"โอ๊ยแม่เ้า! ทำไมมันเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย!" ภรรยาของต้าหนิวอุทานเสียงหลง พลางพุ่งตัวเข้าใส่กองเงินที่วางอยู่บนพื้น
ฮวาเจาไวปานกามเทพ รีบปราดเข้าไปขวางเธอไว้ แล้วคว้าแขนของภรรยาเอ้อหนิวที่กำลังจะก้มตัวลงไปด้วย จากนั้นก็ผลักทั้งสองคนออกนอกบ้านอย่างง่ายดาย
ความรู้สึกของการมีพละกำลังมหาศาลนี่มันดีจริง ๆ !
"ทุกคนยืนอยู่ตรงนั้น อย่าขยับ!" ฮวาเจาชี้หน้าพวกเธอพลางะโ "ถ้าเงินหายไปแม้แต่สลึงเดียว ฉันจะรื้อบ้านพวกแกให้หมด!"
รูปร่างของเธอช่างดูน่ากลัว แถมพละกำลังยังน่าหวาดหวั่น ภรรยาของต้าหนิวและเอ้อหนิวถึงกับยืนตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ
ภรรยาของซานหนิวยืนอยู่ด้านหลังสองคนนั้น ก็ไม่กล้าเข้ามาเช่นกัน
ส่วนฮวาเสี่ยวอวี้ไม่ต้องพูดถึง เธอรู้ดีว่าฮวาเจามีกำลังมากแค่ไหน ถ้าอาละวาดขึ้นมาจริง ๆ ก็ฆ่าคนได้!
ฮวาเจาค่อย ๆ ก้มลงเก็บเงินที่ตกอยู่บนพื้นทีละใบ
ปี 1976 เงินที่ใช้กันคือธนบัตรรุ่นที่ 3 ใบใหญ่สุดคือธนบัตร 10 หยวน หรือที่เรียกกันว่า "ต้าถวนเจี๋ย" (ความสามัคคีอันยิ่งใหญ่)
เธอเก็บธนบัตรต้าถวนเจี๋ยได้ 200 ใบ รวมเป็เงิน 2,000 หยวน
สุดท้าย เธอก็เก็บกระดาษสีแดงแผ่นหนึ่งได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็กระดาษที่ใช้ห่อเงินมา ในนั้นเขียนด้วยตัวอักษรพู่กันสองคำว่า "สินสอด"
ถึงแม้ว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนั้นส่วนใหญ่จะอ่านหนังสือไม่ออก แต่พวกเธอก็เดาได้ว่านี่คือเงินอะไร ทันใดนั้นดวงตาของพวกเธอก็เปล่งประกายราวกับเห็นทองคำ ใบหน้าบิดเบี้ยว
ฮวาเจาคนหนึ่งมีค่าถึง 2,000 หยวนเลยเหรอ? อา? คนนั้นตาบอดไปแล้วรึไง?
แม้แต่ฮวาเจาก็ยังคิดเช่นนั้น...ฮ่าฮ่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้เธอมีความสุขน้อยลงเลย
เธอเก็บเงินทั้งหมดพับอย่างประณีต แล้วยัดใส่กระเป๋าอย่างมีความสุข
เธอจำได้ว่าในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ไม่มีสินสอดเหล่านี้ มีแค่เงินสินสอด 200 หยวนที่เย่เซินส่งมาให้ทางโทรเลขหลังจากแต่งงานได้ครึ่งเดือน ซึ่งเ้าของร่างเดิมก็ใช้จ่ายหมดไปอย่างรวดเร็ว
ทำไมคราวนี้กลายเป็ 2,000 หยวนไปได้? แถมยังมีของมากมายขนาดนี้อีก?
หรือว่าจะเป็เพราะคืนนั้น... เธอปรนนิบัติเขาได้ดี?
ก็เธอข้ามภพมาในเวลาที่เหมาะสม แถมยังได้เริ่มเื่ด้วยตัวเองแน่นอนว่าต้องแตกต่างจากเ้าของร่างเดิม...
เพ้ย เพ้ย เพ้ย!~
ฮวาเจาหน้าแดงแล้วก็หัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอน!~ ต้องเป็เพราะเธอไม่ได้บังคับเขา แถมยังปล่อยเขาไป เขาเลยรู้สึกเกรงใจมากกว่า~ ไม่เกี่ยวกับท่าทางของเธอแน่นอน~~
หมีดำตัวหนึ่ง ส่งเสียงแบบโลลิต้าหัวเราะคิกคัก ภาพนั้นดูยังไงก็ขัดหูขัดตา แถมยังทำให้เธอเหมือนไม่คุ้มค่ากับเงิน 2,000 หยวนเข้าไปอีก แถมยังน่าจะเสียเงินให้เธอ 2,000 หยวนมากกว่าด้วยซ้ำ!
