บทที่ 97 หยินเทียนสู้แห่งเผ่าผี
การร่วมมือระหว่างทั้งสามสามัคคีกันอย่างมาก แม้ในตอนนี้จะยังสังหารปีศาจไม่ได้สักตัว แต่อย่างน้อยก็ขัดขวางการโจมตีของสัตว์ประหลาดกลุ่มนี้ได้แล้ว เพียงแต่สัตว์ประหลาดพวกนี้เป็สิ่งมีชีวิตที่มีความยืดหยุ่นเป็พิเศษ หากคิดจะหาจุดอ่อนที่แท้จริงของพวกมันนั้นไม่ใช่เื่ง่ายเลย
“เคร้ง... ” เสียงลั่วถูฟันดาบออกไป ร่างที่พุ่งออกไปแล้วพลันถอยกลับคืนทันที สัตว์ประหลาดตัวหนึ่งถูกผ้าไหมของเลี่ยนหยินหูพันไว้และลั่วถูลงมือฟันจนขาดเป็สองท่อน สะบั้นหนวดจนขาด จากนั้นผ่าร่างของสัตว์ประหลาดที่เหลืออยู่ไม่กี่ตัว ตัดผ่านดวงตาทั้งสาม และตอนดวงตาที่สามถูกดาบนี้ฟันออกเป็สองส่วน ของเหลวสีแดงที่ราวกับเืไหลพลันออกจากดวงตานั้น
หนวดที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นชักกระตุกไม่กี่ครั้ง จากนั้นเหมือนกับขาดความชื้นและเหี่ยวแห้งไปอย่างรวดเร็ว
“วูม... ” ลั่วถูรู้สึกข้อมือสั่นไหว จนต้องยกมือขึ้นดู และได้พบว่าอักษรลายเพลิงตรงข้อมือ ปรากฏตัวเลข “1” อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน เขารู้สึกราวมีกระแสน้ำอุ่นไหลเข้าสู่ร่างกาย ชวนให้เพลิดเพลินอย่างกับได้แช่น้ำอุ่นอย่างไรอย่างนั้น
“ดวงตาที่สามของมันของจุดอ่อน!” ลั่วถูถอนลมหายใจยาว ในที่สุดเขาก็พบจุดตายของสัตว์ประหลาดนี้เสียที
“กี๊ซ กี๊ซ... ” ขณะเดียวกับที่ลั่วถูสังหารปีศาจได้ตัวหนึ่ง สัตว์ประหลาดด้านหลังที่ยังไม่ถูกแช่แข็งราวกับััได้ถึงอันตราย บนร่างรูปร่มที่กลมราวฟองสบู่เกิดรอยแตกเกิดขึ้นรอยหนึ่ง จากนั้นของเหลวสีแดงนับไม่ถ้วนหลั่งไหลออกมา เมื่อัักับอากาศพลันกลายเป็ัเข้าปิดล้อมเส้นทางตรงหน้าพวกลั่วถูทั้งสามเอาไว้ ทำให้ตรงหน้ากลายเป็กำแพงเพลิงไปเสียแล้ว
“ระวัง... ” ร่างของไป๋หลิงบินสูงขึ้นทันที มุมมองจากความสูงสิบกว่าจั้งทำให้มองเห็นสถานการณ์หลังกำแพงได้ทั้งหมด และได้เห็นว่าฝูงสัตว์ประหลาดกำลังมัดหนวดรวมเข้าด้วยกัน ิัที่ม้วนขดไปมาดูราวกับลำไส้หมู มัดร่างของพวกมันไว้ด้วยกันอย่างรวดเร็วและกลายร่างเป็อสรพิษ ทว่าสัตว์ประหลาดที่ซ่อนอยู่หลังเปลวเพลิง กลับพุ่งเป้าการโจมตีไปที่ลั่วถูและเลี่ยนหยินหูราวกับปลายสว่าน เห็นได้ชัดว่ารูปร่างนี้คือรูปร่างแบบที่สองของสัตว์ประหลาดนั่น และเป็รูปร่างที่ยืดหยุ่นที่สุดอย่างหนึ่งทีเดียว
ลั่วถูและเลี่ยนหยินหูถอยหลังไปเล็กน้อย กำแพงเพลิงดันเข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว แทบจะทันทีที่พวกเขาขยับตัว กำแพงเพลิงก็กลืนกินพื้นที่ที่พวกเขาเคยอยู่ก่อนหน้านี้ไปเสียแล้ว
