บทที่ 7 กฎสามสะอาด 1
ข่าวการแต่งตั้ง ‘ที่ปรึกษาทางการแพทย์มู่หลัน’ แพร่สะพัดไปทั่วทั้งค่ายทหารพยัคฆ์อุดรเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง!
เื่ราวของสตรีปริศนาผู้ใช้เข็มเล่มเดียวฉุดดึงสหายทหารให้กลับมาจากประตูผีถูกแต่งแต้มสีสันจนกลายเป็ตำนานในชั่วข้ามคืน ชื่อของนางถูกพูดถึงในทุกวงสนทนา ั้แ่วงเหล้าของทหารเลวจนถึงวงประชุมของนายกองระดับสูง
“ข้าเห็นกับตา! ตอนที่แม่นางมู่หลันลงเข็ม มีแสงสีขาวอ่อนๆ วาบออกมาด้วยนะ!”
“ข้าว่านางต้องเป็ศิษย์ของหมอเทวดาฮัวโต๋ที่กลับชาติมาเกิดแน่ๆ!”
“ต่อไปนี้พวกเราออกรบก็ไม่ต้องกลัวตายแล้ว! เพราะเรามี ‘หมอเทวดามู่หลัน’ อยู่ทั้งคน!”
‘์มีตา! ส่งเทพธิดามาโปรดพวกเราแล้ว! ท่านแม่ทัพช่างสายตาแหลมคมนัก!’
ทว่า ในขณะที่เหล่าทหารชั้นผู้น้อยมองมู่หลันด้วยสายตาแห่งความศรัทธา บรรดาแม่ทัพนายกองกลับมองนางด้วยสายตาที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก
ภายในกระโจมบัญชาการของแม่ทัพเว่ยหลง บรรยากาศกำลังเคร่งเครียดและกดดัน
“ท่านแม่ทัพ! ท่านได้โปรดทบทวนด้วยเถิดขอรับ!” นายทหารร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะเต็มยศกำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเว่ยหลง เขาคือ เฉินกง รองแม่ทัพคู่ใจผู้ติดตามเว่ยหลงมาั้แ่ยังเป็เพียงนายกองเล็กๆ “การแต่งตั้งสตรีที่ยังไม่ทราบหัวนอนปลายเท้าขึ้นมามีตำแหน่งสูงส่งถึงเพียงนี้ มันผิดหลักการปกครองกองทัพอย่างร้ายแรง! น้ำใสเกินไปย่อมไร้ปลา คนที่เถรตรงเกินไปย่อมไร้บริวาร แต่การแหกกฎจนเกินงาม ก็จะทำให้ไร้ซึ่งความน่าเกรงขามได้เช่นกันนะขอรับ!”
เว่ยหลงยังคงนั่งสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน สายตาของเขาทอดมองไปยังแผนที่การรบบนโต๊ะ ราวกับไม่ได้ฟังคำทัดทานนั้น “แล้วเ้าคิดว่าข้าควรทำอย่างไร เฉินกง? ปล่อยให้นางเป็เพียงผู้ช่วยต่อไป แล้วดูทหารของเราตายไปทีละคนด้วยพิษาแ ที่พวกเ้าเรียกกันอย่างนั้นรึ?”
“ข้าน้อยมิได้หมายความเช่นนั้น!” เฉินกงรีบกล่าว “แต่นางเป็เพียงสตรี! ให้รางวัลเป็เงินทองแพรพรรณก็พอแล้ว เหตุใดต้องมอบอำนาจที่เทียบเท่าคำสั่งของท่านด้วย! หากวันใดนางเกิดวิปลาสขึ้นมา สั่งการผิดพลาด ความเสียหายจะใหญ่หลวงเพียงใด ท่านแม่ทัพเคยคิดบ้างหรือไม่!”
