บทที่ 50
เขาไม่ได้ชอบฉันเลยสักนิด
เฮ่อถิงสบตาหลินซีแล้วรู้สึกขนลุกซู่ สายตาแบบนี้เหมือนตอนที่เธอทักว่าเขา "เสื่อม" คราวก่อนไม่มีผิด ความรู้สึกอับอายขายหน้าที่คุ้นเคยจู่โจมเข้ามาทันที เฮ่อถิงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"นังหนูหมอดู อย่ามองฉันแบบนั้นนะ"
ฟู่จิงเหยาปรายตามอง "หรืออยากไปแอฟริกาต่อ?"
"เปล่าๆ ไม่ครับ" เฮ่อถิงลอบกลืนน้ำลาย สายตาของหมอนี่น่ากลัวยิ่งกว่า เขาไม่อยากกลับไปทุ่งหญ้าแอฟริกาอีกรอบแล้ว! เหอะ! คนอย่างฟู่จิงเหยาก็หลงเมียจนลืมเพื่อนสินะ เฮ่อถิงพึมพำเบาๆ
"เพิ่งกินข้าวร้านฉันเสร็จก็ทำเป็ไม่รู้จักกันเลยนะ คนไร้น้ำใจ"
หลินซีหันไปถามเขา "คุณเป็เ้าของร้านนี้เหรอคะ?"
"ใช่แล้ว ผมเอง" เฮ่อถิงเชิดหน้าขึ้น "ร้านนี้ผมสร้างมากับมือ ใครมาทานก็บอกว่าดีทั้งนั้น"
"นังหนู..." เขาเกือบหลุดปากแต่รีบเปลี่ยนคำพูด "น้องสาว รสชาติเป็ไงบ้าง?"
"ก็ใช้ได้ค่ะ"
หลินซีเห็นแก่หม้อไฟมื้อนี้ จึงเอ่ยเตือน "คุณมีดอกท้อเน่าอยู่ข้างกาย จำไว้ว่าอย่าไปคลุกคลีกับเธอมากนัก ไม่อย่างนั้นมันจะส่งผลเสียต่อ 'เนื้อคู่ตัวจริง' ของคุณ"
เฮ่อถิงยกยิ้มมุมปาก "ผมคือคุณชายเฮ่อผู้รูปหล่อเ้าเสน่ห์นะ สาวๆ รุมล้อมเป็ธรรมดา อีกอย่างชาตินี้ผมก็ไม่ได้กะจะแต่งงานอยู่แล้ว เนื้อคู่ที่ว่านั่นคือใครกันล่ะ?"
หลินซีมองเขาด้วยสายตาลึกล้ำ "คุณรู้อยู่แก่ใจค่ะ ฉันพูดแค่นี้ จะฟังหรือไม่ก็เื่ของคุณ" ประตูลิฟต์เปิดออก เธอและฟู่จิงเหยาก็จากไป เฮ่อถิงทำหน้าล้อเลียนลับหลัง
"ไอ้พวกเห็นเมียดีกว่าเพื่อน"
พอหันกลับมา เขาก็ชนเข้ากับคนที่คุ้นเคย รูม่านตาของเขาหดเกร็งทันที... จี้เจิง! เฮ่อถิงรีบจัดทรงผม ปลดกระดุมเสื้อลายดอกออกเม็ดที่สาม เผยให้เห็นกล้ามอกรำไร เขาโพสท่าที่คิดว่าเท่ที่สุด พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงขี้เล่น
"จี้เจิง ไม่เจอกันนานเลยนะ"
น้ำเสียงเลี่ยนๆ แบบนี้ จี้เจิงได้ยินก็รู้ทันทีว่าเป็ใคร แต่เธอไม่สนใจเขา เฮ่อถิงล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง หรี่ตามองชายหนุ่มข้างกายเธอด้วยสีหน้าดูแคลน
"นี่เหรอ แฟนใหม่เธอ? หน้าตาดูคล้ายฉันอยู่นะ แต่หล่อสู้ฉันไม่ได้เลย รสนิยมเธอแย่ลงทุกวันนะเนี่ย"
จี้เหิงมองเขาด้วยสายตาเ็า "เฮ่อถิง คุณป่วยหรือเปล่า!"
