จังซื่อิอ่านเพียงต้นเื่ก็รู้สึกว่านิยายเื่นี้แตกต่างกับเื่อื่น เป็นิยายที่น่าสนใจมาก เขารีบยัดนิยายที่ซ่งอวี้เขียนใส่เข้าไปในเสื้อแล้ววิ่งหนีไป
“พี่ซ่งอวี้อย่าถ่อมตนเลย ข้าขอเอากลับไปอ่านก่อน ถ้าอ่านจบแล้วจะคืนให้”
เดิมทีจังซื่อิมาเที่ยวหาซ่งอวี้ ทว่าเมื่อเห็นนิยาย เขาก็ไม่อยู่พูดคุยกับนางแล้ว ได้นิยายแล้วก็รีบวิ่งหนีไปทันที
ซ่งอวี้จนปัญญา จะให้วิ่งไปแย่งนิยายกลับคืนมาในเวลานี้ก็คงไม่ดีกระมัง จึงทำได้เพียงรอจังซื่อิอ่านจบแล้วค่อยคืนให้นางเท่านั้น
ไม่ทำงานมาหลายวัน ในที่สุดซ่งอวี้ก็รู้ตัวว่าสมุนไพรที่ตนนำมา ใช้ไปหมดแล้ว ด้วยเหตุนี้นางจึงไปบอกคนดูแลของสำนักศึกษา ให้พวกเขาออกไปซื้อ พร้อมกับเอารายการสมุนไพรที่้าให้
แต่สุดท้ายคนดูแลสำนักกลับยิ้มแห้งๆ ให้นาง “หมอซ่ง ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากออกไปซื้อ แต่ว่าข้าไม่อาจออกไปซื้อได้”
ซ่งอวี้ไม่เข้าใจ “ผ่านมาหลายวันแล้วไม่ใช่หรือ? เหตุใดยังไม่ให้ออกไป?”
ก่อนที่นางจะหมกมุ่นกับการเขียนนิยาย เห็นบอกว่าท่านแม่ทัพหลี่จะเรียกตัวไปสอบปากคำทีละคนไม่ใช่หรือ? นี่ก็ผ่านไปหลายวันแล้ว ยังไม่รู้ผลอีกหรือ?
คนดูแลสำนักถอนหายใจ “เื่นี้ข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัด แค่ว่าทหารยังคงเฝ้าอยู่หน้าประตู ข้าเพียงเดินไปใกล้ประตูสำนัก ก็ถูกโยนกลับเข้ามาแล้ว เมื่อเป็เช่นนี้ข้าจึงไม่เฉียดกายไปใกล้ประตูสำนักอีก”
เวลานี้สำนักศึกษาขาดแคลนของหลายอย่าง ไม่ใช่แค่เครื่องเขียน แต่อาหารต่างๆ ก็ด้วย ทั้งหมดนี้ปกติจะมีคนไปซื้อ
แต่น่าเสียดาย เวลานี้ไม่มีผู้ใดออกไปได้แล้ว แม้แต่ผู้ที่รับผิดชอบออกไปซื้อของก็ออกไปไม่ได้
คนดูแลสำนักศึกษาสอบถามสถานการณ์กับเบื้องบน แต่ได้รับคำตอบเพียงแค่ว่าโจรขโมยม้าอาจจะยังคงจับตาดูอยู่ กลัวว่าเหล่าปัญญาชนจะถูกทำร้ายอีก
“หากท่านไม่เชื่อ ท่านลองไปถามดูก็ได้ จะได้รู้ว่าข้าพูดความจริง” คนดูแลสำนักศึกษาบอกกับซ่งอวี้ด้วยความจนปัญญาพร้อมกับชี้ไปที่ประตู
เวลานี้ซ่งอวี้ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าแม่ทัพหลี่มีแผนการอะไรกันแน่ เื่โจรขโมยม้าผ่านไปนานแล้ว ไม่ว่าอย่างไรเื่นี้ก็ควรจบลงได้แล้ว เหตุใดจึงอนุญาตให้เข้า แต่ไม่อนุญาตให้ออกเล่า?
ซ่งอวี้ที่คิดไม่ตกจึงไปหาเ้าสำนักศึกษา ซึ่งก็คือท่านอาจารย์ใหญ่ อธิบายสิ่งที่ตน้าให้เขาฟัง
เ้าสำนักศึกษาฟังซ่งอวี้พูดจนจบด้วยรอยยิ้ม แล้วพูดขึ้น “หากท่านหมออยากออกไป ไม่ใช่เื่ยาก เพียงแต่เกรงว่าท่านหมอออกไปเวลานี้ ร้านยาต่างๆ คงไม่ขายยาให้ท่าน”
ซ่งอวี้เงยหน้าขึ้น “เพราะเหตุใด? ทำการค้าขาย เป็ไปไม่ได้กระมังที่ไม่อาจใช้เงินทองแลกกับสิ่งที่้า นี่มันหลักอะไร?”
