ไม่ง่ายดายกว่าที่เสิ่นม่านจะอดกลั้นการไหลทะลักของมูล ในขณะเดียวกันก็ต้องปรี่เข้าห้องน้ำและวินาทีที่ถอดกางเกงออกนั้น…
“ตูม!”
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว สั่นะเืไปทั้งบ้าน
เยี่ยนชีกับคังต้าลี่ที่กำลังขุดหลุมดินอยู่หลังบ้านถึงกับรีบวิ่งหน้าตั้งมาพร้อมคราบฝุ่นบนหน้า
ใบหน้าของคังต้าลี่เต็มด้วยความตื่นตระหนก “เกิดอะไรขึ้น? แผ่นดินไหวหรือ? หรือว่าโจรบุกอีกแล้ว?”
เสิ่นม่านที่กำลังนั่งในห้องน้ำได้และบีบจมูก นางได้ยินคำนี้อย่างชัดเจน
น่าโมโหนัก! ยาลดความอ้วนนี้ เหตุใดจึง… พลังรุนแรงมหาศาลนัก?
คนทั้งหลายหาที่มาของเสียงะเิไม่ได้ ยังคงพูดคุยถกเถียงกัน
มีเพียงเสี่ยวหลานที่เห็นจังหวะที่เสิ่นม่านเข้าห้องน้ำั้แ่ต้นจนจบ นางชี้ไปทางห้องน้ำ เอ่ยอย่างตะกุกตะกัก
“เหมือนว่า… เหมือนว่าเสียงจะมาจากทางห้องน้ำ ท่านอาอยู่ด้านใน… นาง นางตัวะเิหรือเปล่า?”
เสิ่นม่าน “…”
ยาลดความอ้วนมารดามันเถอะ
เด็กไม่พูดโกหกก็จริง แต่นี่มันขายหน้าชะมัด! หากเป็ไปได้ นางอยากละลายไปกับกองมูล เช่นนี้พอถูกน้ำราดลงไป นางจะได้ลาจากสถานที่ที่ทำให้นางอับอายแห่งนี้ได้…
เสิ่นม่านอดทนกับกลิ่นเหม็นในห้องน้ำ ความโศกเศร้าในหลายวันมานี้ ถูกมูลที่ยังคงถ่ายไม่หยุดกลบไปหมด นางรู้สึกเหมือนเป็วัวหนึ่งตัว ถ่ายอย่างไรก็ไม่ยอมหมดเสียที…
ธาราไหลรินจากที่สูงลิ่ว หรือจะเป็ทางช้างเผือกจากาลัย…
ชายหนุ่มสองคนซึ่งเป็ห่วงนางและเดินมาด้านนอกประตูอย่างระมัดระวัง เมื่อได้กลิ่นเหม็นน่าประหลาดก็แอบถอยหลังหนึ่งก้าวและถาม
“แม่นางเสิ่น?”
เสิ่นม่านบีบจมูกตอบเสียงอู้อี้ “ข้าเอง”
อ้อ ยังมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นก็ดี ทั้งสองกำลังจะจากไป แต่กลับได้ยินเสิ่นม่านถามอย่างร้อนใจ
“คือว่า… พวกเ้ามีกระดาษชำระหรือไม่ ให้เสี่ยวหลานส่งมาให้ข้าหนึ่งปึก ขอบใจ”
เยี่ยนชีกับคังต้าลี่ “…”
หลังจากถ่ายไปตลอดทั้งเช้า ในที่สุดเสิ่นม่านก็จัดการขับของเสียออกจากร่างกายจนหมด นางบีบจมูกและค่อยๆ ขยับท่อนขาสองข้างที่สั่นเทาเพราะนั่งนาน ชาจนไร้ความรู้สึก
จากนั้นเจอกับเสี่ยวตงที่กำลังถือของไปช่วยงานที่หลังบ้าน เมื่ออีกฝ่ายเห็นนางเข้า ถึงกับใจนตะกร้าร่วงลงพื้น
เสิ่นม่านประหลาดใจ หรือว่านางถ่ายของเสียจนกลับมาอัปลักษณ์อีกแล้ว?
ในเวลาอันรวดเร็ว เสี่ยวตงถามด้วยความดีใจ “ท่านอา?”
เสิ่นม่าน “อือ เป็อะไรไป? ทำหน้าแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?”
เสี่ยวตงมองนางแทบไม่กะพริบตา หัวเราะด้วยความตื่นเต้นดีใจ “ท่านอา! ท่านสวยเหลือเกิน! ท่าน… งดงามยิ่งกว่าเทพธิดาลั่วเสินที่เฉาจื๋อเขียนในบทกวีลั่วเสินเสียอีก”
จึ๊ เ้าเด็กน้อย ดูพูดเข้าสิ!