เฮ่อถิงยิ้มร่า "ฉันป่วยไหม เธอรู้ดีที่สุดนี่นา" เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูจี้เจิง "แต่ว่า ผู้ชายข้างตัวเธอเนี่ย จะป่วยหรือเปล่าก็ไม่แน่นะ"
"ประสาท!" จี้เจิงผลักเขาออก ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ เธอเคยรักคนแบบนี้ไปได้ยังไงกันนะ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ
เฮ่อถิงจะเดินเข้าไปหาอีก แต่ชายหนุ่มข้างกายจี้เจิงกั้นกลางไว้ จี้เจิงข่มอารมณ์โกรธ ดึงแขนเสื้อบอดี้การ์ด "ฉู่หลิง เราไปกันเถอะ"
เฮ่อถิงขวางหน้าไว้ "จี้เจิง ไหนๆ ก็มาแล้ว เราก็เคยเป็แฟนกันนะ มื้อนี้ฉันเลี้ยงเธอเอง กินเสร็จแล้วไปเปิดห้องต่อก็ได้ เธอจะได้ลองดูไงว่าเขาสู้ฉันได้ไหม?"
จี้เจิงเหลืออด ตบหน้าเขาฉาดใหญ่! "เฮ่อถิง ถ้าป่วยก็ไปหาหมอ อย่ามาบ้าแถวนี้ เราเลิกกันนานแล้ว อย่ามาตอแยฉันอีก!"
เฮ่อถิงลูบรอยฝ่ามือบนหน้า เขากำหมัดแน่นแล้วคลายออก จี้เจิงถึงกับตบเขาเพื่อผู้ชายคนอื่น... ก็ไม่แปลกหรอก เมื่อก่อนเธอก็เป็แบบนี้ เขาหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ
จี้เจิงเม้มปากเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วเด็กสาวในชุดเดรสสีขาวคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาขวางหน้าเฮ่อถิงไว้พลางจ้องจี้เจิงตาเขม็ง ดูใสซื่อน่ารัก บอบบางน่าทะนุถนอม... รสนิยมของเฮ่อถิงไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ เขาชอบแต่สาวประเภทนี้
จี้เจิงควรจะเข้าใจได้ตั้งนานแล้วว่า เฮ่อถิงไม่ได้ชอบตัวตนของเธอ แต่ชอบภาพลักษณ์สาวน้อยอ่อนหวานต่างหาก ประตูลิฟต์เปิดออก เธอจึงรีบดึงฉู่หลิงเดินจากไปทันที
เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง จี้เจิงก็ปล่อยมือจากฉู่หลิงแล้วกุมหน้าร้องไห้ออกมา ฉู่หลิงลังเลครู่หนึ่ง
"คุณหนูครับ ทำไมไม่บอกเขาไปตามตรงล่ะครับว่าเราไม่ได้เป็อะไรกัน"
เขาคือบอดี้การ์ดที่ตระกูลจี้ฟูมฟักมา อายุน้อยกว่าคุณหนูหกปี เมื่อเขาบรรลุนิติภาวะ ผู้นำตระกูลก็ส่งเขามาคุ้มครองเธอ เมื่อก่อนคุณหนูเป็คนร่าเริงสดใส แต่หลังจากเกิดเื่หนึ่งเธอก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ตั้งใจเรียนจนจบปริญญาคู่ทั้งด้านการเงินและกฎหมาย จนทำให้ตระกูลจี้รุ่งเรืองยิ่งขึ้น
ฉู่หลิงพอจะรู้เื่ราวระหว่างคุณหนูกับเฮ่อถิงอยู่บ้าง แต่เขาเป็แค่บอดี้การ์ด ไม่มีสิทธิ์จะพูดอะไร เขาหยิบทิชชู่ส่งให้จี้เจิงและยืนเฝ้าเธอเงียบๆ
"ขอบคุณนะ" จี้เจิงเช็ดหน้า แล้วกลับมาทำสีหน้าเ็าเหมือนเดิม
"กลับบริษัทกันเถอะ"
"ครับคุณหนู"
ขณะเดียวกัน ที่หน้าลิฟต์ เฮ่อถิงจ้องมองประตูลิฟต์เขม็ง ผู้หญิงคนนั้นตบเขาหน้าหันแล้วก็วิ่งตามผู้ชายอื่นไปเนี่ยนะ! จี้เจิง เธอช่างกล้าจริงๆ! เฮ่อถิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับโทสะ ไป๋โหรว แตะหน้าเขาเบาๆ แววตามีน้ำตาคลอ เฮ่อถิงส่ายหน้า