ลั่วถูซัดฝ่ามือลมออกไป ทำให้เปลวเพลิงที่พุ่งมาต้องล่าถอย ทว่าในวินาทีที่เปลวเพลิงม้วนกลับ เขาเห็นลูกศรสีดำดอกหนึ่งหมุนวนอยู่ ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็ลูกศรจำนวนมากดีกว่า
ในใจลั่วถูรู้สึกถึงอันตรายบางอย่างทันที จัดการปล่อยหมัดคู่ออกไปเต็มแรง จากนั้นเอี้ยวตัวหลบด้วยความพลิ้วไหวอยู่กลางอากาศทันที
“เปรี้ยง เปรี้ยง... ” หมัดคู่ของลั่วถูปะทะเข้ากับศรสองดอกที่ยิงออกมา ราวชนกับหินอุกกาบาต ส่งเสียงะเิดังกระหึ่ม และลั่วถูได้อาศัยแรงะเินี้หมุนตัวถอยออกมาอย่างรวดเร็วไปด้วย ส่วนดอกศรดอกอื่นๆ ร่อนเฉียดร่างของเขาไป
“พรึ่บ... ” ในตอนนั้นเองปีกสีขาวหิมะโบกกระพือขึ้นทันที ดั่งลมพายุโจมตีลงจากฟากฟ้า กำแพงเปลวเพลิงขนาดั์ถูกลดขนาดลงมากโขทันที เงาสีดำเผยร่างออกจากในเปลวเพลิงแล้ว เป็เ้าสัตว์ประหลาดที่กลายร่างอีกเป็ครั้งที่สองนั่นเอง
“ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ...” เสียงบางอย่างดังขึ้นเบาๆ ติดต่อกัน เป็เข็มขนาดเล็กเท่าขนวัวนั่นเองที่โปรยปรายเข้าใส่เปลวเพลิงราวกับสายฝน
ตอนนั้นเองเปลวเพลิงกลับร้องคำรามลั่น
ความรู้สึกอันตรายในใจของลั่วถูสลายไปแล้ว แต่ขณะที่ร่างของเขาหมุนตัว คมดาบที่เอวก็หมุนส่งการโจมตีออกไปเช่นกัน ฝูงสัตว์ประหลาดที่ผ่านร่างของเขาไป ถูกคมดาบสะบั้นทันที
ผ้าไหมของเลี่ยนหยินหูคมกริบราวใบมีด ครั้งนี้นางไม่ได้ฟันไปที่ร่างของสัตว์ประหลาด แต่กลับฟันไปที่ดวงตาของสัตว์ประหลาดเ่าั้ด้วยคมจากผ้าไหมแทน
แทบทุกครั้งที่ขยับตัว รอบกายของนางจะปรากฏเป็เงาผ้าไหมอันนับไม่ถ้วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สัตว์ประหลาดหลายตัวที่พุ่งเข้าหาเลี่ยนหยินหูหายวับเข้าไปในดงผ้าไหมราวกับงูที่หายเข้าไปในพงหญ้าทันที และเมื่อเลี่ยนหยินหูถอยออกมา เงาผ้าไหมพลันหายไปด้วย บนพื้นเหลือเพียงสิ่งที่รูปร่างเหมือนงูหกตัวนอนชักกระตุก เพียงแต่ดวงตาของสัตว์ประหลาดในร่างงูถูกแทงทั้งหมด
ลั่วถูที่พอได้เห็นภาพนี้ ก็ได้แต่ใ สตรีนางนี้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
เปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ดับลงอย่างรวดเร็ว ราวกับมีบางอย่างสูบเปลวเพลิงนี้กลับไป จากนั้นขณะที่เปลวเพลิงมอดลง ทั้งสามได้เห็นสัตว์ประหลาดสีแดงทองไม่กี่ตัวที่สูบเปลวเพลิงเข้าไปทั้งหมด ดูเหมือนจะกลายเป็มณีหน้าตาพิลึกพิลั่น แต่ตอนนี้มณีสีแดงทองที่ว่าตายไปหมดแล้ว มิหนำซ้ำยังถูกเข็มเงินขนาดครึ่งฉื่อตรึงไว้กับพื้นไม่อาจขยับเขยื้อน
