เมื่อยามเช้ามาถึงก้งเยว่และก้งเจี้ย ที่ตื่นก่อนใครรีบมาที่ร้านอาหารเพื่อเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้น ในคืนที่ผ่านมาให้ลู่ชิงและครอบครัวได้ฟัง ทุกคนใไม่น้อยกับเื่ดังกล่าว ลู่ชิงไม่คิดว่าคนพวกนั้นจะลงมือเร็วถึงเพียงนี้
“คืนนี้คงจะเป็คนของเหลาอาหารจิ้นหย่งเหอ ที่จะลงมือกับครอบครัวข้าสินะเ้าคะ รบกวนพี่กงเจี้ยไปบอกพี่เจียวมิ่งว่า อย่าเพิ่งนำตัวคนร้ายไปที่ศาลาว่าการ รอคืนนี้จับตัวคนของเหลาอาหารได้ ค่อยนำตัวไปส่งพร้อมกันเ้าค่ะ” หากพวกเหลาอาหารรู้ว่าตระกูลฟู่ ลงมือล้มเหลวพวกเขาย่อมหาทางหนีทีไล่ไปเสียก่อน
“ขอรับ เช่นนั้นข้าขอตัวไปบอกเื่นี้กับเจียวมิ่งก่อนนะขอรับ” ก้งเจี้ยรับคำแล้วก็รีบไปบอกเจียวมิ่งทันที
“ไม่ว่าที่ไหนก็มีคนชั่วเหล่านี้อยู่ทุกที่จริง ๆ ไม่สนใจวิธีการขอเพียงได้สิ่งที่ตนเอง้ามาเท่านั้น” ลู่จื้อไม่คิดว่ามาอยู่ห่างไกลขนาดนี้ ยังต้องมาเจอคนเห็นแก่ตัวได้อีก
“เช่นนั้นคืนนี้พวกเรามาอยู่ห้องเดียวกันรวมถึงก้งเยว่ ส่วนอีกห้องให้ก้งคุนกับก้งเจี้ยเข้าไปอยู่แทน เพราะไม่รู้ว่าพวกมันจะส่งมากี่คน ทางที่ดีเตรียมพร้อมรับมือไว้น่าจะดีกว่า” ลู่เวินห่วงความปลอดภัยของภรรยาและบุตรสาว ส่วนตัวเขากับบุตรชายยังพอเอาตัวรอดได้
“พวกเราเห็นด้วยกับนายท่านขอรับ หากคนพวกนั้นมาคงใช้เวลาจัดการไม่นานก็จับตัวได้แล้ว พวกท่านทำใจให้สบายอย่าได้เป็กังวล” ก้งคุนบอกทุกคนให้เชื่อใจพวกเขาได้ แค่พวกเป็วรยุทธ์งู ๆ ปลา ๆ จะมาสู้พวกเขาได้อย่างไร
ทุกคนนั่งพูดคุยกันได้ไม่นานท่าน หมอเกาก็เดินเข้ามาพร้อมกับเจียวมิ่ง เขาอยากมาขอบคุณลู่ชิงที่นึกเป็ห่วง และส่งคนไปช่วยตรวจตราร้านให้ตอนกลางคืน จึงได้รอดพ้นหายนะครั้งนี้มาได้อย่างหวุดหวิด
“อ้าว ท่านลุงมาได้อย่างไรขอรับท่านได้รับาเ็หรือไม่ ที่ร้านมีอะไรเสียหายบ้างท่านบอกพวกเราได้นะขอรับ” ลู่เวินเอ่ยทักทายท่านหมอเกาขึ้นตอนที่เดินตามหลังเจียวมิ่งมา
“โชคดีของข้า ที่พวกเ้าให้คนไปช่วยตรวจตราที่ร้านตอนกลางคืน ข้าถึงได้ปลอดภัยไม่ได้รับาเ็แต่อย่างใด ต้องขอบคุณพวกเ้าจริง ๆ ที่มีใจนึกเป็ห่วง” ท่านหมอเกาซาบซึ้งใจที่ครอบครัวนี้เป็ห่วงตน
“ท่านลุงพวกเราทำการค้าร่วมกัน ย่อมต้องช่วยเหลือดูแลกันสิเ้าคะ อีกอย่างท่านเองก็พักอยู่ที่ร้านสมุนไพรเพียงคนเดียว จะไม่ให้พวกเราเป็ห่วงความปลอดภัยของท่านได้อย่างไรกัน” ฟางซินก็นึกเห็นใจท่านหมอเกาไม่น้อย เพราะไม่มีลูกหลานอยู่ดูแล ยามเกิดเื่ร้ายแรงก็ไม่มีใครช่วยเหลือ
