ในเวลาเดียวกัน
วังหลัง
ณ ตำหนักหงส์ส่วนพระองค์ของฮองเฮา
หมอหลวงวางผ้าเช็ดหน้าลงบนข้อมือขององค์หญิงน้อย และพบว่าชีพจรที่ตอนแรกสับสนวุ่นวายนั้นกลับเป็ปกติอย่างสมบูรณ์ เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วสีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“นี่มัน…”
“เป็ไปไม่ได้?!”
ด้วยความไม่เชื่อ หมอหลวงรีบหลับตา หายใจเข้าลึกสองครั้ง และตรวจชีพจรขององค์หญิงอู่หลิงอีกรอบอย่างระมัดระวัง ผลัดกันกับหมอคนอื่นๆ
แต่ผลลัพธ์จากทุกคน ก็พบว่าชีพจรยังคงมั่นคงเหมือนไม่มีอาการกำเริบมาก่อน
หากไม่มีการยืนยัน การเปลี่ยนแปลงอันน่าะเืขวัญเช่นนี้ก็คงคิดไปแล้วว่าขันทีหนุ่มและนางใน้าจะแกล้งพวกเขา
หมอหลวงทุกคนคุ้นเคยกับอาการป่วยเก่าขององค์หญิงน้อยมาก่อน ทุกคนร่วมกันวินิจฉัยและรักษามาโดยตลอด
เดิมที เมื่ออาการกำเริบ ต้องใช้เวลาเกือบสามวันเป็อย่างน้อยถึงจะสงบ และพวกเขาไม่มีอำนาจที่จะทำอะไรเกี่ยวกับเื่นี้ได้นอกจากช่วยบรรเทาความทรมาน
แต่ในขณะนี้ เมื่อพิจารณาจากชีพจรที่คงที่แล้ว พวกเขาที่อยู่ในวงการการรักษามานานเกือบทั้งชีวิต ก็ไม่เคยพบเจอกับเหตุการณ์อัศจรรย์เช่นนี้มาก่อนเลย
“ฝ่าาเสด็จ”
เสียงของเกากงกงก็เอ่ยขึ้นมาจากด้านนอก
หมอหลวงรีบยืนขึ้นโค้งคำนับเมื่อจักรพรรดิเข้ามา พร้อมกับพูดออกมาด้วยความตื่นเต้นว่า
“ฝ่าา ตอนนี้อาการป่วยขององค์หญิงน้อยสงบลงแล้วพ่ะย่ะค่ะ ไม่มีอาการแทรกซ้อนหรือการเจ็บป่วยใดๆ เพิ่ม ตอนนี้องค์หญิงทรงบรรทมเหมือนคนปกติไม่ได้รับความทรมานใดๆ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของจักรพรรดิอู่เิหลี่ก็ขมวดเป็ปม
“เ้าแน่ใจรึว่าตอนนี้อู่หลิงปลอดภัยดี?”
จักรพรรดิอู่เิหลี่ไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่หมอหลวงพูดในตอนนี้สักเท่าไร
ท้ายที่สุด เมื่อไม่นานนี้ หมอหลวงได้บอกเขาอย่างชัดเจนว่าเขาไม่มีอำนาจรักษาอาการปัจจุบันขององค์หญิงน้อยได้ทำได้แค่ระงับความทรมาน และยังริเริ่มขอให้ลงโทษเขาที่ไร้ความสามารถ
แต่บัดนี้ หมอหลวงกลับเปลี่ยนคำพูดกะทันหันและกล่าวว่าอาการป่วยขององค์หญิงดีขึ้นทั้งๆ ที่ผ่านมาได้ยังไม่ถึงครึ่งวัน
ทำให้จักรพรรดิอู่เิหลี่เริ่มสงสัย ว่าหมอหลวงกำลังโกหกโดยตั้งใจหรือเปล่า
“ฝ่าา โปรดวางใจเถิด ไม่เพียงแค่กระหม่อม แต่ได้รับการยืนยันจากหมอหลวงคนอื่นๆ แล้วเช่นกัน ทุกคนตรวจแล้วพบว่าชีพจรของการขององค์หญิงเหมือนคนปกติ ส่วนสาเหตุนั้นฝ่าาต้องถามท่านโหวด้วยตัวเอง”
เขาก็ไม่รู้ว่าท่านโหวให้ยาวิเศษแบบไหนถึงทำให้อาการของโรคกลีบดอกบัวเหี่ยวสงบลง
แต่เื่ไม่มีอาการหรือความทรมานจากโรค หมอหลวงก็ตบหน้าอกและพูดอย่างมั่นใจว่าไม่ใช่การละเลย
เมื่อจักรพรรดิอู่เิหลี่เห็นเช่นนี้ ก้อนหินขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่ในใจก็ยกออก แต่มันก็ยังคงเป็เื่ที่น่าใอยู่ดีที่เด็กที่ไม่ได้เื่อย่างจิ้งหยวน จะมีความสามารถบางอย่างที่เขาไม่รู้และมองข้ามไป
“ใครก็ได้ส่งคนไปตามจิ้งหยวนมาหาข้าที”