ดวงตาเล็ก ๆ ของฮวาเสี่ยวอวี้กลับกลายเป็สีแดงเหมือนกระต่ายอีกครั้ง
เมื่อฮวาเจาหายหัวเราะ เธอก็ผลักของขวัญที่อยู่บนแคร่เข้าไปด้านใน จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนั่งที่ขอบแคร่ มองหน้าทุกคนแล้วพูดว่า "ฉันรู้ว่าพวกแกคิดอะไรอยู่ ก็แค่อยากจะเอาเปรียบกันใช่ไหม? ฉันบอกให้เลยว่าไม่มีทาง! ไม่มีแม้แต่ช่องลม! รีบหันหลังกลับไป แล้วเดินออกไปซะ! บ๊ายบาย ไม่ต้องมาส่ง!"
ไม่มีใครขยับ เมื่อเผชิญหน้ากับผลประโยชน์อันมหาศาลแล้ว หน้าตาจะไปสำคัญอะไร?
"เสี่ยวฮวา ของเยอะแยะขนาดนี้ แกใช้ไม่หมดหรอก ให้ป้าเอาไปใช้บ้างไม่ได้เหรอ?" ภรรยาของต้าหนิวยิ้มแล้วพูด
"จะยืมอะไร? สบู่เหรอ? ของแบบนั้นยืมไปแล้ว จะเอาอะไรมาคืน?"
บ้านของฮวาซานถือว่ามีเงินทอง พวกเขาไม่ได้อดอยากอะไร แต่เขานี่งกจริง ๆ ! นอกจากของที่เขาอยากซื้อแล้ว เขาจะไม่ซื้ออะไรทั้งนั้น ส่วนของฟุ่มเฟือยอย่างสบู่น่ะ เขาไม่มีทางซื้อแน่นอน
"ไม่ใช่สบู่ก็ได้ พวกกะละมัง ผ้าเช็ดตัว ผ้าอะไรก็ได้ ให้ฉันมาหน่อยก็แล้วกัน ไม่เกี่ยง" ภรรยาของต้าหนิวพูด เธอรู้ดีว่ามันเป็ไปไม่ได้ที่จะเอาไปทั้งหมด เอาไปได้สักอย่างก็ยังดี
อีกอย่าง ยังมีภรรยาของหนิวคนอื่น ๆ ที่รอจะเอาอยู่ด้วย
ฮวาเจาถอนหายใจ เธอรู้สึกเหนื่อยจริง ๆ ไม่คิดว่าวันหนึ่งเธอจะต้องมาต่อปากต่อคำกับผู้หญิงพวกนี้เื่สบู่ไม่กี่ก้อน ผ้าเช็ดตัวไม่กี่ผืน แถมยังต้องปกป้องมันราวกับอะไรดี...
ช่างน่าขันอะไรเช่นนี้~
แต่เธอไม่อยากจะทะเลาะอีกแล้ว มันเหนื่อย เธอเป็เ้าสาวในวันนี้ แถมยังเป็คนท้องอีก! แต่กลับต้องจัดการงานแต่งงานแทบจะทั้งหมดด้วยตัวเอง
"ไป ๆ ๆ ถ้าไม่ไป ฉันจะลงมือแล้วนะ" เธอหยิบไม้กวาดที่วางอยู่ข้างแคร่ขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ
พวกผู้หญิงถูกไล่ออกไปจากบ้าน
เมื่อถึงลานบ้าน ภรรยาของต้าหนิวก็โวยวายขึ้นมา
"โอ๊ย ตายแล้ว! เขาให้เงินสินสอดมา 2,000 หยวน! เป็ธนบัตรต้าถวนเจี๋ยทั้งนั้น ใหม่เอี่ยมอ่องเลย!" เสียงของเธอดังมากจนคนทั้งหมู่บ้านได้ยิน
เธอแค่อยากให้คนอื่นรู้ว่าบ้านของฮวาเฉียงมีเงินทองมากมาย
ฮึ! ไม่ให้พวกเธอ ก็ให้มีเื่ไปก็ดี!
ฮวาซานมองเข้าไปในบ้าน แววตาของเขาเป็ประกาย
ฮวาเฉียงเหลือบตามอง แล้วก็พูดว่า "2,000 หยวนมันจะอะไรกันนักหนา ฉันหาเงินได้เป็หมื่น ๆ แล้ว ยังไม่พอให้หลานกินเลย ทุกเดือนยังต้องอด ๆ อยาก ๆ 2,000 หยวนเหรอ ก็พอให้หลานฉันกินได้แค่สองเดือนเท่านั้นแหละ"
ดังนั้นเงินนี้จะหมดไปในไม่กี่วัน อย่าหวังว่าใครจะได้ไป
แต่เมื่อฟังแล้ว คนในบ้านฮวาซานรู้สึกหงุดหงิดใจเป็อย่างมาก
"ฉันว่าคุณลุงก็ต้องดูแลฮวาเจาหน่อยนะ กินอย่างเดียวแบบนี้ มันเปลืองเกินไป!" ภรรยาของต้าหนิวพูด
น้ำเสียงเหมือนกับว่าฮวาเจากำลังกินเงินของบ้านเธอ
"ใช่ค่ะคุณลุง" เจียงฉินพูด "คุณต้องคิดถึงวันข้างหน้าของฮวาเจาด้วยนะ... ให้เธอมีเงินติดตัวบ้าง แบ่ง ๆ กินไป จะได้ไม่ต้องอดอยากในวันหน้า"
รอให้ฮวาเฉียงตาย เงินนั้นก็เป็ของพวกเธอ! พวกเธอจึงรู้สึกเสียดาย
"ฮิฮิ ไม่ต้องให้พวกแกเป็ห่วง หวาบ้านฉันน่ะได้สามีที่ดี พวกแกก็เห็นนี่ มีเงินทองเยอะแยะ!" ฮวาเฉียงพูดเสียงดัง "ถึงฉันตายไป ก็ไม่มีทางที่หลานฉันจะอด!"
