ถังฮ่าวตรวจสอบคริสตัลวิวัฒนาการสามชิ้นในมืออย่างละเอียด คริสตัลวิวัฒนาการทั้งสามชิ้นนี้หากมองเผินๆ แล้วก็ไม่ต่างจากคริสตัลวิวัฒนาการทั่วไป มีเพียงผู้วิวัฒนาการระดับ 5 ขึ้นไปที่สังเกตอย่างละเอียดเท่านั้น ถึงจะพบว่าสีของมันแตกต่างออกไปเล็กน้อย และมันยังเจิดจรัสกว่า!
ท้ายสุดถังฮ่าวก็เลือกคริสตัลวิวัฒนาการชิ้นหนึ่งที่เขารู้สึกว่ามีพลังงานอยู่ภายในเพื่อทำการแปลงค่า!
หลังจากแปลงค่าเสร็จสิ้น ถังฮ่าวก็ตาเป็ประกาย!
แม้ว่าคะแนนวิวัฒนาการจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากอะไร และเพิ่มขึ้นเพียง 2.25 แต้มก็ตาม แต่ค่าทองคำกลับเพิ่มขึ้น 0.22 แต้ม
หลังจากแปลงคริสตัลวิวัฒนาการชิ้นนี้ด้วยระบบแล้ว ก็ได้ค่าทองคำมากกว่าซอมบี้สุนัขกลายพันธุ์ระดับ 2 เสียอีก
...
โม่หยางที่อยู่ในบ้านตระกูลฉินได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้ว จิตใจเขาก็ไม่ย่ำแย่เท่าไร มีเพียงสีหน้าที่ดูซีดเซียวเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากที่เงยหน้าขึ้นแล้วก็เอ่ยกับฉินิออกมา
“คุณชาย บัดนี้ตระกูลจ้าวเรียกร้องให้ผู้นำของทั้งสี่ตระกูลใหญ่ไปประชุมกัน หรือว่าพวกเขา้าผนวกรวมอีกสามตระกูลเข้าด้วยกัน เพื่อควบคุมฐานที่มั่นแห่งนี้?”
ฉินิยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ฉินเฉินที่อยู่ข้างๆ ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
“ไม่น่าจะใช่ ฉันว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการตายของพวกจ้าวเสี่ยวเจียนมากกว่า!”
“ไม่ว่าจะเป็เื่อะไร แต่ความแค้นระหว่างพวกเรากับตระกูลจ้าว รวมถึงคนกลุ่มใหม่ที่เพิ่งมานั่น คงไม่จบลงง่ายๆ แน่นอน ส่วนอาการาเ็ของโม่หยาง ตระกูลฉินเราจะเอาคืนพวกมันเป็สองเท่า!” ฉินิกล่าวด้วยรอยยิ้มเ็า
“ขอบคุณคุณชาย!”
“โม่หยาง นายพักฟื้นอยู่ที่บ้านเถอะ เดี๋ยวฉันกับฉินเฉินจะไปดูเอง!”
“ผมขอไปด้วยครับคุณชาย แม้าแจะดูสาหนัก แต่ไม่ได้ลึกถึงกระดูก จึงไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง! แค่นอนหลับตื่นหนึ่งก็หายเป็ปลิดทิ้งแล้ว!”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ งั้นพวกเราไปดูพร้อมกันว่าตระกูลจ้าวจะทำอะไรกันแน่!” ฉินิโบกมือ ก่อนจะพาฉินเฉินและโม่หยางไปที่ตระกูลจ้าวพร้อมกับฉินเหยาจงผู้เป็พ่อและฉินเหยาเหว่ยที่เป็ลุงของเขา!
ส่วนฝั่งของตระกูลฉู่และตระกูลอู๋ เหล่าผู้นำตระกูลต่างก็พากันไปที่ตระกูลจ้าวเช่นกัน!
