ไม่นานหลังจากนั้นนัก ถังหว่านก็โทรมาหาหยางเฉินอีกครั้งเพื่อนัดทานข้าว หยางเฉินจึงมุ่งหน้าไปทางถนนจงไห่ตะวันออกเพื่อไปหาเธอ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยมาทางฝั่งตะวันออก และไม่รู้ทางแต่จีพีเอสที่อยู่ข้างหน้าของเขาก็สามารถบอกทางได้เป็อย่างดี หยางเฉินรู้สึกดีเล็กน้อยที่ไม่หลงทาง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ก่อนจะแนบหูเพื่อฟัง
เย็นนี้เขามีนัดทานข้าวกับถังหว่านจึงไม่ได้กลับไปทานข้าวเย็นที่บ้าน ทำให้เขาคิดว่าควรที่จะบอกเธอไว้ก่อนจะได้ไม่เกิดเื่ขึ้นแบบครั้งที่แล้วอีก
ไม่นานนักหลังจากนั้นเสียงปลายสายก็ดังขึ้น เป็เสียงของหลินรั่วซีที่รับโทรศัพท์
“มีอะไร?” หลินรั่วซีถามขึ้น
“รายงานภรรยาที่รัก คืนนี้ผมมีนัดทานข้าวกับเพื่อน คุณกินกับป้าหวังไปก่อนได้เลยครับ” หยางเฉยพูดพร้อมกับยิ้ม
หลินรั่วซีเงียบไปชั่วขณะหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น “คงไม่ใช่ถังหว่านใช่ไหม”
หยางเฉินคิดว่าเธอน่าจะรู้มาจากก่อนหน้านี้ที่ถังหว่านเคยเอ่ยปากชวนเขาทานข้าว หลินรั่วซีเคยบอกกับเขาว่าเขาสามารถไปกับผู้หญิงคนอื่นๆ ได้แต่ต้องไม่ใช่ถังหว่าน
หยางเฉินไม่ได้คิดจะโกหกเธอแต่อย่างใด เขายิ้มอย่างอายๆ ขึ้นมาเท่านั้น “ใช่ แต่ผมต้องไป”
หลินรั่วซีถอนหายใจออกมา “ฉันพูดไปก่อนหน้านี้นายไม่ได้ฟังเลยใช่มั้ย สนใจผู้หญิงคนนั้นมากหรือไงกัน?”
“เฮ้ ผมไม่ได้บอกคุณตอนไหนเลยนะว่าผมสนใจถังหว่าน เธอแค่นัดผมกินข้าวเท่านั้นเอง...” หยางเฉินค่อนข้างกลัวหลินรั่วซีจะโมโหว่าเขานอกใจเธอ ยิ่งคิดถึงตอนที่เขาทำทีไปตีสนิทกับถังหว่านที่ริมแม่น้ำตอนนั้นหากมีใครเล่าขึ้นมาเขาก็คงจะถูกเธอฆ่าแน่
ยิ่งหลังจากวันนั้น ในตอนที่เขาไปที่โรงเรียนของหลี่จิงจิงแล้วพบว่าถังหว่านมีลูกแล้ว ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดมากขึ้นที่ตัวของเขาไปทำลายครอบครัวของคนอื่น ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็สิ่งที่เขาไม่้าจะทำ ต่อให้หยางเฉินจะเ้าชู้มากแค่ไหนแต่เขาก็ยังคงอยู่ในศีลธรรมอยู่บ้าง แต่บางครั้งเขาก็คิดว่าถังหว่านนั้นน่าจะเป็แม่เลี้ยงเดี่ยวมากกว่าที่จะมีสามีจริงๆ
หลังจากที่หยางเฉินช่วยถังหว่านในเหตุการณ์โจรปล้นธนาคาร เขาคิดว่าเธอคงจะรู้สึกเป็มิตรกับเขามากขึ้น แต่หยางเฉินก็ไม่ได้คิดว่าเธอจะมีความรู้สึกรักใคร่ในตัวของเขาแต่อย่างใด ชายหนุ่มคิดว่าถังหว่านนั้นเป็พวกหัวโบราณและยังเป็ผู้หญิงที่มีอายุ ผู้หญิงอย่างเธอถึงจะมีไม่มากแต่เขาก็ไม่คิดที่จะทำตัวเป็ชู้กับภรรยาของคนอื่นไปทั่ว