ลั่วถูสูดลมหายใจเข้าลึก เข็มจิ๋วพวกนี้คือเข็มขนาดเท่าขนวัวที่ไป๋หลิงสาดลงมาเมื่อครู่ แถมยังแทงเข้าดวงตาของฝูงสัตว์ประหลาดด้วยความแม่นยำราวจับวาง จากนั้นตรึงพวกมันไว้กับพื้น แต่สิ่งที่ทำให้ลั่วถูและเลี่ยนหยินหูต้องตกตะลึงคือ หลังจากสัตว์ประหลาดพวกนี้ตายไป มันถึงกับกลืนเพลิงเ่าั้เข้าไปในร่างพวกมันด้วย อีกทั้งหลังจากกลืนกินเปลวเพลิงเข้าไปร่างที่เดิมทีเคยอ่อนนุ่มกลับเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น แต่กับสัตว์ประหลาดที่ลั่วถูฟันขาดกลับไม่เกิดอะไรขึ้นทั้งนั้น เื่นี้ทำให้ในใจของพวกเขาบังเกิดความสงสัยขึ้นเสียแล้ว
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ไป๋หลิงเองก็ตกตะลึงเช่นกัน นางเพียงสาดอาวุธลับลงจากฟ้า คิดไม่ถึงว่าซากของสัตว์ประหลาดพวกนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในเปลวเพลิงเช่นนี้ ซากสัตว์ประหลาดที่แข็งไปแล้วกลายเป็สีแดง อย่างกับว่ามีพลังิญญาเต็มเปี่ยมยังคงไหลเวียนอยู่ในนั้น
“ยังเหลืออยู่สองตัว ข้าอยากจะดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” สายตาลั่วถูจับจ้องไปยังศพที่ปะทะกับหมัดของเขาเมื่อครู่ สัตว์ประหลาดที่ร่างกายถูกทำลายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ยังนอนกระตุกอยู่ตรงนี้ หมัดของลั่วถูถึงแม้จะแข็งแกร่งผิดปกติ แต่กลับไม่ได้ทำร้ายดวงตาของฝ่ายตรงข้ามให้เจ็บหนักจนถึงตาย สัตว์ประหลาดพวกนี้ถึงได้ยังมีลมหายใจอยู่
ลั่วถูยื่นมือจับไปกลางอากาศ จากนั้นลูกไฟร้อนแรงลูกหนึ่งปรากฏตัวออกจากความว่างเปล่าทันที เขาปาลูกไฟไปยังสัตว์ประหลาดเต็มแรง ในขณะเดียวกันดาบของลั่วถูก็ฟันออกไปยังดวงตาของสัตว์ประหลาดที่ยังคงดิ้นรนอยู่ ปรากฏว่าเมื่อสัตว์ประหลาดตายไป เปลวเพลิงดวงนั้นพลันหายไปด้วย แต่ร่างกายของสัตว์ประหลาดเพียงเปลี่ยนเป็สีแดงเท่านั้น
“ดูท่าพลังเพลิงจะยังไม่พอ!” ลั่วถูได้เห็นซากศพเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อหน้าแล้ว เพียงแต่ยังไม่เป็สีแดงทองเท่านั้นเอง
“เจ็ดจุด... ” ลั่วถูพบว่าอักษรลายเพลิงบนข้อมือของเขาเปลี่ยนเป็เลขเจ็ดแล้ว ทว่าสีหน้าของเลี่ยนหยินหูกลับดูไม่ค่อยดี เพราะนางพบว่าตัวเลขบนข้อมือของนางมีเพียงหก และตัวอื่นๆ ที่เหลือล้วนถูกไป๋หลิงสังหาร เห็นได้ชัดว่า คะแนนบนข้อมือของไป๋หลิงมีถึงยี่สิบคะแนนแล้ว เมื่อครู่ที่ทั้งสามคนลงมือพร้อมกัน ทว่าคะแนนสุดท้ายกลับไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย นางคิดว่าในกลุ่มนี้ ระดับพลังของนางแข็งแกร่งที่สุด ทว่ากลับได้คะแนนน้อยที่สุด
“นี่ พี่สาวเลี่ยน ข้าก็ไม่รู้ว่าคะแนนจะคิดกันแบบนี้!” ไป๋หลิงรู้สึกอึดอัดมาก เมื่อครู่ลั่วถูและเลี่ยนหยินหูรับมือกับฝูงสัตว์ประหลาดตรงๆ ส่วนนางเพียงร่วมมืออยู่บนฟ้า แต่กลับได้คะแนนเกือบเท่ากับลั่วถูและเลี่ยนหยินหูสองคนรวมกันเสียอย่างนั้น