‘ท่านแม่ทัพไม่เคยเป็เช่นนี้มาก่อน! ปกติท่านสุขุมรอบคอบที่สุด! หรือว่าท่านจะถูกรูปโฉมของสตรีนางนั้นทำให้ไขว้เขวไปแล้ว? ไม่ได้การ! ข้าต้องทัดทานให้ถึงที่สุด!’
เว่ยหลงถอนหายใจยาว เขาละสายตาจากแผนที่แล้วหันมามองรองแม่ทัพคู่ใจ “เฉินกงเ้าตามข้ามาสิบกว่าปีแล้ว เ้าน่าจะรู้ดีที่สุดว่าสิ่งใดที่ข้าให้ความสำคัญมากที่สุด”
“ชีวิตของพี่น้องทหารพ่ะย่ะค่ะ” เฉินกงตอบเสียงอ่อย
“ถูกต้อง” เว่ยหลงกล่าวเสียงเรียบ “ทุกปี เราเสียทหารจากการรบไปหนึ่งส่วน แต่เราเสียทหารจากาแหลังการรบไปถึงสามส่วน! นั่นหมายความว่าศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของเราไม่ใช่พวกอนารยชน แต่คือความตายที่มองไม่เห็นในค่ายของเราเอง!”
เขาลุกขึ้นยืน เดินไปตบบ่าเฉินกงเบาๆ “ข้าไม่รู้ว่านางเป็ใคร มาจากไหน แต่ข้ารู้ว่านางมีความสามารถที่จะลดการสูญเสียสามส่วนนั้นได้ และสำหรับข้าแล้ว นั่นมีค่ามากกว่ากฎเกณฑ์หยุมหยิมใดๆ ทั้งสิ้น”
“ใช้คนต้องไม่ระแวง ระแวงต้องไม่ใช้คน ในเมื่อข้าตัดสินใจจะใช้นางแล้ว ข้าก็ต้องมอบความไว้วางใจและอำนาจให้นางอย่างเต็มที่ เพื่อให้นางทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด เ้าเข้าใจรึยัง?”
คำอธิบายที่หนักแน่นและเปี่ยมด้วยเหตุผลของเว่ยหลง ทำให้เฉินกงถึงกับนิ่งอึ้งไป เขารู้ดีว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของบุรุษผู้นี้ได้อีกต่อไป
...
ในขณะเดียวกัน มู่หลันที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลที่ยาวนานที่สุดนับั้แ่ทะลุมิติมา ก็พบว่าโลกของเธอได้เปลี่ยนไปแล้ว
กระโจมที่เธอเคยอยู่เป็กระโจมเล็กๆ เก่าๆ ที่ตั้งอยู่ริมสุดของค่าย แต่ตอนนี้ เธอถูกย้ายมาอยู่ในกระโจมส่วนตัวที่สะอาดสะอ้านและกว้างขวางขึ้นมาก ตั้งอยู่ไม่ไกลจากค่ายพยาบาล ภายในมีเตียงนอนที่ปูด้วยเบาะนุ่มๆ โต๊ะเขียนหนังสือเล็กๆ และยังมีเสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับสตรีวางพับไว้อย่างเรียบร้อย เป็ชุดผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนที่ดูเรียบง่ายแต่สวมใส่สบาย
‘โห ดูการปรนนิบัติสิ! ไม่ต่างจากฮูหยินของท่านแม่ทัพเลยนะเนี่ย! แม่นางมู่หลันต้องเป็ดาวนำโชคของกองทัพเราแน่ๆ!’ ทหารที่มาส่งของคิด
ขณะที่เธอยังคงสำรวจที่อยู่ใหม่ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้ากระโจม
“แม่นางมู่หลัน ข้า... ข้าขอเข้าไปได้หรือไม่?”
เป็เสียงของพ่อครัวหวังนั่นเอง!