หลินรั่วซีพูดต่อจากก่อนหน้านี้เล็กๆ น้อยๆ “ถ้าต่อจากนี้นายไม่กลับบ้าน หรือไม่กลับมากินอาหารก็ไม่ต้องโทรมาบอกฉันอีก”
“ทำไม?” หยางเฉินแปลกใจ
“เพราะนายมันน่ารังเกียจ!” หลินรั่วซีะโออกมาจากโทรศัพท์ก่อนจะวางสายอย่างแรง
หยางเฉินเบ้ปาก เขายิ้มอย่างขมขื่น ก่อนหน้านี้ถึงหลินรั่วซีจะบอกว่าเธอไม่สนใจว่าเขาจะไปทำอะไรที่ไหน แต่เขาก็เห็นเธอวิ่งมาหาเขาด้วยความเป็ห่วงทุกครั้งที่ได้รับข่าวว่าเขาาเ็ อย่างน้อยในตอนนี้เธอก็ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีได้ ทั้งคู่ถึงแม้ทะเลาะกันบ้างแต่ก็ไม่รุนแรงถึงขั้นหย่าร้างแต่อย่างใด ส่วนใหญ่แล้วหยางเฉินจะเป็ฝ่ายโดนเธอเหน็บแนมเสียมากกว่า อีกอย่างหนึ่ง ถึงแม้ว่าเขาจะเป็สามีของเธอ แต่เธอก็ยังไม่ได้ยอมรับเขาเป็สามีอย่างเต็มหัวใจ
หลังจากนั้นไม่นานหยางเฉินก็มาถึงที่ที่ถังหว่านนัดทานข้าวกับเขา มันไม่ใช่ร้านอาหารที่ดูหรูหราแต่อย่างใด กลับเป็เพียงตึกแถวที่ดูเก่าๆ สไตล์คลาสสิคที่เรียงรายอยู่ทั้งสองข้างทาง ซึ่งมันอุดมไปด้วยกลิ่นอายต่างประเทศที่เขาคุ้นเคย อาคารเหล่านี้ตั้งอยู่ในจงไห่จนเป็พื้นที่ที่แตกต่างไปจากเมือง แต่ก็ยังคงความมีชีวิตชีวาเอาไว้ได้
หยางเฉินรออยู่ตรงนั้นไม่นาน เขาก็เห็นถังหว่านเดินมาหาเขา
เสื้อของเธอเป็ชุดสีดำสลับขาวที่ส่วนล่าง กระโปรงสั้นสีเทามีแถบสลับเป็ลายตารางที่ดูดึงดูดตาของผู้ชาย เรียวขาสวมถุงน่องสีดำลายลูกไม้ที่ทำจากผ้าไหมอย่างดี รองเท้าของเธอกลับเป็สีแดงคริสทัลที่ส่องประกายแวววาว ผมดำยาวที่ปลิวไสวไปตามแรงลม บางครั้งทำให้ใบหน้าของถังหว่านดูงดงามและอ่อนโยน ทำให้มันยิ่งเข้ากับใบหน้ารูปไข่ของเธอที่ดูไม่ใช่สาวน้อย แต่เป็ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่มีลูกแล้ว
ดวงตาสดใสของเธอตัดกับแสงไฟริมถนน และอาคารคลาสสิคด้านหลัง ทำให้เธอดูเหมือนผู้หญิงที่กาลเวลาไม่อาจทำอะไรกับความงดงามของเธอได้
หยางเฉินเห็นถังหว่านยิ้ม และกวักมือเรียกเขาเข้าไปหา
หยางเฉินกลืนน้ำลายลงคอ แม้แต่ตอนที่เขาเจอหลินรั่วซีครั้งแรกก็ยังไม่ใถึงขนาดนี้
