ลูกจ้างของจ้าวจางิ่ต่างตื่นตาตื่นใจ สำหรับเครื่องมือที่นางได้สอนพวกเขา แต่ละคนคิดว่านี่คือสิ่งที่อัศจรรย์มาก และขั้นตอนการทำมิได้ยุ่งยากเลยสักนิด พอทำจนถึงขั้นตอนสุดท้ายนำลูกชิ้นสะเด็ดน้ำ ก็มานั่งช่วยกันเสียบลูกชิ้นไม้ละห้าลูก ซึ่งเป็ลูกขนาดพอดีไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป แค่ให้สมกับราคาที่ตั้งเอาไว้เท่านั้นก็พอ
เนื่องจากครั้งทดลองทำและได้ลูกชิ้นถึงเจ็ดร้อยไม้ จ้าวจางิ่จึงให้นำเตามาย่างลูกชิ้นหนึ่งร้อยไม้ เพื่อให้ทุกคนได้ชิมฝีมือของตนเอง ดังนั้นในยามอู่อาหารมื้อเที่ยงจึงเป็ลูกชิ้นปิ้ง และไม่ลืมให้เป้ยอิงแบ่งใส่จาน นำไปให้กับคนสนิทของเสิ่นหนิงเทียนที่เรือนเล็กด้วย
นับั้แ่ได้เรียนวิธีการทำลูกชิ้น จ้าวจางิ่ได้มอบเงินให้ห้าวเหลียงจำนวนหนึ่ง สำหรับให้แม่ครัวหงชิงใช้ซื้อวัตถุดิบทำอาหาร และซื้อเนื้อหมูสำหรับทำลูกชิ้นไว้รอจ้าวจางิ่เสมอ แต่เื่ที่พวกห้าวเหลียงได้พูดคุยไว้ ก็เป็หยางไห่ที่ออกไปสืบหาข้อมูล เกี่ยวกับครอบครัวของเ้านายและเขาก็เลือกมาถูกที่เสียด้วย
หน้าจวนเ้าเมืองที่ปิดประตูเอาไว้ ยังคงมีทหารผลัดเปลี่ยนมาคอยดูแล เพื่อป้องกันมิให้มีใครฉวยโอกาส เข้าไปอยู่อาศัยจนทำให้เรือนด้านในผุพัง หยางไห่กำลังจะเดินผ่านไปอยู่แล้ว ถ้าหูของเขาไม่ได้ยินเกี่ยวกับบุตรสาวเ้าเมือง ที่เพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งและย้ายไปอยู่เมืองหลวง
“นี่เ้าได้ลองชิมลูกชิ้นปิ้งในตลาดหรือยัง คนไปต่อแถวยาวมากเชียวนะ วันก่อนเป็วันหยุดของข้า ถึงได้ไปซื้อมาลองอร่อยมากทีเดียว และลูกกลม ๆ ก็ทำจากเนื้อหมูด้วย”
“ข้าได้ชิมแล้วอร่อยอย่างที่เ้าว่ามาจริง ๆ นั่นแหละ แต่เ้าไม่สังเกตหญิงสาวสองคนที่ปิ้งลูกชิ้นรึ”
“หืม ทั้งสองคนทำไมหรือ? หรือว่าจะเป็คนร้ายปลอมตัวมาค้าขาย”
“ฮ้าย ใช่ที่ไหนเล่าคนร้ายที่ไหนจะโง่มายืนขายของกัน ที่ข้าถามเพราะจำพวกนางได้ต่างหาก สองคนนั้นเป็สาวใช้ของคุณใหญ่ฉู่จางิ่น่ะ”
“ห๋า!! แล้วทำไมพวกนางถึงยังอยู่ที่นี่ล่ะ ท่านเ้าเมืองออกเดินทางย้ายไปเมืองหลวง เหตุใดถึงปล่อยบ่าวไพร่ไว้ที่นี่อีก”
“ข้าได้ยินบ่าวไพร่พูดกันว่า คุณหนูใหญ่ฉู่ไม่เป็ที่รักของคนในครอบครัว ยามคลอดเกือบทำมารดาตาย ยังมีนักพรตมาทำนายว่ามีดวงขัดลาภบิดาอีก จึงถูกนำไปเลี้ยงดูที่เรือนท้ายจวน กับพี่เลี้ยงสองคนที่ข้าพูดถึงอย่างไรเล่า”
“เช่นนั้นก็หมายความว่า คุณหนูใหญ่ฉู่ถูกตระกูลทอดทิ้ง หรือไม่ก็ไล่ออกจากตระกูลฉู่ เพราะถูกมองว่าเป็ตัวซวยน่ะสิ แต่คุณหนูเพิ่งจะหกหนาวมิใช่หรือ เหตุใดถึงได้ใจดำกับเด็กได้ลงคอเล่า”