“ท่านตา พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้วย่อมดูแลกัน ครั้งนี้พวกมันทำเพียงข่มขู่ท่านและพี่ชายเจียวมิ่งไปช่วยได้ทัน ถ้าไม่มีใครอยู่ดูแลแล้วเกิดเื่ร้ายแรงมากกว่านี้เล่าขอรับ ท่านอนุญาตให้พวกเราเรียกว่าท่านตาแล้ว นั่นหมายความว่าท่านคือคนในครอบครัวพวกเราขอรับ” ลู่เสียนเองก็คิดคล้ายกับท่านแม่ของเขาเช่นกัน
“ได้ ๆ ๆ เป็ครอบครัวเดียวกัน แล้วนี่พวกเ้ากำลังคุยเื่อะไรกันอยู่รึ ดูแต่ละคนทำสีหน้าเคร่งเครียดไม่น้อยเลยนะ” ท่านหมอเกาเห็นแต่ละคนไม่ค่อยยิ้มสักเท่าไหร่
“พวกเราไม่ขอปิดบังท่านตา กิจการของเราเองก็ถูกเถ้าแก่จางหมายตาสูตรอาหารไว้เช่นกัน และเจียวมิ่งบอกว่าจะมีคนมาจัดการพวกเราในคืนนี้ขอรับ” ลู่เวินบอกถึงสาเหตุที่ทุกคนทำสีหน้าไม่มีความสุข
“เ้าพวกสารเลว! ร่ำรวยจากความคิดของผู้อื่นไม่เปลี่ยนเลยสินะ ถ้าใครที่ทำอาหารขายและรสชาติดี เถ้าแก่จางจะส่งคนไปข่มขู่เอาสูตรอาหารเ่าั้มาทำขายเอง จนพ่อค้าแม่ค้าบางคนไม่กล้าทำอาหารมาขายอีกเลย” คนดี ๆ ต้องลำบากเพราะคนชั่วช้าพวกนี้ไปกี่คนแล้ว
“ท่านตาไม่ต้องเป็ห่วงนะเ้าคะ คนชั่วพวกนั้นในคืนวันนี้จะถูกจับกุมแล้ว พรุ่งนี้พวกเราก็เอาตัวไปส่งที่ศาลาว่าการพร้อมกัน และให้ท่านนายอำเภอเป็คนตัดสินโทษ จากนั้นก็จะไม่มีคนชั่วสองตระกูลนี้ที่ตำบลหย่งฝูอีกต่อไปเ้าค่ะ”
ลู่ชิงมั่นใจว่านายอำเภอ จะต้องตัดสินคดีความนี้อย่างยุติธรรม แต่ถ้าตัดสินเข้าข้างคนชั่ว นางจะเขียนจดหมายไปฟ้องพี่ชายเซียว ให้จัดการขุนนางกังฉินเสียข้าพูดจริงไม่ได้ล้อเล่นด้วย
“พวกเ้าพูดมาขนาดนี้ข้าก็รู้สึกโล่งอกไปได้บ้าง เช่นนั้นข้าขอตัวกลับไปดูร้านก่อนก็แล้วกัน ไว้เจอกันที่ศาลาว่าการวันพรุ่งนี้” ท่านหมอเกาได้ฟังว่าครอบครัวสวี มีวิธีจัดการคนชั่วได้ก็เบาใจ จึงขอตัวกลับร้านเผื่อมีคนป่วยอาการหนักมารอรักษา
ทุกคนยืนส่งท่านหมอเกาออกจากร้านไปแล้ว ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนทำตัวให้เป็ปกติ ดั่งคนที่ไม่รู้ว่าคืนนี้จะเกิดอะไรขึ้น ตลอดทั้งวันครอบครัวสวีพากันพักผ่อน รวมถึงพวกเจียวมิ่ง ลู่ชิงยังทำอาหารทำขนมทานอย่างสนุกสนาน เจียวมิ่งกับพี่น้องแซ่ก้งจึงได้ชิมขนมหน้าตาแปลกประหลาด แต่กลับอร่อยมาก จนถึง่เย็นหลังจากทานข้าวกันเสร็จ และทำธุระส่วนตัวกันเรียบร้อยแล้ว แผนการที่วางไว้ถึงได้เริ่มต้นเสียที