เธอดูเหมือนกับเทพเซียนที่ไม่ไยดีต่อโลก ความงามที่เหมือนกับเทพธิดาผู้ตกลงมาจากฟากฟ้า แทบทำให้เขาลืมหายใจ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ฉุกคิดได้ว่าเธอนั้นมีลูกแล้ว หญิงที่แต่งงานมักจะมีเสน่ห์ที่น่าประหลาดชวนให้เข้าหา แน่นอนว่ามันเป็กับดักที่ล่อใครต่อใครให้พบกับจุบจบมามากมาย
เธอมีลูกแล้ว! นายกำลังทำผิดศีลธรรม... หยางเฉินร้องออกมาในใจ
“คุณหยางไม่ต้องเกร็งมากนักหรอกค่ะ เหมือนคุณพยายามที่จะทำตัวเรียบร้อยนะคะ” ถังหว่านกล่าว
“คุณมองผมเป็สุภาพบุรุษขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” หยางเฉินถาม
ถังหว่านรู้สึกหม่นหมอง “ฉันลืมการกระทำของคุณก่อนหน้าไปไม่มากนัก ถึงฉันจะจำไม่ได้ว่าคุณเป็สุภาพบุรุษหรือไม่ แต่ฉันจำได้ว่าคุณค่อนข้างจะเป็พวกชอบเล่นสนุกกับผู้หญิงทีเดียว”
หยางเฉินเข้าใจว่าถังหว่านหมายถึงครั้งแรกที่พวกเขาเจอกัน เขาแค่้าจะนอนกับเธอเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ ซึ่งเขาไม่คิดมาก่อนว่าเื่มันจะยาวมาจนถึงตอนนี้
“คุณรู้ั้แ่ตอนนั้นแต่คุณก็ยังกล้าชวนผมมาทานอาหารด้วยกันอีกนะครับ” หยางเฉินกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
ถังหว่านส่ายหัวไปมา “ก่อนหน้านี้ฉันรู้ว่าคุณเป็คนอย่างนั้นก็จริง แต่ตอนที่คุณช่วยฉันไว้จากพวกโจรปล้นธนาคาร คุณก็ไม่ได้ถือโอกาสเอาเปรียบฉันแต่อย่างใด ตอนนั้นเองฉันก็รู้สึกได้ว่าคุณอาจจะเป็คนอย่างว่าแต่คุณก็ยังเป็คนดี ฉันจึงเชื่อในความคิดของฉันว่านัดครั้งนี้จะเป็นัดที่ไม่เสียเที่ยว”
จากนั้นถังหว่านก็เรียกให้หยางเฉินเดินไปกับเธอ “มาเถอะค่ะ ครั้งนี้ฉันเป็คนขอให้คุณมาทานข้าวด้วย ถ้าช้าจนไม่ได้กินเ้าภาพอย่างฉันคงเสียหน้าแย่”
หยางเฉินรู้สึกดีที่ถังหว่านนั้นไม่ได้พยายามจะเก็บซ่อนความรู้สึกของเธอเอาไว้ กลับกันเธอพูดมันออกมาตรงๆ ต่อหน้าเขา ทำให้หยางเฉินรู้ว่าเธอมีประสบการณ์ ไม่ใช่แค่ว่าจะเป็ผู้หญิงมีอายุแต่วุฒิภาวะของเธอก็มากตามไปด้วย ถังหว่านไม่ใช่สาวน้อยขี้อายกลับกันเธอสามารถที่จะแสดงออกและพูดสิ่งที่ใจของเธอกำลังคิดอย่างผ่าเผย
เมื่อเข้ามาในซอยของถนนที่ถังหว่านเดินนำมา มันเป็ซอยที่เต็มไปด้วยร้านค้าแผงลอยมากมายเรียงรายอยู่ริมทาง สายตามากมายจ้องมาที่ถังหว่านซึ่งดูจะเป็ผู้หญิงที่สวยที่สุดในที่นี้
ถังหว่านไม่ได้พูดคุยกับหยางเฉิน แต่ในขณะเดียวกันร้านค้าต่างๆ ก็ะโเรียกลูกค้าให้เข้าร้านจนเซ็งแซ่ ดูเหมือนว่าบางร้านยังจะอวดว่าเขามีคนใหญ่คนโตหนุนหลังอยู่ด้วย
หยางเฉินถามอย่างอยากรู้อยากเห็น “คุณคงไม่ได้เป็เ้าของที่นี่ใช่มั้ยครับ?”
