ลี่หลินที่ภายในหัวเต็มไปด้วยคำแก้ตัว กำลังยืนมองห้องโถงที่ว่างเปล่า ไร้เงาเหล่าฮูหยินหรือบรรดาคุณหนูสกุลใหญ่ แม้แต่กระถางต้นไม้ที่นำออกมาให้แขกดู ก็ไม่มีหลงเหลือให้เห็นด้วยความฉงน
"ซินอี๋ คนไปไหนหมดแล้ว"
"หลังจากฮูหยินถูกนายท่านเรียกไปพบ นายท่านก็ให้บ่าวมาแจ้งกับทุกคน ว่าฮูหยินติดธุระสำคัญทำให้ปลีกตัวออกมาไม่ได้ จำต้องส่งแขกกลับก่อนเวลา จวนเมิ่งจะส่งของกำนัลเป็การไถ่โทษไปให้ภายหลังเ้าค่ะ"
สิ้นคำจากสาวใช้ ลี่หลินก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็ลมขึ้นมาในทันที เรียวขาที่สั่นเทาก่อนหน้าเริ่มเซจนต้องให้สาวใช้ช่วยประคอง มือเรียวได้แต่นวดขมับให้เส้นเืได้คลายตัว
ที่นางกังวลทั้งหมดเพื่อการใดกัน ในเมื่อไม่มีใครได้ยินสิ่งที่นางถูกกระทำั้แ่แรก
หญิงสาวตั้งสติกลืนความโกรธที่มีลงท้อง ทว่าระหว่างให้สาวใช้ช่วยพยุงกลับเรือน ปลายหางตานางก็ััไว้ว่ามีคนจ้องมองอยู่ เมื่อหันไปก็พบเมิ่งจื่อหานยืนแผ่นหลังพิงกับต้นเสา สองมือกอดอก กำลังมองนางอยู่ด้วยใบหน้ายียวน ก่อนจะเดินหนีหายไป หลังเห็นนางจะเดินเข้าไปเอาเื่กับเขา
เมิ่งจื่อหานจงใจทำให้นางคิดว่าห้องด้านข้างยังมีคนอยู่ จงใจปั่นประสาทให้นางกังวลว่าทุกคนจะได้ยินเสียงหยาบโลน จนนางต้องทำใจและใช้สมองคิดไตร่ตรองอยู่นาน ว่าจะแก้สถานการณ์ต่อไปอย่างไร
ลี่หลินได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ เหตุใดนางถึงไม่เคยทันเล่ห์เหลี่ยมเขาได้สักเพียงครั้ง
เมื่อถึงเวลา ไม่เพียงเถ้าแก่ร้านเครื่องประดับเท่านั้นที่ถูกเรียกตัวมา ยังมีเถ้าแก่ร้านแพรพรรณติดตามมาด้วย เพราะหากมีเครื่องประดับใหม่แล้ว ก็ต้องมีอาภรณ์ชุดใหม่ที่ใส่เข้าคู่กัน
ตอนนี้เถ้าแก่ทั้งสองร้าน จึงต่างชักแถวนำของมีค่ามีราคาที่สุดในร้าน มาให้เมิ่งฮูหยินได้เลือกตามคำสั่งของแม่ทัพน้อยเมิ่ง
และเป็เหมือนทุกครั้ง ที่เมิ่งฮูหยินจะเลือกของเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น ทว่าส่วนที่เหลือพวกเขาก็มิได้แบกมาเหนื่อยเปล่า เพราะแม่ทัพน้อยเมิ่งจะกว้านซื้อทั้งหมด โดยจัดแบ่งสัดส่วนส่งไปให้เรือนฮูหยินผู้เฒ่ากับเมิ่งฮูหยินในจำนวนเท่า ๆ กัน
