ท่ามกลางหิมะสีขาวโปรยปราย ความหนาวเย็นเกาะกุมทั่วทุกพื้นที่ ทว่าผู้คนกลับไม่ยอมเข้าที่พักอาศัย ต่างมายืนชะโงกรอคอยบุคคลสำคัญ ที่ห่างหายจากครอบครัวไปนานนับสิบปี
วันนี้เป็วันที่พวกเขาต่างรอคอย ที่จะได้พบหน้ากันอีกครั้ง
ประตูใหญ่หน้าเมืองหลวงเปิดออกกว้าง ต้อนรับขบวนกองทัพสำคัญที่เพิ่งเดินทางไกลกลับมาจากชายแดน หลังตั้งมั่นกรำศึกที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน
แม้จะใช้ระยะเวลานานร่วมสิบปี ทว่าในที่สุดภายใต้การนำของแม่ทัพใหญ่เติ้ง ก็สามารถนำชัยชนะกลับมาให้เมืองหลวงจนได้
ตลอดเส้นทางที่ขบวนทหารต้องเดินผ่านเพื่อรายงานตัวกับองค์ฮ่องเต้ ล้วนเต็มไปด้วยผู้คนมายืนต้อนรับแสดงความยินดี เสียงกลองตีกึกก้องผนวกเสียงดนตรีขับขานไม่ขาดสาย กระดาษสีรุ้งปลิวไสวเป็การเฉลิมฉลองอวยชัย
ขบวนกองทัพที่น้อยครั้งจะมีให้เห็น ทำให้ทุกที่ในโรงเตี้ยมล้วนถูกจับจองจนเต็ม โดยส่วนใหญ่จะเป็เหล่าสตรีน้อยใหญ่ ที่ต่างมาสอดส่องมองหาบุคคลสำคัญของการศึกครั้งนี้
ซึ่งจะเป็ผู้ใดไปไม่ได้ หากไม่ใช่บุรุษที่กำลังขี่อาชาสีนิลตัวใหญ่นำอยู่ด้านหน้าสุดของขบวน
แม่ทัพใหญ่เติ้งห่าวหราน ผู้มีใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างสง่าผ่าเผย เพียงมองด้วยสายตายังััได้ ว่าร่างหนาภายใต้ชุดเกาะนั้น ต้องล้วนเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแน่น
ั์ตาสีเข้มของเขาช่างชวนให้เพ้อฝัน คิ้วกระบี่โค้งรับกับจมูกโด่งเป็สัน ผิวเข้มสีน้ำผึ้งผลจากการกรำศึกมาอย่างยาวนาน ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้ชายหนุ่มดูเย้ายวนน่าหลงใหล
การกลับมาของแม่ทัพใหญ่เติ้งครานี้ เป็ที่สนใจของเหล่าสตรีในเมืองหลวงมากนัก สาเหตุเป็เพราะแม่ทัพใหญ่เติ้ง แม้อายุจะเข้าใกล้เลขสี่ แต่เขากลับยังไร้สตรีคู่กาย
ตำแหน่งฮูหยินท่านแม่ทัพใหญ่จึงน่าหอมหวาน นำพาให้หมู่ภมรที่ยังไม่ได้ออกเรือนอยากโผบินเข้าหา ต่างพากันโยนผ้าเช็ดหน้าหลากสีลงมาที่หน้าขบวนอย่างเสียกิริยา หวังเชิญชวนเรียกร้องท่านแม่ทัพใหญ่เติ้งให้มองกลับไปยังพวกนาง
ทว่าชายหนุ่มที่อยู่บนหลังอาชากลับไร้ความสนใจ ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉย ทั้งในทางกลับกัน การกระทำดังกล่าว ทำให้ชายหนุ่มรีบกระทุ้งฝ่าเท้าให้อาชาคู่ใจออกเดินเร็วขึ้นกว่าเดิม จนใช้เวลาไม่นานก็ถึงหน้าประตูพระราชวัง จุดหมายสำคัญในการเดินทางเข้าเมืองในครั้งนี้
ร่างสูงโปร่งะโลงยืนบนพื้นด้วยท่วงท่าสง่างาม เสียงทุ้มต่ำเอ่ยให้ลูกน้องแยกย้ายกันไปพักผ่อน แต่ห้ามหละหลวมเสียกิริยาที่พึงมี ก่อนจะหันหลังก้าวเท้ายาวเดินหายเข้าประตูพระราชวังไป ทิ้งให้เหล่าสตรีที่อยู่ด้านนอกเฝ้ามองตามกันตาละห้อย
ทางด้านในโรงเตี้ยมเมื่อขบวนกองทัพแยกย้าย ผู้คนที่เคยอยู่เต็มจนเบียดเสียดก็เริ่มจางหาย ต่างกลับไปทำสิ่งที่ที่ควรจะทำเช่นเดิม เหลือเพียงสตรีร่างบางนางหนึ่งยังคงนั่งนิ่ง ไม่ได้รีบร้อนจากไปเหมือนดั่งเช่นผู้อื่น