"ฉันไม่เป็ไร"
ไป๋โหรวดูท่าทางร้อนรน เธอทำท่าทางมือไม้ประกอบไปมาพร้อมน้ำตาที่ไหลร่วง
"เฮ้อ อย่าร้องสิ" เฮ่อถิงลดเสียงให้อ่อนโยนลง
"ฉันไม่เป็ไรจริงๆ" ไป๋โหรวมุ่นคิ้ว น้ำตาไหลร่วงเป็ทาง เฮ่อถิงต้องกลับมาปลอบเธอแทน
"หยุดร้องนะ ฉันเข้าใจที่เธอสื่อแล้ว เดี๋ยวฉันจะไปทายา ไม่ทิ้งแผลเป็ไว้หรอก" ไป๋โหรวพยักหน้าแรงๆ แล้วส่งยิ้มหวานให้
เฮ่อถิงชะงักไปวูบหนึ่ง เขาเหมือนเห็นภาพจี้เจิงในวันวาน... ไม่สิ นี่ไม่ใช่จี้เจิง แต่คือไป๋โหรว เด็กสาวผู้น่าสงสารที่เขาเจอตอนเดินทางกลับประเทศ เธอตัวมอมแมมถูกรุมทำร้าย เฮ่อถิงใจอ่อนเลยพาเธอกลับปักกิ่งด้วย นิสัยเธอก็อ่อนหวานติดที่ว่าเป็ "ใบ้" พูดไม่ได้ ไปที่ไหนก็มักจะโดนรังแก
เฮ่อถิงถอนหายใจ "ไป๋โหรว กลับบ้านกันเถอะ"
ไป๋โหรวเดินตามหลังเขา แววตาของเธอวาววับด้วยความตื่นเต้นแวบหนึ่ง... ฮิๆ สำเร็จแล้ว
ณ ถนนสายวัตถุโบราณ
หลินซีพักผ่อนมาสามวันเต็ม วันนี้เธอกลับมายังที่ที่คุ้นเคยอีกครั้ง เฉียนฟู่กุ้ย เฝ้าอยู่ที่เก้าอี้ตัวเล็ก ยิ้มหน้าบานเหมือนคนบ้า
"ท่านอาจารย์ ไม่พบกันนานเลยนะครับ!" หลินซีมองเขาอย่างสงสัย "เฉียนฟู่กุ้ย นายไม่ไปอยู่ที่ร้านเต๋อเต๋าถัง มานั่งยองๆ ตรงนี้ทำไม?"
เฉียนฟู่กุ้ยเกาหัว "ฝีมือดูดวงของผมเนี่ย อย่าให้ไปทำลายชื่อเสียงปู่ 'เฉียนครึ่งเทพ' เลยครับ... อาจารย์เชิญนั่งครับ!"
หลินซีนั่งลง "ฉันบอกแล้วนะว่าไม่รับศิษย์"
"ผมรู้ว่าพร์ผมต่ำต้อย ไม่บังอาจคิดแบบนั้นหรอกครับ" เฉียนฟู่กุ้ยยิ้มซื่อๆ
"อาจารย์คิดซะว่าผมไม่มีตัวตนก็ได้ครับ อยากทำอะไรทำเลย ผมขอแค่ยืนดูอยู่ข้างๆ ก็พอ"
หลินซีตกลง เพราะหุ่นของเฉียนฟู่กุ้ยเวลายืนค้ำมันช่วยข่มขวัญคนได้ดีทีเดียว เธอจิบน้ำแล้วเริ่มดูดวงของวันนี้ คิวแรกๆ เป็เื่การเรียน การแต่งงาน เื่จุกจิกทั่วไป ซึ่งเธอจัดการได้อย่างรวดเร็ว หลินซีเอ่ยเรียบๆ
"คิวต่อไปค่ะ"
ชายหนุ่มในชุดสูทคนหนึ่ง หยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากหลังเคสมือถือ ท่าทางดูประหม่า
"อาจารย์ครับ คุณแม่ของผมออกจากบ้านไปเมื่อยี่สิบปีก่อน ผมมีรูปถ่ายใบนี้แค่ใบเดียว อยากถามว่าตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหนครับ?"
หลินซีรับรูปมาดู เป็รูปเก่าที่สีซีดจนแทบมองไม่เห็นเค้าโครงหน้า "วันเดือนปีเกิดของคุณแม่ล่ะคะ มีไหม?"
หลี่ชงส่ายหน้า "แม่จากไปนานมากแล้ว ผมไม่รู้วันเดือนปีเกิดของท่านเลยครับ"
หลินซีจ้องมองใบหน้าของเขาและรูปถ่ายสลับกัน ก่อนจะเอ่ยทีละคำชัดเจน
"จากโหงวเฮ้งของคุณและรูปถ่ายของคุณแม่... แม่ของคุณเสียชีวิตไปั้แ่ยี่สิบปีที่แล้วค่ะ"
