อันนาไม่รู้ตัวเลยว่าการพบท่านอ๋องโดยบังเอิญในสวน แม้จะเพียงครู่เดียวก็เรียกความสนใจจากผู้คนทั่วทั้งในวังหลังได้เป็อย่างดี
“ เหม่ยหลิง? เด็กคนนั้นน่ะหรือ ” หยางชูหลงพูดพลางหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
นางเป็สนมเอกมาหลายปี ยังไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดท่านอ๋องเลยสักครั้ง ไม่คิดว่านางสนมที่เพิ่งเข้ามาในวังได้ไม่ถึงเดือนจะร้ายกาจถึงเพียงนี้
ยิ่งสายข่าวของนางยืนยันว่าเห็นท่านอ๋องกับนางสนมซูเหม่ยหลิงอยู่ด้วยกันจริง ๆ ทำให้หยางชูหลงไม่พอใจเป็อย่างมากที่มีใครแอบไปเจอท่านอ๋องลับหลังนาง
“ คิดจะขึ้นมาเทียบชั้นกับข้าหรือ ฝันไปเถอะ ท่านอ๋องต้องเป็ของข้าเท่านั้น ใครที่คิดจะมาแย่งจะต้องถูกกำจัด ” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า ก่อนจะสั่งให้สาวใช้ไปทำงานบางอย่าง
เช้าวันรุ่งขึ้น สาวใช้ในตำหนักของสนมหยางชูหลงได้นำผ้าไหมผืนงามมามอบให้กับสนมซูเหม่ยหลิง โดยบอกว่า้าแสดงน้ำใจกับนางสนมคนใหม่
“ นี่เป็ของขวัญจากสนมหยางเพคะ ”
อันนาหรี่ตามองผ้าไหมสีฟ้าอ่อนผืนงามในมือของสาวใช้อย่างไม่ไว้วางใจ จู่ ๆ ก็มอบของขวัญให้กับเธอ คงไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายวางแผนอะไรไว้หรอกนะ
“ รับไปสิเพคะ ”
เผือกร้อนตรงหน้า เธอไม่อยากได้เลยสักนิด แต่เธอรู้ดีว่าไม่สามารถปฏิเสธได้ เธอทำได้เพียงคลี่ยิ้มบางออกมาแล้วบอกให้เสี่ยวอิงรับผ้าไหมมาถือไว้
“ ฝากไปบอกสนมหยางด้วยว่าขอบคุณ ข้าชอบผ้าไหมผืนนี้มาก ”
“ บ่าวจะบอกกับสนมหยางให้เพคะ เช่นนั้นบ่าวขอตัวก่อน ” สาวใช้เอ่ยพลางย่อกายลงอย่างนอบน้อม
คล้อยหลังจากที่สาวใช้กลับไป อันนาก็บอกให้เสี่ยวอิงนำของขวัญที่สนมหยางให้มาไปเก็บ ต่อให้ผ้าไหมนี้จะสวยแค่ไหน เธอก็ไม่กล้าหยิบมันมาใช้หรอก
“ ไม่มีอะไรหรอกมั้ง วันนี้เราก็อยู่ในตำหนัก ไม่ได้ออกไปไหนสักหน่อย ” นิ้วเรียวยกขึ้นนวดหางตาของตนเองเบา ๆ
ถึงเธอจะบอกกับตัวเองอย่างนั้น แต่ตลอดทั้งวันตาขวาของอันนาก็กระตุกไม่หยุด ราวกับว่าจะเกิดเื่ร้ายกับเธอ
และมันก็เป็อย่างที่เธอคิดจริง ๆ
ยังไม่ทันข้ามวัน ผ้าไหมที่สนมหยางมอบให้เธอเมื่อเช้าตอนนี้กลับกลายเป็หลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้ซูเหม่ยหลิงถูกกล่าวหาว่าเป็หัวขโมย
“ สนมซูสารภาพมาเถอะ โทษหนักจะได้กลายเป็เบา ”
“ ข้าไม่ได้ทำ! ไยข้าต้องยอมรับผิดในเื่ที่ตนไม่ได้ทำด้วยเล่า ” อันนากัดฟันตอบพร้อมกับจ้องมองไปที่สาวใช้ข้างกายสนมหยาง
อันนานึกอยากจะเอาผ้าไหมปัญหาโยนใส่หน้าของสองนายบ่าวคู่นี้จริง ๆ ถ้าไม่อยากยกให้ั้แ่แรกแล้วจะเอามาให้เธอทำไมฮะ!
เธอร้องขอหรือ?
