เช้าของวันถัดไป หยางเฉินที่กำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงถูกปลุกขึ้นด้วยเสียงโทรศัพท์ข้างๆ ดูเหมือนว่าคนหนุ่มสาวขี้เหงาทั้งหลายนั้นกำลังโทรมาหาเขาอีกครั้ง
“หยางเฉิน ตื่นหรือยัง?” เสียงของหยวนเย่ดังขึ้นจากปลายสาย ดูเหมือนว่าเขากำลังตื่นเต้นกับวันเกิดครบ 20 ปีของเขามากทีเดียว
หยางเฉินหาวออกมาด้วยความงัวเงีย “ถ้าฉันยังหลับอยู่แล้วจะมาพูดกับนายได้มั้ย?”
“คุณตื่นแล้วก็ดีเลย เดี๋ยวผมจะไปหาคุณเอง ผมไม่คิดว่าคุณจะมาบ้านของผมถูกได้หรอก ใช่รึเปล่า?” หยวนเย่กล่าว
ถึงแม้ว่าหยางเฉินจะอยู่ในจงไห่มานาน แต่เขาก็ไม่ได้รู้ไปทุกซอกทุกมุมของถนน อีกอย่างตระกูลหยวนนั้นเป็ตระกูลที่ทรงอิทธิพลไม่มีทางที่พวกเขาจะเป็สองรองใครในเมืองนี้เขาได้ฟังจากปากของหลินรั่วซีด้วยตนเองแน่นอนว่าที่ตั้งของตระกูลนั้นต้องอยู่ในที่ที่พิเศษอย่างแน่นอน หยางเฉินเข้าใจในส่วนของตรงนี้เป็อย่างดี
“นายรู้เหรอว่าฉันอยู่ที่ไหน?” หยางเฉินถาม
“ผมไม่รู้ เพราะงั้นผมเลยโทรมาหาคุณนี่ไง” หยวนเย่ตอบ
“บ้านเลขที่ 89 หมู่บ้านหลงจิ่ง ถ้ามาถึงแล้วก็เรียกฉันอีกที เมื่อคืนฉันนอนน้อยไปหน่อย” หยางเฉินกล่าวแล้วเตรียมที่จะวางสาย
“เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งวางสาย!” หยวนเย่ยิ้ม “ความจริงผมมาถึงที่นี่แล้ว ผมแค่โทรมาเพื่อยืนยันอีกครั้งเท่านั้น”
หยางเฉินเค้นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์ “ถังถังเป็คนบอกนายว่าฉันอยู่ที่นี่ใช่มั้ย”
“เฮ้! รอบนี้คุณเดาถูกนะ ผมพาถังถังมาด้วยดูเหมือนว่าเธออยากจะเจอคุณมาก ก่อนหน้านี้เธอถูกแม่กักบริเวณเละเคร่งครัดกับเธอมากขึ้นทำให้ไม่มีโอกาสได้เจอเธอเลย” หยวนเย่เอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“นายน่าจะมีความสุขกับเื่นี้สินะ เธอไม่มีโอกาสไปคลุกคลีกับผู้ชายที่ไหนอีกแล้ว สบายใจมั้ยล่ะ?” หยางเฉินถามเบาๆ
“คุณพูดถูก ฮะๆ ผมปิดคุณไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว” หยวนเย่กล่าว
การที่หยวนเย่พูดกับเขาอย่างผ่อนคลายคล้ายกับการแชทคุยกันภายในเกมนั้น ทำให้หยางเฉินรู้สึกสบายใจมากขึ้น ในตอนนี้เขาได้เพื่อนต่างวัยเพิ่มมาคนหนึ่ง นั่นทำให้หยางเฉินรู้สึกมีความสุขที่ได้คุยแบบเป็ตัวของตัวเองกับหยวนเย่
หลังจากนั้น หยางเฉินก็เข้าไปโกนหนวดเคราของเขาในห้องน้ำ เมื่อเสร็จธุระก็เดินลงไปชั้นล่างพลางพยายามที่ทำตัวให้สดชื่นเข้าไว้ ที่ชั้นล่างนั้นป้าหวังได้จัดเตรียมอาหารเช้าให้กับหยางเฉินเป็แซนด์วิชสไตล์ตะวันตก แฮมและนมสด หยางเฉินหยิบแซนด์วิชและแฮมเข้าปากอย่างรวดเร็ว แล้วจึงบอกลาป้าหวังเตรียมตัวออกไปนอกบ้าน
“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณชาย!” ป้าหวังรีบะโเรียกให้หยางเฉินหยุดเดินอย่างรีบร้อน
“คุณชายจะเดินทางไปร่วมงานวันเกิดที่ตระกูลหยวนใช่รึเปล่าคะ?”
“ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่า?”
ป้าหวังอมยิ้มขึ้นก่อนเดินไปหยิบถุงของขวัญสีแดงมาให้หยางเฉิน
"นี่เป็ของขวัญที่คุณหนูเตรียมให้คุณชายนำไปให้หยวนเย่ในงานวันเกิดของเขา คุณหนูบอกว่าคนตระกูลหยวนนั้นชื่นชอบการมีสัมมาคารวะมาก มันจะเป็เื่ดีที่คุณชายจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลหยวนได้”
ไม่ต้องพูดถึงว่าหลินรั่วซีรู้ว่าคนตระกูลหลินชื่นชอบอะไร เธอสามารถสืบหาและปูเส้นทางชีวิตในอนาคตให้กับหยางเฉินได้อย่างราบรื่นภายในคืนเดียว และเธอยังคิดที่จะกระตุ้นให้เขากระตือรือร้นในหน้าที่การงานอีกด้วย
เมื่อมีสามี เธอก็ไม่ยอมที่จะให้คู่ครองของเธอต้องตกต่ำลง... เธอก็ยังคงมีความคิดแบบหัวโบราณอยู่วันยังค่ำ
“เยี่ยม” หยางเฉินเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องปฏิเสธเื่นี้
เมื่อเขาคลายปากถุงที่มัดเป็ปมออก ก็เห็นว่าข้างในนั้นมีป้ายชื่อบนของขวัญที่แตกต่างกันไปดูเหมือนว่าหลินรั่วซีจะสืบดู และพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วถึงให้ถึงของขวัญนี่กับเขา
...
ที่ข้างนอกบ้านนั้นมีรถ BMW สีขาวจอดอยู่ หยวนเย่้าที่จะเดินทางมาด้วยกันกับถังถังในตอนแรก แต่เขานึกได้ว่าต้องมารับหยางเฉินด้วยจึงเปลี่ยนจาก Audi R8 ที่มีเพียงสองที่นั่งมาเป็ BMW แทน
หยางเฉินเดินไปเปิดประตูหลังของรถ เขาวางถุงของขวัญไว้ที่เบาะหลังแล้วจึงเดินมานั่งข้างคนขับ
หยวนเย่อยู่ในชุดสไตล์ตะวันตกทำให้เขาดูหล่อเหลาเป็อย่างยิ่ง เมื่อมองเห็นของขวัญที่หยางเฉินเตรียมมาเขาจึงยกยิ้มด้วยความประหลาดใจ “พี่หยาง พี่ใช่คนเดียวกับที่ผมเจอก่อนหน้านี้หรือเปล่า พี่ดูเปลี่ยนไปนะ”
“ฉันเตรียมของขวัญไปที่บ้านนายมันมีอะไรผิดปกติกัน นายคิดว่าฉันไม่เคยที่จะให้ของขวัญใครหรือไง?” หยางเฉินเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
"ผมคิดว่าพี่เป็พวกที่ไม่สนใจคนรอบข้างและไม่แคร์คนใหญ่คนโตน่ะ ผมคิดว่าพี่จะไปบ้านผมจากนั้นก็ใช้มือเปล่ามือเปล่าหยิบอาหารกินอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กลับบ้านเลยยังไงล่ะ" หยวนเย่พูดความจริงที่อยู่ในใจของเขา
หยางเฉินตอบอย่างจริงจังว่า "ภรรยาของฉันเป็คนเตรียมของขวัญพวกนี้ ฉันไม่อยากขัดความตั้งใจของเธอก็เลยเอามาด้วย เดี๋ยวพอนายแต่งงานเมื่อไรก็จะเข้าใจเองนั่นแหละ"
หยวนเย่หัวเราะร่วนออกมา ก่อนจะสตาร์ทรถมุ่งหน้าออกจากหมู่บ้านหลงจิ่ง พวกเขาขับรถไปทางตะวันออกของเมือง เมื่อมาถึงหมู่บ้านมันก็เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม เมื่อมาถึงทั้งสองก็พบว่าถังถังกำลังรออยู่ที่บ้านของเธอ
ถังถังที่ยืนอยู่หน้าบ้านใส่กระโปรงลายดำขาว เธอใส่ถุงน่องผ้าไหมสีขาว ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางเล็กน้อย ทำให้เธอเหมือนกับคุณหนูของชนชั้นสูงยุคโบราณที่พิถีพิถันในการแต่งตัว เมื่อเธอเห็นว่ารถของหยวนเย่กำลังเข้ามา เธอก็โบกมือให้กับทั้งสองด้วยความดีใจ
ถังถังเข้ามานั่งในรถ เธอมองหยวนเย่ด้วยรอยยิ้ม หลังจากนั้นถังถังก็มองไปยังหยางเฉินด้วยความโกรธ
“ลุง!"
