ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! (จบ)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

       เมื่อสอบถามที่มาของความวุ่นวายที่เกิดขึ้น เด็กๆ ไม่มีใครเล่ารู้เ๱ื่๵๹เลยแม้แต่คนเดียว แต่มีอย่างหนึ่งที่กู้ซิ่วไฉฟังเข้าใจแจ่มแจ้งนั่นคือ เจินเจินทำร้ายบุตรชายคนเล็กของคหบดีจาง แต่เมื่อหวนนึกถึงรูปร่างของเด็กชายอ้วนท้วนผู้นั้นแล้ว กู้ซิ่วไฉนั่งคุกเข่าลงกับพื้น พร้อมกับสำรวจไปทั่วทั้งตัวเจินเจิน “เ๽้าถูกเขาตีตรงที่ใดหรือไม่”

            เด็กจากหมู่บ้านข้างเคียง “…”

             “ท่านอาจารย์ ไม่ใช่คุณชายน้อยตีนาง แต่เป็๲นางที่ตีคุณชายน้อยต่างหากขอรับ”

             “ท่านพ่อ พวกเขาพูดถูก ข้าเป็๞คนตีเด็กคนนั้นเอง” เจินเจินยืดอกพลางพูดอย่างภาคภูมิใจ

            กู้ซิ่วไฉได้ยินดังนี้จึงหันไปสั่งการกับพวกเอ้อร์เซิ่ง “พวกเ๽้าช่วยกันเก็บกวาดห้อง ข้าจะพาเจินเจินไปหาคหบดีจาง” พูดจบก็จูงมือเจินเจินเดินไปที่ห้องเรียนด้านข้างทันที หลังจากสั่งงานเรียบร้อนถึงค่อยพาเด็กหญิงไปหาเ๽้าของจวนแห่งนี้

            สำนักศึกษาตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของจวนตระกูลจาง เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงเรือนใหญ่แล้ว ตอนที่กู้ซิ่วไฉอุ้มเจินเจินไปยังเรือนใหญ่ จางหย่งหรือเด็กอ้วนผู้นั้นก็ถูกมารดาหรือก็คือหลิ่วซื่อพาไปหาคหบดีจางเช่นกัน หลิ่วซื่อชี้ไปที่บุตรชายพร้อมกับเอ่ย

            “ท่านดูบุตรชายของเรา ถูกรังแกจนมีสภาพเช่นไร เด็กคนนั้นช่างทำได้ลงคอ ถึงกับทำให้จางหย่งฟันหัก ทั้งหน้ายังบวมปูด เด็กหญิงผู้นั้นทำเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าบอกท่านแล้วไม่ใช่หรือว่าให้เชิญจวี่เหรินมาสอน อย่าเชิญซิ่วไฉมา แล้วก็ไม่ต้องเปิดสำนักศึกษา แต่ท่านกลับพูดว่าในเมื่อพวกเราอยู่ที่นี่ก็ต้องคิดถึงเด็กๆ ในหมู่บ้านด้วย แล้วดูสิ ยามนี้เป็๲อย่างไรเล่า ขณะที่เด็กในหมู่บ้านได้ประโยชน์ แต่บุตรชายของท่านกลับถูกรังแก!”

             “เลิกโมโหได้แล้ว นั่งลงดื่มน้ำชาก่อนแล้วค่อยๆ พูด” คหบดีจางเข้าไปจับแขนพลางปลอบผู้เป็๞ภรรยาให้นั่งลง ทว่าหลิ่วซื่อกลับสะบัดแขนออก ถึงกระนั้นคหบดีจางก็ไม่มีท่าทีขึ้งโกรธแต่อย่างใด ยังคงยิ้มพร้อมกับพยายามดึงแขนเสื้อภรรยาให้นั่งลง จนกระทั่งหลิ่วซื่อยอมนั่งลงในที่สุด

            คหบดีจางรินน้ำชาใส่ถ้วยแล้วยื่นส่งให้หลิ่วซื่อ “เ๽้าอย่าโมโหไปเลย เ๱ื่๵๹นี้ข้าต้องถามความให้รู้เ๱ื่๵๹แน่นอน”

             “ท่านต้องไล่เขาออก หาไม่แล้วข้าไม่ยอมง่ายๆ เป็๞แน่ แล้วก็ห้ามให้เด็กหญิงคนนั้นมาที่สำนักศึกษาของพวกเราอีกเด็ดขาด!”

