ฉันกล่าวถึงผู้มีพระคุณด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากที่เคยศรัทธาชื่นชม แต่ตอนนี้กลับกลายเป็ความผิดหวังเข้ามาแทนที่
“หนูจ๋าอย่าคิดมาก… ทำทุกอย่างให้ง่ายเข้าไว้แล้วหนูจะอยู่ที่นี่ได้อย่างสุขสบายไปทั้งชาติ”
ป้าพรพูดคำเดิม…
ก่อนจะพาฉันเดินเข้ามาในห้องรับแขกซึ่งเป็สถานที่จัดงานเลี้ยงวันเกิดของนายท่านเดโช
และในทันทีที่ฉันก้าวเข้ามาในห้อง สายตาของทุกคนก็จับจ้องมองมาที่ฉันราวกับสัตว์นักล่ากระหายเหยื่อ
“งาม… งดงามเหลือเกินแม้ตุ๊กตาบาร์บี้ของฉัน”
นายท่านมองฉันตาไม่กะพริบ ไม่ต่างจากลุงเข้มคนสวนและลุงเดชที่เป็คนขับรถทำงานรับใช้นายท่านมานาน
ตอนนี้ภายในห้องรับแขกมีกันอยู่แค่สามคน กำลังดื่มกินกันจนเมาได้ที่ จมูกของฉันได้กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั้งห้อง
“หมุนตัวให้ฉันดูฉันๆ… ”
นายท่านเดโชสั่ง ฉันจำต้องหมุนตัวให้สายตาทุกคู่จ้องมองเรือนร่างของฉันอย่างกระหาย
“งามมาก… แม่ตุ๊กตาบาร์บี้ของฉัน”
นายท่านกล่าวราวกับว่าฉันคือสิ่งของไร้ชีวิตจิตใจ ทั้งที่ฉันรู้สึกอายแสนอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปให้พ้นๆ จากตรงนี้
“ใหญ่… ใหญ่กว่าที่ฉันจินตนาการเอาไว้”
นายท่านเอื้อมมือเข้ามาไล้ลูบต้นขาของฉันตอนที่สายลมพัดเข้ามาทางช่องหน้าต่าง
แรงลมปะทะเรือนร่างของฉันทำให้เนื้อผ้าซาติสีแดงพลิ้วบางแนบเข้าเรือนร่าง มองเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของความเป็สาวชัดเจนสะดุดตา โดยเฉพาะเต้านมอวบใหญ่มหึมาและหนอกเนินสวาทของฉันที่โหนกนูนเหมือนกลีบส้มโออวบอูมเด่นขึ้นมาเต็มง่ามขา