เสิ่นม่านอารมณ์ดีขึ้นมาก นางคว้าเสี่ยวตงมาหอมแก้มเขาสองที จากนั้นยิ้มแย้มและเอ่ย “ปากหวานนักนะ ต่อไปโตขึ้นไม่รู้ว่าจะใช้คำหวานไปหลอกสาวน้อยอีกเท่าไร!”
“ท่านอา ข้าไม่คิดจะหลอกสาวน้อยอะไรทั้งนั้น! ท่านงดงามกว่าพวกนางมากนัก!”
เอ่อ อันที่จริงข้าก็คิดเช่นนั้น
เสิ่นม่านอารมณ์เบิกบาน นางขับของเสียออกมาจนหมด เยี่ยนชีกับคนที่เหลือเห็นนางถึงกับต้องตาค้าง ตอนนี้ท้องของนางไม่โต กลายเป็หญิงสาวผู้เลอโฉมไปแล้ว!
เต้าหู้ไซซี สมญานามนี้ไม่ได้ผิดแต่อย่างใด!
เสิ่นม่านสะบัดแขนเสื้อที่หลวมโคร่งกว่าเดิมมาก จากนั้นหมุนตัวต่อหน้าพวกเขาและถาม “เป็อย่างไร? มีกลิ่นอายของสตรีผู้งามเลิศในปฐีหรือไม่?”
เยี่ยนชีลูบจมูกและไม่กล้ามองนาน “เ้า… เสี่ยวหนิงเห็นเข้า จะต้องประหลาดใจแน่”
เมื่อเอ่ยถึงหนิงโม่ เสิ่นม่านอดไม่ได้ที่จะเป็ห่วงและถามเขา “ตกลงว่าหนิงโม่จะกลับมาเมื่อใด? หรือเ้าปิดบังข้ามาโดยตลอด เขาไม่กลับมาแล้วใช่หรือไม่?”
่นี้ทั่วทุกหนแห่งมีโจรออกอาละวาด แม้ว่าหนิงโม่จะมีวรยุทธ์ แต่ลำพังเขาคนเดียวจะต่อกรกลุ่มโจรมากมายได้หรือ?
จะเกิดเื่กับเขาไหมนะ?
เยี่ยนชีรีบขัดความคิดฟุ้งซ่านของนาง “ไม่มีเื่อะไรหรอกแม่นางเสิ่น เสี่ยวหนิงเพียงแค่ติดธุระที่บ้านญาติ จึงไม่อาจเร่งกลับมาได้ แต่เขากำลังคิดหาทางรีบกลับมา”
ในความเป็จริง ตอนนี้คนผู้นั้นติดพันอยู่บนเขาต่างหาก
กลุ่มโจรรอบนี้ค่อนข้างน่าประหลาด หนทางบนเขาซับซ้อน พวกเขา้าถอนรากถอนโคนกลุ่มโจรให้สิ้นซาก จึงอยู่ในภาวะเข้าตาจน
เสิ่นม่านถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม เพราะเหตุใดนางถึงเป็ห่วงหนิงโม่ขนาดนี้? ตอนที่เขาอยู่ นางทั้งรังเกียจและรำคาญที่อีกฝ่ายปากร้าย แต่พอหนิงโม่จากไป ในใจของนางกลับโหวงเหวง
ตอนนี้ต้าเป่าก็ไม่อยู่ หัวใจของนางก็ยิ่งโหวงเหวงกว่าเดิม ครอบครัวเดียวกันก็ต้องอยู่กันพร้อมกันถึงจะถูก
เมื่อผอมลงและสวยขึ้น เสื้อผ้าก่อนหน้านี้ของเสิ่นม่านจึงไม่สามารถใส่ได้อีก นางได้แต่นำเสื้อผ้าให้ชุ่ยฮัวช่วยแก้ให้เล็กลง ส่วนตนเองก็ขอยืมชุดของชุ่ยฮัวมาใส่ก่อน
่เวลาพลบค่ำ เสิ่นม่านจะเดินเท้าไปตำบลซวงเยี่ยน
ระหว่างทางตอนที่เดินผ่านหมู่บ้าน ภาพที่อบอุ่นคึกคักในอดีตหายไปแล้ว สองข้างทางมีเพียงบ้านที่ถูกเผา โชคดีที่ยังมีคนรอดชีวิต ส่วนคนที่เสียชีวิตถูกย้ายไปฝังในสุสานของหมู่บ้านอย่างดี
บรรยากาศอันแสนเ็ป
เสิ่นม่านค่อยๆ มองดูภาพเหล่านี้ จากนั้นกล่าวคำสาบานกับชาวบ้านที่เสียชีวิตเงียบๆ ในใจ
“การไปคราวนี้ ได้โปรดขอให้พวกท่านคุ้มครองลูกชายของข้าให้ปลอดภัยไร้อันตราย ส่วนแค้นของพวกท่าน ข้าจะชำระแทนเอง!”