มู่หลันรีบเดินไปเปิดม่านกระโจม ก็พบพ่อครัวหวังหน้าั์ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่พร้อมกับถาดอาหารในมือ เขายิ้มแหยๆ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน “เอ่อ ข้าเห็นว่าแม่นางคงจะหิว ข้าเลยทำซุปไก่ตุ๋นยาจีนสูตรพิเศษมาให้ ช่วยบำรุงร่างกาย”
“ขอบคุณท่านหัวหน้าหวังมากเ้าค่ะ แต่ไม่ต้องลำบากถึงเพียงนี้ก็ได้” มู่หลันกล่าวอย่างเกรงใจ
“โอ๊ย! ลำบากอะไรกัน!” พ่อครัวหวังโบกมือไปมา “เื่ที่แม่นางทำในค่ายพยาบาลน่ะ ข้าได้ยินหมดแล้ว! แม่นางคือผู้มีพระคุณของกองทัพเราโดยแท้! ข้าวหนึ่งมื้อตอบแทนคุณธรรมพันลี้ ซุปไก่ถ้วยเดียวนี้เทียบไม่ได้เลยกับชีวิตทหารที่แม่นางช่วยไว้! ได้โปรดรับไว้เถิด!”
การเปลี่ยนแปลงท่าทีอย่างสิ้นเชิงของเขา ทำให้มู่หลันอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เธอรับซุปไก่มาดื่ม รสชาติที่อบอุ่นและหอมกรุ่นของมันไม่ได้เพียงแค่บำรุงร่างกาย แต่ยังช่วยเยียวยาจิตใจที่เหนื่อยล้าของเธอได้อย่างน่าประหลาด
หลังจากพ่อครัวหวังกลับไปไม่นาน ก็มีแขกมาเยือนอีกคนหนึ่ง
คราวนี้คือหมอโม่
ชายชราเดินเข้ามาพร้อมกับม้วนตำราแพทย์เก่าๆ สองสามมัด เขาโค้งคำนับให้เธออย่างนอบน้อมจนมู่หลันต้องรีบเข้าไปประคองไว้
“ท่านหมอโม่! ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้นะเ้าคะ! ข้าเป็เพียงเด็กรุ่นหลัง จะรับการคารวะจากท่านได้อย่างไร!”
“รับได้สิ! รับได้แน่นอน!” หมอโม่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ในวงการแพทย์ เราไม่นับาุโตามอายุ แต่นับตามความสามารถ! ผู้รู้จริงคืออาจารย์ วิธีการของแม่นางในวันนั้นได้เปิดดวงตาให้คนแก่เช่นข้าแล้ว”
เขาวางม้วนตำราลงบนโต๊ะ “นี่คือตำราแพทย์บางส่วนที่ข้าศึกษามาทั้งชีวิต ข้าคิดว่า หากแม่นางได้อ่าน น่าจะเป็ประโยชน์ต่อการรักษาคนต่อไป”
มู่หลันมองตำราเ่าั้ด้วยแววตาเป็ประกาย นี่คือสิ่งที่เธอ้ามากที่สุด! ความรู้ทางการแพทย์ของยุคนี้!
“ขอบคุณท่านหมอโม่มากเ้าค่ะ! นี่คือของขวัญล้ำค่าที่สุดสำหรับข้าเลย!”
หมอโม่ยิ้มอย่างพึงพอใจ “ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณแม่นาง... ต่อไปนี้ หากมีสิ่งใดที่คนแก่อย่างข้าพอจะช่วยได้ ขอแม่นางโปรดอย่าได้เกรงใจ”
การมาเยือนของคนทั้งสองทำให้มู่หลันตระหนักได้ว่า เธอไม่ได้ต่อสู้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว เธอเริ่มมีพวกพ้องในโลกใบนี้แล้ว
หลังจากพักผ่อนจนมีเรี่ยวแรงเต็มที่ มู่หลันก็เริ่มลงมือวางแผนขั้นต่อไปทันที เธอรู้ดีว่าการรักษาคนป่วยทีละคนเป็เพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สิ่งที่ต้องทำคือการป้องกันไม่ให้เกิดการเจ็บป่วยขึ้นมาั้แ่แรก!