“ช่างเถอะ!” เลี่ยนหยินหูสะกดความไม่พอใจลงไป เมื่อครู่ไป๋หลิงลงมือได้เฉียบคมจริงๆ เข็มบินของนางเป็วิธีสังหารฝูงสัตว์ประหลาดได้รวดเร็วที่สุด เพียงแค่ต้องหาจุดอ่อนของสัตว์ประหลาดพวกนี้ให้เจอ แต่เมื่อนางหันหน้ากลับไป กลับพบว่าเผ่าเร้นลับและเผ่าโบราณทั้งสองสังหารสัตว์ประหลาดเ่าั้จนหมดเรียบร้อยแล้ว ฝั่งเผ่าผีและเผ่ากระดูกทั้งสามช้าลงมาหน่อย บางทีอาจเป็เพราะเผ่าผีเผ่ากระดูกจะมากหรือน้อยก็เรียกได้ว่าไม่ค่อยถูกกับเปลวเพลิงเท่าไรนัก
“แปลกจริง... ” ลั่วถูยื่นมือไปจับซากสีแดงทองตัวหนึ่ง เมื่อจับดูแล้วก็พบว่ามันแข็งมากทีเดียว เขาลองใช้กำลังเต็มแรงแล้วแต่กลับยังฉีกไม่ออกอยู่ดี
“เคร้ง... ” ลั่วถูฟันดาบลงไป ซากสีแดงทองกลับส่งเสียงของเหล็กกระทบกันออกมา อย่างกับว่าหลังจากมันดูดซับเปลวเพลิงไปจำนวนมากแล้วจะกลายร่างเป็เหล็กอย่างไรอย่างนั้น
“บางทีอาจเอาไปทำเป็วัสดุสร้างอาวุธได้ก็ได้ พี่สาวเลี่ยนเลือกไปเสียหน่อยเถอะ!” ลั่วถูหัวเราะไปพลางกล่าวกับเลี่ยนหยินหูไปพลาง
“เหลือไว้ให้พี่สาวสองก้อนก็พอ ที่เหลือเ้าเอาไปเถอะ หินมณีของพี่สาวไม่คิดจะเก็บขยะพวกนี้มากนักหรอก” เลี่ยนหยินหูส่ายหน้าพร้อมหัวเราะ นางเพียงคิดจะนำไปศึกษาสักสองก้อน ส่วนเื่ที่ว่าคุณค่าของสิ่งนี้จะมากสักเท่าไรนั้น ใครจะล่วงรู้ได้ อีกทั้งซากของงูพวกนี้ยังยาวตั้งหลายฉื่อ หินมณีของนางไม่พอเก็บมันอยู่แล้ว
“ไป๋หลิง เ้าไม่เลือกสักหน่อยหรือ”
“เหลือให้ข้าสองชิ้นเหมือนกัน!” ไป๋หลิงครุ่นคิดและตอบกลับไป
ลั่วถูเก็บส่วนที่เหลือทั้งหมดอย่างไม่เกรงใจ ตอนนี้เขามีหินมณีสามก้อน ถึงเขาจะเก็บของเข้าไปมากขนาดนี้ ขอเพียงนำหินมณีสองสามก้อนออกมาปิดบังแหวนคงหลิงของเขาเอาไว้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกคนจับได้แล้ว
สัตว์ประหลาดเหล่านี้หลังจากดูดซับเปลวเพลิงเข้าไป บนิักลับเกิดเป็เกล็ดขนาดเล็กชั้นหนึ่งขึ้น ลั่วถูเพิ่งเก็บซากสีแดงทองเข้าไปได้ไม่ทันไร ในใจกลับรู้สึกได้ถึงอันตรายบางอย่างขึ้นมา เขากลิ้งตัวหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว ลูกไฟขนาดั์ลูกหนึ่งถูกยิงออกจากประตูมืด พื้นที่ที่เขาเคยยืนอยู่จนถึงเมื่อครู่ถูกะเิกระจุย หินสีดำที่แข็งแกร่งกลับแตกออกเป็หลุมใหญ่ ดาวเพลิงนับไม่ถ้วนกระเด็นออกมา ทว่าหนาวเย็นดั่งน้ำแข็ง
“สายฟ้าภูตผี... ” เลี่ยนหยินหูคิ้วกระตุก หันหน้ากลับไปก็เห็นว่าเป็ศิษย์าเผ่าผีที่ลอยมาราวกับภูตผี และสิ่งที่ลอยมาพร้อมกับศิษย์าเผ่าผียังมีชายหนุ่มเผ่าิญญารูปงามและศิษย์จากเผ่ากระดูกอีกคนหนึ่ง ดูเหมือนพวกเขาจะสังหารปีศาจทั้งหมดได้เมื่อครู่ ทว่าลั่วถูคิดไม่ถึงว่าเมื่อเผ่าผีคนนั้นสังหารปีศาจหมดจะหันมาโจมตีเขาต่อทันที ถ้าไม่ใช่เขาระวังตัวดีพอ เกรงว่าเมื่อครู่คงถูกสายฟ้าภูตผีทำร้ายจนเจ็บหนักไปแล้ว