"ลุงไม่ได้โทรหาหนูเลยั้แ่วันนั้น ลุงลืมหนูไปแล้วใช่ไหม?”
“ทำไมฉันจะต้องโทรไปหาเธอตลอดเวลาด้วย?”
“ลุงไม่เคยโทรศัพท์มาหาคนรักของลุงเลย เป็ผู้ชายประสาอะไรกัน” ถังถังบุ้ยปาก
“ไม่ใช่... เดี๋ยว! คนรักอะไร! เธออย่ามาพูดอะไรลอยๆ แบบนี้นะ!” หยางเฉินคิดว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ถังถังเปลี่ยนสีหน้าเอ่ยขึ้น “หนูรู้อยู่แล้วว่าลุงเป็พวกที่มาจากยุคสมัยของลู่อันกับเฉินซีเหมย!”
“พวกเขาเป็ใคร?”
หยางเฉินไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของจีนสมัยโบราณมากนัก เขาอยากรู้ว่าสองคนที่ถังถังพูดถึงคือใคร หยวนเย่ที่กำลังขับรถอธิบายให้เขาฟังด้วยรอยยิ้ม
“ลู่อันนั้นเป็คนที่ชื่นชอบอำนาจและผลประโยชน์ เขาฆ่าได้แม้กระทั่งภรรยากับลูกของเขา ส่วนเฉินซีเหมยเป็ผู้ที่ทอดทิ้งลูกและภรรยาให้ตกระกำลำบาก...”
“อะไรนะ!?” หยางเฉินหันไปคว้าหมับเข้าที่ใบหน้าของถังถังด้วยความโกรธ เขาดึงใบหน้าของเธอไปมาก่อนจะพูดขึ้น “นี่เธอกล้ากล่าวหาฉันลอยๆ ว่าทอดทิ้งภรรยากับลูกของตัวเองเรอะ?! ฉันไม่เคยทำเื่แบบนั้น ฉันเป็ผู้บริสุทธิ์!”
ถังถังร้องโอดโอยขอให้หยางเฉินปล่อยเธอ เมื่อหลุดจากการจับกุมของเขา เธอก็หัวเราะร่วนออกมาพร้อมเอนหลังลงกับเบาะรถนุ่มนิ่ม หยวนเย่มองกระจกหลัง จากนั้นเขาจึงแย้มยิ้มพลางส่ายหน้า แล้วหันไปหาถังถัง “ถังถัง คุณป้าไม่ไปเหรอ?”
ถังถังพยักหน้า “พี่สาวบอกว่าให้ฉันไปเคารพลุงหยวนแทนเธอ ดูเหมือนว่าเช้านี้เธอจะมุ่งหน้าไปที่ปักกิ่งแล้ว”
“น่าเสียดายแฮะ ดูเหมือนว่าวันนี้เลขานุการฟางก็มาด้วยนะ” หยวนเย่เอ่ย
“ตอนแรกก็ควรจะเป็แบบนั้น” ถังถังเอ่ยด้วยเสียงเศร้า
“แต่เพราะพี่สาวรู้ว่าพ่อจะมาร่วมงานด้วยเธอเลยไม่ไป ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ใส่ใจกับพวกคนใหญ่คนโตเ่าั้ เหมือนกับป้าหยวนที่มีคนหนุนหลังอยู่ไง”
“ใครคือป้าหยวน? ” หยากเฉินถาม “แม่ของหยวนเย่?”
