[เวลา: 11:30 น. | สถานที่: โรงอาหาร โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ]
บรรยากาศในโรงอาหารวันนี้ดูผิดปกติไปจากเดิม แม้เสียงพูดคุยของนักเรียนจะยังคงดังจอแจ แต่สำหรับตะวันที่มีััไวเป็พิเศษ เขารู้สึกได้ถึง "รังสีอำมหิต" บางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากมุมหนึ่งของโรงอาหาร
ตะวัน เดช และหมู กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะประจำ เพื่อเตรียมแจกจ่าย "Samoeng Sweet" ล็อตใหม่ที่เพิ่งผลิตเสร็จเมื่อคืน
"ตะวัน... วันนี้คนมองพวกเราแปลกๆ ว่ะ" เดชกระซิบ พลางมองซ้ายมองขวาอย่างระแวง
"ช่างเถอะ สงสัยอิจฉาความหล่อของพวกเรามั้ง" หมูพูดติดตลกพลางหยิบขนมปังขึ้นมาเตรียมจิ้มแยม
แต่ยังไม่ทันที่การซื้อขายจะเริ่มต้นขึ้น เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ทาบทับลงมากลางโต๊ะ ทำเอาวงแตกฮือ
"เด็กชายตะวัน... ตามครูไปที่ห้องปกครองเดี๋ยวนี้"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นะเืนั้นทำให้หมูทำขนมปังร่วงจากมือ
เ้าของเสียงคือ ครูสมชาย หรือฉายา "เสือยิ้มยาก" หัวหน้าฝ่ายปกครองที่นักเรียนทุกคนเกรงกลัว ในมือของเขาถือไม้เรียวหวายอันเรียวเล็กที่เป็สัญลักษณ์แห่งอำนาจ
"ครับครู" ตะวันตอบรับอย่างนิ่งสงบผิดวิสัยเด็ก ม.1 ทั่วไป เขาเก็บขวดแยมใส่กระเป๋า แล้วลุกขึ้นเดินตามครูสมชายไป โดยส่งสายตาบอกเพื่อนๆ ว่า 'ไม่ต้องห่วง'
[เวลา: 11:45 น. | ห้องพักครูฝ่ายปกครอง]
ห้องปกครองมีกลิ่นที่เป็เอกลักษณ์ คือกลิ่นกระดาษเอกสารผสมกับกลิ่นแป้งเย็นตรางู และความเงียบที่น่าอึดอัด
เมื่อตะวันเดินเข้าไป เขาพบว่าไม่ได้มีแค่ครูสมชายที่รออยู่ แต่ยังมี "ป้าเพ็ญ" แม่ค้าขายขนมปังปิ้งและน้ำหวานเ้าใหญ่ประจำโรงอาหาร นั่งกอดอกทำหน้าบึ้งตึงรออยู่ก่อนแล้ว
"นั่งลง" ครูสมชายสั่งเสียงเรียบ
ตะวันนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ฝั่งตรงข้าม ประสานมือวางบนตักอย่างสุภาพ
"เธอรู้ไหมว่าทำไมครูถึงเรียกเธอมา?" ครูสมชายเริ่มเปิดประเด็น
"เดาว่า... คงเป็เื่แยมที่ผมขายใช่ไหมครับ?" ตะวันตอบตรงประเด็น
"รู้ตัวก็ดี!" ป้าเพ็ญโพล่งขึ้นมาทันที "ครูคะ ดูเด็กนี่สิคะ มันเอาของนอกมาขายตัดราคาป้า! เด็กๆ ซื้อขนมปังเปล่าของป้า แล้วเอาไปจิ้มแยมมันกินกันหมด! ท็อปปิ้งสังขยา นมข้นของป้าขายไม่ออกเลยมาสองวันแล้ว! แบบนี้มันผิดกฎโรงเรียนชัดๆ!"
ป้าเพ็ญร่ายยาวด้วยความอัดอั้นตันใจ นางคือ "มาเฟียขนมหวาน" ที่ผูกขาดตลาดในโรงเรียนมานาน การที่อยู่ๆ มีเด็กเมื่อวานซืนมาแย่งลูกค้า (แถมของอร่อยกว่า) ทำให้นางยอมไม่ได้
ครูสมชายยกมือห้ามป้าเพ็ญ ก่อนจะหันมาทางตะวัน
"ตะวัน... โรงเรียนมีกฎห้ามไม่ให้นักเรียนนำสินค้ามาขายเพื่อแสวงหากำไรโดยไม่ได้รับอนุญาต และที่สำคัญ เื่ความสะอาด... ถ้าเด็กกินแล้วท้องเสีย ใครจะรับผิดชอบ?"