"คุณหนูไม่รีบกลับจวนหรือเ้าคะ นายท่านกับคุณชายน่าจะกลับถึงจวนแล้ว หากทั้งคู่ไม่เห็นคุณหนูจะเป็ห่วงเอาได้นะเ้าคะ" ลั่วอี้เอ่ยถามเ้านายสาวของตน ที่ยังคงทานอาหารต่อเช่นเดิม ไม่มีท่าทีว่าจะลุกกลับจวน
"ลั่วอี้เ้าไปซื้อขนมกุ้ยฮวาร้านหลิงชวนมาเสียหน่อย ข้าจำได้ว่าพี่ชายชอบทานขนมกุ้ยฮวาร้านนั้น เขาไปอยู่ชายแดนเสียนาน คงไม่ได้ทานขนมที่ชอบเท่าใดนัก" เสียงหวานเอ่ยกับสาวใช้ ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก ไม่รีบร้อนกลับจวนดั่งที่สาวใช้เอ่ยเตือน
มือเรียวขาวยกพัดไม้ปักลายดอกมู่ตานโบกขึ้นลง ให้สายลมเย็นพัดผ่านกระทบใบหน้า ถึงแม้อากาศจะหนาวเย็น ทว่าสำหรับนางที่ชื่นชอบในสายลม จึงกลายเป็ติดนิสัยที่ต้องมีพัดไว้ในมือ แม้จะทำให้ผู้คนต่างมองว่านางแปลกประหลาดก็ตามที
วันนี้หญิงสาวเองก็ออกมารอต้อนรับขบวนกองทัพด้วยเช่นกัน ทว่านางกลับต่างไปจากเหล่าสตรีที่นั่งร่ายล้อมอยู่ในสถานที่เดียวกัน นางไม่ได้ใส่ใจว่าท่านแม่ทัพใหญ่ผู้นั้นจะเป็เช่นไร
ผู้ที่นางสนใจและมารอรับ คือบุรุษที่ขี่อาชาสีขาวอยู่ด้านหลังท่านแม่ทัพใหญ่ และบุรุษอีกผู้หนึ่งที่นางมองไม่เห็น แต่คาดเดาได้ไม่ยากว่าต้องกำลังนั่งสบายอยู่ในรถม้าคันหรู ให้สมกับฐานะกุนซือของกองทัพ โดยไม่สนว่าทหารที่เดินตามขบวนมาด้วยจะมองด้วยสายตาเช่นไร
บุรุษทั้งสองเป็บุคคลสำคัญในชีวิตนาง ทว่ามิใช่คนรัก มิใช่ชายในฝัน แต่เป็พี่ชายในสายเื และเป็บิดาบังเกิดเกล้าของนางเอง
พี่ชายเข้าร่วมกองทัพั้แ่อายุเพียงสิบเอ็ดปีเท่านั้น ด้วยเพราะชื่นชอบและเคารพแม่ทัพใหญ่ผู้นั้นมากนัก บิดาผู้ที่ใช้ชีวิตแทบเป็เหงาตามติดแม่ทัพใหญ่ ก็ไม่ได้เอ่ยห้ามหรือคัดค้านแต่อย่างใด ทำให้นางที่ไร้มารดาแต่เล็ก ต้องเติบโตขึ้นมาเพียงลำพัง
บิดาของนางเป็กุนซือบุคคลสำคัญประจำกองทัพ ส่วนพี่ชายผลจากการฝึกฝนอย่างหนัก ทำให้ก้าวหน้าขึ้นเป็ถึงรองแม่ทัพใหญ่ในวัยเพียงสิบสี่ปี
หลังจากนั้นพี่ชายก็ตั้งมั่นอยู่แต่ที่ชายแดน มีเพียงบิดาที่น้อยครั้งจะกลับมาหานาง หากนับจากครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน คงจะสามปีแล้วกระมัง ที่นางไม่ได้พบบิดา
ส่วนพี่ชายอย่าให้พูดถึง ดีเท่าไหร่ ที่เห็นแล้วยังจำได้ว่าเขาเป็พี่ชายของนาง
เพราะเหตุนี้ ผู้คนหรือเหล่าญาติสนิทล้วนต่างสงสารที่นางต้องอยู่เพียงลำพัง ต่างพากันมาเที่ยวหา กลัวว่านางจะโดดเดี่ยวไร้คนดูแล
ทว่าในความเป็จริง นางกลับไม่ได้รู้สึกว่าตนเองน่าสงสารอย่างที่ผู้อื่นคิด
สำหรับนางแล้ว การกลับมาของพวกเขาหาใช่เื่น่ายินดี แต่กลับเป็เื่น่ารำคาญเสียมากกว่า
น่ารำคาญที่นางต้องกลับกลายเป็เด็กสาวผู้น่ารัก เด็กสาวผู้อ่อนหวาน เด็กสาวผู้อ่อนต่อโลกนางนั้นอีก
น่ารำคาญเสียจริง
**********************
นิยายเื่นี้มีจัดทำเป็ E book เรียบร้อยแล้ว
สามารถเสิร์จจากชื่อนิยายหรือชื่อนักเขียน Hawthorn ใน Meb ได้เลยนะคะ
ส่วนในแอพนักเขียนจะทำเหมือนเื่อื่น ๆ จะเปิดอ่านให้ฟรีถึงตอนจบ
และจะติดเหรียญถาวรในราคามากกว่า E book
ฉะนั้นอย่าลืมกดติดตามนิยายไว้น้า จะได้ไม่พลาดตอนใหม่ ๆ ค่า