“หยินเทียนสู้ เ้าหมายความว่าอย่างไร” เลี่ยนหยินหูขมวดคิ้วด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็น จ้องมองอย่างโกรธแค้นไปยังศิษย์าเผ่าผี
สายตาของหยินเทียนสู้มองไปที่ลั่วถูอย่างเยือกเย็น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบราวมีดน้ำแข็ง “หวู่หยางถูกเ้าสังหารหรือ”
“หวู่หยางหรือ หวู่หยางอะไรกัน ข้าไม่รู้ว่าเ้ากำลังพูดเื่อะไร!” ลั่วถูตะลึงไปครู่หนึ่ง ยังไม่ทันเข้าใจคำพูดของหยินเทียนสู้ แต่เขากลับนึกขึ้นได้อย่างรวดเร็วว่าในวันนั้นก่อนที่จะพบกับซูเสี่ยวพั่ง เขาสังหารเผ่าผีไปสองคน หนึ่งในนั้นมีหินมณีก้อนหนึ่ง พอนึกขึ้นได้ในใจพลันสั่นสะท้าน
“หยินหวู่หยางเป็น้องชายของข้า ไม่กี่วันก่อนิญญาของเขาถูกทำลายและตายไปแล้ว ในบรรดาหินมณีเมื่อครู่ มีหนึ่งก้อนเป็ของที่น้องชายข้าใช้ ดังนั้นต่อให้ความตายของหวู่หยางไม่ใช่ฝีมือเ้า เ้าก็น่าจะเกี่ยวข้องอยู่ดี เช่นนั้นเ้าก็สมควรตายแล้ว!” น้ำเสียงของหยินเทียนสู้ยิ่งเ็าขึ้นไปอีก
เลี่ยนหยินหูถึงกับขมวดคิ้ว หยินเทียนสู้และนางรู้จักดี เผ่าอสูรนับเป็หนึ่งในเผ่ามืดทั้งห้า และหยินเทียนสู้กับนางก็เป็อัจฉริยะเช่นกัน อีกทั้งในสำนักระดับกลาง พวกเขาก็เคยปะทะกันมาแล้ว จึงรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามมีน้องชายคนหนึ่งชื่อหยินหวู่หยางซึ่งเข้าสำนักระดับกลางเช่นกัน เพียงแต่ไม่คิดว่า หยินหวู่หยางจะตายไปแล้วในมิติลับเพลิงต้นกำเนิด และหินมณีก็ไปตกอยู่ในมือลั่วถู ได้แต่มองไปยังลั่วถูอย่างประหลาดใจ เวลานี้นางไม่รู้ว่าควรสอดมือเข้ายุ่งหรือไม่ อย่างไรเสียเื่นี้ก็เป็เื่ส่วนตัวของฝ่ายตรงข้าม ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับลั่วถูก็ไม่ได้ลึกซึ้งอะไร ถ้าเพื่อเผ่ามนุษย์คนหนึ่งแต่ถึงกับต้องล่วงเกินอัจฉริยะเผ่าผีดูจะไม่คุ้มค่าสักเท่าไร
“เ้าบอกว่าเป็หินก้อนนี้หรือ?” ลั่วถูไม่คิดว่าหลังจากเผ่าผีผู้นั้นตายไป ในหินมณีกลับยังเหลือตราประทับอยู่ด้วย ทำให้เขาได้ใจเกินไป แต่เมื่อหยินเทียนสู้รู้แล้ว จะปิดบังต่อไปก็ไร้ประโยชน์ ได้แต่กล่าวออกมาพร้อมหัวเราะ “มิผิด เ้าของหินมณีก้อนนี้ข้าสังหารเอง เพียงแต่ข้าไม่รู้ว่าเขาเป็หยินหวู่หยางหรือไม่ อย่างไรเสียคนที่ตายในมือข้าก็ใช่ว่าน้อยเสียเมื่อไร!”
“ดี เช่นนั้นเ้าก็ไปตายได้แล้ว!” แววตาของหยินเทียนสู้เต็มไปด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่ง ราวกับมีเปลวเพลิงสีดำลุกไหม้ขึ้นบนร่างของเขา ลมปราณที่ดุดันหมุนวนดั่งพายุ!