สถานการณ์ดูเสียเปรียบสุดๆ
1. ผิดกฎจริง (Selling without permit)
2. ไปขัดผลประโยชน์เ้าถิ่น (Conflict of Interest)
3. ข้อหากล่าวอ้างเื่สุขอนามัย (Hygiene Issue)
ถ้าเป็เด็กทั่วไปคงร้องไห้ขี้มูกโป่ง หรือเถียงข้างๆ คูๆ จนโดนยึดของและโดนทำโทษ
แต่ตะวันไม่ใช่เด็ก... ข้างในเขาคือชายวัย 30 ที่ผ่านโลกธุรกิจมาแล้ว
[ติ๊ง!]
[เปิดใช้งานสกิล: นักเจรจาต่อรอง (Negotiator) Lv.2]
สถานะ: Active
วิเคราะห์คู่เจรจา:
ตะวันสูดหายใจลึก แล้วเริ่มการเจรจา
"คุณครูครับ ป้าเพ็ญครับ... ผมต้องกราบขอโทษด้วยจริงๆ ที่ทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และทำให้ป้าเพ็ญเดือดร้อน"
ตะวันยกมือไหว้สวยๆ หนึ่งทีเพื่อลดแรงปะทะ (First Impression สำคัญมาก)
"แต่เื่ความสะอาด ผมขออนุญาตชี้แจงครับ... แยมของผมผลิตด้วยกรรมวิธีผ่านความร้อนฆ่าเชื้อ ขวดแก้วก็ต้มในน้ำเดือด คุณครูอารีย์กับครูสมศรีหมวดคณิตศาสตร์ท่านก็ทานแล้ว และยังชมว่าสะอาดปลอดภัยครับ"
การอ้างชื่อ "ครูสมศรี" (ผู้ทรงอิทธิพล) ทำให้ครูสมชายชะงักไปเล็กน้อย "ครูสมศรีก็ซื้อเหรอ?"
"ครับ... และที่สำคัญ ผมเข้าใจความกังวลของป้าเพ็ญดีครับ ว่ายอดขายท็อปปิ้งตกลง" ตะวันหันไปสบตาป้าเพ็ญ "ป้าครับ... แทนที่ป้าจะไล่เบี้ยห้ามไม่ให้ผมขาย ซึ่งผมก็อาจจะแอบไปขายหลังโรงเรียนอยู่ดี... ทำไมเราไม่ลองมา 'ร่วมมือกัน' ดีไหมครับ?"
"ร่วมมือ?" ป้าเพ็ญขมวดคิ้ว "ร่วมมือยังไง?"
ตะวันยิ้มการค้า "ผมเสนอข้อตกลงแบบ Win-Win ครับ"
1. ผมจะเลิกขายปลีกให้นักเรียนในโรงอาหาร เพื่อไม่ให้แย่งลูกค้าป้า
2. ผมจะส่งแยมให้ป้าเพ็ญในราคาส่ง ป้าเอาไปขึ้นเมนูใหม่เป็ "ขนมปังปิ้งหน้าสตรอว์เบอร์รีพรีเมียม (Samoeng Sweet)"
3. ปกติป้าขายขนมปังหน้าเนยนมแผ่นละ 5 บาท... แต่ถ้าใช้แยมของผม ป้าอัพราคาขายเป็แผ่นละ 7-8 บาทได้เลย เพราะมันคือเนื้อผลไม้แท้
"ป้าไม่ต้องเหนื่อยทำสังขยาเอง... แค่ตักแยมของผมราด ได้กำไรเพิ่มแผ่นละ 2-3 บาท โดยที่ป้าไม่ต้องทำอะไรเลย... แบบนี้ป้าสนใจไหมครับ?"
ป้าเพ็ญนิ่งไป สมองกำลังคำนวณตัวเลขอย่างรวดเร็ว
ไม่ต้องทำเอง... แค่ตักราด... ขายแพงขึ้นได้...