“ฉันไม่ได้เป็เ้าของที่นี่ แต่คุณยายของฉันอาศัยอยู่ที่นี่และมันยังเป็บ้านเกิดของแม่ของฉัน ที่ฉันชอบมากที่สุดคือตอนเด็กๆ ฉันมาวิ่งเล่นที่ถนนเก่าในชานเมืองจงไห่นี่ บางทีก็เก็บผลไม้ตามทางมากินแล้วก็เอาไปฝากแม่กับยาย มันเป็่เวลาที่ดีที่สุด ถึงแม้ว่าคุณตาและคุณยายจะไม่อยู่แล้ว แต่ความทรงจำทั้งหลายนี้ก็ยังคงอยู่ภายในใจของฉันตลอดไป”
หยางเฉินไม่สามารถจะบอกเธอได้ว่า คำพูดของเธอไม่เหมือนกับแม่ที่มีลูกสาวเข้าโรงเรียนแล้ว แต่เป็เหมือนกับหญิงวัย 28 ปีเสียมากกว่า
ถังหว่านป้องปากหัวเราะเบาๆ “ลูกสาวของฉันไม่ชอบที่นี่เพราะอากาศเป็พิษ อีกอย่างฉันก็บอกเธอว่าเธอยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจถึงเื่ราวที่ผ่านมาในอดีตว่ามันหอมหวานขนาดไหน”
เมื่อพูดถึงลูกสาวของถังหว่านเธอดูจะไม่อึดอัดแต่อย่างใด
“คุณพาผมมาที่นี่ เพื่อให้ผมเข้าใจความรู้สึกนั้น?” หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ผมเพิ่งอายุ 20 ปีเองนะครับ”
“คุณสามารถรู้สึกได้แน่นอน” ถังหว่านยืนยันหนักแน่น
"ทำไม?"
“ในวันนั้นที่ธนาคาร คุณช่วยฉันไว้จากพวกโจร คุณจัดการคนนับยี่สิบคนในเวลาไม่นาน ทำให้ฉันรู้สึกว่าอยู่กับคุณแล้วปลอดภัย...” ถังหว่านเปลี่ยนสีหน้า มีรอยแดงปรากฏเล็กน้อยบนใบหน้าเธอ “คุณเป็ผู้ชายคนแรกที่ฉันรู้สึกว่าอยู่ด้วยแล้วปลอดภัย ฉันจึงเชื่อใจคุณและพามาทานข้าวที่นี่”
ชายคนแรกที่เธอรู้สึกว่าปลอดภัยเมื่อได้อยู่ใกล้?
หยางเฉินกลืนน้ำลายลงคอ ดูเหมือนว่าเธอจะ้าสื่ออะไรบางอย่างกับเขา ไม่แน่คืนนี้ก็คง...
หลังจากที่ทั้งคู่เดินผ่านโซนแผงลอย เข้าสู่่ที่ค่อนข้างมืดของเมืองหยางเฉินสังเกตเห็นร้านอาหารที่เปิดไฟสลัวๆ ร้านหนึ่ง ซึ่งดูจะเป็หลอดไฟ 40 วัตต์รุ่นเก่า
ถังหว่านนำหยางเฉินเข้าไปในร้านก๋วยเตี๋ยว ก่อนจะะโเรียกคนข้างใน “ลุงเซี่ยว”
เมื่อได้ยินเสียงของถังหว่าน ชายที่ถูกเรียกก็เงยหัวขึ้นมามองพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข “โอ้ หว่านน้อยมาหาลุงเซี่ยว นานเท่าไรแล้วที่หนูไม่ได้มาเยี่ยมลุงที่นี่?”
“เร็วๆ นี้ฉันค่อนข้างจะยุ่งน่ะค่ะ เลยไม่ได้มาที่นี่เลย ลุงเซี่ยวสบายดีใช่มั้ยคะ?” ถังหว่านถามความเป็อยู่ของเขาด้วยความเป็ห่วง
ลุงเซี่ยวเห็นถังหว่านมากับผู้ชายไม่คุ้นหน้าก็รู้สึกแปลกใจ “สบายๆ ว่าแต่หว่านน้อยจะไม่แนะนำคนข้างๆ ให้ลุงรู้จักหน่อยเหรอ?”