หลงจู๊ไห่ลูกน้องคนสนิทของเถ้าแก่จาง พาอันธพาลที่เลี้ยงไว้มาด้วยอีกสองคน จะได้รีบจัดการเอาสูตรอาหารจากครอบครัวนี้ เถ้าแก่สั่งเอาไว้หากได้สูตรอาหารแล้วให้เผาร้านนี้ทิ้ง คล้ายเป็อุบัติเหตุจากความประมาททำไฟไหม้ร้านตนเอง หลังจากแอบซุ่มดูอยู่นานจนภายในร้านดับไฟจนมืดสนิท หลงจู๊ไห่และพรรคพวกรีบงัดหน้าต่างเข้าไปในร้านทันที โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนรอต้อนรับพวกเขาอยู่นานแล้ว
ทั้งสามคนขึ้นมาถึงบนชั้นสอง หลงจู๊ไห่สั่งอันธพาลสองคนยืนเฝ้าด้านหน้าห้องนอนห้องแรกไว้ ส่วนตัวเขาจะเข้าไปจับตัวเด็กสาวคนนั้นออกมาเอง ด้วยความมืดทำให้เขามองคนที่นอนอยู่บนเตียงไม่ชัด จึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ อีกหน่อย พอยื่นมือหมายจะดึงผ้าห่มออก หลงจู๊ไห่กลับรู้สึกว่ามีอะไรเย็น ๆ วางพาดอยู่ที่คอของตนเอง จนได้ยินเสียงกระซิบข้าง ๆ หูของตนดังขึ้นเบา ๆ
“เถ้าแก่ของเ้าช่างกล้าทำเื่ชั่วช้าเช่นนี้ เคยคิดบ้างหรือไม่ว่าจะถูกเอาคืน” ก้งคุนที่แอบอยู่ในมุมมืด ภายในห้องนอนของลู่ชิง รอเวลาให้คนพวกนี้มาติดกับเองจะได้ไม่ต้องเปลืองแรง
“จะ จะ เ้าเป็ใคร ทำไมถึงมาอยู่ในห้องนี้ได้ เ้าเอานังเด็กนั่นไปซ่อนไว้ที่ไหนกันแน่” หลงจู๊ไห่ใไม่น้อยที่ตัวเขาถูกจับได้โดยไม่รู้ตัว
“ผัวะ!! กล้าดียังไงถึงได้เรียกคุณหนูด้วยสรรพนามเช่นนั้น” ก้งคุนใช้สันดาปตบไปที่ปากของหลงจู๊ไห่ จนฟันหลุดออกมาสองซี่
“พวกเ้าสองคนที่อยู่ด้านนอก รีบเข้ามาช่วยข้าเดี๋ยวนี้ ข้าไม่ได้มาเพียงคนเดียวอย่างที่เ้าเห็นหรอกนะเ้าโง่” หลงจู๊ไห่ะโเรียกหาอันธพาลสองคนให้เข้ามาช่วยตนเอง แต่กลับไม่มีความเคลื่อนไหวอันใด
“เ้าสิโง่ คิดว่าที่ร้านนี้มีข้าเพียงคนเดียวที่คอยดูแลรึ ข้าจะพาเ้าออกไปดูให้เห็นกับตาก็แล้วกัน” ก้งคุนพูดจบก็ลากหลงจู๊ไห่ออกมา จึงเห็นพวกของตนสองคนถูกมัดไว้เสียแล้ว
“ทะ ทะ ทำไมถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้ คนของข้าที่มาเฝ้าดูร้านนี้ทุกวัน ไม่เห็นบอกว่ามียอดฝีมือคอยดูแลร้านสักคน แล้วพวกเ้าโผล่มาจากไหนกัน” คนที่เขาส่งมากลับไปบอกเพียงว่า ที่ร้านมีลูกจ้างมาทำงานแบบไปกลับเท่านั้น
“ลูกน้องกระจอก ๆ ของเ้าคนนั้นน่ะหรือ มันก็คงโง่เหมือนเ้ากระมัง ก้งเจี้ยจุดไฟและไปตามนายท่าน มาฟังคำสารภาพของคนพวกนี้” เจียวมิ่งรับบทเป็หัวหน้ากลุ่ม บอกให้ก้งเจี้ยจุดไฟและไปตามเ้านายมา
ลู่เวินและครอบครัวเดินตามก้งเจี้ย ออกมาจากห้องนอนยกเว้นฟางซิน ลู่เวินไม่อยากให้ภรรยาได้เห็น การทรมานคนหากพวกเขาปากแข็งไม่ยอมสารภาพ ตนเองก็อยากรู้ว่าเถ้าแก่จางให้คนพวกนี้ มาจัดการครอบครัวเขาด้วยวิธีเช่นไร ซึ่งเจียวมิ่งกับสหายอาสาจะเค้นคำสารภาพของพวกเขาออกมาเอง