"เสี่ยวหานทำอันใดให้เ้าโกรธอีกเล่า" ฮูหยินผู้เฒ่ามองเครื่องประดับกับพับผ้าเนื้อดีที่เพิ่งถูกยกเข้ามา จึงอดถามลูกสะใภ้ไม่ได้ ว่าทั้งสองมีเื่ทะเลาะอันใดกัน
เพราะลองบุตรชายใช้เงินในการแก้ปัญหาแบบนี้ คงไม่พ้นทำเื่ให้หญิงสาวโกรธเคืองอีกเป็แน่
"ไม่มีเ้าค่ะ นายท่านแค่ให้จัดเตรียมเครื่องประดับกับอาภรณ์ใหม่ไว้สำหรับงานเลี้ยงครั้งหน้า เพราะกลัวว่าข้าจะแต่งกายซ้ำ แล้วพาลทำให้จวนเมิ่งขายหน้าเท่านั้น
ถ้าท่านแม่อยากตัดชุดเมื่อใด แจ้งได้เลยนะเ้าคะ ข้าจะได้เรียกช่างวัดตัวมาให้"
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้ารับฟัง แม้ภายในใจยังคงโต้แย้ง ถึงหญิงสาวจะไม่รู้ แต่นางที่เป็มารดาย่อมรู้นิสัยของบุตรชายดี ว่าที่เขาทำทั้งหมด ก็เพื่อไถ่โทษจากสิ่งที่เขาทำลงไป
"ท่านแม่ มาแล้วหรือขอรับ"
"เป็อย่างไร เรียนเสร็จแล้วหรือ เป็เด็กดีหรือเปล่า"
"ดีมาก ๆ ขอรับ ฟางเอ๋อร์เป็เด็กดี ท่านอาจารย์ยังชมเลย"
หญิงชรามองลูกสะใภ้กับหลานชายที่กำลังสนทนากันอยู่ด้วยแววตาเวทนา ั้แ่จื่อหานกลับมา สองแม่ลูกก็ถูกสั่งให้แยกออกจากกัน ห้ามอยู่ด้วยกันในเวลากลางคืน
เกาฟางที่อยู่ในวัย้ามารดา ต้องแยกเรือนนอนทั้งที่ตอนนั้นอายุเพิ่งได้แค่สี่หนาว ห้ามใกล้ชิดมารดาหากไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อมาคิดดูแล้ว นางก็มีส่วนผิดในเื่นี้ หากนางรู้อยู่ก่อนว่าสตรีที่บุตรชายคนเล็กรักใคร่ วางแผนจะกลับมาใช้ชีวิตด้วยหลังจบศึกเป็จางลี่หลิน นางคงไม่ตอบตกลงตอนบุตรชายคนโตให้ไปขอเด็กสาวมาเป็ภรรยา จนสุดท้ายความสัมพันธ์กลายเป็ยุ่งเหยิงเช่นนี้
"เย็นนี้เ้าก็อยู่กินข้าวที่เรือนนี้เถอะ ข้าให้คนจัดเตรียมไว้ให้แล้ว"
"ดีเลย ท่านแม่กินข้าวที่เรือนท่านย่านะขอรับ ฟางเอ๋อร์อยากกินข้าวกับท่านแม่" เกาฟางจำไม่ได้แล้วว่าทานอาหารพร้อมมารดาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เขาจึงกระตือรือร้นเร่งให้มารดาตอบตกลง
"เห็นทีจะไม่ได้เ้าค่ะ วันนี้นายท่านกลับเร็ว สั่งให้เตรียมสำรับอาหารเย็นไว้รอแล้ว"
"ท่านแม่ ไม่ได้จริง ๆ หรือขอรับ" มือเล็กกำชายเสื้อมารดาไว้แน่น ดวงตาเริ่มคลอหน่วยด้วยน้ำใส
ลี่หลินเห็นบุตรชายทำหน้าเสียใจก็พาลให้รู้สึกเ็ปใจตามไปด้วย ไม่ใช่ว่านางไม่อยากทานอาหารกับบุตรชาย แต่ถ้าเมิ่งจื่อหานกลับมาแล้วไม่เจอนาง เขาต้องไม่พอใจอย่างแน่นอน