“เฮ้อ หากคนเป็มารดาและพี่ชาย ออกหน้าปกป้องบ้างก็คงดี น่าสงสารนักอายุเพียงเท่านี้ก็ต้องทำงานหาเงิน เพื่อเลี้ยงชีพตนเองกับสาวใช้อีกสองคน”
“ถ้าเื่นี้รู้ไปถึงเมืองหลวง ตำแหน่งขุนนางยังจะรักษาไว้ได้อีกรึ ช่างน่าสงสารอย่างเ้าว่าจริง ๆ”
“รู้แล้วก็อย่าได้เที่ยวเอาไปพูดเล่า ไม่เช่นนั้นเ้าจะลำบากเอาได้”
“ข้ารู้หรอกน่าว่าควรพูดหรือไม่”
หยางไห่แอบฟังอย่างเงียบ ๆ และใไม่น้อยสำหรับเื่ของจ้าวจางิ่ “ฉู่จางิ่ จ้าวจางิ่ เพราะถูกครอบครัวทอดทิ้งเช่นนี้ ถึงได้เปลี่ยนแซ่ของตนเสียใหม่ แม้แต่แซ่ของมารดาก็ไม่เลือกใช้ หึ คนตระกูลฉู่พวกเ้าเลือกละทิ้งผิดคนเสียแล้ว”
เมื่อได้รับรู้สำคัญของจ้าวจางิ่ หยางไห่จึงรีบเร่งกลับจวนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็่เวลาที่ทุกคนกำลังช่วยกันทำลูกชิ้น หยางไห่จึงได้พูดครั้งเดียวนอกนั้นยังมีเสิ่นหนิงเทียน ที่นั่งฟังและจดจำเื่ของจ้าวจางิ่ไว้เป็อย่างดี
“อ้าว หยางไห่กลับมาแล้วรึ ได้เื่ว่าอย่างไรบ้างสืบมาหรือไม่” ห้าวเหลียงเอ่ยถามเพราะเห็นหยางไห่ก่อนคนอื่น ๆ
“บังเอิญข้าคงมีโชคดีอยู่บ้าง ถึงได้ฟังเื่เกี่ยวกับครอบครัวของคุณหนูเข้า”
“เ้าอย่ามัวแต่อมพนำรีบเล่ามาเร็วเข้า จะได้ช่วยกันคิดหาทางช่วยคุณหนูได้บ้าง” เพ่ยตงเห็นหยางไห่หยุดพูด จึงขอให้บอกเล่าสิ่งที่ได้ยินมาเสียที
“อืม ความจริงแล้วคุณหนูเป็บุตรสาวของเ้าเมือง ที่เพิ่งออกเดินทางไปเมืองหลวง เพื่อรับตำแหน่งใหม่เื่ราวเกิดจาก..ฯลฯ...สุดท้ายจึงทิ้งคุณหนูไว้ที่นี่กับสาวใช้สองคน อย่างที่พวกเราเห็นนี่อย่างไรเล่า” หย่างไห่เล่าไปสังเกตสีหน้าของพวกเขาไปด้วย
“มีครอบครัวเช่นนี้ด้วยรึ? แค่ตัวข้าถูกพาไปขายตัวเป็สาวใช้ ก็คิดว่าตนเองน่าสงสารมากแล้วนะ ยังดีไม่ต้องดิ้นรนอันใดนัก แต่คุณหนูกลับถูกทอดทิ้งทั้งยังต้องทำงานหาเลี้ยงตนเอง ต้องเป็คนใจดำอำมหิตเพียงใดกัน” เฉิงเจี๋ยฟังแล้วก็รู้สึกเห็นใจจ้าวจางิ่ยิ่งนัก
“เหอะ เชื่อเข้าไปได้อย่างไรคำพูดของนักพรต ไม่รู้ว่าเป็พวกนักพรตตัวปลอม ที่ชอบหากินกับคนชอบดูดวงชะตา หากจะตัดขาดควรหาที่พักและมอบเงินทองให้บ้าง แต่ดูแล้วคุณหนูกลับดิ้นรนหามันด้วยตนเอง ภายภาคหน้าอย่าให้ข้าได้เจอคนตระกูลนี้เชียว จะเอาคืนแทนคุณหนูให้เจ็บแสบพวกเ้าคิดเหมือนข้าหรือไม่” หลิวฉีจดบัญชีแค้นนี้แทนจ้าวจางิ่ไว้ทัน
มิได้มีเพียงกลุ่มลูกจ้างเท่านั้น ที่เคียดแค้นแทนเ้าตัวเสียมากมาย แต่หนึ่งในนั้นมีเด็กหนุ่มอย่างเสิ่นหนิงเทียนร่วมด้วยอีกคน