“เอาล่ะข้าจะไม่อ้อมค้อม เ้าบอกมาว่าเถ้าแก่จางส่งพวกเ้ามา จัดการครอบครัวนายท่านสวีด้วยวิธีการเช่นไร หากบอกความจริงจะอนุโลมให้มีชีวิต ถ้าไม่สารภาพข้าจะส่งพวกเ้าลงไปนอนใต้ต้นไม้” เจียวมิ่งไม่คิดปล่อยพวกมันไปอยู่แล้ว
ทั้งสามคนยังคงไม่มีใครปริปากพูด ก้งเยว่ไม่อยากเสียเวลาจึงลงมือทรมานคนให้เป็ตัวอย่าง นางเดินอ้อมไปด้านหลังของอันธพาลคนหนึ่งยื่นมือไปปิดปากเอาไว้
จากนั้นใช้มีดสั้นที่คมมาก แทงลงไปที่ไหล่ขวาสุดแรงจนเืพุ่งออกมา หลงจู๊ไห่ที่เห็นลูกน้องถูกแทงเืไหลไม่หยุด ก็เกิดความกลัวรีบคลานเข่ามาอยู่ต่อหน้าลู่เวิน และสารภาพออกมาทุกอย่าง
“ยอมแล้ว ๆ ข้าจะพูด ๆ แผนของเถ้าแก่จางคือให้เอาสูตรอาหารจากนายท่านสวี หากท่านไม่ยอมให้ก็ใช้วิธีทรมานบุตรสาวคนเล็ก จนได้สูตรอาหารจากนั้นค่อยวางเพลิง ทำให้คล้ายกับว่าเป็พวกท่าน ที่ประมาททำไฟไหม้ร้านของตนเองขอรับ” เขายังไม่อยากตาย ที่บ้านยังมีภรรยาต้องเลี้ยงดูอีกสองคนนะ
“แค่สูตรอาหารถึงกับคิดสังหารครอบครัวพวกเราเชียวรึ คนชั่วช้าเช่นนี้อย่าปล่อยให้มีชีวิตไปทำร้ายใครอีกเลยขอรับท่านพ่อ” ลู่จื้อได้ฟังก็โกรธมาก
“ข้าเป็แค่เด็กทำไมพวกท่านถึงใจร้ายคิดฆ่ากันได้ลงคอ พวกเราแค่ค้าขายหาเงินเลี้ยงชีพเท่านั้นเอง” ลู่ชิงได้ยินว่าพวกเขาจะฆ่าครอบครัวของนางทั้งหมด ก็รู้สึกเกลียดคนพวกนี้มากขึ้นไปอีก
“นายท่านคุณชายคุณหนูพวกท่านไปพักผ่อนเถิดขอรับ คนชั่วพวกนี้ปล่อยเป็หน้าที่ของพวกเราเอง พรุ่งนี้เช้าจะได้พาตัวพวกมันไปที่ศาลาว่าการ คนทำผิดต้องถูกลงโทษอย่างสาสมแน่นอนขอรับ” เจียวมิ่งเห็นลู่ชิงทำหน้าเศร้า ก็สงสารนางยิ่งนักที่มีคนคิดจะฆ่าคนทั้งครอบครัว
“อืม รบกวนพวกเ้าด้วยก็แล้วกัน เรากลับเข้าไปหาท่านแม่ของพวกเ้ากันเถิด” ลู่เวินลุกขึ้นพาบุตรชายบุตรสาวเดินกลับเข้าห้องไป
เจียวมิ่งและสหายจึงเอาตัวสามคนนี้ ไปรวมไว้กับสองคนก่อนหน้าที่บ้านเช่า ก้งเยว่แยกตัวมุ่งหน้าไปที่เหลาอาหารจิ้นหย่งเหอแทน จากนั้นแอบจุดไฟเผาทันที ไม่มีการทิ้งหลักฐานอะไรให้ใครตามสืบได้แม้แต่นิดเดียว
และคืนนี้เหลาอาหารที่ทำจากไม้ทั้งหมด ต่างเป็เชื้อเพลิงชั้นดี มันลุกลามอย่างรวดเร็ว กว่าคนตีฆ้องบอกยามจะมาเห็น เหลาอาหารที่ใหญ่โตก็ไหม้จนเกือบหมดแล้ว เถ้าแก่จางที่มีคนวิ่งไปตามพอมาเห็นสภาพเหลาอาหาร ถึงกับทรุดตัวลงกับพื้นเอาแต่พูดว่า เป็ฝีมือผู้ใดเ้าหน้าที่จากศาลาว่าการมาถึง ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว พวกเขาช่วยได้เพียงป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปร้านใกล้เคียงเท่านั้น