“บอกเขาว่าข้า้าพบอย่างเร่งด่วนที่สุด”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
เสียงใครสักคนขานรับจากด้านนอก แล้วรีบเดินทางออกจากทำตามที่ฝ่าาสั่ง
อีกด้าน ณ จวนสกุลจิ้ง
ห้องสมุห์บัญชี
“ช้าๆ ข้าบอกเ้ากี่ครั้งแล้วว่าอย่ารีบหรือใจร้อน เ้าคิดจะนับเงินพวกนี้อย่างลวกๆ หรือไร? หากท่านโหวรู้ข้าไม่ช่วยเ้าหรอกนะ”
“ขอโทษครับแม่เฒ่าเหยียน ขะ..ข้าไม่เคยนับเงินที่เยอะแบบนี้มาก่อน”
หลังจากที่ต้าเซี่ยนนำทองไปขายและใช้หนี้ ก็เหลือเงินอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกขนมาไว้ในคลัง หญิงชราที่เป็นักบัญชีก็ตำหนิลูกมือคนหนึ่งที่ดีดลูกคิดผิดพลาดจนต้องทำการนับใหม่ แต่ลูกมือคนนั้นที่ถูกว่าก็ไม่ได้ขุ่นเคืองเลยแม้แต่น้อย ยิ้มออกมาถึงข้อผิดพลาดแล้วกลับไปตั้งใจทำงานนิ้วมือดีด “ป๊อกๆ” อย่างกระตือรือร้นเหมือนเดิม
ในความเห็นของหญิงชราที่คนใช้ในจวนเรียกนางว่า แม่เฒ่าเหยียน นางทำงานเป็นักบัญชีในจวนสกุลจิ้งมานานเทียบเท่าต้าเซี่ยนที่เป็พ่อบ้าน ตอนนี้บรรยากาศของจวนก็มีการเปลี่ยนแปลงต่างจากเมื่อก่อน โดยเพราะมุมมองของบรรดาคนรับใช้ที่มีต่อจิ้งหยวน
ก่อนหน้าในอดีต กว่าคุณชายจะตื่นก็เกือบเที่ยงของวันใหม่ และมักจะเดินไปไหนมาไหนด้วยสีหน้าบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้เขาเอาแต่เดินไปรอบๆ ด้วยรอยยิ้ม อีกอย่างเมื่อไม่กี่วัน มีคนใช้ในครัวเผลอทำของบางอย่างแตก ซึ่งตอนนั้นนางที่ในเหตุการณ์ก็รีบวิ่งไปทุบตีข้ารับใช้คนนั้นเพราะกลัวว่าคุณชายจะไล่เขาออก
แต่ยังมิทันจะได้ลงมือ คุณชายก็ก้าวขาออกมาห้าม แถมยังมาด่านางอีกว่าเป็คนใจร้ายไม่มีเหตุผล ทำเอาหญิงชรายืนตะลึงสับสนไปหมด อย่าว่าแต่ทำของแตก แต่ก่อนแค่ยืนขวางทางคุณชายก็ไล่คนๆ นั้นออกแล้ว แต่เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่จะไม่ลงโทษ แต่คุณชายยังเข้าไปปลอบใจคนรับใช้ที่ทำผิด แถมยังอาสาเข้าครัวทำอาหารด้วยตัวเอง ทำเอาทุกคนในห้องเต็มไปด้วยความสับสนมึนงง
ั้แ่นั้นมา ต่อให้ทำผิดก็ไม่มีใครถูกทำโทษร้ายแรงอีก จากที่เคยคิดจะลาออกเพราะอายุเยอะแล้ว ก็ตัดสินใจอยู่ต่อใน่สุดท้าย เพราะไม่อยากจะทิ้งคนอื่นๆ ที่สกุลจิ้งเลี้ยงดูนางมา
“ท่านโหวกลับมาแล้ว รีบเอาชุดน้ำชาไปให้นายท่านเร็วเข้า”
ในจวนสกุลจิ้ง มีแค่ต้าเซี่ยนกับนางเท่านั้นที่เป็คนเก่าคนแก่ อยู่ที่นี่ั้แ่ที่นายท่านและนายหญิงคนก่อนยังมีชีวิตอยู่ ก่อนที่กลุ่มสาวใช้จะรีบยกชุดน้ำชาไปให้จิ้งหยวนตรงหน้าเรือน โดยเฉพาะสาวใช้คนใหม่ที่ชื่อหยุนเอ๋อ คนๆ นี้แทบจะวิ่งได้และรีบคว้าไปก่อนคนอื่นๆ
“โอ้ นี่คือชุดน้ำชารึ? ข้ากำลังคอแห้งพอดี”
จิ้งหยวนที่เห็นหยุนเอ๋อนำชุดน้ำชาและของว่างมาให้ เขาก็นั่งลงกินเพื่อที่จะได้รอให้คนในวังเข้ามาหา
ซึ่งมันก็เป็อย่างที่จิ้งหยวนคิดมากๆ เพราะหลังจากตอนเย็นผ่านมาได้ไม่นาน ในที่สุดต้าเซี่ยนก็วิ่งเข้ามาที่เรือนส่วนตัวของเขาด้วยสีหน้าแตกตื่นร้อนรน
“คุณชาย”
“คุณชายเกิดเื่ใหญ่แล้ว”
“มีคนในวังมาหาขอรับ”
โอ้
ไวขนาดนั้นเลยรึ?
