของกะโหลกเืทั้งสามคน
“ไช่โยว!”
เมื่อใช้ทิพย์จักษุทั้งเจ็ดข้าง เนี่ยเทียนที่มองเห็นสภาพการต่อสู้ได้อย่างชัดเจนก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ตอนที่เขาจะยืมใช้ห้องฝึกตนของกองบัญชาการกะโหลกเืแล้วหลีเหย่เอ่ยถึงไช่เยว่ลูกสาวของผู้นำกะโหลกเืก็ได้กล่าวถึงไช่โยวบ้างเล็กน้อย
ผู้นำกะโหลกเืมีลูกชายหนึ่งคนและลูกสาวหนึ่งคน ลูกสาวคือไช่เยว่ ลูกชายคือไช่โยว
ตามที่หลีเหย่เล่าให้ฟัง ไช่โยวไม่ค่อยได้อยู่ในเมืองโพ่เมี่ย แต่อาศัยอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคง ใช้การต่อสู้ที่นองเืมาขัดเกลาพละกำลังและศิลปะในการต่อสู้ของตัวเอง
ไช่โยวได้รับความสำคัญจากผู้แข็งแกร่งบางส่วนที่เป็สมาชิกของกะโหลกเื ไม่ใช่เพราะว่าเขาคือลูกชายของผู้นำกะโหลกเื แต่เป็เพราะเขาผ่านการต่อสู้ที่เหี้ยมโหดมาหลายครั้งจนได้รับความเคารพนับถือจากคนเ่าั้
“ลำพังเพียงแค่เศษสวะอย่างพวกเ้าก็คิดจะจับคุณชายไช่ของข้าอย่างนั้นรึ ฝันไปเถอะ!”
ผู้ที่มือทั้งสองข้างถือกระบี่เล่มใหญ่แหงนหน้าคำรามอย่างโกรธแค้น ไม่สนใจอาวุธวิเศษรูปกรวยของคนผู้หนึ่งที่ทิ่มแทงเข้ามา ดาบกว้างใหญ่นั่นชักนำให้เกิดเสียงฟ้าร้อง แล้วฟ้าก็แลบปลาบออกมาเป็เส้นๆ หนาเท่าแขนเด็ก
“เปรี้ยงๆๆ!”
คู่ต่อสู้คนหนึ่งของเขาพลันถูกสายฟ้ากลบทับ และเซถอยหลังออกไป บนร่างก็มีควันสีเขียวล้อมวน
“สวบ!”
ทว่าอาวุธวิเศษรูปกรวยของอีกคนหนึ่งกลับแทงเข้ามาตรงหน้าท้องของเขา และทะลุเกราะหนังที่เขาสวมอยู่ ตรงหน้าท้องเขาจึงมีเืสดไหลรินออกมาทันที
“คุณชายไช่! ไม่ต้องสนใจพวกเรา ท่านไปก่อนได้เลย!”
คนผู้นั้นข่มกลั้นความเ็ป ระหว่างที่โบกสะบัดกระบี่เล่มกว้าง สายฟ้าหลายเส้นก็พุ่งเข้าใส่ผู้ที่มีตบะกลาง์่ท้ายสองคน คิดจะใช้พลังของตัวเองมาแบ่งเบาความกดดันของไช่โยว เพื่อให้ไช่โยวฉวยโอกาสหนีไปได้
“ไสหัวไปซะ! ข้าไม่้าให้เ้ามาดูแล!” ไช่โยวกล่าวเดือดดาล
“กะโหลกเื ไช่โยว...”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่ติดตามทิพย์จักษุทั้งเจ็ดข้างนั้นก็มาถึงสถานที่เกิดเหตุในที่สุด เขามองประเมินไปรอบสนามต่อสู้ด้วยสีหน้าแปลกประหลาด ทั้งยังะโพูดเสียงดัง “ข้ามาจากเมืองโพ่เมี่ย ได้รับการดูแลจากกะโหลกเื หากกะโหลกเืของพวกเ้ายอมจ่ายหินวิเศษ ข้าสามารถช่วยพวกเ้าฆ่าคนได้ หินวิเศษหนึ่งพันก้อน ข้าจะฆ่าคนให้เ้าหนึ่งคน แต่ว่าต้องจำกัดอยู่ที่ผู้มีขอบเขตกลาง์่ต้นเท่านั้น”
-----