“แน่นอน พวกเราย่อมคิดไม่ต่างจากเ้าหลิวฉี ในภายหน้ากิจการของคุณหนูขยายไปถึงเมืองหลวง พวกเราค่อยสมน้ำหน้าคนตระกูลฉู่พร้อมกัน” ิเช่อคิดไว้ว่าสิ่งที่ตนพูดออกมา ต้องมีวันเป็จริงแน่
“แต่ที่สำคัญที่สุดพวกเ้าทุกคน ต้องทำเป็ไม่รู้เกี่ยวกับเื่นี้ อย่าทำตัวมีพิรุธให้คุณหนูจับได้เด็ดขาด” หยางไห่เน้นย้ำกับทุกคนให้เก็บเป็ความลับ
“พวกเราเข้าใจแล้วหย่างไห่ เ้าไม่ต้องเป็กังวลกับเื่นี้ เอาล่ะงานไม่เสร็จรีบช่วยกันทำเร็วเข้า ประเดี๋ยวปลายยามเซินค่อยติดเตา และปิ้งลูกชิ้นเตรียมไว้ให้คุณหนู สำหรับนำไปขายที่ตลาดพรุ่งนี้” แม่ครัวหงชิงรีบเปลี่ยนเื่เสียก่อน ไม่เช่นนั้นคงไม่เลิกคุยและงานจะไม่เสร็จเอาได้
เมื่อได้รู้ว่าภูมิหลังของเ้านายมีที่มาอย่างไร พวกเขายิ่งต้องช่วยดูแลปกป้องจ้าวจางิ่ ทั้งความปลอดภัยจากคนในครอบครัว ที่คิดกลับมาใช้ประโยชน์กับจ้าวจางิ่ในฐานะบุตรสาว และความปลอดภัยเื่กิจการที่จะมีเพิ่มอย่างแน่นอน
ด้านเสิ่นหนิงเทียนเขาเก็บเื่นี้ไว้ในใจ เพราะจ้าวจางิ่คือผู้มีพระคุณ สิ่งใดที่ทำเพื่อเป็การตอบแทนบุญคุณได้ เขาย่อมไม่ลังเลและเขาจะเป็ผู้ลงมือด้วยตนเอง ในวันที่เขาแข็งแกร่งรวมถึงมีอำนาจในมือมากพอเท่านั้น
ส่วนเ้าของหัวข้อสนทนาของลูกจ้าง ยามนี้กำลังนั่งคิดอยู่ว่า จะทำอะไรเพิ่มเมื่อซื้อร้านค้าได้ และต้องมีผักที่เป็วัตถุดิบหลักสำคัญ
“หืม ใช่แล้ว!”
“ใช่แล้วอันใดหรือเ้าคะคุณหนู บ่าวเห็นคุณหนูนั่งนิ่งหน้านิ่วคิ้วขมวด จนบ่าวจะเริ่มทำตามแล้วนะเ้าคะ” หนิงอวี่ทำงานในห้องของจ้าวจางิ่ไป ก็ลอบมองนางที่เคร่งเครียดมาเกือบหนึ่งเค่อ
“อ้อ ที่พี่หนิงอวี่เห็นว่าข้านั่งนิ่ง ๆ เพราะกำลังคิดเื่อาหารรายการใหม่น่ะ ตอนนี้ลูกชิ้นเป็ที่รู้จักขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ฉะนั้นข้าจำต้องคิดไว้ล่วงหน้า พอพี่จงเหลียนหาร้านค้าได้เมื่อใด เราจะทำอาหารนี้ขายเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง แต่อย่างไรเสียพวกเราต้องทำทานกันเองเสียก่อน เพื่อหารสชาติที่ทุกคนชื่นชอบถึงจะทำออกมาขายได้เ้าค่ะ”
“คุณหนูว่าแต่มันเป็อาหารแบบไหนหรือเ้าคะ พวกบ่าวชักอยากจะลองชิมเสียแล้ว” ฮุยอินเดินเข้ามาถามจ้าวจางิ่ เพราะเื่ทำอาหารจากฝีมือของนาง นาน ๆ ถึงจะได้ชิมสักครั้ง
“อืม มันเรียกว่า ‘ยำ’ ซึ่งมีวัตถุดิบที่หลากหลายหากใช้ลูกชิ้น ก็จะเรียกว่ายำลูกชิ้น แต่ข้าจะเพิ่มเส้นที่ต้องซื้อจากระบบ และยังมีเมล็ดพันธุ์ผักต่าง ๆ ที่ต้องปลูกเพื่อใช้สำหรับทำอาหารชนิดนี้ด้วยเ้าค่ะ” จ้าวจางิ่บอกชื่ออาหารให้สาวใช้ทั้งสองได้รู้