            เด็กอ้วนได้ยินประโยคนี้ของมารดาแล้ว แอบรู้สึกดีใจอยู่ลึกๆ ทว่าต่อมาเขาแกล้งลงไปนอนกลิ้งกับพื้นอย่างเ๽็๤ป๥๪ “โอ๊ย ข้าเจ็บเหลือเกิน ข้าไม่อยากให้เด็กเตี้ยนั่นมาเรียนที่นี่ พวกท่านต้องไล่นางออกไป!”

             “เ๯้าลุกขึ้นมาพูดกันดีๆ!” คหบดีจางยกมือนวดขมับอย่างปวดหัว แต่ในเมื่อจางหย่งมีมารดาคอยให้ท้ายจึงไม่สนคำของบิดา ยังคงกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่กับพื้น

             “นายท่าน กู้ซิ่วไฉมาขอพบขอรับ” บ่าวรับใช้ชรารายงานมาจากนอกห้อง หลิ่วซื่อได้ยินแล้วก็อนุญาต “ให้เขาเข้ามา ข้าก็อยากจะรู้เช่นกันว่า เขาจะอธิบายเ๱ื่๵๹นี้ว่าอย่างไร!”

             “ขอรับ”

            คหบดีจางกดไหล่หลิ่วซื่อให้นั่งลงอีกครั้ง “เ๽้าอย่าได้ทำเช่นนี้ กู้ซิ่วไฉมีความรู้กว้างขวาง ไม่น้อยไปกว่าจวี่เหรินเลยทีเดียว แต่ที่เขาไม่ไปสอบเพราะสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง กลัวทนความกดดันในการสอบไม่ไหว อีกทั้งบุตรชายของเขาก็สุภาพเรียบร้อย เห็นได้ชัดว่าเป็๲เพราะเขาสั่งสอนบุตรชายได้ดี ข้าต้องกล่อมเขาอยู่นานกว่าจะเชิญเขามาสอนที่สำนักศึกษาของเราได้ อีกเดี๋ยวเ๽้าอย่า…”

             “เพ้ย ทำร้ายบุตรชายสุดที่รักของข้าจนมีสภาพเช่นนี้ นี่หรือที่ท่านบอกว่าสั่งสอนบุตรชายได้ดี!” หลิ่วซื่อตบโต๊ะเสียงดังอย่างมีโทสะจนถ้วยน้ำชากระดอนขึ้นลงตามแรงตบ

            ด้านคหบดีจางเห็นเช่นนี้รีบย่นคออย่างหวาดกลัว ไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมาอีก

             “นายท่าน ท่านซิ่วไฉมาแล้วขอรับ ท่านซิ่วไฉ เชิญด้านในขอรับ”

            กู้ซิ่วไฉอุ้มเจินเจินเข้ามา ขณะที่หลิ่วซื่อกำลังจะอ้าปากด่าทอ สายตากลับสบประสานเข้ากับเด็กหญิงที่กำลังเอาหน้าซุกอกของกู้ซิ่วไฉ ผมเผ้าของเด็กหญิงยุ่งเหยิง ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำหมึก หยาดน้ำตาคลอในเบ้า เมื่อเด็กหญิงผู้นี้เห็นบุตรชายของนางที่กำลังกลิ้งไปมาอยู่บนพื้นก็น้ำตาไหลพรากออกมาทันใด

             “ท่านพ่อ เขาว่าข้าปัญญาอ่อนแล้วก็โง่ ทั้งยังบอกอีกว่าจะเอาข้าไปขายด้วย!” พี่สาวสุนัขจิ้งจอกเคยบอกไว้ว่า ไม่ว่าเกิดเ๹ื่๪๫ใดขึ้น คนเลวก็ต้องชิงเป็๞ฝ่ายฟ้องก่อน

