มุมปากของเซียวชิงโหรวยกขึ้นอย่างลับๆ
แต่การยิ้มเยาะของเซียวชิงโหรวมิอาจเล็ดลอดสายตาของไป๋เฉินที่กำลังสังเกตการแสดงออกทางสีหน้าอยู่ได้ "้าจะสั่งสอนข้างั้นรึ?"
แม้นจะไม่รู้ว่าเซียวชิงโหรวทำอะไรลงไป แต่แสงเย็นที่ฉายผ่านรูม่านตานั้นไม่สามารถปกปิดความชั่วร้ายได้
สิ้นสุดเสียงของเว่ยเส้าเทียน เหล่าฝูงชนหันขวับไปยังเฟยเฉินที่ยืนอย่างนิ่งเฉยโดยไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
ทุกผู้คนต่างก็จ้องมองไปยังชายหนุ่มทั้งสองและตั้งตารอการต่อสู้ที่กำลังจะเกิด
ทว่าแตกต่างกันกับฉินเหวินเทียนที่จ้องเขม็งไปยังเว่ยเส้าเทียนด้วยดวงตาแข็งค้าง
ดวงตาของฉินเหวินเทียนนั้นแฝงไปด้วยความเคียดแค้นที่มีต่อสำนักวัง์
และสายตาของมู่หรงปิงเฟิงก็มองเห็นอากัปกิริยาของฉินเหวินเทียนพอดิบพอดี "เหตุใดเ้าหนูนั่นถึงมีสายตาเช่นนั้นต่อเส้าเทียน?"
เจี้ยนเทียนกงมองไปยังทิศทางเดียวกันและเอ่ยสันนิษฐาน "เ้าพรากพี่สาวไปจากเ้าหนูนั่น คงจะไม่แปลกนักหรอก"
"ไม่ใช่ สายตาเช่นนั้น…" มู่หรงปิงเฟิงส่ายหน้าก่อนจะหวนนึกไปถึงข่าวคราวที่นางเผลอได้ยินมาใน่นี้ "เป็ไปได้ไหมว่าเกี่ยวข้องกับบุตรชายของไป๋หนานเทียน"
"ไป๋หนานเทียน..." สีหน้าของเจี้ยนเทียนกงขรึงขรังพลันได้ยินนามนี้อีกครั้ง "น่าเสียดายที่วีรบุรุษเช่นนั้นต้องตายตกไปด้วยแผนการชั่วร้ายของตระกูลโบราณอย่างตระกูลซู…"
. . .
เว่ยเส้าเทียนมองหน้ากันกับเจี้ยนเจี้ยนและเซียวหยูหลงก่อนที่มันจะเอ่ยถามเซียวชิงโหรว "ผู้เฒ่าเซียว พวกข้าสามารถเลือกลำดับคู่ได้หรือไม่?"
เซียวชิงโหรวรู้ดีว่าเว่ยเส้าเทียน้าอะไร มันพยักหน้าโดยทันที "นั่นก็แล้วแต่เ้า"
เว่ยเส้าเทียนหันไปหารือกับเจี้ยนเจี้ยนและเซียวหยูหลง สุดท้ายทั้งสองก็ไม่มีข้อโต้แย้ง พวกมันก็อยากจะรู้เช่นกันว่าเฟยเฉินผู้นี้จะซ่อนความแข็งแกร่งแบบใดไว้
เว่ยเส้าเทียนพยักหน้าก่อนจะก้าวไปด้านหน้าสามก้าวพร้อมกับพัดที่อยู่ในมือ "เช่นนั้นข้าขอเริ่มประลองเป็คู่แรก"
เป็มติเอกฉันท์ว่าเว่ยเส้าเทียนจะเป็ผู้ที่ประลองรอบแรก
ไป๋เฉินส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก่อนที่เขาจะก้าวออกไปมู่เทียนเฉิงกลับเขยิบขึ้นมาและกระซิบว่า "เฟยเฉิย ระวังตัวด้วย เว่ยเส้าเทียนผู้นั้นคือศิษย์ที่แข็งแกร่งเป็อันดับสองของสำนักวัง์ เื่ความสามารถส่วนบุคคลนั้นไม่มีผู้ใดสามารถทัดเทียมได้"
"หืม? เ้าก็รู้จักงั้นหรือ?" ไป๋เฉินถามกลับด้วยรอยยิ้มเป็มิตร
มู่เทียนเฉิงพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม "ในบรรดาทั้งสามคนนั้น เว่ยเส้าเทียนนับว่าเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ว่าจะเป็เื่สติปัญญาหรือทักษะการต่อสู้ เ้าอย่าได้ประมาทเป็อันขาด"
ไป๋เฉินพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเอ่ยถามบางสิ่ง "ในเมื่อเว่ยเส้าเทียนเป็อันดับสอง แล้วอันดับที่หนึ่งคือผู้ใดกัน?"