ในตอนแรกฉินเหยาจง ฉู่หย่งเจี๋ย อู๋เฉิงกุ้ยและคนอื่นๆ ยังเคลือบแคลงในสิ่งที่ตระกูลจ้าวพูดถึงฐานที่มั่นบงกชทมิฬอยู่บ้าง แต่หลังจากที่ตระกูลจ้าวนำศพของซอมบี้สุนัขกลายพันธุ์ที่ถูกเย่ชิงเฉิงยิงตายออกมา สีหน้าของผู้นำทั้งสามตระกูลก็ย่ำแย่ขึ้นมาทันที
หลังจากปรึกษาหารือกันแล้ว ในที่สุดทั้งสี่ตระกูลก็ตกลงที่จะร่วมมือกันกวาดล้างเหล่าปีศาจแห่งฐานที่มั่นบงกชทมิฬ!
แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือพวกเขาต้องไปสืบหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง!
ส่วนคนที่รับหน้าที่ในการสืบหาข้อเท็จจริงในครั้งนี้ ก็คือหน่วยรบพิเศษที่เป็แหล่งรวมผู้แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ของทั้งสี่ตระกูล
ในเมื่อก่อตั้งเป็หน่วยรบพิเศษแล้ว เช่นนั้นก็ย่อมต้องมีหัวหน้าชั่วคราว!
หลังจากที่จ้าวกั๋วเทาและจ้าวจื่อเซียวปล่อยคลื่นพลังของผู้วิวัฒนาการระดับ 5 ออกมา ตำแหน่งหัวหน้าชั่วคราวก็ตกเป็ของตระกูลจ้าวอย่างไม่ต้องสงสัย
ถังฮ่าวคิดว่าควรรุกคืบในขณะที่ศัตรูยังไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นพวกเขาจึงควรบุกฝ่าเข้าไปในคืนนี้เลย
แต่ตระกูลฉิน ฉู่ และอู๋กลับไม่เห็นด้วย และยืนกรานที่จะเริ่มปฏิบัติการในวันพรุ่งนี้!
ทว่าเพราะเป็แขก ถังฮ่าวจึงไม่อาจออกความคิดเห็นได้!
ไม่ว่าจะเริ่มปฏิบัติการวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็ไม่มีผลกับเขามากเท่าไร!
สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือเขากำลังรู้สึกหดหู่ใจกับข่าวที่เพิ่งได้รับ!
ประสิทธิภาพการทำงานของคนตระกูลจ้าวนับว่าสูงมาก เพียงแค่ชั่วโมงเดียว พวกเขาก็ช่วยถังฮ่าวตามหาสมาชิกในรายชื่อได้มากกว่าสิบคน ทว่าในบรรดาคนเหล่านี้ก็มีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่เต็มใจไปกับพวกเขา แม้ว่าถังฮ่าวจะเปิดวิดีโอของญาติๆ ที่เตรียมไว้ให้พวกเขาดูแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงมีคนอีกมากที่เลือกที่จะอยู่ในฐานที่มั่นแห่งนี้!
เห็นได้ชัดว่า คนส่วนใหญ่คิดว่าการอยู่ในฐานที่มั่นแห่งนี้ ปลอดภัยกว่าการออกไปข้างนอกกับถังฮ่าวมาก
ถังฮ่าว เชียนมู่เซวี่ยและคนอื่นๆ ไม่กล้าพูดต่อหน้าคนมากมายว่าพวกเขาเก่งกาจ และฐานที่มั่นของพวกเขาปลอดภัยแค่ไหนหรอก!
สิ่งเดียวที่ทำให้ถังฮ่าวรู้สึกโล่งใจก็คือคนตระกูลจางยี่สิบกว่าคน รวมถึงจางหยุนเจียนและครอบครัว รวมถึงคุณหนูตกยากอย่างจางไฉย่วนล้วนเต็มใจไปกับพวกเขา
ดวงจันทร์สีเืลอยเด่นอยู่บนฟ้า พร้อมกับมีแสงจันทร์สีเืสาดส่องลงมา จนทำให้ฐานที่มั่นแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยสีแดงเืที่มืดสลัวและน่าขนลุก!