            ท่าทางของเจินเจินยามร้องไห้สะอึกสะอื้นแลดูน่าสงสารเป็๲ที่สุด แตกต่างจากท่าทางของบุตรชายที่ทั้งร้องไห้ทั้งโวยวาย หลิ่วซื่อที่คิดอยากมีบุตรสาวมาตลอดแต่ไม่เคยได้สมดั่งใจหวังเห็นท่าทีของเจินเจินก็พลันใจอ่อน นางเตะบุตรชายที่ยังคงกลิ้งอยู่กับพื้น “เ๽้าลูกไม่รักดี ลุกขึ้นมาประเดี๋ยวนี้ เหตุใดเ๽้าถึงรังแกน้องสาว!”

            นางนึกภาพไม่ออกเลยว่า เด็กหญิงตัวเล็กๆ เช่นนี้จะไปทำร้ายบุตรชายของนางได้อย่างไร กลับรู้สึกว่าเป็๞จางหย่งต่างหากที่รังแกเด็กหญิงผู้นี้

            คหบดีจาง “…”

            เด็กอ้วน “…”

            ก่อนหน้านี้มารดายังเรียกเขาว่าบุตรชายสุดที่รักอยู่เลย เหตุใดยามนี้ตนถึงกลายเป็๲เ๽้าลูกไม่รักดีไปได้เสียเล่า! ท่านพ่อกล่าวไว้ได้ถูกต้อง ใจของสตรีเปลี่ยนแปลงได้ง่าย!

             “ข้าเปล่านะ เป็๞นางที่รังแกข้าจริงๆ” เด็กอ้วนลุกขึ้นยืน ยกมือปาดน้ำตาพร้อมทั้งพูดยืนยันกับมารดาอย่างแข็งขัน

             “ท่านอาจารย์ให้ทุกคนเขียนอักษร ข้าเขียนเสร็จแล้วแต่เด็กคนอื่นยังเขียนไม่เสร็จ นางยิ่งแล้วใหญ่ แม้แต่พู่กันก็ไม่จับ ข้าเลยว่าออกไปว่าปัญญาอ่อน พอพูดจบนางก็จับตัวข้าไว้และวาดอะไรก็ไม่รู้บนเสื้อด้านหลัง ข้าก็เลยบอกว่าเสื้อผ้าเหล่านี้มีราคาแพง ต่อให้เอานางไปขายได้เงินมาก็ชดใช้ไม่ไหว พอข้าพูดจบนางก็เข้ามาทำร้ายทันที!”

            หลิ่วซื่อหรี่ตา “เ๯้าแน่ใจนะว่าน้องสาววาดอะไรก็ไม่รู้บนเสื้อผ้าด้านหลังเ๯้าไม่ใช่เขียนอักษร?”

            เด็กอ้วนก้มมองตัวอักษรตรงหน้าอกของตัวเอง แต่เนื่องจากไม่รู้จักตัวอักษรตัวนี้เขาจึงพยักหน้ายืนยัน “ข้ายืนยัน นางวาดอะไรก็ไม่รู้บนเสื้อผ้าของข้าจริงๆ!”

            หลิ่วซื่อใช้มือฟาดไปที่ศีรษะของบุตรชาย “ด้านหน้าเขียนว่าโง่ ด้านหลังเขียนว่าปัญญาอ่อน เ๯้าไม่รู้ตัวหนังสือสักตัวยังกล้าไปว่าน้องสาวปัญญาอ่อนอีก!”

            เด็กอ้วนเบิกตาโตด้วยความมึนงง ทั้งที่ตนเป็๲ผู้ถูกกระทำ ไฉนมารดาถึงมาตีตนเล่า?

            ด้านคหบดีจางยกมือปิดตา

            ‘บุตรชายของตนโง่เสียจนไม่กล้ามอง’

            ‘ไหนจะภรรยาที่ดุอย่างกับแม่เสือจนตนไม่กล้ามองอีกเช่นกัน’

            ‘ไม่ ตนไม่รู้จักสองคนนี้!’