“เอ่อ แล้วคุณหนูจะทดลองทำวันไหนดีเ้าคะ บ่าวไม่ได้เห็นแก่กินนะเ้าคะ เผื่อคุณหนูมีอะไรให้บ่าวช่วยทำเท่านั้นเองเ้าค่ะ แหะ ๆ ๆ” หนิงอวี่ทั้งถามและแก้ตัวไปในคราวเดียวกัน
จ้าวจางิ่เห็นท่าทางตื่นเต้นนั้น จึงตัดสินใจจะทำให้ทุกคนได้ลองชิมเสียเลย “ในเมื่อพี่สองคนอยากชิมรสชาติของอาหารชนิดนี้ พวกเราก็ทำเป็มื้อเย็นเลยดีหรือไม่”
“ดีเ้าค่ะ/ดีเ้าค่ะ”
“ระบบข้า้าซื้อวัตถุดิบทำอาหาร”
[ติ๊ง ระบบออนไลน์ขั้นเทพยินดีให้บริการ ไม่ทราบว่าท่าน้าซื้อวัตถุดิบจากโลกใด]
“ข้า้าซื้อวัตถุดิบสำหรับอาหารประเภทยำ เช่น วุ้นเส้นห่อใหญ่จำนวนหนึ่งร้อยห่อ หอมหัวใหญ่ พริกแดง กระเทียม มะนาว ผักขึ้นฉ่าย กระหล่ำปลี มะเขือเทศ กระเทียมดอง ผักชี ต้นหอมและน้ำปลา เอาอย่างละหนึ่งชุดใหญ่นะระบบ อ้อ ข้าซื้อเมล็ดพันธุ์ผักในโลกนั้นทุกอย่างด้วยนะ” จ้าวจางิ่สั่งมาเผื่อสำหรับลูกจ้าง วันหลังหากพวกเขาอยากกินก็สามารถทำกินเองได้
[รอสักครู่ระบบจะเริ่มเตรียมวัตถุดิบ และเมล็ดพันธุ์ผักทุกชนิดที่ท่าน้า]
“ขอบใจมากระบบ”
จ้าวจางิ่นั่งมองหน้าจอโปร่งแสงสีขาว ที่ตอนนี้สิ่งที่นาง้าเริ่มส่งไปในช่องเก็บของแล้ว ส่วนสาวใช้ทั้งสองก็นั่งรอดูว่า สิ่งที่เ้านายของตนสั่งซื้อมานั้นหน้าตาเป็อย่างไร
[ขณะนี้สิ่งที่ท่าน้าถูกจัดเก็บในช่องเก็บของแล้ว กรุณาตรวจสอบความถูกต้องก่อนจ่ายเงิน]
เมื่อระบบแจ้งว่าทุกอย่างอยู่ในช่องเก็บของ จึงตรวจดูอีกครั้งว่าได้รับวัตถุดิบครบหรือไม่ เมื่อเห็นว่าทุกอย่างไม่มีข้อผิดพลาด จ้าวจางิ่ได้ทำการเงินสำหรับการซื้อครั้งนี้
“ระบบจัดส่งของได้ครบถ้วนไม่มีขาดหรือเกิน ทั้งหมดเป็เงินเท่าใดรึ”
[การสั่งซื้อของท่านครั้งนี้รวมเป็เงินสองตำลึงเงิน]
“สองตำลึงเงินขอบคุณสำหรับบริการดี ๆ นะ”
[ระบบยินดีให้บริการไว้พบกันใหม่ อย่าลืมทำภารกิจให้สำเร็จเพื่อเงินรางวัลหนึ่งหมื่นตำลึงทอง ติ๊ง]
ถึงเ้าไม่ย้ำเตือนข้าต้องทำให้สำเร็จอยู่แล้ว เื่อะไรจะพลาดเงินตั้งหนึ่งหมื่นตำลึงทอง แต่ก่อนส่งตัวกลับก็ควรเลี้ยงดูปูเสื่อให้ดี เผื่อเ้าตัวจะจดจำสิ่งที่นางทำเผลอ ๆ อาจได้รับรางวัลเพิ่มก็เป็ได้ อิ อิ
หลังจากได้วัตถุดิบตาม้า จ้าวจางิ่จึงนำมันออกมาวางบนโต๊ะ ด้วยสายตาที่ตกตะลึงของสาวใช้ทั้งสองเช่นเดิม พวกนางยังไม่คุ้นชินกับเื่เหลือเชื่อนี้ทุกครั้ง ไม่ว่าจ้าวจางิ่จะนำสิ่งใดออกมา ทุกอย่างล้วนทำให้ประหลาดใจได้เสมอ