ถังหว่านแนะนำหยางเฉินอย่างเป็ธรรมชาติ “นี่หยางเฉินเพื่อนของฉันค่ะ ฉันพาเขามากินก๋วยเตี๋ยวฝีมือลุงเซี่ยว ฉันเลยอยากให้ลุงช่วยทำสูตรพิเศษให้เขากินสักหน่อย ใครๆ ก็รู้ว่าก๋วยเตี๋ยวของลุงนั้นเป็ที่หนึ่งในจงไห่”
“หว่านน้อยก็อายุไม่น้อยแล้วนะ ลุงเองก็ทำก๋วยเตี๋ยวขายบ่อยๆ เดี๋ยวจะทำให้พ่อหนุ่มนี่ชิมเป็พิเศษเอง แต่ไม่ง่ายเลยนะที่หนูจะพาเพื่อนชายมากินที่นี่ ส่วนใหญ่ที่ลุงเห็นก็มีแต่เพื่อนผู้หญิงทั้งนั้น หรือว่า...” ลุงเซี่ยวกล่าวอย่างติดตลก
ถังหว่านไม่ได้อายแต่อย่างใด “ลุงเซี่ยว เขาไม่ใช่แฟนของฉัน ครั้งก่อนเขาช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันจึงสัญญาว่าจะพาเขามาเลี้ยงข้าว แล้วสุดท้ายก็ตัดสินใจพาเขามากินที่นี่”
ลุงเซี่ยวหัวเราะตอบเธอพร้อมกับรอยยิ้ม "ตอนนี้อาจจะไม่ แต่อนาคตก็ไม่แน่" ก่อนจะหันไปพูดกับหยางเฉิน “เฮ้พ่อหนุ่ม พยายามเข้าล่ะ หว่านน้อยอายุอาจจะมากกว่าเธอ แต่ถ้าเธอพยายามจริงๆ หว่านน้อยก็อาจจะเห็นใจเธอก็ได้ พยายามเข้าไว้ ผู้หญิงมักจะพิสูจน์ผู้ชายที่ความตั้งใจและความแน่วแน่”
เมื่อเห็นลุงเซี่ยวพยายามพูดให้หยางเฉินเข้าหา ถังหว่านก็ไม่ได้เขินอายแต่อย่างใด เธอเพียงแค่ยิ้มรับเท่านั้นก่อนจะไม่สนใจ และหันไปนั่งที่โต๊ะกับหยางเฉิน
โต๊ะที่พวกเขานั่งเป็โต๊ะไม้แบบเก่า ลุงเซี่ยวเริ่มลงมือนวดแป้งและทำเส้นก๋วยเตี๋ยว บรรยากาศยามเที่ยงคืนนั้นทำให้ผู้คนไม่ค่อยจะออกมานอกบ้านเท่าไร ในร้านยิ่งดูโหวงเหวงมากขึ้น
หยางเฉินเห็นว่าลุงเซี่ยวกำลังนวดเส้นก๋วยเตี๋ยวอยู่ เขาจึงพูดกับถังหว่าน “ทำไมคุณไม่อธิบายให้ลุงเซี่ยวฟังว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับคุณ?”
ถังหว่านดูเหมือนจะพูดกับตัวเอง แต่ก็ตอบหยางเฉินเช่นกัน “คุณก็ไม่ได้หวังอย่างนั้นนี่คะ”
หยางเฉินไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เขาเค้นยิ้มออกมา “ถังหว่าน คุณไม่จำเป็จะต้องกลัวผมจะเสียความรู้สึกก็ได้ คุณก็รู้ว่าก่อนหน้านี้มันเป็เกม ผมเป็คนนักล่า ส่วนคุณก็เป็เหยื่อ”
“ถ้าจะคิดตอนนี้ฉันก็อายุ 38 ปีแล้ว” ถังหว่านจิบน้ำชาพูดขึ้น ทุกการกระทำของเธอดูสง่างามไม่ว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไร
“หมายความว่าอะไร...” หยางเฉินไม่เข้าใจว่า ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงพูดเื่อายุของเธอขึ้นมา ปกติแล้วเื่อายุผู้หญิงจะคิดว่ามันเป็จุดด่างพร้อยของชีวิตพวกเธอ
“ฉันไม่ได้มีเวลามากพอจะมีความรู้สึกคลุมเครือได้” ถังหว่านกล่าว “คุณหยาง คุณอยากจะฟังความรู้สึกที่แท้จริงของฉันที่มีต่อคุณมั้ยคะ?”
