“มันคือเพลิงมรณะจริงๆ ทำไมหลี่โหย่วฉายจึงมีเพลิงมรณะ?”
“ผู้เฒ่าร้องไห้คงจะเอ็นดูเขามากจริงๆ? จึงได้มอบเพลิงมรณะให้เขา?”
“ดูเหมือนหลี่โหย่วฉายจะไม่ใช่คนธรรมดาเสียแล้ว เขามีไพ่ไม้ตายเช่นนี้อยู่จริงๆ แต่น่าเสียดาย ครั้งนี้เขาต้องมาพบกับสวี่กวนเซิง และพยนต์มรณะที่แข็งแกร่งอีกสองตน แม้ว่าหลี่โหย่วฉายจะมีท่าไม้ตายมากเพียงใด ก็คงหนีความตายได้ยากแล้ว! นอกเสียจาก เขาจะยอมแพ้!”
“ถึงอย่างไรเขาก็ยังเด็กเกินไป หากหลี่โหย่วฉายอ่อนน้อมเข้าไว้ ไม่ไปยั่วยุคนไว้มากเช่นนี้ ในอนาคตข้างหน้า เขาต้องมีที่ยืนในแดนต้าโหมวเทียนอย่างแน่นอน! ในตอนนี้ ต่อให้เขายอมแพ้ ก็เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดอยากเฝ้ามองหลี่โหย่วฉายเติบโตขึ้นต่อไปอีกแล้ว?”
เื่ที่ฉินอวี่มีเพลิงมรณะนั้นยังไม่แพร่ไปสู่สาธารณะ คนที่รู้เื่นี้ยังมีไม่มากนัก ในตอนนี้ เมื่อได้เห็นเพลิงมรณะที่โผล่ออกมาจากร่างกายของฉินอวี่อย่างกะทันหัน จะไม่ให้เหล่าอสูรธรณีใได้อย่างไร? โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวี่กวนเซิง ซึ่งเขาไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าฉินอวี่จะมีเพลิงมรณะติดตัวอยู่จริงๆ
นั่นคือเพลิงมรณะ มันคือเพลิงมรณะที่สามารถเปลี่ยนแปลงผนึกะได้ สำหรับผู้ที่ทำการเปิดผนึกมรณะออกมาแล้ว เพลิงมรณะจึงเป็สิ่งมีค่าอย่างไม่ต้องสงสัย!
ต้องบอกเลยว่า อสูรธรณีแทบทั้งหมดต่างกำลังใกับเพลิงมรณะ โดยเฉพาะคนที่ร่วมเดิมพัน พวกเขาต่างแอบถอนหายใจไปตามๆ กัน ยังโชคดีที่หลี่โหย่วฉายจับฉลากได้สวี่กวนเซิง หากจับได้คนอื่นละก็ เกรงว่าหลี่โหย่วฉายคงผ่านการทดสอบเจ็ดสิบสองอสูรธรณีอย่างแน่นอน
สวี่กวนเซิงที่ยืนอยู่บนหลังของเถาอู้กำลังโกรธอย่างมากอยู่ในใจ เมื่อต้องเผชิญกับพยนต์มรณะทั้งสองของข้า ต่อให้มีเพลิงมรณะแล้วจะทำไม? ั้แ่เริ่ม สวี่กวนเซิงได้แต่คิด้าได้คำตอบเื่ของผู้เฒ่าร้องไห้จากฉินอวี่ ดังนั้นเขาจึงไม่อยากจะลงมือกับฉินอวี่ แต่ในตอนนี้ เมื่อเห็นเพลิงมรณะของฉินอวี่ สวี่กวนเซิงก็รู้สึกริษยาขึ้นมา ส่วนอีกประการหนึ่งคือเขา้า่ชิงเพลิงมรณะออกมาจากมือของฉินอวี่