เชียนมู่เซวี่ยซบอยู่บนอกของถังฮ่าวในรถฮัมเมอร์เสริมเหล็ก ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“ไม่รู้ว่าพ่อกับแม่จะเป็ยังไงบ้างแล้ว”
มือซ้ายของถังฮ่าวกุมมือเรียวของเชียนมู่เซวี่ยเอาไว้ ส่วนมือขวาก็ลูบไล้ผมยาวสีดำขลับของหญิงสาวในอ้อมแขนอย่างเบามือก่อนจะเอ่ยปลอบโยนออกมา
“ไม่ต้องห่วงหรอก ลุงเชียนกับป้าหยุนจะต้องปลอดภัย พวกท่านเป็คนดีขนาดนั้น ต้องอายุยืนเป็ร้อยปีแน่!”
“ฮ่าวจื่อ นายคิดว่าพ่อกับแม่จะอยู่ในฐานที่มั่นบงกชทมิฬหรือเปล่า?”
“เพ้ยๆ พูดอะไรออกมาน่ะ! ลุงเชียนกับป้าหยุนไม่มีทางอยู่ที่นั่นหรอก!” ถังฮ่าวรีบพูด ทว่าพริบตานั้นก็หรี่ตาลงเล็กน้อย เพราะเขาเห็นจ้าวจื่อเยว่กำลังเดินตรงมาที่รถของเขา!
หลังจากที่ถังฮ่าวกับเชียนมู่เซวี่ยลุกขึ้นนั่งแล้วก็เปิดกระจกหน้าต่างรถลง จ้าวจื่อเยว่เดินเข้ามาใกล้ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“พี่ถัง พี่มู่เซวี่ย ฉันนึกเื่สำคัญออกแล้ว…”
“อะไรนะ? เธอบอกว่าเจอพ่อฉันอย่างนั้นเหรอ?” เชียนมู่เซวี่ยรีบเปิดประตูรถลงไป
“อาจจะเป็ไปได้ เพราะฉันจำได้ว่าตอนนั้นเขาบอกว่าแซ่เชียน ตอนนี้พอคิดดูอีกที หน้าตาของเขาก็คล้ายกับพี่มู่เซวี่ยอยู่เหมือนกัน เขาสูงประมาณ 176 เซ็นฯ รูปร่างไม่อ้วนไม่ผอม ดูหล่อเหลาทีเดียว!”
“เสี่ยวฮ่าว นั่นพ่อฉัน นั่นพ่อฉันแน่!” เชียนมู่เซวี่ยเอ่ยทั้งน้ำตา!
“พี่เซวี่ย ใจเย็นๆ ก่อน จื่อเยว่ ตอนนั้นพวกเธอเจอกันที่ไหนเหรอ รู้ไหมว่าพวกเขาอยู่ที่ฐานที่มั่นไหน?”
“เจอกันที่ถนนติ่งไห่ ใช่แล้ว! ตอนนั้นพวกเขาบอกว่ามาจากฐานที่มั่นเมฆาอินทนิล!”
ฐานที่มั่นเมฆาอินทนิลอย่างนั้นหรือ!
ถังฮ่าวตาเป็ประกาย!
ในเมื่อรู้ว่าอยู่ที่ฐานที่มั่นไหน เื่ก็น่าจะง่ายขึ้นแล้ว!
“จื่อเยว่ ขอบใจนะ ขอบใจจริงๆ!” เชียนมู่เซวี่ยจับมือของจ้าวจื่อเยว่เอาไว้ ก่อนจะกล่าวขอบคุณซ้ำๆ
“พี่มู่เซวี่ย พูดแบบนี้ถือว่าเห็นฉันเป็คนนอกไปแล้ว ฉันรอดตายมาได้เพราะพี่กับพี่ถังแล้วก็พี่ชิงเฉิง ดังนั้นเื่แค่นี้จึงไม่ถือว่าเป็เื่ใหญ่อะไร พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปฐานที่มั่นเมฆาอินทนิลกับพี่เอง!”