หยางเฉินวางมือลงบนโต๊ะก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
“ก่อนหน้านี้ที่เราเจอกันครั้งแรกที่ริมแม่น้ำ ฉันคิดว่าคุณเป็พวกที่เที่ยวไล่จีบผู้หญิงไปทั่วไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อคุณใส่ชุดระดับนั้นมาจีบผู้หญิง แต่กลับพูดว่าคุณเป็คนจนและเป็เพียงคนขายแพะย่าง ทำให้ฉันยิ่งรู้สึกไม่ชอบคุณมากขึ้น ในตอนนั้นฉันคิดว่าคุณอาจจะมาจากตระกูลที่ทรงอิทธิพลบางตระกูล แต่ยิ่งคุณกล้าเข้าหาฉันโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะอยู่ในฐานะอะไร ก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกประทับใจในตัวคุณมากยิ่งขึ้นนับั้แ่วันนั้น”
หยางเฉินไม่ได้พูดอะไร เขากำลังตั้งใจฟังเื่ที่เธอเล่าอยู่
“หลังจากนั้นฉันก็พบคุณที่โรงเรียนลูกสาวของฉัน โดยที่คุณดูจะมีความสัมพันธ์กับคุณครูสาวคนนั้น ซึ่งฉันก็คิดว่ามันคงไม่แปลกที่เธอจะถูกล่อลวงโดยคุณเพราะว่าเธอยังไร้เดียงสาอยู่ แต่หลังจากที่พบคุณที่ศูนย์ออกกำลังกายของฉัน คุณมากับโม่เชี่ยนนีที่เป็ผู้หญิงที่ฉลาดและมีไหวพริบนั้น ทำให้ฉันมองคุณเปลี่ยนไปมาก ฉันไม่คิดว่าโม่เชี่ยนนีจะสนใจคนที่ไม่มีอะไรอย่างคุณหากคุณไม่ดีพอ ยิ่งตอนที่คุณเล่นเทนนิสด้วยแล้วฉันก็เข้าใจได้ทันที...”
"และเมื่อถึงตอนที่ฉันจะถูกโจรทำร้ายแล้วคุณมาปกป้องฉันไว้ ฉันก็เข้าใจในทันทีว่าทำไมครูหลี่และคุณโม่ถึงเลือกที่จะฝากใจไว้กับคุณ" ถังหว่านเอียงหัว เธอดูมีความสุขที่ได้พูดเื่ของหยางเฉิน “ฉันเป็คนพูดตรงๆ ขอบคุณที่ฟังฉันพูดเื่ของคุณและความรู้สึกต่างๆ ที่ฉันมี”
หยางเฉินรู้สึกทึ่งกับเื่ราวที่เธอพูดออกมา “นั่นทำให้คุณรู้สึกชอบผม?”
“ฉันบอกคุณก่อนหน้านี้แล้ว ว่าฉันมีเวลาอีกไม่ถึงสองปีก่อนจะอายุ 40 ลูกสาวของฉันก็จะแต่งงานตามกฎหมาย ซึ่งก็คงอีกไม่นานที่ฉันจะกลายเป็คุณยายเลี้ยงหลาน ถึงแม้ว่าฉันจะยังดูไม่แก่ แต่ฉันก็ยังจะกลายเป็หญิงชราอยู่ดี" ถังหว่านหลุบสายตาต่ำลง "น่าเสียดายที่ฉัน้าเพียงแค่ผู้ชายที่เชื่อใจได้ ปกป้องฉันได้และเป็ที่พึ่งเมื่อฉันเหนื่อย ฉันอยากให้เขาเด็กกว่าฉัน นั่นจะทำให้ฉันไม่รู้สึกกังวลเื่ของเขามากนัก”
หยางเฉินแปลกใจ เขาไม่คิดว่าถังหว่านจะไม่เคยมีคนรักมาก่อนในชีวิต?