"เด็กดี วันนี้ไม่ได้ แต่พรุ่งนี้ได้ ไว้แม่จะตุ๋นไก่น้ำแดงของโปรดให้ด้วยดีไหม" วันพรุ่งเป็กำหนดการที่เมิ่งจื่อหานต้องเข้าตรวจตรายังค่ายทหาร ส่วนใหญ่เขาจะค้างคืนที่นั่น หรือถ้าไม่ค้างก็จะกลับดึกมาก ลี่หลินจึงคิดใช้่เวลานี้ชดเชยให้กับบุตรชาย
หญิงสาวโน้มน้าวบุตรชายอยู่พักใหญ่ ก่อนจะฝากฝั่งเด็กน้อยไว้กับฮูหยินผู้เฒ่าเหมือนทุกครั้ง เมื่อเห็นว่าได้เวลาก็ขอตัวลากลับเรือน โดยทำเป็มองไม่เห็นแววตาโศกเศร้าของบุตรชายที่มองมายังนาง
ลี่หลินยืนรอผู้เป็นายใหญ่ของจวนไม่นาน หน้าประตูก็ปรากฏร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีดำเนื้อดีให้เห็น ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมกางแขนทั้งสองออกในท่วงท่าผ่อนคลาย เพื่อให้นางทำหน้าที่ถอดเสื้อคลุมออกให้เขาอย่างเช่นทุกครั้ง
"คิดว่าเ้าจะอยู่เรือนไฉ่หงไม่กลับมาแล้ว"
"แค่นำของไปให้ท่านแม่เท่านั้น พูดคุยไม่นานก็กลับแล้วเ้าค่ะ" เป็อย่างทุกครั้ง ที่นางยังไม่ทันได้บอกอะไร เขาก็รู้ถึงความเคลื่อนไหวในแต่ละวันของนางหมดแล้ว
จื่อหานปรายตามองร่างบาง ที่ตอบคำถามเขาได้อย่างลื่นไหล ก่อนจะหันไปสะบัดมือไล่สาวใช้ที่ยืนอยู่ทั้งหมด ให้ภายในห้องเหลือเพียงเขากับหญิงสาวสองคนเท่านั้น
"เลือกผ้าแล้ว ไม่คิดจะวัดตัวข้าใหม่หรือ"
"นายท่านเพิ่งวัดตัวไปเมื่อเดือนก่อน ไม่จำเป็ต้องวัดใหม่หรอกเ้าค่ะ" ลี่หลินไม่อยากได้ผ้าใหม่ก็เพราะแบบนี้ นอกจากนางต้องตัดชุดให้ตนเองแล้ว ยังต้องตัดให้ชายหนุ่มจากผ้าพับเดียวกันอีกด้วย ทั้งที่เขาไม่เคยหยิบมันมาสวมใส่เลยสักครั้ง
"แต่ข้าอยากให้เ้าวัด"
"อ๊ะ" เมื่อไม่มีสาวใช้คอยจัดการ หน้าที่จัดเตรียมอาหารบนโต๊ะจึงเป็ของลี่หลิน แต่นางยังไม่ทันได้หยิบจับ ก็ถูกฝ่ามือใหญ่ดึงให้ลงนั่งบนตักแกร่งอย่างเอาแต่ใจ
"ได้เ้าค่ะ ถ้าท่านอยากวัด แต่ตอนนี้ปล่อยก่อนนะเ้าคะ ไม่อย่างนั้นจะกินข้าวกันยังไง"
จื่อหานไม่สนใจร่างบางที่กำลังดิ้นขลุกขลักบนตัก เขาใช้สองแขนสวมกอดเอวคอดกิ่วไว้แน่น จนนางยอมแพ้เลิกคิดอยากลุกหนีอีก
"เ้ารู้"
ดวงตาคู่สวยหลุบลงต่ำ ริมฝีปากบางคลี่รอยยิ้มเย้ยหยันใหักับตนเอง
นางรู้อย่างที่ชายหนุ่มบอกจริง ๆ และดูเหมือนว่าเขาคงตั้งใจจะนั่งทานอาหารแบบนี้ไว้ั้แ่แรก
