“ได้ค่ะๆ...เดี๋ยวหนูไปทำให้ คุณปานเทพรอที่ห้องทำงานก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวแก้มบุ๋มทำให้”
หล่อนรีบรับปากแล้ววิ่งแจ้นกลับไปที่บ้านหลังใหญ่โดยมีปานเทพมองตาม เขาส่ายหน้าแต่กลับมีรอยยิ้มผุดขึ้นบนมุมปากเพราะมันเป็ความรู้สึกใหม่ที่มีใครไม่รู้มาอาศัยอยู่ด้วยเหมือนเขาต้องรับอุปการะเด็กสาวคนหนึ่งยังไงก็ไม่รู้ ชายหนุ่มเดินกลับไปที่ห้องทำงานและนั่งรออาหารมื้อเย็นที่จู่ ๆ เขาก็นึกอยากกินอาหารฝรั่งแบบง่าย ๆ ขึ้นมา หลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแก้มบุ๋มก็เข้าไปในห้องทำงานพร้อมด้วยถาดเสิร์ฟอาหารส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว ปานเทพแกล้งเหลือบแลอาหารในถาดที่หญิงสาววางลงบนโต๊ะของเขา
“นี่ค่ะ...มื้อเย็นที่คุณปานเทพอยากทาน”
นิสัยเหมือนผู้หญิงแล้วยังมีรสนิยมการกินแบบแปลก ๆ ซะอีกด้วย แก้มบุ๋มนึกในใจแล้วก็นึกถึงคำพูดจากปากผู้ช่วยมือขวาของปานเทพที่ป่านนี้คงกลับบ้านไปแล้ว หล่อนกำลังหาข้อพิสูจน์สิ่งที่ผึ้งน้อยบอกเล่าเอาไว้
“กินด้วยกันไหมล่ะ?”
เขาถามพลางชำเลืองมองหล่อน แก้มบุ๋มคิดว่าเขาช้อนตามองค้อนทั้งที่จริงปานเทพกำลังส่งสายตาซ่อนนัยบางอย่างออกไปต่างหาก หล่อนส่ายหน้าไปมา
“เชิญคุณปานเทพนะคะ แก้มบุ๋มไม่กล้าตีเสมอเ้านายค่ะ”
“เ้านายที่ไหน... เธอมาอยู่ช่วยงานฉันก็เท่านั้น คิดเสียว่าป้านิ่มเอาเด็กมาฝากไว้กับฉัน คิดว่าเธอมาเป็ทาสฉันเสียเมื่อไหร่”
เขาว่าพลางก็หยิบส้อมและมีดขึ้นมา แก้มบุ๋มเผลอชะเง้อมอง คิดว่าเขาจะจีบนิ้วจับส้อมกับช้อน ที่ไหนได้ ปานเทพจับอุปกรณ์การกินของฝรั่งแบบไม่ไว้ท่าที เขาจับมันอย่างรำคาญเสียด้วยว้ำก่อนจะวางมีดลง
“ไอ้มีดบ้านี่ใช้ยากใช้เย็น จิ้มด้วยส้อมซะก็เสร็จเื่”
เขาบ่นแล้วใช้ส้อมอย่างเดียว จิ้ม ๆ ลงไปในจานเอาไส้กรอกเข้าปากเคี้ยวหงุบหงับ ท่าทางเหมือนพวกกรรมกรหิวโซซะล่ะมากกว่าแม่หญิงกิริยางดงาม ท่าทางที่ไม่ค่อยใส่ใจรายละเอียดหยุมหยิมของปานเทพเริ่มทำให้แก้มบุ๋มชักสงสัยว่าแท้จริงแล้วเขาเป็อะไรกันแน่
แม่หญิงงามหรือพ่อชายแข็งแกร่ง
“อยากเรียนต่อหรือเปล่า?”
เขาถามขึ้นขณะปากเคี้ยวอาหาร แก้มบุ๋มพยักหน้าเหมือนเดิม
“อยากเรียนค่ะ แต่ไม่มีเงิน”
“ท่าทางเธอนี่เรียบร้อยนะ งานบ้านก็ได้อยู่ แล้วนอกจากนี้ทำอะไรเป็อีกบ้างไหม?”