มู่เทียนเฉิงลูบคางพลางนึกคิด "ข้าได้ยินมาว่าอันดับที่หนึ่งคือหญิงสาวจากตระกูลฉินแห่งเมืองเทียนหยุน ฉินเยว่ฉาน"
"เยว่ฉาน..." ไป๋เฉินพึมพำเบาๆก่อนจะถอนหายใจ
ไม่คาดคิดว่าฉินเยว่ฉานจะถูกรับให้เป็ตัวตนหมายเลขหนึ่งของสำนักวัง์เสียได้
ดูเหมือนว่ายากที่ชะตากรรมของทั้งสองจะมากัน…
จากนั้นหวงหลิงซูก็เข้ามาด้วยสีหน้าเป็กังวล "เฟยเฉิน หากเ้าไม่สามารถเอาชนะได้ ก็ให้ยอมแพ้เสียเถิด เ้าเว่ยเส้าเทียนนั้นมีนิสัยน่ารังเกียจ บางทีต่อให้มันพ่ายแพ้มันอาจจะเล่นไม่ซื่อก็เป็ได้"
ริมฝีปากของไป๋เฉินขดเป็รอยยิ้มไร้กังวล "ข้าเข้าใจ"
บนอัฒจันทร์หวงหลิงกงเอ่ยถามบิดาด้วยความไม่แน่ใจ "ท่านพ่อ พี่เฟยจะเอาชนะนายน้อยเว่ยนั้นได้จริงๆหรือ?"
หวงเทียนหลงส่ายหน้าเป็คำตอบ "ข้าเองก็ไม่ทราบ นายน้อยเว่ยนั้นมีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับลุงสามของเ้า หากจะคิดในตรรกะปกติไม่มีทางที่เฟยเฉินจะเอาชนะได้"
แต่หวงเทียนหลิงมีสีหน้าตั้งตารอใจจดใจจ่อ เพราะมันไม่เคยเห็นเฟยเฉินแสดงพลังที่แท้จริงออกมา ซ้ำยังไม่เคยเห็นเฟยเฉินปลดปล่อยพลังปราณออกมาด้วยซ้ำ
ดังนั้นความแข็งแกร่งของเฟยเฉินยังคงเป็ความลับจากบุคคลรอบข้าง แม้แต่ไป๋ซวนก็มิใช่ข้อยกเว้น
เซียวชิงโหรวย่างกรายไปกลางสนามประลองก่อนจะชูมือขึ้น "เนื่องจากการจับคู่รอบที่สามมีผลลัพธ์ออกมาเช่นนี้ เพราะฉะนั้นฉินเหวินเทียนได้เข้าไปรอในรอบต่อไปเพื่อจะต่อสู้กับอีกสามคนที่สามารถผ่านไปได้ และจะต่อสู้จนกว่าจะได้ผู้ชนะเลิศคนสุดท้าย!"
"และผู้ที่ชนะเลิศคนสุดท้ายจะได้เืับริสุทธิ์มาไว้ใน!"
เสียงโห่ร้องดังสนั่นหวั่นไหว ฝูงชนต่างก็ตั้งตารอการประลองคู่เอกที่กำลังจะบังเกิด
เซียวชิงโหรวกระแอมเบาๆ "เช่นนั้นประลองรอบที่สามคู่แรก เว่ยเส้าเทียนและเฟยเฉิน ลงสู่สนาม!"
ไป๋เฉินยกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินไปยังกลางสนามประลอง พลันชักกระบี่ออกจากฝักเผยให้เห็นลวดลายสีทองบนกระบี่มาพร้อมกับแสงสะท้อนจากสุริยันปรากฏให้เห็นแสงแห่งความเฉียบแหลม
เนื่องจากต้องต่อสู้กับผู้ที่แข็งแกร่งเขาจะไม่มีวันประมาท
ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของเว่ยเส้าเทียนที่ค่อยๆเดินขึ้นมาประจันหน้ากับไป๋เฉินด้วยรอยยิ้ม "พวกเราเจอกันอีกแล้ว"
ไป๋เฉินเพียงยิ้มจางๆแต่มิได้เอ่ยตอบ
"การประลองรอบที่สาม เว่ยเส้าเทียนและเฟยเฉิน....เริ่มได้!" เซียวชิงโหรวประกาศด้วยเสียงดังกึกก้องไปทั่วอาณาบริเวณเขตเฟิงซู่
"หว่อง!"