^^
จิ้งหยวนที่นอนกระดิกเท้าเพลิดเพลินไปกับชุดน้ำชาและของว่างอยู่ เขาก็รีบกระเด้งตัวออกจากเก้าอี้โยก ตบมือยิ้มกว้าง ที่ผลลัพธ์ของโฆษณาไวกว่าที่เขาเคยคิดไว้ แต่เดิมนึกว่าต้องใช้เวลาสองสามวัน แต่เพียงไม่นานเขาก็ถูกคนในวังเรียกตัวซะแล้ว
“หือ?”
“คุณชายจะยกกล่องแชมพูไปไหนขอรับ?”
คำถามของต้าเซี่ยนก็ทำเอาจิ้งหยวนผงะ สีหน้าที่แสดงออกมาประมาณว่าคนในวังเรียกตัวไม่ใช่เหรอ ก่อนที่ต้าเซี่ยนจะยกมือเกาหัวแล้วพูดออกมาว่า
“เอ่อ..ไม่ใช่คนจากตำหนักหยางขอรับ แต่เป็คนจากองค์จักร..พะ…พะ..”
“บ้าเอ๊ย ไล่มันผู้นั้นออกไป!!”
“หากไม่ใช่คนจากตำหนักหยางข้าไม่ขอพบผู้ใดทั้งสิ้น”
ยังไม่ทันที่ต้าเซี่ยนจะได้พูดจบว่าคนของจักรพรรดิตามหา แต่จากคำสบถและอารมณ์ที่เหมือนไม่ดีของคุณชาย ต้าเซี่ยนก็ได้แต่กลืนคำว่า “คนขององค์จักรพรรดิ” ลงคอไม่กล้าเอ่ย
ส่วนทางจิ้งหยวนก็ควรจะหงุดหงิด เขานึกว่าเป็คนของน้าสาวของเขาเสียอีกที่มาหา แต่ที่ไหนได้ ดันเป็ใครก็ไม่รู้ที่ดันมาขัดอารมณ์ของคนที่กำลังจะรวย
แต่เหมือนเ้ากรรมนายเวรของจิ้งหยวนจะค่อนข้างเยอะเป็พิเศษ เพราะยังไม่ทันที่เื่ของคนขององค์จักรพรรดิจะจบ เขาก็เห็นต้าเซี่ยนเดินด้อมๆ เข้ามาหาเขาด้วยความลังเลอีกรอบหนึ่ง
“มีอะไรอีก?” หลังจากที่เห็นว่าพ่อบ้านของเขาเต็มไปด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความลังเล จิ้งหยวนก็วางถ้วยน้ำชาในมือลง พ่นลมร้อนผ่านจมูกแล้วเปิดปากถามด้วยเสียงทุ้มเข้ม
“ขะ..ขออภัยนายท่าน และมิใช่ว่าข้า้ารบกวน แต่เป็สหายทั้งสามของท่านและองค์รัชทายาท ที่กำลังตามหาและรอนายท่านอยู่ในหน้าทางเข้าจวน”
หือ? รัชทายาท อู่เฉวียนคนนั้นนะรึ?
ความทรงจำของจิ้งหยวนคนก่อนผุดขึ้นให้เห็นถึงคนกลุ่มหนึ่ง ถึงปากจากบอกว่าสหาย แต่คนพวกนี้คือคนของรัชทายาทที่พยายามเข้ามาตีสนิทเขาเท่านั้น ต่างจากฮัวเหลียงและหยานเอี้ยนที่จิ้งหยวนเจอมาั้แ่เด็กๆ
และด้วยวิสัยทัศน์ของจิ้งหยวนที่มาจากโลกอีกใบ เขาที่ทบทวนความทรงจำก็รู้ได้ไม่ยาก ว่าคนพวกนี้นี่แหละที่เข้ามาเป็สาเหตุ ยุแยงทำให้จิ้งหยวนและตระกูลจิ้งเป็หนี้ก้อนใหญ่ให้กับหอคณิกา
เมื่อเห็นว่าคนที่มาหาคือหนึ่งในศัตรูของเขา จิ้งหยวนก็รู้ถึงขุ่นเคืองทันทีที่ได้ยินชื่อของอีกฝ่าย
“ไล่พวกงี่เง่าเ่าั้ออกไปซะ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกมันอีก”
ห่ะ!!!
“...”
