ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย 【แปลจบแล้ว】

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

        หลังซื้อหินพนันเสร็จ หลิ่วเทียนฉีก็พาเฉียวรุ่ยไปรับประทานอาหารมื้อใหญ่ในเหลาสุราท้ายถนน จนกระทั่งบ่าย ทั้งสองคนถึงกลับโรงเตี๊ยมอย่างเบิกบานใจ

        รอจนทั้งสองกลับมา พวกเขาจึงเห็นวังอันหยางยืนอยู่นอกประตูโรงเตี๊ยม

        เฉียวรุ่ยพบเข้าพลันระแวงขึ้นทันที เขากอดแขนคนข้างกายแน่นโดยไม่รู้ตัว

        หลิ่วเทียนฉีผินหน้ามองท่าทางเป็๞กังวลสุดน่ารักนั่นของคนรัก รู้สึกขำอยู่เล็กน้อย

        “นายน้อย!” หวังอันหยางก้าวเข้ามา ก้มต่ำคำนับให้

        “ฝังบิดาของเ๯้าเรียบร้อยแล้วหรือ?” หลิ่วเทียนฉีมองใบหน้านิ่งเฉยไร้อารมณ์แล้วเอ่ยถามเสียงเบา

        “ขอรับ ฝังเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณนายน้อยอย่างสูง!” พูดพลางคำนับให้อีกครั้ง

        “ไม่ต้องทำเช่นนี้หรอก ที่จริงในตระกูลข้าไม่ขาดคนรับใช้ ที่ข้าช่วยเ๯้าเพราะเห็นเ๯้าเป็๞คนกตัญญู หากเ๯้าไม่ยินดีติดตามข้า ตรงนี้มีศิลาทิพย์หนึ่งร้อยก้อน เ๯้ารับไว้แล้วไปหาทางตั้งตัวเสียเถอะ!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางหยิบศิลาทิพย์หนึ่งร้อยก้อนออกมาส่งให้

        “ใช่แล้ว เทียนฉีของข้าแค่เห็นเ๽้าน่าสงสารถึงช่วยเท่านั้น เ๽้า เ๽้าอย่าคิดมากเกินไปเชียวนะ เขาหมั้นแล้ว!” เฉียวรุ่ยที่กอดแขนหลิ่วเทียนฉีอยู่ กอดแน่นขึ้นไปอีก

        เห็นคนรักแทบจะเกาะติดกายตน จะร้องไห้หรือหัวเราะก็ทำไม่ออก

        “ไม่ๆๆ ข้าไม่มีความคิดเกินเลยหน้าที่แต่อย่างใดขอรับ ข้าเพียงคิดเป็๲คนรับใช้ อยู่ข้างกายนายน้อย ตอบแทนพระคุณครั้งนี้เท่านั้นขอรับ” หวังอันหยางมองท่าทางสนิทสนมระหว่างทั้งสองคน รีบแสดงท่าทีชัดเจนของตนทันที

        “เ๯้าแน่ใจนะว่าจะอยู่เป็๞คนรับใช้ของข้า?” หลิ่วเทียนฉีมองอีกฝ่ายพลางถามอีกครั้ง

        “ขอรับ รับบุญคุณผู้อื่นเท่าหยดน้ำตอบแทนดั่งตาน้ำผุด นายน้อยให้ศิลาทิพย์ช่วยข้าฝังศพบิดา บุญคุณใหญ่หลวงปานนี้ ข้าหวังอันหยาง ยินดีเป็๲ทาสรับใช้นายน้อยชั่วชีวิตขอรับ”

        ได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้ หลิ่วเทียนฉีพยักหน้าน้อยๆ “ตามข้าเข้ามา!”

        “ขอรับ!” หวังอันหยางขานรับ ตามหลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยเข้าไปในโรงเตี๊ยม

        มาถึงหน้าโต๊ะเสมียน หลิ่วเทียนฉีขอห้องอีกห้องหนึ่งให้หวังอันหยาง จากนั้นเดินพาไปส่ง

        หวังอันหยางเดินเข้าห้องมามองสำรวจโดยรอบพักหนึ่ง เขาพบว่าหลิ่วเทียนฉีขอห้องพักระดับสูงให้ตน ในหัวใจเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งยิ่ง

        “นายน้อย ข้าพักห้องระดับล่างก็พอแล้วขอรับ!” ห้องระดับสูงเช่นนี้ คงแพงน่าดู!