เ้าสำนักศึกษาจิบน้ำชา กลิ่นชาหอมกรุ่น อบอวลไปทั่วทั้งห้อง
“เป็เพราะว่าวันข้างหน้าสมุนไพรและยาต่างๆ จะมีราคาสูงขึ้น”
วันข้างหน้าสมุนไพรและยาจะมีราคาสูงขึ้น?
ซ่งอวี้มองเ้าสำนักศึกษาด้วยความฉงน ทว่าเขากลับเงียบ แล้วเปลี่ยนบทสนทนา
“ว่าไปแล้ว ที่ท่านหมอ้าซื้อสมุนไพร ก็ล้วนเพื่อศิษย์ในสำนักของข้า ข้าย่อมไม่อาจนิ่งดูดาย ทว่าร้านขายยาไม่มีทางขายยาให้ ท่านหมอจำต้องไปเก็บสมุนไพรเองแล้ว”
“ผู้ที่ชำนาญเส้นทางในป่า ย่อมเป็นายพราน นอกจากนี้พวกเขายังสามารถดูแลความปลอดภัยให้ท่านหมอได้ นี่เป็ตราสัญลักษณ์ประจำตัวของข้า ท่านหมอนำตราสัญลักษณ์นี้ไปที่หน้าประตู ทหารย่อมไม่ขวางทางแน่นอน”
เ้าสำนักศึกษาพูดพร้อมกับยื่นตราสัญลักษณ์ประจำตัวให้ซ่งอวี้
นี่ถือเป็ใบเบิกทาง ซ่งอวี้รับตราสัญลักษณ์เอาไว้ นางที่ไม่ได้ออกนอกสำนักศึกษามานาน คิดถึงโลกภายนอกยิ่งนัก
แน่นอน การที่ตนไม่อยากออกไป กับการที่ตนถูกบังคับไม่ให้ออกไปนั้นต่างกัน การที่ตนไม่อยากออกไปถือเป็ความสุขของตน แต่อย่างหลังนั้นไม่ใช่
ตอนที่ซ่งอวี้ปรากฏตัวที่หน้าประตู บรรดาทหารขวางทางนางครู่หนึ่ง ทว่าหลังจากเห็นตราสัญลักษณ์แล้ว พวกเขาก็หลีกทางให้นางด้วยความเคารพ
ตราสัญลักษณ์ประจำตัวมีประโยชน์ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ซ่งอวี้คิดในใจ แต่สีหน้าของนางยังคงนิ่งสงบไม่แปรเปลี่ยน เดินออกไปจากสำนักศึกษาอย่างเป็ธรรมชาติ
เหล่าทหารล้วนเป็คนของแม่ทัพหลี่ ทว่าตราสัญลักษณ์ประจำตัวของเ้าสำนักศึกษากลับทำให้พวกเขายอมหลีกทางให้ ดูเหมือนว่าเ้าสำนักศึกษาก็ไม่ใช่คนธรรมดาเช่นเดียวกัน
ช่างเถอะๆ ถึงอย่างไรหลังจากจบเื่ที่นี่ นางก็กลับไปแล้ว พวกเขามีฐานันดรศักดิ์อย่างไร เกี่ยวข้องอะไรกับนางเล่า?
แม้เ้าสำนักศึกษาจะบอกั้แ่แรกแล้วว่าไม่อาจซื้อยาและสมุนไพรที่ร้านยาด้านนอกได้แล้ว ทว่าซ่งอวี้ยังคงไม่เชื่อ นางจึงไปที่ร้านขายยา นางคิดว่าร้านยาเหล่านี้ล้วนเปิดร้านเพื่อทำการค้าขาย พวกเขาจะยอมปล่อยให้เงินหลุดลอยไปโดยไม่คว้าเอาไว้จริงๆ หรือ?