“ใช่แล้วล่ะลุง" ถังถังเป็คนตอบ "หนูจะบอกอะไรให้ ในครอบครัวของพี่หยวน ป้าหยวนเป็คนที่มีอำนาจมากที่สุด ถึงแม้ว่าพ่อของพี่ใหญ่หยวนจะนั่งตำแหน่งประธานของบริษัทตระกูลหยวน แต่ที่บ้านป้าหยวนมีอำนาจในการตัดสินใจในทุกๆ เื่ และไม่สามารถที่จะคัดค้านเธอได้!” ถังถังอธิบาย
“หนูกับพี่ใหญ่หยวนเป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็กป้าหยวนยังเคยช่วยหนูต่อยพี่ใหญ่หยวนด้วย โดยที่คุณลุงหยวนไม่สามารถทำอะไรได้สักนิด!”
“ที่เธอพูดมานี่ฉันเริ่มรู้สึกถึงลางไม่ดีอีกแล้วนะ” ในใจของหยางเฉินปรากฏภาพของทีเร็กซ์ตัวเมียออกมา
ถังถังส่ายหัว “ป้าหยวนอาจไม่อ่อนโยนนัก แต่เธอเป็คนดีมาก ที่บ้านของเธอนั้นเป็ตระกูลที่ทรงอำนาจในกรุงปักกิ่ง แต่เธอก็ไม่เคยใช้อำนาจข่มขู่ผู้คน แม่ของฉันเคยเล่าให้ฟังหลายครั้ง โดยที่พี่ใหญ่หยวนเย่ไม่เคยพูดถึงเื่นี้ให้ฉันฟังเลยสักครั้ง”
หยวนเย่ยิ้มอายๆ ขึ้นมา “บางทีมันก็มีเื่เกินจริงมาบ้าง...”
ถังถังกล่าวเสริม “บางเื่ก็เป็เื่ที่เกินจริงไปบ้าง ที่ป้าช่วยฉันทุบตีพี่ใหญ่หยวนนั้นก็แค่ทำให้เขาร้องไห้เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น...”
ถังถังยังคงสาธยายชีวิตวัยเด็กของเธอกับหยวนเย่ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความแปลกประหลาด
หยางเฉินก็อดที่จะยิ้มขึ้นมาไม่ได้ เด็กพวกนี้มีวัยเด็กที่สวยงาม ถึงแม้ว่าพ่อแม่ของพวกเขาจะปูทางให้ทั้งสองได้มาเจอกัน แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังคงเป็เพื่อนสนิทและรักใคร่กันอยู่ดี ไม่แน่ว่าอนาคตอาจเลื่อนขั้นกลายเป็คนรักก็ได้
เมื่อเทียบกับวัยเด็กของหยางเฉินที่เต็มไปด้วยการสู้รบและการฆ่าฟัน พวกเขาก็ไม่อาจจินตนาการได้
หยวนเย่กระแอมไอด้วยใบหน้าแดงเรื่อ “ถังถัง เื่เมื่อเจ็ดแปดปีก่อนก็มีแต่เื่คล้ายๆ กันทั้งนั้น ห้าปีมานี้ก็เป็เื่ที่สนุก แต่ฉันจำได้ดีใน่สามปีที่ผ่านมา”
“ฉันจำไม่ได้ แต่เหมือนป้าหยวนจะบอกฉันว่าพี่ใหญ่หยวนขี้อาย” ถังถังเอ่ยขึ้น ในอดีตเมื่อเธอทะเลาะกับหยวนเย่เธอจะเป็ฝ่ายชนะเสมอไป
หยวนเย่เผยรอยยิ้มขมขื่นขึ้นมาพร้อมกับหันไปหาหยางเฉิน “ดูสิพี่หยาง บางครั้งผมก็คิดนะว่าถังถังเป็แม่ของผมอีกคน เธอมักจะเป็คนอยู่กับผมแต่ไม่ช่วยเหลือผมในวัยเด็ก เธอปล่อยให้ผมลุกยืนขึ้นด้วยตัวเองเท่านั้น”
หยางเฉินมองชายหญิงคู่นี้เป็พวกเด็กแสบไปแล้ว “อืม... เพื่อนสมัยเด็กเหรอ นายอยากจะให้ฉันพูดคำนี้หรือว่าอะไรกันแน่?”
ถังถังหน้าแดงขึ้นมา ส่วนหยวยเย่กำลังทำท่าอึดอัดใจ แต่ก็มีรอยยิ้มพอใจขึ้นที่มุมปากของเขา
บรรยากาศภายในรถยนต์นั้นเงียบสงบเหมือนกับว่าพวกเขากำลังระลึกย้อนไปในวัยเด็กที่หอมหวานของทั้งสองคน ั้แ่ 18 ปี จนถึง 20 ปี...