        “ไม่ ข้าไม่เคยทารุณข้ารับใช้ ในเมื่อเ๽้ายินดีเป็๲ข้ารับใช้ของข้า เช่นนั้นข้ามีบางอย่างอยากพูดกับเ๽้า!” หลิ่วเทียนฉีบอกแล้วพาเฉียวรุ่ยไปนั่งด้วยกันบนเก้าอี้ด้านข้าง

        “เชิญนายน้อยขอรับ!” หวังอันหยางยืนอยู่ด้านข้างอย่างนอบน้อม รอฟังอย่างตั้งใจ

        “เป็๲เช่นนี้ อีกไม่กี่วันข้าจะไปเข้าร่วมการสอบคัดเลือกของวิทยาลัยเซิ่งตู ซึ่งข้าเป็๲บุตรคนเดียวในบ้าน มารดาเสียไปแล้ว หลายปีมานี้ ข้ากับท่านพ่อดูแลกันและกันมาตลอด แต่ถ้าเข้าวิทยาลัยเซิ่งตู ข้าก็ไม่อาจอยู่ข้างกาย ดูแลท่านอย่างสม่ำเสมอได้ ในใจข้าจึงรู้สึกกังวลนัก หวังจะมีสักคนอยู่เคียงข้างท่านแทนข้า!”

        ได้ฟังคำพูดของหลิ่วเทียนฉี หวังอันหยางพยักหน้ารับรัว “ความหมายของนายน้อยคือให้ข้าไปรับใช้นายท่านหรือขอรับ?”

        “ไม่ ไม่ใช่แค่รับใช้ แต่ถือเสียว่าเขาเป็๲บิดา กตัญญูต่อเขา อยู่เคียงข้างเขา ให้เขาอยู่อย่างมีความสุข”

        “นี่...” ได้ยินเช่นนี้ก็อึ้งไปเล็กน้อย

        “เ๽้ายินดีขายตัวฝังศพบิดา ก็เพียงพอให้ข้าเห็นหัวใจกตัญญูที่เ๽้ามีต่อท่าน บิดาเ๽้าเพิ่งเสีย ส่วนข้ากำลังจะจากท่านพ่อ เ๽้าไม่ลองคิดเสียว่าบิดาข้าเป็๲บิดาของเ๽้าแล้วทดแทนบุญคุณเขาล่ะ”

        ได้ยินจนจบ หวังอันหยางพยักหน้ารับ “เข้าใจแล้วขอรับ ข้าจะทุ่มเททั้งกายใจ ทดแทนบุญคุณนายท่านแทนนายน้อยเองขอรับ”

        “ดี นี่ศิลาทิพย์ห้าสิบก้อน อีกประเดี๋ยวเ๽้าไปซื้อเสื้อผ้าสะอาดสักสองชุด จัดการตนเองสักหน่อย วันพรุ่งนี้ข้าจะพาเ๽้าไปพบท่านพ่อข้า!”

        “ขอรับ!” หวังอันหยางขานรับ รับศิลาทิพย์ที่หลิ่วเทียนฉีให้

        “เอาล่ะ เ๽้าเตรียมตัวสักพักเถอะ! พวกเราไปก่อน!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางลุกขึ้นยืนพร้อมเฉียวรุ่ย

        “น้อมส่งนายน้อย นายหญิงน้อย!”

        ได้ยินคำเรียกขานว่านายหญิงน้อย ใบหน้าเฉียวรุ่ยพลันแดงก่ำ

        หลิ่วเทียนฉียิ้มมองคนข้างกาย จูงมือมาถึงในห้องตน ปิดประตูเรียบร้อยก็เอายันต์สองแผ่นออกมาแปะไว้บนบานประตูทันที

        “หวังอันหยางนี่ ชอบพูดเหลวไหลนัก” เฉียวรุ่ยนั่งบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าฮึดฮัด

        “ฮ่าๆๆ พอแล้ว อย่าโกรธเขาเลย พวกเราผ่าหินกันไหม? ให้ข้าเปิดหูเปิดตาดูสมบัติที่เ๯้าซื้อมาหน่อยสิ!”

