“นลินญา ได้ยินเสียงพี่ฤาไม่ นลินญา” หญิงสาวสะดุ้งกับเสียงประหลาด พร้อมรับรู้ถึงเม็ดฝนที่ตกลงมาัักายของนาง
ก่อนเสียงของพระครูจะเอ่ยเรียกให้ทุกคนหยุดการปฏิบัติ ด้วยเพราะอุปสรรคจากฝนทิพย์ที่ศตนันท์นาคราชบันดาลให้เกิดขึ้น เพื่อขัดขวางการปฏิบัติของหญิงอันเป็ที่รัก
“วันนี้แค่นี้ก่อน ทุกคนไปฝึกในเรือนรับรองของตัวเอง แล้วพรุ่งนี้เช้ามาเจอกันที่เดิม” พระครูกล่าวเสียงนุ่มนวลฝ่าสายฝนที่เริ่มตกแรงขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกลับเข้าเรือนพัก
“วิ่งเร็วลูก เดี๋ยวจะไม่สบาย” พิมลวรรณ์จูงมือลูกสาวกลับเข้ามายังเรือนพัก พลางรีบหาผ้าสะอาดมาเช็ดศีรษะลูกสาวด้วยความเป็ห่วง ขณะที่สายตาของหญิงสาวพาดมองไปนอกหน้าต่าง นึกแปลกใจเสียงเรียกอันแสนไพเราะเมื่อครู่
“แม่คะ”
“หืม”
“ก่อนที่พระครูจะเรียกให้ออกจากสมาธิ แม่ได้ยินเสียงอะไรไหม” พิมลวรรณ์ขมวดคิ้ว แล้วย่อตัวลงนั่งมองไปยังใบหน้าสวยของลูกสาว
“เสียงอะไรเหรอลูก”
“แม่ไม่ได้ยินเหรอคะ”
“ไม่นี่ ลูกได้ยินเสียงอะไร”
“เสียงเรียกค่ะ เสียงเรียกแปลก ๆ แต่เสียงนั้นอบอุ่นประหลาดมากเลยนะคะ”
“เรียกลูกเหรอ” พิมลวรรณ์ขมวดคิ้ว ก่อนที่หญิงสาวจะพยักหน้าตอบรับ
“กลางป่ากลางเขาแบบนี้ โบราณเขาถือ....ว่าถ้าได้ยินเสียงเรียก ห้ามขานรับเด็ดขาด รู้ไหม” หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจ ก่อนที่มารดาจะลุกขึ้นแล้วจับกายเธอเข้ามาใกล้ พลางเช็ดศีรษะเธอต่อด้วยความรัก
“สิ่งที่ท่านทำอยู่ ไม่อาจขวางกั้นประสงค์ของนางได้นะศตนันท์นาคราช” พระครูหลับตาลงเพื่อให้จิตสงบ แล้วส่งญาณกลับไปเตือนพญานาคหนุ่ม ผู้มากด้วยบารมี มีฤทธิ์ทำลายล้างมหาศาล
“ข้าเฝ้าอดทนมองดูนางห่าง ๆ ไม่เข้าไปยุ่งในชาติภพของนาง เพราะหวังว่าสักวันนางจะกลับมาสู่อ้อมกอดข้าอีกครั้ง ทว่าในเวลานี้ข้ารู้แล้วว่านางกำลังจะจากข้าไปอย่างไม่มีวันกลับ ข้ามิอาจทำใจปล่อยนางไปได้ พระคุณเ้าโปรดเมตตาให้ข้าได้ทำตามประสงค์สักครั้งได้ฤาไม่”
“โดยช่วยท่านขวางทางหลุดพ้นของนางน่ะรึ ข้าผู้เป็บุตรของพระศาสดามิอาจช่วยท่านได้ แลหลายชาติภพท่านก็เห็น ว่านางหาได้มีคู่ครอง ภพที่นางได้เกิดเป็มนุษย์มักจะจบลงด้วยการบำเพ็ญเพียรตามสัจวาจาที่นางเคยตั้งไว้ทั้งสิ้น เช่นนี้แล้วท่านคิดฤาว่าจะขวางกั้นอำนาจแห่งปณิธานของนางได้”
“หากนางรู้ความจริง นางอาจจะเปลี่ยนใจ”
“ศตนันท์นาคราช ท่านปล่อยวางเสียเถิด”
“ข้าจะทำให้นางรู้ความจริง” สุรเสียงนุ่มนวลกล่าวกับพระครูเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนสายญาณของเขาจะดับไป ไม่อาจติดต่อได้ พระครูค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพลางส่ายศีรษะไปมาให้กับผู้ติดในบ่วงแห่งทุกข์ไม่อาจปลดเปลื้องพันธนาการได้
ดวงตากลมมองออกไปยังนอกหน้าต่าง นลินญาหวนนึกถึงเสียงเรียกประหลาดนั้นที่ฟังดูคล้ายกับบุรุษในฝัน สายตากลมหวานส่ายไปมาอย่างหาคำตอบไม่ได้
“แม่คะ”
“หืม”
“แม่นอนก่อนได้เลยนะคะ ลินว่าจะนั่งกรรมฐานสักครู่หนึ่ง”
“พักผ่อนก่อนไหม วันนี้เดินทางมาไกล แม่เชื่อว่าพรุ่งนี้พระครูจะต้องเข้มงวดเื่กรรมฐานอย่างแน่นอน ลินจะไม่ไหวเอานะ”
“ลินไหวค่ะแม่”
“งั้นก็ตามใจ แต่แม่ไม่ไหวด้วยคน ขับรถมาเหนื่อยเหลือเกิน” ว่าแล้วหญิงกลางคนก็ทำท่าหาวหวอดออกมา พลางเอนกายนอนลง ปล่อยให้หญิงสาวนั่งกรรมฐานไปตามความ้าของตัวเอง