หยางเฉินไม่ได้พูดขัดอะไรขึ้น เขาเพียงแค่นั่งอยู่เงียบๆ เท่านั้น
ถึงแม้ว่าหยวนเย่จะเติบโตขึ้นมา แต่เขาก็ยังคงกังวลถึงช่องว่างระหว่างวัย บางทีถังถังอาจชอบคนที่เป็ผู้ใหญ่กว่าอย่างหยางเฉิน ซึ่งหากจะเอาเขาไปเทียบแล้ว เขาก็คงไม่สามารถสู้อีกฝ่ายได้แม้เพียงน้อยนิด
ในเวลานั้นเองรถ BMW แล่นไปตามถนนแคบๆ จนเกือบจะถึงทางออกกลับมีรถบรรทุกคนหนึ่งพุ่งเข้ามาขวางทางไว้!
เอี๊ยด!!!
หยวนเย่เหยียบเบรกเสียงดังสนั่น เขารู้สึกโกรธรถคันข้างหน้าเพราะว่าการตัดหน้าลักษณะนี้นั้นอันตรายเป็อย่างมาก!
แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดูเหมือนจะย่ำแย่ลงยิ่งกว่าเดิมเมื่อมีคนะโลงมาจากรถบรรทุกเจ็ดถึงแปดคน แต่ละคนใส่แว่นตาดำและชุดหนังกางเกงยีนสีดำท่าทางดูไม่เป็มิตร
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้รถยนต์ที่อยู่รอบข้างตื่นตระหนกและรีบขับออกห่างจากจุดที่พวกเขาอยู่ทันที
ชายสี่คนเดินมาที่รถ BMW ที่หยางเฉินนั่ง พวกมันสวมถุงมือเหล็กแล้วต่อยไปที่กระจกตรงด้านข้างของคนขับ
ปัง!
เสียงกระจกกำลังแตกดังขึ้น ช่วยดึงสติของถังถังกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ขับรถไป รีบหนีเร็วเข้า!” ถังถังเอ่ยด้วยเสียงสั่น
พวกมันเปิดประตูรถบรรทุกออกมา ประตูดูเหมือนจะทำด้วยเหล็กกล้าซึ่งคล้ายกับว่าเตรียมมาเพื่อลักพาตัวพวกเขาโดยเฉพาะ
หยวนเย่ค่อนข้างใกลัวกับเหตุการณ์ตอนนี้ แต่เขาก็ยังคงประคองสติเอาไว้ได้
แต่เขากลับพุ่งรถเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์บนรถบรรทุกข้างหน้า!
หยางเฉินถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
เมื่อรถยนต์เข้ามาข้างใน ประตูที่อยู่ด้านนอกถูกปิดลงทันที ข้างในนั้นมืดสนิทจนไม่อาจมองเห็นมือของตนเองได้
หยวนเย่เปิดไฟภายในรถ BMW เขามองเห็นใบหน้าของถังถังที่กำลังซีดเซียวด้วยความหวาดกลัว แต่เขาก็รู้สึกโล่งใจที่เธอปลอดภัย
“พี่ใหญ่หยวน ทำไมถึงเกิดเื่แบบนี้ขึ้นได้? ลุง... ลุงยังไม่โกรธพวกเราใช่มั้ย? เร็วเข้า ต้องรีบหาทางออก เรียกให้คนมาช่วย! ทำไมพวกมันอยากลักพาตัวเรา” ถังถังพูดขึ้นอย่างไม่ได้ศัพท์ เธอร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัว
หยวนเย่ขมวดคิ้ว ดูเหมือนเขายังคงสับสนกับเหตุการณ์ในครั้งนี้มาก
หยางเฉินถอนหายใจขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะยักไหล่พูดขึ้นอย่างสบายๆ พร้อมกับรอยยิ้ม
“ดูเหมือนว่าการจะเข้าร่วมปาร์ตี้วันเกิดของนายในครั้งนี้จะน่าสนุกกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ พวกมันอยากจะลักพาตัวพวกเธอมา และสุดท้ายก็ยัดพวกเราใส่ไอ้ท่อนซุงเหล็กนี่ เอาไว้คุยเื่อื่นทีหลังละกันนะ”