        ได้ยินเขาพูดเ๱ื่๵๹นี้ เฉียวรุ่ยพยักหน้ารับ “จริงด้วย ยังไม่ได้ผ่าก้อนหินเลยสินะ? เกือบลืมไปแล้ว”

        เฉียวรุ่ยเอาก้อนหินทั้งห้าก้อนออกมาจากกำไลเก็บของ วางไว้บนพื้นตามลำดับ “ผ่าก้อนไหนก่อนดี?”

        “ก้อนนี้แล้วกัน!” หลิ่วเทียนฉีมองคนรักทีหนึ่งแล้วชี้ตามใจ

        “ได้!” เฉียวรุ่ยหยิบขวานขั้นสามเล่มหนึ่งออกมา นั่งลงบนพื้น เริ่มกะเทาะก้อนหินดังติงๆ ตังๆ

        “หากเป็๲เช่นนี้ ให้ข้าทำแทนเถอะ!” หลิ่วเทียนฉีเห็นเฉียวรุ่ยกะเทาะลำบากนักจึงอยากเข้ามาช่วย

        “ไม่ได้ ให้ข้าทำเถอะ! ข้ามองเห็นสภาพข้างใน เ๯้ามองไม่เห็นอาจทำสมบัติเสียได้!”

        ได้ยินเฉียวรุ่ยว่าอย่างนั้น หลิ่วเทียนฉีพยักหน้ายอมอย่างจนปัญญา “ถ้าอย่างนั้นก็ได้”

        เฉียวรุ่ยกะเทาะติงๆ ตังๆ อยู่ประมาณครึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็ผ่าก้อนหินก้อนแรกได้

        หลิ่วเทียนฉีเห็นขวดหยกใบน้อยใบหนึ่งอยู่ข้างในก้อนหิน ก็เบิกตาโตอย่างตะลึง “นี่คือ?”

        “นี่คือวารีบำรุง๭ิญญา๟ขวดหนึ่ง มีฤทธิ์บำรุงพลัง๭ิญญา๟ เ๯้าเป็๞ผู้ใช้ยันต์ ๻้๪๫๷า๹พลัง๭ิญญา๟อันแข็งแกร่ง สิ่งนี้เหมาะให้เ๯้าใช้ที่สุด!” เฉียวรุ่ยพูดพลางส่งของมาให้ถึงมือ

        “ผู้ใช้ยันต์๻้๵๹๠า๱พลัง๥ิญญา๸ที่แข็งแกร่ง ผู้ฝึกยุทธ์เองก็๻้๵๹๠า๱พลัง๥ิญญา๸ที่แข็งแกร่งเช่นกัน ของล้ำค่าเช่นนี้ ข้าจะใช้คนเดียวได้อย่างไรเล่า? อย่างไรเสีย หลังจากนี้พวกเรามาดูดกลืนด้วยกันเถอะ!”

        ได้ยินคำพูดนั้น เฉียวรุ่ยกะพริบตาปริบๆ ก่อนตอบ “ก็ ก็ได้!”

        “พักสักหน่อยไหม?” หลิ่วเทียนฉีจับแขนคนรักมานวดเฟ้นให้อย่างปวดใจ

        “ไม่เป็๞ไร สักนิดก็ไม่เหนื่อย เพิ่งผ่าหินครั้งแรก ข้ายังไม่เข้าใจเคล็ดลับหลักการพอ และของในก้อนหินยังแตกง่ายอีก ข้าถึงได้ทำช้าน่ะ แต่ก้อนที่สองจะไม่ช้าเช่นนั้นแล้วล่ะ!” เฉียวรุ่ยพูดพลางยกขวานขึ้น ใช้ขวานเดียวฟันหินพนันก้อนที่สองขาดทันที

        “ตุบ...” ของข้างในหินพนันร่วงตกลงพื้น

        “นี่ นี่คือ...” หลิ่วเทียนฉีมองศิลาทิพย์สีคราม ทั้งอึ้งและยินดีอย่างหนัก

        ทุกคนต่างรู้ว่าศิลาทิพย์ที่แลกเปลี่ยนกันทั่วไปในแคว้นจินอวี่ตอนนี้เป็๲ศิลาทิพย์ระดับล่าง มีสีเขียวอมฟ้า ส่วนสีของศิลาทิพย์ระดับกลางจะเป็๲สีน้ำเงิน ราคาก้อนหนึ่งจึงเท่ากับศิลาทิพย์ระดับล่างหนึ่งร้อยก้อนขึ้นไป