เธอใช้เวลาตลอด่บ่ายเขียนบางอย่างลงบนแผ่นไม้ที่หามาได้ ด้วยลายมือที่เธอพยายามดัดให้คล้ายกับตัวอักษรในยุคนี้มากที่สุด
...
เย็นวันนั้นเอง มู่หลันก็ไปปรากฏตัวที่หน้ากระโจมบัญชาการของแม่ทัพเว่ยหลงอีกครั้ง
ครั้งนี้ เธอไม่ได้มาในฐานะนักโทษ แต่มาในฐานะที่ปรึกษาทางการแพทย์
เมื่อได้รับอนุญาตให้เข้าไป เธอก็เห็นเขานั่งขัดดาบอยู่เช่นเคย ราวกับเป็กิจวัตรที่เขาทำทุกวันเพื่อสงบสมาธิ
“ข้ามีเื่สำคัญจะเสนอต่อท่านแม่ทัพเ้าคะ” เธอกล่าวโดยไม่อ้อมค้อม
เว่ยหลงเงยหน้าขึ้นมองเธอ “ว่ามา”
มู่หลันวางแผ่นไม้สามแผ่นที่เธอเขียนไว้ลงบนโต๊ะทำงานของเขา
“ข้าเรียกมันว่ากฎสามสะอาด เ้าคะ” เธอกล่าวอย่างฉะฉาน “มันคือกฎพื้นฐานที่จะช่วยลดจำนวนทหารที่ล้มป่วยและเสียชีวิตจากการติดเชื้อได้อย่างมหาศาล”
เว่ยหลงหยิบแผ่นไม้แผ่นแรกขึ้นมาอ่าน บนนั้นเขียนไว้ว่า “หนึ่ง... ล้างมือให้สะอาด”
เขาขมวดคิ้ว “ล้างมือ? ทหารของข้าไม่ใช่คุณหนูในห้องหอที่ต้องมาประทินโฉมนะ”
“ความสะอาดไม่ใช่เื่ของความสำอาง แต่เป็เื่ของความเป็ความตายเ้าคะ” มู่หลันอธิบาย “มือของเราััสิ่งสกปรกมากมายที่มองไม่เห็น หากใช้มือนั้นหยิบจับอาหารหรือััาแ ก็เท่ากับนำพาสิ่งสกปรกเ่าั้เข้าสู่ร่างกายโดยตรง ข้าจึงขอเสนอให้ตั้งโอ่งน้ำและสบู่ (ที่ทำจากเถ้าถ่านและไขมันสัตว์) ไว้ตามจุดสำคัญต่างๆ เช่น หน้าโรงครัว หน้าค่ายพยาบาล และหน้าห้องส้วม และออกกฎให้ทหารทุกคนต้องล้างมือก่อนกินอาหารและหลังจากทำธุระส่วนตัวทุกครั้ง”
เว่ยหลงนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะหยิบแผ่นไม้แผ่นที่สองขึ้นมาอ่าน “สอง... ดื่มน้ำให้สะอาด”
“น้ำที่ทหารดื่มกันอยู่ มาจากแม่น้ำโดยตรง แม้จะดูใส แต่ก็อาจมีสิ่งสกปรกปะปนอยู่” มู่หลันกล่าวต่อ “ข้าขอเสนอให้ทหารทุกคนดื่มเฉพาะน้ำที่ผ่านการต้มสุกแล้วเท่านั้น”
“ต้มน้ำให้คนทั้งกองทัพดื่ม? เ้าจะใช้ฟืนมหาศาลแค่ไหนรู้หรือไม่! นี่มันสิ้นเปลืองเกินไป!” เฉินกงที่ยืนอยู่ด้านข้างอดรนทนไม่ได้จนต้องพูดขัดขึ้นมา
“เขื่อนยาวพันลี้ อาจพังทลายเพราะรังมดเล็กๆ” มู่หลันหันไปตอบเฉินกงอย่างใจเย็น “ฟืนที่เสียไปเทียบไม่ได้เลยกับชีวิตของทหารที่ต้องเสียไปเพราะโรคท้องร่วงนะเ้าคะ ท่านรองแม่ทัพ”
เฉินกงถึงกับหน้าชา พูดไม่ออก
เว่ยหลงหยิบแผ่นไม้แผ่นสุดท้ายขึ้นมา บนนั้นเขียนว่า “สาม... รักษาแผลให้สะอาด”