ก็ไม่…
หยางชูหรงยิ้มเยาะ “ มาถึงขั้นนี้แล้ว เ้ายังคิดจะโกหกอีกหรือ ”
อันนากำหมัดแน่น สาบานเลยว่าถ้าตรงนี้ไม่มีคนอื่นอยู่ เธอจะเอาไม้ตีนังงูพิษนี่ให้ตาย
เมื่อเช้ายังเป็คนให้สาวใช้นำผ้ามามอบให้กับเธอแท้ ๆ ยังมากล่าวหาว่าเธอขโมยอีก ขณะที่เธอกำลังหาข้อแก้ตัว ใครบางคนก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน
“ พอได้แล้ว ” เสียงทุ้มต่ำของท่านอ๋องหลี่เหวินเจ๋อดังขึ้น กายสูงก้าวเข้ามาในห้องทำให้ทุกคนเงียบกริบ
!!
“ คารวะท่านอ๋องเพคะ ”
“ ข้าได้ข่าวว่าในวังมีขโมยอย่างนั้นหรือ ”
สนมหยางก้าวออกมาข้างหน้าแล้วตอบ “ เพคะ ”
“ เมื่อไม่กี่วันก่อน แม่ของหม่อมฉันส่งผ้าไหมพับหนึ่งมาให้ วันนี้เลยอยากจะนำผ้ามาตัดชุดใหม่สักหน่อย ไม่คิดว่าผ้าพับนั้นจะหายไป ” พูดพลางเหล่มองไปทางสนมซูเล็กน้อยขณะที่ขอความเห็นใจจากบุรุษตรงหน้า
“ ผ้าพับนั้นราคาไม่ใช่น้อย ๆ ท่านอ๋องต้องให้ความเป็ธรรมกับข้านะเพคะ ”
“ เื่นี้ข้าจะเป็คนตัดสินใจเอง ”
กายหนาเดินมาหยุดตรงหน้าของนางสนมตัวน้อย อันนาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมใสสบตากับเขาอย่างไม่นึกกลัว
“ เ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่? ”
“ ไม่มีเพคะ หม่อมฉันยังยืนยันคำเดิม หม่อมฉันไม่เคยขโมยของใคร หากท่านอ๋องคิดว่าหน่อมฉันผิดเพราะฟังความข้างเดียว หม่อมฉันก็ยินดีรับโทษตามกฎของวัง ”
คำพูดของเธอทำเอาคนตัวสูงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสั่งการบ่าวรับใช้ “ ค้นตำหนักของสนมหยางชูหลง ”
หยางชูหลงใบหน้าถอดสี ไม่คิดว่าท่านอ๋องจะสั่งในคนค้นตำหนักของนาง ในใจภาวนาว่าอยากให้ใครหาผ้าพับนั้นเจอ
ไม่นานบ่าวรับใช้คนหนึ่งก็เดินออกมาพร้อมกับผ้าไหมพับหนึ่งที่มีสีเดียวกับผ้าไหมของสนมซู
“ ข้าคิดว่าถึงคราวที่เ้าจะต้องเป็ฝ่ายอธิบายแล้วล่ะ ” หลี่เหวินเจ๋อพูดเสียงเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความกดดัน
นี่เป็ครั้งแรกเลยที่ท่านอ๋องแสดงท่าทีปกป้องนางสนม
เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นหน้าผาก แววตาของหยางชูหลงสั่นระริกเช่นเดียวกับนิ้วมือที่เย็นเฉียบ เมื่อเห็นสายตาที่มองมาของท่านอ๋อง
หรานหรานเห็นว่าสถานการณ์เปลี่ยนไป จึงรีบก้าวออกมารับผิดแทนผู้เป็เ้านาย
“ เป็บ่าวที่เลอะเลือนเองเพคะ ปกติแม่ของสนมหยางมักจะส่งผ้ามาให้ครั้งละหลาย ๆ พับ ทำให้จำสลับกัน ความจริงแล้วผ้าสีนี้มี 2 พับเพคะ ”
“ เ้ารู้ความผิดของตัวเองหรือไม่ ”
“ บ่าวทราบเพคะ บ่าวยินดีรับโทษกับความผิดนี้ ” สาวใช้ตอบน้ำเสียงหนักแน่น
นางผิดเองที่ซ่อนผ้าอีกพับไว้ไม่ดี จนกลายเป็ว่าผ้าพับนั้นวนกลับมาเล่นงานสนมหยาง เมื่อเื่มาถึงขึ้นนี้แล้ว ไม่ว่าบทลงโลษจะเป็อะไร นางก็จะรับมันด้วยความเต็มใจ
“ ดี ”
เื่นี้จบลงด้วยการที่สาวใช้ของสนมหยางโดนโบก 10 ครั้งและลดเบี้ยหวัดเหลือครึ่งหนึ่ง โทษฐานที่ทำให้เกิดความวุ่นวายภายในวัง