หลังฝากบ้านไว้กับเยี่ยนชี นางก็พกมีดสั้นพิเศษสองด้ามไปด้วย ด้ามหนึ่งเก็บไว้ที่แขนเสื้อ ส่วนอีกหนึ่งด้ามฝากไว้กับระบบ เพื่อเป็การป้องกัน
จวบจนท้องฟ้ามืดค่ำ เสิ่นม่านก็เดินไปถึงข้างสุสานนิรนามที่โจรระบุไว้ นางสังเกตพื้นที่รอบข้าง จากนั้นหาสถานที่ลับตาคนและนั่งลงรอเวลา
นางนั่งรอไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร เสิ่นม่านได้ยินเสียงฝีเท้าในสุสานนิรนาม นางเงยหน้าขึ้น มีดสั้นค่อยๆ ไหลลงมาอยู่ในมือ
นางกำไว้แน่นและลุกขึ้นช้าๆ นางเห็นชายฉกรรจ์สิบกว่าคนเดินมาจากด้านหน้า
ชายเสียงแหลมหนึ่งในนั้นเอ่ย “นางล่ะ? ผู้หญิงคนนั้นคงไม่ได้เบี้ยวนัดหรอกนะ?”
ส่วนชายเสียงทุ้มใหญ่อีกคนก็ตอบ “เป็ไปไม่ได้! นอกเสียจากนางไม่อยากได้ลูกชายแล้ว!”
“แต่ว่าเด็กบ้านั่น…”
เสียงที่เอ่ยแทรกถูกอีกคนเอ่ยขัดเอาไว้
“หุบปากให้หมด! ไม่แน่ว่านางอาจจะกำลังแอบฟังอยู่รอบๆ ก็ได้! พวกเ้าอย่าได้เผยอะไรออกไป หากส่งผลต่อแผนการจับคนของเรา ถึงเวลาลูกพี่ใหญ่คงเด็ดหัวเราแน่!”
“……” เสิ่นม่านยืนอยู่หลังไม้พุ่ม หัวใจของนางหล่นลงไปอยู่บนตาตุ่ม
เกิดอะไรขึ้นกับต้าเป่า? หรือว่าจะถูกพวกมัน…
เสิ่นม่านส่ายหน้าและหยิกขาตนเองเพื่อข่มใจให้สงบ
ไม่ได้ นางยังไม่เห็นต้าเป่ากับตาตนเอง ห้ามตีตนไปก่อนไข้ เสิ่นม่านกำหมัดแน่น เล็บจิกลึกเข้าเนื้อโดยไม่รู้สึกตัว
“พวกเ้ากำลังตามหายอดหญิงอย่างข้าสินะ? ตอนนี้ข้ามาแล้ว”
เสียงใสของสตรีนางหนึ่งดังขึ้น เสิ่นม่านออกมาจากหลังไม้พุ่ม เมื่อเห็นว่ามีคนมาจึงรีบล้อมนางไว้
เมื่อผู้ที่มาคือโฉมงามร่างอรชรบอบบาง ทุกคนตกตะลึง “เ้าคือเสิ่นม่านเหนียงหรือ?”
ไม่น่าใช่ คืนนั้นที่มีการปล้นฆ่าและต่อสู้กัน พวกเขาเคยเห็นเสิ่นม่าน นางคือหญิงอัปลักษณ์ ใบหน้าบวมอืด สามารถล้มวัวด้วยหมัดเดียวไม่ใช่หรือ?
เหตุใดจึงกลายเป็… โฉมงามเหนืุ์เช่นนี้?
กลุ่มโจรเห็นสาวงามหยดย้อยเช่นนี้ ชั่วขณะก็เกิดความคิดชั่ว
เสิ่นม่านสังเกตเห็นสายตาร้อนผ่าวของพวกเขา จึงอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้ว
จริงสิ ตอนนี้พวกเขาไม่รู้จักนาง
เมื่อเป็เช่นนี้… ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกต่อไป!
-----