“นี่คือข้อที่สำคัญที่สุด” มู่หลันเน้นเสียง “อุปกรณ์ทางการแพทย์ทุกชิ้นต้องผ่านการต้มในน้ำเดือดหรือเผาไฟก่อนใช้งานทุกครั้ง ผ้าพันแผลต้องซักด้วยน้ำร้อนและตากแดดให้แห้งสนิท ผู้ที่ทำการรักษาต้องล้างมือให้สะอาดที่สุด และต้องแยกขยะติดเชื้อ เช่น ผ้าพันแผลเก่า ออกไปเผาทิ้งให้ไกลจากค่าย... ทั้งหมดนี้เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกจากคนหนึ่งไปสู่คนอื่นๆ”
เมื่ออธิบายจบ มู่หลันก็ยืนสงบนิ่ง รอคอยคำตัดสินของเขา
เว่ยหลงวางแผ่นไม้ทั้งสามลงบนโต๊ะ เขาไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา แต่ในดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
สิ่งที่นางเสนอมาทั้งหมด... เป็เื่ที่เรียบง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก็ไม่เคยมีใครคิดจะทำมันอย่างเป็ระบบมาก่อน มันคือการเปลี่ยนวิถีปฏิบัติที่ทำสืบต่อกันมานับร้อยนับพันปี
“ความคิดของเ้า ดีมาก” ในที่สุดเขาก็เอ่ยขึ้น “แต่การจะเปลี่ยนความเคยชินของทหารหลายหมื่นคน ไม่ใช่เื่ง่าย”
“ข้ารู้เ้าคะ” มู่หลันตอบ “แต่ การเดินทางหมื่นลี้ เริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ หากเราไม่เริ่มทำั้แ่วันนี้ เราก็จะไม่มีวันไปถึงจุดหมายได้”
เว่ยหลงจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่มุ่งมั่นของเธอ แล้วเขาก็ตัดสินใจ
เขาเอื้อมมือไปหยิบบางสิ่งบางอย่างจากในลิ้นชักโต๊ะ มันคือป้ายอาญาสิทธิ์รูปหัวพยัคฆ์ทำจากทองเหลือง! สัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุดของแม่ทัพ!
เขายื่นมันให้กับมู่หลัน
“ข้าให้เ้ายืมสิ่งนี้” เขากล่าวเสียงเรียบ “นับแต่นี้ไป กฎสามสะอาดของเ้า คือกฎของกองทัพพยัคฆ์อุดร! ผู้ใดขัดขืน ให้ลงโทษสถานเดียวกับผู้ที่ขัดคำสั่งข้า!”
มู่หลันรับป้ายอาญาสิทธิ์มาถือไว้ในมือ มันเย็นเฉียบและหนักอึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ
นี่ไม่ใช่แค่การยอมรับ แต่มันคือการมอบอำนาจและกองทัพทั้งกองทัพมาไว้ในความรับผิดชอบของเธอ!
บัดนี้ าบทใหม่ของมู่หลันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว มันไม่ใช่ากับศัตรูที่ชายแดน แต่เป็ากับความเคยชิน ความเชื่อ และความสกปรกที่ฝังรากลึกมานานแสนนาน ซึ่งบางที อาจจะเอาชนะได้ยากยิ่งกว่าการรบใดๆ เสียอีก