“หนูทำตามคำสั่งของคุณปานเทพได้ทุกอย่างค่ะ คุณอยากให้หนูทำอะไร”
“ไม่อยากให้ทำอะไรหรอก แค่เตรียมอาหารกลางวันไปกินกับฉันที่น้ำตกพรุ่งนี้ก็เท่านั้น”
หล่อนเลิกคิ้วสูง “น้ำตกเหรอคะ คุณปานเทพจะไปน้ำตกเหรอคะ?”
“ฉันไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวไหนนานแล้ว อยากออกไปเปิดหูเปิดตาเสียบ้าง”
“คุณปานเทพคงทำแต่งานสินะคะ”
หล่อนไม่ได้พูดไอ้สิ่งที่อยากจะพูดว่าทำแต่งานจนไม่มีเวลาหาเมีย เลยเป็โสดจนทุกวันนี้ แต่ไม่รู้ว่าเพราะทำงานจนไม่มีเวลายุ่งกับผู้หญิงหรือชอบประเภทเดียวกันกันแน่
“ฉันงานยุ่งมาก เธอก็รู้ว่าฉันมีธุรกิจมากขนาดไหน จะให้ฉันเที่ยวเตร่ไม่รับผิดชอบเดี๋ยวงนก็เสียหายหมด”
“แต่คุณปานเทพมีคุณผึ้งน้อยคอยช่วยอยู่นี่คะ เธอทำงานเก่งมาก”
“ทำงานเก่งแต่ฉันก็ต้องคอยดูแลด้วย เธอนี่พูดเก่งเหมือนกันนะเห็นเรียบร้อยอย่างนี้ ดูสิ...ชวนฉันคุยจนกินหมดจานแล้วยังไม่รู้ตัวเลย ฮ่าๆๆๆ”
ปานเทพหัวเราะอารมณ์ดีและรอยยิ้มของเขาก็ทำให้แก้มบุ๋มยิ้มเขินโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน ถึงจะสงสัยว่าเขามีลับลมคมนัยซ่อนอยู่หรือเปล่าเกี่ยวกับเื่รสนิยมทางเพศแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเป็ผู้ชายที่ดุดีมาก ๆ ในสายตาของเด็กสาวอย่างหล่อน นั่นเพราะเ้าหนี้ป้าเป็ผู้ใหญ่และแก้มบุ๋มก็ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่มาแต่เล็ก
หล่อนอบอุ่นเวลาอยู่ใกล้เขาและสำหรับปานเทพก็รู้สึกว่าบ้านมีสีสันเมื่อมีเด็กสาวอย่างแก้มบุ๋มมาอยู่ด้วย หล่อนเหมือนเพื่อนคนใหม่ของเขา ตอนแรกก็นึกขัดใจที่ป้านิ่มพาหลานสาวมาประเคนให้ถึงที่ ทั้งที่ปากลั่นไปแล้วว่าไม่ได้อยากรับแก้มบุ๋มไว้และไม่อยากได้หล่อนเป็เมีย แต่พอถึงตอนนี้เขากลับรู้สึกอีกอย่าง รู้สึกตรงข้ามกับสิ่งที่ตัวเองลั่นปากออกไปตอนแรก แก้มบุ๋มน่ารักกว่าที่เขาคิดไว้หลายเท่า หล่อนไม่ได้ก๋ากั่นอย่างเด็กไร้การศึกษา ดูเรียบร้อยแต่ช่างพูดช่างเจรจาและใบหน้าหมดจดไร้เดียงสาของหล่อนก็ทำให้เขารู้สึกดีเวลาจ้องมองนาน ๆ
เื่ผู้หญิงสำหรับปานเทพจริง ๆ แล้วเขาไม่ใช่ไม่ชอบ แต่ที่ผ่านมาเขาเคยถูกผู้หญิงหลอกเพราะเห็นว่าเขาเป็คนมีเงิน พออายุสามสิบปลาย ๆ ใกล้สี่สิบเขาก็ยังไม่แต่งงานมีครอบครัวเป็หลักเป็ฐานทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเขาอาจเป็หนุ่มวาย ชอบผู้ชายด้วยกันหรือเปล่าทั้งที่ความจริงแล้วเขายังโหยหาที่จะมีความรักกับผู้หญิง ถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ค่อยไว้วางใจผู้หญิงที่เข้ามาติดพันด้วย มีมากมายที่บางครั้งผึ้งน้อยก็แนะนำให้แต่เขากลับไม่ชอบใจจนต้องพยายามตีตัวออกห่างและก้มหน้าก้มตาทำแต่งาน
