เล่มที่ 6 บทที่ 156 ศิษย์นงศิษย์น้องอะไร
คิดได้ดังนั้นเจียงหลีก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมา ก่อนจะมองอันจื่อเจี๋ยที่อยู่ไกลออกไปด้วยรอยยิ้ม
“หื้อ?” อันจื่อเจี๋ยเห็นอีกฝ่ายไม่สนใจตนเอง ก็อารมณ์เสียขึ้นมาทันที เป็เพียงผู้บำเพ็ญขั้นย่างหยวน แถมยังเคยมีเื่ขัดแย้งกันอีก ตอนนี้พอเจอหน้ากันนอกจากไม่คุกเข่าขอขมาแล้ว ยังจะมีหน้ามายิ้มแย้มอีก ‘คิดว่าข้าไม่กล้าปล่อยชื่อิออกมาหรือยังไง?’
‘จริงสิ ชื่อิ…’
พอพูดถึงชื่อิ อันจื่อเจี๋ยก็นึกถึงผู้บำเพ็ญที่อายุยี่สิบกว่าปีในร้านหลอมอาวุธวันนั้นขึ้นมาพอดี ั้แ่ต้นจนจบเขาไม่ได้ออกสักกระบวนท่าเลยด้วยซ้ำ เพียงใช้ปราณกระบี่สายเดียว ก็สามารถสะบั้นหัวชื่อิขาดได้ และคนคนนั้นก็เป็คนที่อยู่เื้ัเจียงหลีนั่นเอง…
เมื่อนึกถึงเื่นี้อันจื่อเจี๋ยก็ใจเย็นลง ‘บ้าเอ๊ย เกือบถูกเ้าเจียงหลีทำให้เลอะเลือน จนเกือบลืมภารกิจของสำนักเสียสนิท…’
อันจื่อเจี๋ยหน้าดำคล้ำลงทันที แต่ก็ยังฝืนยกยิ้มออกมา
“ศิษย์…ศิษย์น้องเจียง บังเอิญจังเลยนะ”
ขณะที่พูดออกมา แม้แต่อันจื่อเจี๋ยเองก็ยังรู้สึกกระดากปาก ‘บ้าจริง แต่เพื่อสำนักแล้วถือว่าเป็การเสียสละไม่น้อยเลย แม้แต่คนเช่นนี้ยังต้องฝืนใจเรียกว่าศิษย์น้อง ถ้าเื่นี้แพร่งพรายออกไปละก็ สู้เอาหัวโขกกำแพงตายไปไม่ดีกว่าหรือ…’
ทว่าอันจื่อเจี๋ยคิดไม่ถึงเลยว่า สิ่งที่น่าอายจริงๆอยู่หลังจากนี้ต่างหาก…
“ใครเป็ศิษย์น้องเ้ามิทราบ?” เจียงหลีเองก็ไม่ไว้หน้าอันจื่อเจี๋ยแต่อย่างใด จากนั้นเขาก็รีบสวนกลับทันที
“เข้าแถวดีๆ อย่ามาเรียกเช่นนั้น ศิษย์นงศิษย์น้องอะไรกัน ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นเสียหน่อย”
“ข้า…” อันจื่อเจี๋ยโกรธจนแทบะเิ เขาถลึงตามองเจียงหลีอยู่ราวหนึ่งเค่อ แทบจะข่มอารมณ์โกรธไม่ไหว อยากจะปล่อยชื่อิออกมาฉีกกระชากอีกฝ่ายให้ได้
‘ใจเย็น… ใจเย็นเข้าไว้!’