แต่สวี่กวนเซิงก็รู้ดี ว่าในการท้าประลองนี้ไม่มีทางทำเช่นนั้นได้เลย ท้ายที่สุด หากฉินอวี่สู้ไม่ชนะก็สามารถยอมแพ้ได้ และเมื่อถึงตอนนั้นเขาก็ไม่อาจทำอะไรได้ ดังนั้น สวี่กวนเซิงเองจึงยังไม่คิดใช้พลังทั้งหมด เพราะ้าเพียงให้ฉินอวี่รู้สึกลำบากใจและจากไปเองเท่านั้น
แต่สิ่งที่ทำให้เขานึกไม่ถึงเลยคือ ดูเหมือนฉินอวี่จะมีความมุ่งมั่นมาก
“หลี่โหย่วฉาย ยอมแพ้เถอะ! เ้ามีโอกาสท้าประลองอยู่สามครั้ง หลังจากเ้ายอมแพ้ เ้ายังสามารถท้าประลองกับอสูรธรณีคนอื่นได้อีก!” สวี่กวนเซิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมา ในใจของเขาคิดว่าฉินอวี่ไม่ยอมแพ้ เพราะเื่ของการเดิมพัน ดังนั้นเขาจึงเตือนฉินอวี่ว่ายังมีโอกาสอีกสองครั้ง จึงสื่อออกไปว่าไม่จำเป็ที่จะต้องสู้กับตนเอง
แต่สิ่งที่ทำให้สวี่กวนเซิงต้องโมโหคือ ฉินอวี่ยังคงทำเป็หูทวนลม และโจมตีเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง และเป็เพราะสวี่กวนเซิงก็มีเื่อื่นให้ทำ จึงไม่้าเอาชีวิตฉินอวี่ ได้แต่พยายามทำให้ถอยกลับไปเท่านั้น
“หลี่โหย่วฉาย หากยังต่อสู้ต่อไป ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจนะ!” สวี่กวนเซิงเตือนเป็ครั้งที่สาม!
“ยอมแพ้? นอกจากเ้าจะยอมแพ้ หากคิดจะให้ข้ายอมแพ้ คงเป็ไปไม่ได้หรอก!” ฉินอวี่ตอบกลับไปอย่างเ็า อันที่จริงก็ไม่ใช่ว่าจะแพ้ไม่ได้ แต่ยังมีเหตุผลจำนวนมากที่ปะปนอยู่ภายในนั้น ประการแรกเพราะฉินอวี่ััได้ว่าสวี่กวนเซิงคนนี้ก็ดูเหมือนไม่้ากำจัดตนเอง อีกทั้งฉินอวี่ก็ไม่เคยกลัวสวี่กวนเซิงมาั้แ่ต้น ดังนั้นจะให้ยอมแพ้ได้อย่างไร?
จะว่าไปแล้ว หากต้องพ่ายแพ้ในตอนนี้ ท้ายที่สุดในการต่อสู้ครั้งนี้เกรงว่าจะถูกการท้าประลองกลับจากอสูรธรณีจำนวนมาก? สู้ตอนนี้จัดการกับสวี่กวนเซิงเป็การเชือดไก่ให้ลิงดูเสียดีกว่า
สีหน้าของสวี่กวนเซิงเริ่มไม่แน่นอน เขานึกไม่ถึงเลยว่าฉินอวี่จะเป็คนไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้ ซึ่งทำให้สวี่กวนเซิงรู้สึกโกรธเป็อย่างมาก ในใจของเขาจึงเปลี่ยนไป และเริ่มสั่งให้เถาอู้เข้าโจมตี
“โฮก!” เถาอู้ส่งเสียงคำรามอย่างต่อเนื่อง กลิ่นเหม็นเน่าได้ก่อตัวก่อนจะฟุ้งไปทั่วทั้งลานประลอง ฉินอวี่รีบเคลื่อนย้ายหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็พยายามหยั่งเชิง เพื่อหาโอกาสที่จะบุกโจมตีสวี่กวนเซิง
“ตูม!”