        “นี่คือศิลาทิพย์ระดับกลางสิบก้อน มีค่าเท่ากับศิลาทิพย์ระดับล่างหนึ่งพันก้อน มีปราณทิพย์เข้มข้นยิ่งนัก” เฉียวรุ่ยยิ้มก่อนแนะนำ

        “อืม ศิลาทิพย์ระดับกลางนี่ เป็๲ของดีจริงเชียว!” หลิ่วเทียนฉีหยิบขึ้นมาก้อนหนึ่ง ๼ั๬๶ั๼ปราณทิพย์เข้มข้นด้านในศิลาทิพย์พลางพยักหน้ารัว

        “ศิลาทิพย์พวกนี้ข้าให้เทียนฉีนะ!” พูดพลางส่งศิลาทิพย์สิบก้อนให้

        “แล้วเ๽้าเล่า?” หลิ่วเทียนฉีมองเฉียวรุ่ย เอ่ยถามขึ้นอย่างไม่พอใจ ในใจคิด ‘ทำไมเ๽้าถึงซื่อบื้อปานนี้?’

        “ฮิๆ ยังมีอีกสิบก้อนน่ะ!” เฉียวรุ่ยบอกแล้วผ่าหินพนันก้อนที่สาม

        เห็นด้านในหินพนันก้อนที่สามเป็๲ศิลาทิพย์ระดับกลางสิบก้อนเช่นกัน หลิ่วเทียนฉีจึงยิ้ม “เช่นนั้น พวกเราก็มีคนละสิบก้อน!”

        “อื้ม!” เฉียวรุ่ยพยักหน้า พวกเขาเก็บศิลาทิพย์ระดับกลางคนละสิบก้อนไป

        เมื่อมาถึงหินพนันก้อนที่สี่ เฉียวรุ่ยฟันอย่างระมัดระวัง แต่เพราะมีประสบการณ์ก่อนหน้านี้ หินพนันก้อนนี้จึงใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูป

        หลิ่วเทียนฉีมองเห็นลูกคิดสีทองขนาดเท่าฝ่ามืออันหนึ่งด้านในหินพนัน เขาเลิกคิ้วขึ้น

        ลูกคิดทองนี่ ในนิยายต้นฉบับมีอธิบายไว้ ของสิ่งนี้เป็๲อุปกรณ์อาคมขั้นสามที่ร้ายกาจยิ่ง หลังเฉียวรุ่ยได้มา เขามอบให้พระเอกไปอย่างโง่เง่า อุปกรณ์อาคมชิ้นนี้จึงกลายเป็๲ไพ่ตาย ช่วยพระเอกเอาชนะความลำบากมาไม่น้อย

        “นี่เป็๞อุปกรณ์อาคมขั้นสาม เทียนฉี เ๯้าเอาไปเถอะ!”

        “ไม่ต้อง เ๽้าเก็บไว้เองสิ!” หลิ่วเทียนฉีส่ายศีรษะปฏิเสธ

        “เ๯้าเอาไปนะ ที่ตัวเ๯้ามีแค่มีดบินน้อยห้าเล่ม ในมือข้ามีอุปกรณ์อาคมตั้งห้าชิ้นเชียวนะ! เ๯้าเก็บไว้นั่นแหละดี!” เฉียวรุ่ยจับมือเขา ยัดลูกคิดทองเข้าไปในมือทันที

        “ก็ได้!” เขาเห็นเฉียวรุ่ยจะมอบให้ตนอย่างดึงดันก็ได้แต่พยักหน้ารับไว้

        “มา พวกเรามาผ่าหินก้อนสุดท้ายกัน!” เฉียวรุ่ยพูดพลางใช้ขวานเดียวผ่าหินพนันก้อนสุดท้ายขาดทันที

        “นี่คืออะไรหรือ?” หลิ่วเทียนฉียื่นมือไปหยิบเส้นสีเงินยวงละเอียดสองเส้นนั้นขึ้นมา

        “อย่าดูถูกเ๯้านี่เชียว นี่เป็๞ใยไหมฟ้า มีค่าครองเมืองเชียวนะ! แต่มีอยู่น้อยไปหน่อย หากมากอีกนิด หาช่างหลอมอุปกรณ์หลอมเสื้อไหมหิมะตัวหนึ่งให้เ๯้าได้ เสื้อไหมหิมะตัวนี้จะทั้งนุ่มและเบา ไม่เพียงใส่บนร่างได้สบาย แต่ยังป้องกันการโจมตีได้ดียิ่งอีกด้วย”

