“ลู่ฟางเ้าแน่ใจฤาว่าตัดสินใจดีแล้ว”
“ท่านพี่หมายถึงเื่ใด”
“เื่การอภิเษกกับเซียนน้อยผู้นั้น เ้าแน่ใจฤาว่า ชีวิตหลังการอภิเษกของเ้าจะมีความสุข ในเมื่อพวกเ้ามิได้รักและผูกพันกันมาก่อน”
“หัวใจของข้าไร้ความรู้สึกไปนานแล้ว ยังมีอะไรที่ต้องเสียใจมากกว่านี้อีกฤา ดังนั้นชีวิตหลังจากนี้จะเป็อย่างไร ข้าจึงไม่สนใจมากนัก ขอเพียงทำหน้าที่ให้เสด็จพ่อพอพระทัย เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว” ชายหนุ่มในชุดขาวพูดคล้ายปล่อยวางทุกอย่าง พร้อมหันสายตาอ่อนโยนมายังเจี้ยนลู่จิน
“ท่านจะกลับเขาซันไป๋เมื่อใด”
“หลังจากเ้าอภิเษก ข้าก็จะเดินทางกลับทันที ส่วนตำแหน่งองค์รัชทายาท..ข้าต้องพึ่งเ้าแล้ว” ก่อนรอยยิ้มของลู่ฟางจะเผยออกมา แล้วยกมือตบบ่าพี่ชายด้วยความรัก
“ในเมื่อข้าเดินหมากแพ้ท่าน ข้ายังจะปฏิเสธได้อีกฤา” คำตอบของลู่ฟางทำให้ลู่จินยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ สองพี่น้องนั่งสนทนากันอีกพักใหญ่ ถึงเื่ราวต่าง ๆ ในวัยเด็ก ก่อนลู่จินจะถอนหายใจแล้วเอ่ยขึ้น
“ข้าคิดถึงพี่ใหญ่ ในตอนที่พวกเราเป็เด็กตัวเล็ก เสด็จพี่ใหญ่กำลังเป็สาวแรกรุ่น ท่านพ่อทรงโปรดยิ่งกว่าใคร ถึงขนาดจะยกตำแหน่งาา์ให้สืบทอด แต่นางก็เลือกที่จะหลีกหนีไปบำเพ็ญเพียรตามลำพัง ในตอนนั้นข้ายังเด็กและคิดว่าเหตุใดเสด็จพี่จึงคิดสั้นถึงเพียงนั้น มาถึงตอนนี้ ข้าเข้าใจเสด็จพี่สิ้นแล้วว่าเหตุใดจึงอยากสละตำแหน่งองค์รัชทายาทให้ผู้อื่น ลู่ฟาง... ข้ากับพี่ใหญ่ต่างก็ทิ้งภาระให้เ้ารับ..ข้าขอโทษนะ”
“ข้ามาคิด ๆ ดูแล้ว สาเหตุที่ข้าไม่อยากเป็องค์รัชทายาทนั่นเพราะข้าอยากใช้ชีวิตอยู่กับฟางเหนียงอย่างมีความสุข ทว่าตอนนี้ฟางเหนียงไม่ใช่จุดมุ่งหมายของข้าอีกต่อไป...ตำแหน่งองค์รัชทายาทจึงไม่น่ากลัวสำหรับข้า”
“แล้วเ้าแน่ใจฤา ว่าจะครองรักกับเซียนน้อยผู้นั้น อย่างมีความสุขได้”
“ข้ามิอาจตอบท่านได้ว่าวันข้างหน้าจะเป็เช่นไร แต่สำหรับหนิงเอ๋อ นางยังเด็กข้าจะพยายามสอนให้นางเข้าใจธรรมเนียมต่าง ๆ บน์ แม้ความรู้สึกระหว่างข้ากับนางยังว่างเปล่า แต่อย่างน้อยนางก็จะไม่ก่อปัญหาให้ข้าในภายหลัง”
ภายในโรงครัว ณ ตำหนักฉางชุน หนิงเอ๋อเรียกเซียนรับใช้คนอื่น ๆ เข้ามาชิมขนมที่นางพึ่งปรุงเสร็จ ใบหน้ายิ้มแย้มตักขนมจากหม้อแล้วแจกจ่ายให้พี่เซียนคนอื่น ๆ
“พี่ ๆ ลองชิมดูนะ ว่าฝีมือของข้าเป็เช่นไร” หลังจากเหล่าเซียนรับใช้ลองได้ตักชิมรสชาติขนมนั้น พวกนางต่างเอ่ยชมเป็เสียงเดียวกันว่า รสมือของหนิงเอ๋อนั้นวิเศษมาก
“ขนมนี้เ้าทำมาจากสิ่งใด ข้าไม่เคยชิมขนมรสชาตินี้มาก่อน” หนิงเอ๋อเลื่อนสายตาไปยังหม้อขนมแล้วตอบเซียนรับใช้ด้วยความภูมิใจ
“ข้าทำมาจากดอกบัวสีรุ้ง พวกท่านดูสิ ข้ายังมีบัวสีรุ้งที่เก็บมาอีกเยอะแยะเลย หากพวกท่านชอบ พรุ่งนี้ข้าจะทำให้พวกท่านกินอีกดีฤาไม่” เหล่าเซียนได้ยินดังนั้นจึงพามองหน้ากัน พร้อมเบิกตากว้างด้วยความใ