ฉินอวี่เคลื่อนย้ายออกไปอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขาถอยหลังห่างออกไปอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่อยู่หน้าเถาอู้อย่างน้อยที่สุดก็ต้องอยู่ระดับเขตแดนเต๋า แม้ว่าจะถูกแปลงเป็พยนต์มรณะ แต่พละกำลังในร่างกายก็น่ากลัวอย่างมาก ซึ่งยากเกินกว่าตนเองในตอนนี้จะรับมือไหว
แต่เมื่อสวี่กวนเซิงถูกยั่วยุ เขาก็เริ่มวางแผนการโจมตี เถาอู้มีความรวดเร็วอย่างมาก ถึงตอนนั้นฉินอวี่จะสามารถต้านทานได้จริงหรือ?
“ปัง!”
ไม่นาน เสียงะเิเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น กรงเล็บของเถาอู่ที่มีพลังทำลายฟ้าดินทำให้เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นทางด้านหลังของฉินอวี่ จนฉินอวี่ลอยกระเด็นออกไป
สวี่กวนเซิงถอนหายใจออกมา และแน่นอนว่าเขาไม่คิดจะปล่อยฉินอวี่ไปอย่างแน่นอน เขาตั้งใจไว้ว่าจะสอนบทเรียนให้กับฉินอวี่สักครั้ง ทำให้ฉินอวี่ต้องตกอยู่ในความลำบากจนล่าถอยออกไปเอง ดังนั้น ขณะที่ฉินอวี่กำลังลอยกระเด็นออกไปนั้น เถาอู้ก็เดินเข้ามาด้านหน้าอย่างดุเดือด และกวาดศีรษะพยัคฆ์ของมันออกไป พลังของสวี่กวนเซิงนั้นมีความแม่นยำยิ่งนัก เป้าหมายของเขาคือทำให้ฉินอวี่ยอมถอยกลับไป ไม่ได้้าชีวิตของเขา
ฉินอวี่ที่กระเด็นลอยออกไปมีพลังปราณเดือดพล่านไปทั่วทั้งร่าง เืไหลออกมาจากปากของเขาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ และเมื่อรู้สึกถึงการโจมตีที่โหดร้ายของเถาอู้อีกครั้ง ฉินอวี่จึงรีบใช้งานวิชาปีศาจคลั่งอย่างไม่ลังเล!
พลังปราณที่อยู่ในร่างกายลุกโชนขึ้นมาในทันที ลำแสงสีแดงของเพลิงมรณะ และสีม่วงของอสุนี์ได้ประสานเข้าด้วยกันทันที กลายเป็ลำแสงสามสี เปรียบดั่งม่านแสงที่เข้าปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง
ความรู้สึกอันทรงพลังเหล่านี้ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังจากหายไปนาน ฉินอวี่จึงอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงคำรามที่ทุ้มต่ำออกมา หลังจากที่ตนเองได้มาถึงแดนต้าโหมวเทียน นี่นับเป็ครั้งแรกที่เขาใช้วิชาปีศาจคลั่ง
“ตูม!”
ศีรษะของเถาอู้เหมือนมีพลังมหาศาลที่ทำให้พื้นที่ว่างแตกออก กระแทกตรงมายังหน้าท้องของฉินอวี่ และฉินอวี่ที่กำลังลอยตีลังกาอยู่ก็บิดร่างพลิ้วไปอย่างรุนแรง กำหมัดข้างขวาไว้แน่นเป็กำปั้น อสุนี์ประจำตัวและเพลิงมรณะรวมเข้าสู่ภายใน ก่อนจะปล่อยพลังหมัดโจมตีออกไปด้วยพลังว่านจ้งห้าชั้น
หมัดะเิฟ้า!
หมัดหนึ่งหมัดนี้ ทำให้พลังในร่างกายของฉินอวี่หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ ร่างกายของเขาได้รับการชำระล้างแล้วด้วยแก่นโลหิตของหยาจื้อและเสวียนอู่ แม้ว่าจะยังไม่ได้รับการกระตุ้น แต่ช่วยเพิ่มพลังการป้องกันและความแข็งแกร่งในร่างกายของเขาได้เป็อย่างดี และด้วยพลังขั้นสูงสุดสองชนิดอย่างหัวใจเพลิงมรณะและอสุนี์ประจำตัว รวมกับรอยผนึกฝ่ามือที่กลางฝ่ามือข้างขวา พลังของหมัดะเิฟ้าในครั้งนี้ เกรงว่าคงจะสามารถทำลายผู้ฝึกตนขั้นเทพ์ได้สบายๆ และแม้แต่อสูรธรณีเองก็คงยากที่จะรับมือ
“ตูม ตูม ตูม!”