อันจื่อเจี๋ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆหลายครั้ง เอาแต่พร่ำบอกตนเองไม่ให้อารมณ์ร้อนไปมากกว่านี้ เขาจะทำเื่ที่สำนักมอบหมายมาพังลงไม่ได้…
จะว่าไปก็บังเอิญจริงๆ
ขณะที่หวังหยวนสังหารปีศาจขั้นห้านั้น สำนักโยวิก็กำลังพยายามขุดสุสานที่เพาะเลี้ยงผีดิบทั้งสิบสามแห่งออกมา จากนั้นทั้งสำนักก็แตกตื่นขึ้นทันที เพราะว่าสำนักทั้งสิบสามแห่งนี้สามารถเพาะเลี้ยงจนได้ผีดิบร่างเงินเจ็ดตนเลยทีเดียว
นับว่าเป็เื่ใหญ่มากทีเดียว เพราะพลังของผีดิบร่างเงินแต่กำเนิดนั้น แทบจะเรียกได้ว่าเทียบเท่าขั้นมิ่งหุนเต็มตัวเลยทีเดียว และยังสามารถพัฒนาได้อีกไกล หากวันหน้ามีวาสนาพอ ก็อาจจะพัฒนาจนกลายเป็ผีดิบร่างทองก็เป็ได้ และผีดิบร่างทองก็มีพลังเทียบเท่าผู้บำเพ็ญขั้นจิงตัน ในอดีตเพียงเพาะเลี้ยงได้ผีดิบร่างเงินมาหนึ่งตนก็แทบจะปิดสำนักฉลองอย่างยิ่งใหญ่เลยด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้กลับสามารถเพาะเลี้ยงได้ถึงเจ็ดตนพร้อมกัน…
เื่ที่สำนักโยวิแห่งพิภพซ่างจงสามารถเพาะเลี้ยงผีดิบร่างเงินได้เจ็ดตน เรียกได้ว่าสั่นะเืไปทั้งพิภพหลัวฝูเลยทีเดียว เ้าสำนักถึงกับส่งสาส์นกำชับมาถึงภายในคืนนั้นด้วยตนเองเลยทีเดียวว่าต้องเพาะเลี้ยงผีดิบทั้งเจ็ดตนนี้ให้ดีที่สุด
และนี่ก็ทำให้ผู้าุโทั้งสองที่อยู่ในพิภพซ่างจงลำบากใจเป็อย่างมาก
เพราะก่อนตาย ผีดิบร่างเงินทั้งเจ็ดก็ล้วนเป็ผู้บำเพ็ญกระบี่เหมือนกัน…
ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าหากเป็ถึงผีดิบร่างเงิน ย่อมจะต้องหลงเหลือความทรงจำก่อนตาย ยามปกติผีดิบเหล่านี้จะเหมือนคนทั่วไป หากตอนมีชีวิตเป็ผู้บำเพ็ญกระบี่ละก็ แม้จะตายกลายเป็ผีดิบแล้ว ก็ยังจำเป็ต้องใช้กระบี่เช่นเดิม และต้องเป็กระบี่ที่ดีที่สุดอีกด้วย ซึ่งทำให้ผู้าุโทั้งสองกลุ้มใจไม่น้อย เพราะสำนักโยวิล้วนบำเพ็ญด้วยพลังชั่วร้าย นอกจากเพาะเลี้ยงอสูรและผีดิบแล้ว ล้วนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสายบำเพ็ญกระบี่เลยสักนิดเดียว
ทว่าผู้าุโทั้งสองศึกษาตำราอยู่ทั้งคืน ในที่สุดก็เจอค่ายกลเจ็ดกระบี่ที่เหมาะกับผีดิบร่างเงินทั้งเจ็ด
และก็มีปัญหาตามมาจนได้
‘แล้วกระบี่เล่า?’
ประจวบเหมาะกับ่นั้นมีข่าวลือของหวังหยวนที่สังหารปีศาจขั้นห้าที่ถูกเลื่องลือจนหนาหูอยู่ด้วย อีกทั้งเจียงหลีเองก็เอาแต่ปล่อยข่าว จึงทำให้ทั่วทั้งเมืองวั่งไห่แทบจะไม่มีใครไม่รู้ ผู้าุโทั้งสองจึงตัดสินใจใช้กระบี่ของร้านหลอมอาวุธฟานซื่อ!
พวกเขาจึงส่งอันจื่อเจี๋ยมาที่นี่นั่นเอง…
สภาพของอันจื่อเจี๋ยในตอนนี้จึงเรียกได้ว่ามีคำสั่งของผู้าุโทั้งสองค้ำคอไว้อยู่ หากทำพลาดขึ้นมาละก็ เกรงว่าจะต้องถูกเอาตายแน่ๆ…
พอนึกถึงตรงนี้อันจื่อเจี๋ยก็กัดฟันกรอด
‘ทนๆๆ… ต้องทนเอาไว้!’
“มาจงมาเ้าอะไร กลับไปเข้าแถวเดี๋ยวนี้!” น่าเสียดายที่เจียงหลีไม่รู้ว่าตนเองเกือบจะได้ไปเยือนประตูผีแล้ว พอเห็นอันจื่อเจี๋ยไม่กล้าทำอะไร เจียงหลีได้ใจยิ่งขึ้นไปอีก
‘บ้าเอ๊ย ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะ!’