"แล้ว... เอ็งจะส่งให้ป้าเท่าไหร่?" น้ำเสียงของป้าเพ็ญอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
"ปกติผมขายขวดละ 35 บาท... ผมส่งให้ป้า 25 บาทครับ (ขวดหนึ่งทาได้ประมาณ 10-15 แผ่น) ป้าจะได้กำไรจากค่าแยมเน้นๆ"
ตะวันหันไปทางครูสมชาย "และเพื่อให้ถูกต้องตามกฎโรงเรียน... ผมยินดีหักรายได้ส่วนหนึ่ง บริจาคเข้ากองทุนสวัสดิการโรงเรียนทุกเดือนครับ ครูสมชายเห็นว่าไงครับ?"
ครูสมชายที่นั่งฟังเงียบๆ มานาน เริ่มมุมปากกระตุกเป็รอยยิ้มจางๆ
"ร้ายกาจ... เธอนี่มันร้ายกาจจริงๆ ตะวัน"
เขามองเด็กชายตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชม "แก้ปัญหาได้ดี... เปลี่ยนศัตรูเป็มิตร แถมโรงเรียนยังได้ประโยชน์"
"ป้าว่าไงครับ?" ตะวันถามย้ำ
ป้าเพ็ญกระแอมไอแก้เก้อ "อะ... เอาสิ! ก็ลองดู ถ้าขายไม่ออกฉันเลิกสัญญานะ!"
"รับรองครับป้า เตรียมปิ้งขนมปังให้ทันก็แล้วกัน"
[เวลา: 16:00 น. | หน้าร้านขนมปังปิ้งของป้าเพ็ญ]
ข่าวการจับมือเป็พันธมิตรระหว่าง "เสี่ยตะวัน" และ "เ้าแม่โรงอาหาร" แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
ป้ายกระดาษเขียนด้วยปากกาเมจิกอันใหม่ถูกแปะไว้หน้าร้าน:
"เมนูใหม่! ขนมปังปิ้งหน้าสตรอว์เบอร์รี (แยมตะวัน) - แผ่นละ 7 บาท"
แถวนักเรียนยาวเหยียดทะลุโรงอาหาร
ตะวันยืนดูกิจการของ "Partner" อยู่ห่างๆ อย่างสบายใจ เขาไม่ต้องมายืนะโขายเอง ไม่ต้องมานั่งทอนเงินยิบย่อย ปล่อยให้ระบบกระจายสินค้า (Distributor) ทำงานของมันไป
"ฉลาดว่ะตะวัน..." เดชที่ยืนดูดน้ำแดงอยู่ข้างๆ เอ่ยชม "แทนที่จะมานั่งขายทีละขวด นายโยนของให้ป้าเพ็ญขายหมดเลย สบายแฮ"
"นี่แหละพลังของระบบ B2B (Business to Business)" ตะวันหัวเราะ "เรามีหน้าที่แค่ผลิตของให้ทัน และรักษาคุณภาพก็พอ"
[ติ๊ง!]
[ภารกิจสำเร็จ: วิกฤตโรงอาหาร]
ผลลัพธ์: เปลี่ยนคู่แข่งเป็พันธมิตร
รางวัล: 150 แต้มระบบ + ค่าชื่อเสียงในโรงเรียนเพิ่มขึ้นสูงสุด (Max)
โบนัส: ป้าเพ็ญสั่งออเดอร์ล็อตแรก 5 ขวดใหญ่ (แบบไม่ใส่ขวดสวย) ทันที
[เวลา: 18:30 น. | ถนนหน้าบ้านไร่ปลายฟ้า]
ตะวันขี่รถกลับบ้านด้วยความโล่งใจ ปัญหาใหญ่ถูกแก้ไปหนึ่งเปาะ แต่นั่นหมายความว่า "กำลังการผลิต" ต้องเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เพราะตอนนี้เขาต้องส่งทั้ง "ครู" และ "ป้าเพ็ญ" พร้อมกัน
ขณะที่เขากำลังเลี้ยวรถเข้าซอยบ้าน แสงไฟหน้ารถก็สาดไปกระทบกับ "รถกระบะคันหนึ่ง" ที่จอดอยู่หน้าบ้านของเขา