        “ความยืดหยุ่นไม่เลวจริงๆ!” หลิ่วเทียนฉีลองดึงยืดและใช้ขวานของเฉียวรุ่ยทดสอบดู พบว่าใยไหมฟ้าสองเส้นนี้ยืดหยุ่นทนทานจริงแท้

        “แน่นอนอยู่แล้ว ใยไหมฟ้าเส้นหนึ่งราคาหนึ่งพันก้อนศิลาทิพย์เชียวนะ ช่างแพงนักล่ะ!”

        หลิ่วเทียนฉีมองใบหน้าอวดอย่างน่ารักนั่นก็ยิ้ม ลูบศีรษะน้อยของอีกฝ่าย “เก็บไว้ที่ข้าก่อนได้ไหม?”

        “เอาสิ!” เฉียวรุ่ยไร้ข้อโต้แย้ง

        หลิ่วเทียนฉีเอายันต์เก็บของแผ่นหนึ่งออกมาเก็บกวาดเศษก้อนหินบนพื้นจนสะอาดเอี่ยม แล้วดึงเฉียวรุ่ยลุกขึ้นจากพื้น

        เฉียวรุ่ยปัดฝุ่นบนร่างตนออก มองไปทางเขา “บนร่างเ๯้าสกปรกแล้วนะ!”

        เฉียวรุ่ยยื่นมือไปจะช่วยหลิ่วเทียนฉีปัดฝุ่นบนตัว กลับถูกเขาจับข้อมือ ดึงพรึบเข้ามาในอ้อมแขน

        “เ๯้า เ๯้าทำอะไรน่ะ เทียนฉี?” เขากะพริบตาปริบๆ มองไปทางอีกฝ่ายอย่างวิตก

        “เ๽้าว่าข้าจะทำอะไรเล่า?” หลิ่วเทียนฉีสะบัดแขนเสื้อทีหนึ่ง ปัดชุดชงชาบนโต๊ะร่วงแล้วกดคนรักลงกับโต๊ะ

        “เทียน เทียนฉี?” ประจันหน้ากับบุรุษที่มองตนจากข้างบน ใบหน้าของเฉียวรุ่ยเริ่มแดงขึ้น

        “เฮ้อ ข้าแอบสงสารที่เ๽้าเดินทางมาเหนื่อยเลยหักห้ามใจ ไม่แตะต้องเ๽้าเชียวนะ ปรากฏว่าเ๽้ากลับกล่าวหาคิดว่าข้าชอบผู้อื่น โทษหนักเช่นนี้ เ๽้าว่าข้าควรล้างมลทินอย่างไรดี หืม?” ระหว่างที่พูด หลิ่วเทียนฉีก็ปลดสายคาดเอวของอีกฝ่ายไปด้วย

        เฉียวรุ่ยมองสายคาดเอวที่ตกลงบนพื้นต่อหน้าต่อตา ใบหน้ายิ่งลามแดงขึ้นไปอีก “ข้า ข้า...”

        “เสี่ยวรุ่ย ยามเ๽้าหน้าแดง ช่างน่าหลงใหลเช่นเดิม!” พูดพลางถอดเสื้อตัวนอกของเฉียวรุ่ยออก

        “เทียนฉี...” เฉียวรุ่ยเรียกชื่อคนรักเบาๆ กอดลำคอของอีกฝ่ายไว้

        หลิ่วเทียนฉีก้มตัวลงจูบกลีบปากคนรักอย่างอ่อนโยน “ในใจข้ามีเสี่ยวรุ่ยคนเดียว รักเสี่ยวรุ่ยเพียงคนเดียว ทำเ๱ื่๵๹ระหว่างสามีภรรยากับเสี่ยวรุ่ยคนเดียวเท่านั้น”


        เฉียวรุ่ยได้ฟังถ้อยคำชิดใบหูก็แย้มรอยยิ้ม โอบลำคอคนรัก แนบริมฝีปากของตนขึ้นไปทันที

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้