แล้วความจริงก็พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาทำเช่นนั้นจริงๆ
ซ่งอวี้เดินไปร้านยาหลายร้าน ทุกร้านล้วนปิด ดูจากฝุ่นที่หน้าประตู เกรงว่าคงปิดมานานหลายวันแล้ว
ซ่งอวี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ข่มความกระวนกระวายในใจเอาไว้
สถานการณ์เช่นนี้ คล้ายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้ นางอยากรีบกลับบ้านเหลือเกิน
แต่นางก็ไม่อาจทอดทิ้งปัญญาชนในสำนักศึกษาที่าเ็เ่าั้โดยไม่ดูดำดูดีได้
ซ่งอวี้ครุ่นคิด แล้วก็ตัดสินใจขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรที่ตน้า ให้เหล่าปัญญาชนมีสมุนไพรมากพอที่จะใช้ เมื่อเป็เช่นนี้ นางจะได้จากไปด้วยความสบายใจ
ทว่าซ่งอวี้ไม่เคยขึ้นเขาลูกนี้มาก่อน จึงจำเป็ต้องหานายพรานที่ชำนาญทางมานำทาง
นางสอบถามในเมืองอยู่พักใหญ่ มีเพียงครอบครัวเดียวที่รู้ว่านายพรานผู้ชำนาญทางอยู่ที่ใด ทว่าพวกเขาเอาแต่มองซ้ายมองขวา ไม่ยอมพานางไปหานายพราน
ซ่งอวี้หยิบเงินออกมาประมาณยี่สิบสามสิบอีแปะ ยิ้มแล้วยื่นให้หญิงวัยกลางคน “ลำบากท่านป้าแล้ว ข้าเองก็ไม่มีของตอบแทนน้ำใจอะไร ทำได้เพียงให้เงินค่าเหนื่อยเท่านั้น หวังว่าท่านป้าจะไม่รังเกียจ”
หญิงวัยกลางคนเห็นเงินก็รีบรับไป แล้วพูดด้วยรอยยิ้มทันที “ไม่ลำบากๆ แม่นางเป็คนต่างถิ่น ไม่คุ้นเคยกับที่นี่เป็เื่ปกติไม่ใช่หรือ? เดี๋ยวป้าพาแม่นางไปเอง”
ความจริงแล้วเรือนของนายพรานอยู่ไม่ไกลจากเรือนของหญิงวัยกลางคนเท่าใดนัก เดินถัดไปประมาณสองตรอกก็ถึงแล้ว
หญิงวัยกลางคนหยุดอยู่ที่หน้าเรือนหลังหนึ่ง นางเคาะประตูไม่นานก็มีเด็กคนหนึ่งมาเปิดประตู หญิงวัยกลางคนพูดด้วยรอยยิ้ม “ซานหวา พ่อของเ้าเล่า? รีบไปตามพ่อของเ้าออกมา ยายมีธุระกับพ่อของเ้า”
ซานหวาพยักหน้าด้วยความเชื่อฟัง ร้องะโเข้าไปในเรือน “ท่านพ่อ ท่านยายบอกว่ามีธุระจะคุยกับท่านขอรับ”
เสียงทุ้มต่ำดังมาจากในเรือน ตามด้วยมีคนเดินออกไป เขาสวมเสื้อแขนสั้น ดวงตาทอประกาย ดูเป็คนซื่อสัตย์และพึ่งพิงได้
หญิงวัยกลางคนกล่าวคำแนะนำให้บิดาของซานหวาฟังอย่างกระตือรือร้น
“พ่อซานหวา ข้ามาแนะนำคนให้เ้า นี่คือหมอซ่งที่มาจากต่างถิ่น นางจะขึ้นไปเก็บสมุนไพรบนหุบเขา แต่นางไม่รู้เส้นทาง จึงอยากจะหานายพรานที่ชำนาญทางบนเขามานำทางให้ เ้าชอบขึ้นไปล่าสัตว์บนหุบเขาไม่ใช่หรือ? ต้องชำนาญเส้นทางแน่นอน”
เมื่อบิดาของซานหวาได้ยินว่าเป็หมอ จึงมองซ่งอวี้ให้แน่ใจอีกครั้ง พอเห็นว่าเป็สตรีก็ขมวดคิ้วเป็ปมแล้วพูดโน้มน้าว “บนหุบเขาเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย เหตุใดท่านหมอซ่งต้องขึ้นเขาด้วย? หากเกิดเื่อะไรขึ้นมาจะทำอย่างไร?”
เขาเป็คนซื่อตรง แม้การนำทางให้คนจะได้รับเงิน แต่สิ่งแรกที่เขาคำนึงถึงคืออาจพบเจอสัตว์ร้าย จึงอยากจะโน้มน้าวซ่งอวี้ เกลี้ยกล่อมให้นางล้มเลิกความคิดนี้เสีย
ซ่งอวี้ไม่ได้อยากจะขึ้นเขา แต่เวลานี้นางไม่มีทางเลือกอื่น หากไม่ขึ้นไปเก็บสมุนไพรบนหุบเขา เช่นนั้นเหล่าปัญญาชนในสำนักศึกษาก็ต้องเดือดร้อน
“ที่ข้าต้องขึ้นไปเก็บสมุนไพรบนหุบเขาในครั้งนี้ เพราะไม่มีทางเลือก พวกท่านอาศัยอยู่ที่นี่น่าจะรู้ดีกว่าข้า ร้านยาในเมืองต่างปิดร้านเป็เวลานานแล้วใช่หรือไม่? เวลานี้ข้ามีคนไข้มากมาย้าใช้ยารักษาตัว หากข้าไม่ไป พวกเขาอาจจะตายได้”