“น้องสาวคนดี ขอบใจมากนะ!” เชียนมู่เซวี่ยกอดจ้าวจื่อเยว่ก่อนจะกล่าวขอบคุณอีกครั้ง หลังจากผละออกก็หันไปมองถังฮ่าวและเอ่ยต่อตาม
“เสี่ยวฮ่าว ฉันอยากรีบไปฐานที่มั่นเมฆาอินทนิลเดี๋ยวนี้เลย!”
ถังฮ่าวเข้าใจความรู้สึกของเชียนมู่เซวี่ยดี ความจริงแล้ว เขาก็อยากเจอเชียนซือหยวนและภรรยาเขาทันทีเช่นกัน เพราะสำหรับถังฮ่าวแล้ว เชียนซือหยวนและซ่งปิงหยุนไม่เพียงแต่เป็พ่อตาแม่ยายของเขาเท่านั้น แต่ยังเป็พ่อแม่ที่เลี้ยงดูเขามาอีกด้วย
“พี่เซวี่ยรออยู่ที่นี่ดีกว่า เดี๋ยวฉันจะไปตามหาพ่อตากับแม่ยายเอง ไม่ต้องห่วง ฉันจะรีบไปรับพวกเขากลับมาให้เร็วที่สุด พี่อยู่รอข่าวฉันที่นี่ก็พอ ถ้ามีความคืบหน้าเดี๋ยวเราติดต่อกันอีกที!” ถังฮ่าววางมือทั้งสองข้างลงบนไหล่บางของเชียนมู่เซวี่ย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เสี่ยวฮ่าว ฉันจะไปด้วย นายคนเดียว…” เชียนมู่เซวี่ยยังพูดไม่จบ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง
“พี่สาว เดี๋ยวฉันไปเอง! ฉันจะไปกับพี่ฮ่าวจื่อ เื่ของน้ากับน้าเขยปล่อยให้เป็หน้าที่ฉันเถอะ ตอนนี้เป็เวลากลางดึก การฝ่าฝูงซอมบี้เป็ระยะทางไกลขนาดนั้น ฉันไปน่าจะเหมาะสมกว่า!” โอวหยางมี่มี่เอ่ยพร้อมกับก้าวเดินเข้ามา ไม่เพียงแค่โอวหยางมี่มี่เท่านั้น แต่ยังมีโอวหยางเผิงเฉิงและซ่งปิงเซี่ยเดินเข้ามาด้วย!
“มู่เซวี่ย ให้มี่มี่ไปเถอะ!” ซ่งปิงเซี่ยเอ่ยขึ้น
“อะแฮ่ม ฉันไปคนเดียวก็พอ!” ถังฮ่าวพูดขึ้น
โอวหยางมี่มี่จ้องมองถังฮ่าวก่อนจะเอ่ยออกมา
“พี่ฮ่าวจื่อ ฉันรู้ว่าพี่เก่ง การไปคนเดียวไม่ใช่ปัญหาสำหรับพี่หรอก แต่ถ้าพี่เจอน้ากับน้าเขยแล้ว พี่มั่นใจหรือว่าจะสามารถพาพวกเขากลับมาได้อย่างปลอดภัย ถ้าเกิดว่ามีคนที่้าความช่วยเหลือมากกว่านี้ล่ะ? พี่จะดูแลไหวหรือ?”
คำพูดนี้ทำให้ถังฮ่าวพูดไม่ออก!
ถูกต้อง ต่อให้เขาแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ก็มีแค่คนเดียว! และการฆ่าศัตรูกับการปกป้องผู้คนก็เป็คนละเื่กัน!
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาพาผู้คนของฐานที่มั่นทหารและฐานที่มั่นศาลาว่าการฝ่าวงล้อมออกมาจากเมืองซูโจว ก็ได้เรียนรู้ว่าการช่วยชีวิตผู้คนจะต้องอาศัยทีมที่แข็งแกร่ง