เสียงลั่นระฆังการประลองดังขึ้น ร่างสีขาวของเว่ยเส้าเทียนโยกไปข้างหน้าพลันหายไปจากตำแหน่งเดิมอย่างไร้ร่องรอย ในหนึ่งลมหายใจพลันปรากฏเบื้องหน้าไป๋เฉินด้วยพัดโลหะในมือที่ฟาดฟันไปยังใบหน้าของไป๋เฉินอย่างไร้ปราณี
ไป๋เฉินสะดุ้งและโค้งตัวไปด้านหลังเบาๆ เขาไม่คาดคิดว่าการเคลื่อนไหวของเว่ยเส้าเทียนจะรวดเร็วปานสายฟ้าเยี่ยงนี่ เขาจึงตวัดกระบี่โดยพลิกให้ด้านปลายลงสู่พื้นในขณะใช้ด้านคมตวัดเสยขึ้นรับกระบวนท่าจากพัดโลหะได้อย่างหวุดหวิด
"โอ้? ไม่เลว" เว่ยเส้าเทียนชื่นชมหากแต่น้ำเสียงกลับเยาะเย้ย มันดึงพัดกลับคืนพร้อมกับถอยร่นฝีเท้าออกทางซ้ายก่อนที่พัดโลหะอีกด้ามพลันปรากฏจากมือที่ว่างฟาดลงไปยังช่องโหว่ที่ไป๋เฉินเปิดอยู่
ตามมาด้วยเสียง "ชริ้ง!" ไป๋เฉินโยนกระบี่ไปยังมือที่ว่างและรับกระบวนท่าพัดโลหะได้อย่างสมบูรณ์แบบ
คิ้วของเว่ยเส้าเทียนเลิกขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ "ไม่คาดคิดว่าจะมองผ่านการเคลื่อนไหวของข้าได้อย่างทะลุปรุโปร่งในกระบวนท่าเดียว"
สิ้นสุดคำพูดมันะโตีลังกากลับหลังพร้อมทั้งขว้างพัดโลหะทั้งสองจากทั้งสองทิศซ้ายขวา ปรากฏแนวโค้งงดงามที่อ่านวิถีเคลื่อนไหวได้ยาก
ั้แ่เริ่มต้นเว่ยเส้าเทียนได้่ชิงโอกาสในการรุกคืบโดยไม่ปล่อยเวลาเพียงเสี้ยววินาทีให้ไป๋เฉินโต้กลับ ราวกับว่าเว่ยเส้าเทียนได้ควบคุมโมเมนตัมการต่อสู้ไว้ั้แ่แรกเริ่มแล้ว
การจู่โจมโดยไม่ให้พักหายใจของเว่ยเส้าเทียนทำให้สีหน้าของหวงเทียนหลิงและหวงเทียนหลงค่อยๆมืดลง
เห็นได้ชัดว่าเว่ยเส้าเทียนไม่้าจะเสียเวลาและเสวนาให้ไป๋เฉินได้ตอบโต้ มัน้าที่จะปิดฉากโดยทันที!
ไป๋เฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กระบี่สีทองฟาดฟันเป็แนวทแยงปัดพัดโลหะทั้งสองออกไปอย่างง่ายดายจนชนเข้ากับกำแพงรอบสนามประลอง
แต่ในเสี้ยววินาทีที่แขนของเขาบดบังวิสัยทัศน์การมองเห็นจากการปัดป้องพัดทั้งสอง กลับมีแสงสีเงินส่องประกายตรงมายังใบหน้าของตนด้วยความเร็วสูงสุด!
นั่นคือมีดสั้น!
เว่ยเส้าเทียนอาศัยจุดบอดแค่เพียงชั่วพริบตาในการปิดฉากการต่อสู้โดยทันที!
นี่คือความสามารถที่แข็งแกร่งของศิษย์จากสำนักวัง์ นั่นคือการต้อนให้อีกฝ่ายไร้หนทางหนีและไร้หนทางชนะ! จะกล่าวได้ว่าเว่ยเส้าเทียนตระเตรียมกระบวนท่านี้ั้แ่ก่อนจะขึ้นมาบนสนามประลองแล้ว
แม้นว่าแสงสีเงินจะกำลังพุ่งตรงมา แต่สีหน้าของไป๋เฉินมิได้มีความตื่นตระหนก หากแต่เอนคอหลบเลี่ยงก่อนจะถึงใบหน้าของตนในระยะหนึ่งคืบ
มุมปากของเว่ยเส้าเทียนขดเป็รอยยิ้ม ในวินาทีนั้นนิ้วชี้ของมันกลับตวัดกลางอากาศ จู่ๆวิถีของมีดสั้นสีเงินพลันแฉลบเข้าหาใบหน้าของไป๋เฉินด้วยการควบคุมจากพลังปราณ
"ฉัวะ!"
ไป๋เฉินโยกตัวหลบไปได้ทันการณ์ แต่ทว่ามีดสั้นสีเงินได้นำพาหน้ากากไหมบนใบหน้าของเขาให้หลุดลอยปลิวไสวไปเผยให้เห็นใบหน้าของเขาโดยพลัน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจุดประสงค์ของเว่ยเส้าเทียนคือการเปิดเผยตัวตนอันลึกลับของเฟยเฉินต่อหน้าสาธารณะชน!
ั้แ่แรกเริ่มไป๋เฉินได้ทำตัวลึกลับมาโดยตลอด แม้แต่คำสั่งของเซียวชิงโหรวก็ไม่สามารถทำให้ไป๋เฉินถอดหน้ากากออกได้ ดังนั้นมันจึงคิดว่าต้องมีความลับซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากสีดำนั้นเป็แน่!
ในวินาทีนั้นสีหน้าของฝูงชนก็อ้าปากค้างเมื่อได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเฟยเฉินผู้ลึกลับ!
ดวงตาสีเืของไป๋เฉินส่องประกายด้วยแสงเย็น…