เกิดเสียงดังกึกก้องไปทั่วฟ้าดิน ม่านพลังที่ปกคลุมลานวงแหวนที่ใช้ต่อสู้นั้นเกิดปั่นป่วนอย่างรุนแรง เหมือนคลื่นทะเลกลางพายุฝน
สวี่กวนเซิงที่ยืนอยู่บนหลังเถาอู้มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ดวงตาสีเทาของเขาหดตัวลงอย่างรวดเร็ว มองไปยังฉินอวี่ที่กระแทกลงบนม่านพลังอย่างจังและกำลังปีนลุกขึ้นมา จิตใจของเขาก็ปั่นป่วนในทันที
“เป็ไปได้อย่างไรกัน!” สวี่กวนเซิงใ
เมื่อฉินอวี่เผชิญหน้ากับเถาอู้ สวี่กวนเซิงก็รู้สึกได้ว่าเถาอู้ถูกฉินอวี่กระแทกจนถอยไปครึ่งก้าว
แม้ว่าจะเป็หนึ่งก้าว แต่มันก็คือเถาอู้ แม้ว่าไม่ใช่อสูร้ายที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เถาอู้ตัวนี้ก็มีร่างกายที่แข็งแกร่งเกินกว่าผู้ฝึกตนโดยทั่วไปจะเทียบได้? และในตอนนี้ นึกไม่ถึงว่าจะถูกผู้ฝึกตนขั้นกุมารทิพย์ระดับกลางคนเดียวกระแทกโจมตีจนถอยหลังไปถึงครึ่งก้าว? อย่างไรก็ตาม ต่อให้เป็คนขั้นเทพ์ก็ไม่อาจทำให้เถาอู้ขยับได้เลยแม้แต่น้อย!
หลี่โหย่วฉายผู้นี้เป็ยอดฝีมือเื่การฝึกกายอย่างนั้นหรือ?
สวี่กวนเซิงที่รู้ดีถึงความแข็งแกร่งของเถาอู้รู้สึกเหลือเชื่ออย่างมาก เขามองไปทางฉินอวี่ที่กำลังลุกขึ้นมา พร้อมเปลวไฟที่ลุกโชนเป็แสงสีแดงอ่อนทั่วทั้งร่าง มองไปยังอสุนี์ที่มีขนาดหนาเท่าแขนซึ่งพันอยู่รอบตัว ในใจของสวี่กวนเซิงก็คิดหนักอย่างมาก พละกำลังของฉินอวี่น่ากลัวกว่าที่เขาคิดไว้มาก และเมื่อเห็นเพลิงมรณะในมือขวาของฉินอวี่ สวี่กวนเซิงก็ยิ่งตัวสั่นอย่างรุนแรง
ดวงตาภายใต้ชุดคลุมสีดำนั้นเบิกโพลงขึ้นทันที มองดูเปลวไฟสีขาวเทาที่อยู่กลางเพลิงมรณะอย่างเหลือเชื่อ!
หัวใจเพลิงมรณะ
สวี่กวนเซิงจ้องมองหัวใจเพลิงมรณะอย่างตกตะลึง เขาขยี้ตาตัวเองทันที และพึมพำขึ้นเบาๆ “ข้าตาฝาดไปหรือ? หัวใจ... เพลิงมรณะ?”
ผ่านไปครู่หนึ่ง สวี่กวนเซิงก็รู้สึกตัวขึ้นมา และมองดูฉินอวี่ที่กำลังจะโจมตีมาอีกครั้ง ก่อนจะะโเสียงดังอยู่ในใจ “หัวใจเพลิงมรณะ... ข้าไม่พอใจท่านมาก ทำไมท่านถึงดูแลเขาดีถึงขนาดนี้! ข้ามีอะไรด้อยกว่าเขา?”