“เ้าว่าขนมนี้ ทำมาจากดอกบัวสีรุ้งงั้นฤา” ท่าทางใของเหล่าเซียนรับใช้ทำให้หนิงเอ๋อพยักหน้ายอมรับ พลางหันไปยังถาดเก็บดอกบัว แล้วเปิดให้ทุกคนได้เห็น
“ใช่แล้ว ข้ายังเก็บตุนไว้อีกมากมาย” เหล่าเซียนรับใช้เห็นดังนั้นพากันวางถ้วยขนมลงในทันทีด้วยความหวาดหวั่น
“เหตุใดพวกท่านจึงกลัวบัวสีรุ้งล่ะ ดอกบัวพวกนี้ไม่มีพิษ มันกินได้จริง ๆ อาจารย์หญิงของข้าทำบ่อย ๆ ตอนอยู่สำนักฝึกเซียน ข้ายืนยันด้วยศักดิ์ศรีว่ายางของดอกบัวจะไม่ทำอันตรายพลังเซียนอย่างแน่นอน” หนิงเอ๋อพยายามอธิบาย หากแต่เซียนรับใช้ผู้หนึ่งย่างเท้าเข้ามา นิ่งเงียบก่อนตัดสินใจพูดบางอย่างออกมา
“หนิงเอ๋อ เ้าก่อเื่ใหญ่แล้วรู้ตัวฤาไม่” เซียนน้อยได้ยินดังนั้นจึงส่อสายตาไม่เข้าใจ
“ข้าแค่ทำขนม จะก่อเื่ใหญ่ได้อย่างไร อีกอย่างพวกท่านก็เป็คนชมเอง ว่าขนมฝีมือของข้าอร่อยมากเพียงใด”
“เ้ารู้ฤาไม่ว่าองค์ชายรองรักบัวสีรุ้งมาก ทั่วทั้งแดน์หาบัวสีรุ้งได้แค่ตำหนักฉางชุนแห่งเดียวเท่านั้น แต่เ้ากลับเด็ดบัวพวกนั้นมาทำขนม ข้าไม่อยากคิดเลยว่าหากองค์ชายรองรู้เข้า เ้าจะโดนทำโทษเช่นไรหนิงเอ๋อ” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงชะงักนิ่ง นางเพียงแค่อยากพิสูจน์ให้องค์ชายรับรู้ว่านางคุ้นเคยกับบัวสีรุ้งเป็อย่างดี บัวสีรุ้งไม่ได้มีแค่ที่ตำหนักฉางชุนอย่างที่ทุกคนเข้าใจ และนางมิใช่คนมุสาอย่างที่องค์ชายต่อว่าไว้
“ดอกบัวสีรุ้งมีความสำคัญต่อองค์ชายรองมาก เวลาที่องค์ชายรองคิดถึงองค์หญิงใหญ่ เขาจะเฝ้ามองดอกบัวสีรุ้งนี้ได้เป็วัน ๆ เชียวล่ะ แล้วเ้าเล่นเก็บดอกบัวสีรุ้งพวกนี้ทำขนมกิน ข้าไม่อยากคิดเลยว่าโทษของเ้าจะเป็เช่นไร”
วรกายสีขาวสะอาดกลับมายังศาลากลางน้ำ พลังแห่งเทพจากองค์ชายรองทำให้เกิดแสงจ้าบริเวณนั้นครู่หนึ่งก่อนจะวูบดับไป พร้อมสองเท้าของเจี้ยนลู่ฟางจะก้าวตรงมา พร้อมเลื่อนสายตาตรงไปยังด้านหน้า เพื่อมองความสวยงามของบัวสีรุ้งเหมือนอย่างเคย หากแต่ต้องขมวดคิ้วเมื่อ ดอกบัวที่เคยชูช่อสวยงามอันตรธานหายไปจนเกือบหมด
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ชายหนุ่มอุทานขึ้นพร้อมใจหายวาบ สายตาคมเพ่งมองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ว่าสิ่งที่เห็นเป็ภาพแห่งความจริงหาใช่ความฝัน เมื่อแน่ใจแล้วว่าดอกบัวสีรุ้งได้หายไปจริงจึงเรียกเซียนรับใช้ที่เฝ้าสระขึ้นมาสอบถาม ได้ความว่าเป็ฝีมือของหนิงเอ๋อ จากนั้นเรียวหน้าสุขุมก็เปลี่ยนแปลงในฉับพลันด้วยความโกรธ
“ไปตามหนิงเอ๋อมาพบข้าเดี๋ยวนี้” คำสั่งประกาศขึ้นพร้อมแววตาดุดัน ดอกบัวสีรุ้งเปรียบเสมือนตัวแทนเดียวที่เหลืออยู่ของพี่สาว กลับถูกเซียนน้อยด้อยความรู้ ทำลายจนหมดสิ้นยากเข้าใจการกระทำของนาง
ฝีเท้าของหนิงเอ๋อก้าวเข้ามาหาองค์ชายรองช้า ๆ ด้วยใบหน้าราบเรียบ นางย่อตัวลงเคารพด้วยความรู้สึกผิด ก่อนวรกายสีขาวขององค์ชายรองจะค่อย ๆ หันกลับมา พบกับสายตาสั่นไหวของอีกฝ่ายจับจ้องมองไม่วางตา