เขารู้เื่เงินสินสอดแล้ว เมื่อกี้มีคนมาบอกเขา เขาแค่ลืมบอกฮวาเจาไปเท่านั้นเอง
เขาไม่คิดว่าเย่เซินจะมีน้ำใจขนาดนี้ ให้เงินสินสอดมาเยอะขนาดนี้
คนดีจริง ๆ ! ลูกเขยที่ดี! เขายิ่งคิดก็ยิ่งพอใจ
...
ความจริงแล้ว นี่คือเงินเก็บทั้งหมดของเย่เซิน เขามีเหตุผลของเขา
ฮวาเฉียงป่วย เขาจึงต้องให้เงินเยอะหน่อย ให้เขากินดีอยู่ดี ให้่สุดท้ายของชีวิตมีความสุข เพราะเขาคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตปู่ของเขา หากไม่มีเขา ก็คงไม่มีเขาในวันนี้
อีกอย่าง ฮวาเจายังไม่มีเสื้อผ้าดี ๆ ใส่ ไม่มีแม้แต่ผ้าห่มดี ๆ ...
...
คำพูดของฮวาเฉียงนั้นยิ่งทำให้คนอื่นรู้สึกหงุดหงิดใจมากขึ้น อวดว่าตัวเองมีหลานเขยที่ดีเหรอ? ดีแล้วยังไง? ยังไงก็เป็คนของคนอื่นอยู่ดี
ฮวาซานพูดว่า "พี่ชาย อย่าคิดมากไป เราไม่ได้อยากได้เงินของพี่หรอก นั่นมันเงินสินสอดของฮวาเจา เราจะเอาไปทำไม"
พูดจาดี ๆ กับเขาด้วย? ฮวาเฉียงเงยหน้ามองเขา เขาคิดว่าเขาต้องมีเื่อื่นแน่ ๆ
"ก็มีเื่จะให้พี่ช่วยหน่อย" ฮวาซานพูด "ฉันหางานให้เสี่ยวอู่ได้แล้วนะ เป็พนักงานบัญชีของสหกรณ์ในเมือง! เก่งใช่ไหมล่ะ?" เขาพูดอย่างภาคภูมิใจ
"เก่ง" ฮวาเฉียงพยักหน้า
สหกรณ์ ถือเป็ที่ที่ดีที่สุดในสายตาของคนชนบท แถมเมื่อเข้าไปทำงานก็ถือเป็คนงานอย่างเป็ทางการ! คนชนบทอย่างพวกเขาไม่มีทางได้ทำงานที่ดีขนาดนี้
ฮวาซานสามารถหางานที่ดีขนาดนี้ให้ฮวาไท่หนิวได้ ถือว่าเก่งจริง ๆ
"ก็แค่ไปทำงานในเมือง มันไกลตั้ง 20 ลี้ ไปกลับก็ 40 ลี้ ่หน้าร้อนก็พอไหว แต่ถ้าหน้าหนาวมันหนาวมาก ฉันคิดว่าพอจักรยานมาถึงแล้ว ให้ไท่หนิวยืมขี่ไปก่อนสองวัน พอเขาได้เงินเดือนแล้ว จะซื้อจักรยานเองแล้วค่อยเอามาคืน!"
แน่นอนว่านั่นก็แค่พูดไปอย่างนั้นแหละ คืน? นั่นเป็ไปไม่ได้
เขาไม่เพียงแต่คิดว่าจักรยานคันนั้นเป็ของเขาแล้ว เขายังคิดว่าเงิน 2,000 หยวนนั้นก็เป็ของเขา วันนี้ทุกอย่างเป็ของเขา รวมถึงบ้านหลังนี้ ลานบ้านนี้ ไม่ช้าก็เร็วทั้งหมดก็ต้องเป็ของเขา!
แต่คำพูดเหล่านี้เก็บไว้ในใจก็พอแล้ว ความโเี้ ไม่ใช่จะมาพูดอยู่บนปาก คนที่พูดออกมานั้นเป็พวกโง่ ๆ ต่างหาก