อันจื่อเจี๋ยโกรธจัดจนเส้นเืขมับปูดโปน แต่เพราะมีคำสั่งของผู้าุโทั้งสองเป็ชนักปักหลังอยู่ จึงจำเป็ต้องกดข่มโทสะที่พวยพุ่งไว้ เขาเอาแต่สูดลมหายใจเข้าลึกๆหลายครั้ง ก่อนจะฝืนยกยิ้มฝืดเคืองออกมา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อมจนตนเองยังทนฟังไม่ได้
“ศิษย์น้องเจียง ช่วยหน่อยเถอะนะ…”
“ศิษย์พี่อัน ไม่ใช่ว่าศิษย์น้องเจียงคนนี้ไม่อยากช่วย แต่ก็เห็นแล้วว่าคนที่มาต่อแถวซื้อกระบี่ ต่อให้มีจำนวนไม่ถึงพัน แต่ก็นับได้ถึงแปดร้อยคน หากทุกคนมาขอให้ช่วยเช่นนี้ ต่อให้มีกระบี่เป็ร้อย ก็เกรงว่าจะไม่พอขาย ข้าว่ากลับไปค่อยๆต่อแถวดีกว่านะ จริงสิ ร้านหุนทุ่น*ที่อยู่ถัดออกไปสองซอยก็ไม่เลวเลย แวะกินระหว่างรอก่อนก็ได้นะ…”
(* หุนทุ่น หมายถึง เกี๊ยวน้ำ)
“…” อันจื่อเจี๋ยได้ยินเช่นนั้นก็ก่นด่าภายในใจ ‘กินหุนทุ่นบ้าอะไร ที่มาถึงนี่ก็เพราะจะซื้อกระบี่ต่างหาก ไม่ได้มากิน!’
“หรือไม่ก็ถัดออกไปอีกสองซอยยังมีร้านเกี๊ยวอีกด้วย…”
พอเห็นอีกฝ่ายยิ่งพูดเขาก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปกันใหญ่ อันจื่อเจี๋ยทนไม่ไหวอีกต่อไป ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นมาคุยเื่กระบี่ครั้งที่แล้วกัน ปกติสำนักโยวิก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับสำนักกระบี่หลีซานและสำนักเชียนซานมาตลอด…”
‘คิดจะทวงบัญชีงั้นหรือ?’
เจียงหลีได้ยินเช่นนั้นก็สะดุ้งโหยง ‘เ้านี่หมายความว่าสำนักโยวิรู้เื่อาจารย์อาเหยียบเรือสามแคมแล้วสินะ จะทำอย่างไรดีล่ะทีนี้?’
เพราะไม่รู้เป้าหมายที่แท้จริงของหลินเฟย ดังนั้นเจียงหลีเองก็ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร หลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เขาก็ชี้ไปที่ศิษย์ร่างท้วมผิวขาวคนหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมา
“เอาแบบนี้แล้วกัน ไปขอให้ศิษย์น้องคนนั้นไปต่อแถวใหม่ ส่วนเ้าตามข้าเข้าไปซื้อกระบี่ หากมีคนถาม ข้าจะบอกว่าเ้าต่อแถวแล้ว…”
“หา…” อันจื่อเจี๋ยชะงักทันที พลางหันไปมองศิษย์ร่างท้วมที่ว่าสลับกับใบหน้าของเจียงหลี ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแ่เบา
“นั่นไม่ใช่ศิษย์น้องข้า…”
“ข้าไม่สนหรอกว่าจะเป็ศิษย์น้องเ้าหรือไม่ เลิกพูดมากเสียที รีบตามข้าเข้ามา หากมีใครเห็นเดี๋ยวจะมีเื่เอา พวกขั้นมิ่งหุนยิ่งอารมณ์รุนแรงอยู่ด้วย…” เมื่อพูดจบเจียงหลีก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขารีบผลักศิษย์ร่างท้วมให้ไปต่อแถวใหม่ ก่อนจะจูงอันจื่อเจี๋ยเข้ามาในร้านหลอมอาวุธ
“จะเอากี่เล่ม?”
“เจ็ดเล่ม ไอหยินหรือไออสูรยิ่งเยอะยิ่งดี”
“เจ็ดหมื่นหินิญญา” เพราะแอบปล่อยอันจื่อเจี๋ยเข้ามา เจียงหลีจึงไม่สนแม้ว่าจะขายได้เพียงวันละสิบเล่ม เขารีบควานหากระบี่ที่มีไอหยินและไออสูรเข้มข้นบนชั้นออกมาเจ็ดเล่ม จะได้รีบไล่อันจื่อเจี๋ยให้กลับไปเร็วๆเสียที
“ยอดกระบี่!”
อันจื่อเจี๋ยพยักหน้าอย่างพึงพอใจ หลังจากชำระค่ากระบี่เรียบร้อยก็เดินออกจากร้านไปในที่สุด
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