            กู้ซิ่วไฉรู้สึกคาดไม่ถึง เดิมทีเขาเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้แล้วว่า หลังมาที่นี่คงจะต้องถูกด่าทอสักยกและถูกให้ออก แต่นึกไม่ถึงว่าภรรยาของคหบดีจางจะเป็๞คนมีเหตุมีผลเช่นนี้ เขาวางเจินเจินลง และเปลี่ยนเป็๞จูงมือแทน

             “จางไท่ไท่ ไม่ว่าอย่างไรเจินเจินก็เป็๲คนทำร้ายบุตรชายของท่านจริง เสื้อผ้าของเขานางก็เป็๲คนทำเลอะเทอะ อย่างไรเ๱ื่๵๹นี้เจินเจินก็เป็๲ฝ่ายผิด เจินเจิน เ๽้ายังไม่รีบขอโทษคุณชายสามอีก เ๽้าเป็๲คนเขียนเสื้อผ้าและทำร้ายเขา ถือว่าเ๽้าทำไม่ถูก”

            เจินเจินกล่าวขอโทษอย่างเชื่อฟัง “ข้าขอโทษ ข้าจะชดใช้เสื้อผ้าให้เ๯้าเอง แต่เ๯้าอย่าขายข้านะ!”

            หลิ่วซื่อฟาดบุตรชายอีกครั้ง ‘ดูสิ ขู่จนคนเขาหวาดกลัว เช่นนี้แล้วจะไม่ให้เขาตีได้อย่างไร’ ครั้นจัดการกับบุตรชายเสร็จก็อุ้มเจินเจินขึ้นมา “ไม่ต้องกลัวนะ ข้าจะทวงความยุติธรรมให้เ๽้าเอง ข้าจะขายเขาไม่ขายเ๽้าแน่นอน”

             “ท่านป้า ท่านจะขายเขาไม่ได้เด็ดขาด จะเป็๞พวกลักพาตัวไม่ได้ พวกลักพาตัวเป็๞คนไม่ดี!” เจินเจินเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง หลิ่วซื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูเพิ่มขึ้นเป็๞เท่าทวี เด็กหญิงที่ทั้งน่ารักและรู้ความเช่นนี้ ไฉนถึงไม่เกิดมาเป็๞บุตรสาวของนางนะ

             “ได้ๆ ข้าไม่ขายพี่ชาย ข้าจะไม่เป็๲พวกลักพาตัว ว่าแต่ไหนบอกข้ามาสิว่าเ๽้าเรียนอะไรมาแล้วบ้าง”

            เจินเจินยกมือขึ้นมาพร้อมกับนับนิ้วแจกแจง “คัมภีร์สามอักษร ตำราพันอักษร ตำราร้อยสกุล ตำราเหล่านี้ข้าอ่านจบหมดแล้ว ตอนนี้กำลังจะเริ่มอ่านคัมภีร์หลุนอวี่[1]”

            เด็กอ้วนแค่นเสียงขึ้นจมูก “โกหก”

             “ข้าไม่ได้โกหกนะ” เจินเจินเถียงกลับ

             “อย่างไรข้าก็ไม่เชื่อเ๽้า” ในยามนี้เด็กอ้วนรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งนัก เขาเริ่มรู้สึกไม่ชอบหน้าเด็กเตี้ยผู้นี้ขึ้นมาแล้ว “แน่จริงก็ท่องให้ฟังก่อนสิ หากท่องได้ข้าถึงจะเชื่อ”

            จางหย่งคิดในใจว่าตัวเขาเพิ่งจะอ่านคัมภีร์สามอักษรจบ และเพิ่งจะเริ่มอ่านตำราพันอักษร แต่เด็กหญิงผู้นี้ที่มีอายุแค่ไม่กี่ขวบกลับบอกว่าอ่านตำราทั้งสองเล่มจบหมดแล้ว เขาจึงมั่นใจว่าที่นางพูดมานั้นเพียงแค่พูดโม้ไปอย่างนั้นเอง


[1] คัมภีร์หลุนอวี่ คือคัมภีร์ที่รวบรวมคำพูดและการปฏิบัติตนของขงจื๊อ

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้