มันไม่ใช่รถกระบะบุโรทั่งของพ่อ แต่เป็ Toyota Hilux Mighty-X สีแดงเพลิง สภาพแต่งซิ่งโหลดเตี้ย ล้อแม็กขอบ 17 เงาวับ
"รถใครวะ?" ตะวันชะลอรถ
ที่ท้ายกระบะ มีชายวัยรุ่นสองคนกำลังยืนคุยกับพ่อเมฆาอยู่ ท่าทางดูไม่ค่อยเป็มิตรนัก
ตะวันรีบปิดไฟหน้ารถ แล้วค่อยๆ ไหลรถเข้าไปใกล้ๆ เพื่อแอบฟัง
"...ลุงเมฆา ลุงอย่าเื่มากน่า เถ้าแก่สั่งมาว่าให้ขายที่ดินแปลงหลังนั่นซะ ราคาดีนะเว้ย ไร่ละแสน!" เสียงชายวัยรุ่นคนหนึ่งตะคอก
"บอกแล้วไงว่าไม่ขาย! นั่นมันที่ดินมรดก แล้วลูกชายฉันก็กำลังทำสวนอยู่!" เสียงพ่อเมฆาตอบกลับอย่างแข็งกร้าว
"โธ่ลุง... ทำสวนสตรอว์เบอร์รีจนตายจะได้สักกี่บาท? ขายๆ ไปเถอะ เถ้าแก่เขาจะเอาไปทำรีสอร์ท อีกไม่นานความเจริญจะเข้าแล้ว ลุงอย่ามาขวางความเจริญเลย"
ตะวันกำแฮนด์รถแน่น
"ที่ดินแปลงหลัง"... นั่นมันคือแปลงทดลองของเขา! แปลงที่เขาลงแรงปลูกสตรอว์เบอร์รีพันปี และเป็ที่ตั้งของ "ฐานทัพลับ" ในอนาคต
"พวกนายเป็ใคร?" ตะวันสตาร์ทรถบิดคันเร่งพุ่งเข้าไปจอดขวางกลางวง
เสียงท่อไอเสีย Honda C70 ดัง บรึ้ม! เรียกความสนใจจากทุกคน
วัยรุ่นสองคนหันมามอง "ไอ้เปี๊ยกนี่ลูกลุงเหรอ? ขี่รถเท่นี่หว่า"
"อย่ามายุ่งกับพ่อฉัน และอย่ามายุ่งกับที่ดินผืนนี้" ตะวันจ้องหน้าพวกมันเขม็ง แววตาของเขาไม่ใช่เด็ก 12 ขวบ แต่เป็แววตาของผู้ใหญ่ที่ไม่เกรงกลัว "กลับไปบอกเถ้าแก่พวกนายว่า... ต่อให้เอาเงินมากองท่วมหัว ก็ไม่ขาย"
ชายวัยรุ่นหัวเราะหึๆ "ปากดีนะไอ้หนู... ระวังจะไม่มีที่ให้ปลูกผักล่ะ ไปกันเถอะลูกพี่ เสียเวลาคุยกับคนแก่"
พวกมันะโขึ้นรถ Mighty-X แล้วเบิ้ลเครื่องควันดำโขมงใส่หน้าบ้าน ก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว
พ่อเมฆาไดอกแค่กๆ "ตะวัน... ลูกไม่น่าไปท้าทายพวกมันเลย"
"พวกมันเป็ใครครับพ่อ?"
"ลูกน้อง 'เสี่ยกำพล'... นายทุนเงินกู้ในตลาด เห็นว่า่นี้กว้านซื้อที่ดินแถวนี้ไปทำรีสอร์ท... พ่อกลัวมันจะไม่จบแค่นี้"
ตะวันมองตามแสงไฟท้ายรถกระบะที่หายลับไปในความมืด
มือข้างหนึ่งกำหมัดแน่น อีกมือลูบหัวเ้าแดงที่วิ่งออกมาเห่าไล่หลัง
"ไม่จบก็ดีครับพ่อ..." ตะวันพูดเสียงเย็น "ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่า 'ระบบ' ของผม กับ 'อิทธิพล' ของเสี่ย... ใครมันจะแน่กว่ากัน"
เมฆหมอกในโรงอาหารถูกปัดเป่าไปแล้ว...
แต่พายุลูกใหญ่กว่ากำลังก่อตัวขึ้นที่หน้าบ้าน
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
