ตอนที่ 7
บ้านหลังเล็กสองห้องนอน ดีที่ห้องใหญ่ เตียงเตาค่อนข้างกว้าง นอนกัน สี่คนได้สบาย จึงมี เธอกับพี่สามนอนเบียดพ่อและแม่ ส่วนอีกห้องเป็ของพี่ใหญ่และพี่รอง วันนี้ เธอวิ่งวุ่นไปทั่ว ไหนจะจับปลา เก็บผัก ย่างปลา ปลูกผัก เหนื่อยยิ่งนัก (จริงๆเ้าตัวแค่ชี้นิ้วไม่ได้ทำเองสักอย่าง) พอท่านแม่อาบน้ำให้เธอเสร็จ ร่างเล็กนั่นก็หลับไปทันที
“นายท่าน ท่านมาแล้ว”เสียงเล็กดังขึ้นภายในหัวของเธอ มันช่างฟังดูคุ้นหูนัก
จู่ ๆราวกับร่างกายโดนดึงดูดจากอะไรสักอย่างทำให้เธอไปโผล่ยังสถานที่แห่งหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี สุดลูกหูลูกตา บ่อน้ำใสเป็ประกายระยิบระยับราวกับแสงอัญมณี ที่เกิดจากน้ำตกที่ไหลมาจากหุบเขาด้านหน้า ดึงดูดสายตาเธอยิ่งนัก ร่างเล็กเดินเข้าไปใกล้ อย่างห้ามใจไม่อยู่ แต่แล้วก็หยุดชะงัก เมื่อมีบางสิ่งกลมๆกลิ้งเข้ามาหาเธอ ทำเอาเธอผงะ รีบก้าวถอยหลังทันที ก่อนจะเพ่งเล็งเ้าสิ่งนั้นอย่างสงสัย
สิ่งกลมๆนั้นค่อยเหยียดขาทั้งสี่ของมันออกมา ขนสีน้ำตาลขาวยาวปกคลุมไปทั้งร่าง หัวกลมมนเกือบเท่าตัว ตาโตเป็ประกาย หางเล็กนั้น ถ้าไม่ติดว่ามันสีน้ำตาล เธอคงคิดว่ามันคือแพนด้าน้อยฉบับย่อส่วน เพราะมันตัวเล็กเท่าฝ่ามือ หรือมันคือหนูเฮมเตอร์ใช่ไหม
“นายหญิง”เ้าสัตว์ประหลาดนั้นยืนด้วยสองขาหลัง ชูขาหน้าสองข้างราวกับกำลังทักทายเธอ ทำเอาเธออึ้งตลึงงัน คราวนี้อะไรอีกล่ะ
“ข้ารอท่านในนี้มานานแล้วขอรับ”เสียงของเ้าหนูตัวเล็กยังดังอยู่ในหัวของเธอ
“กรี๊ด หนูพูดได้”จิวจิวใถึงกับผงะ เมื่อเห็นว่าเสียงในหัวขอเธอมาจากไหน
“นายหญิง ข้าไม่ใช่หนูขอรับ ข้าคือภูติผู้ดูแลมิติแห่งนี้ เพื่อรอท่านขอรับ ข้าไม่ได้พูด ข้าเพียงสื่อสารกับท่านผ่านทางจิต ท่านแค่เพียงพูดหรือนึกในใจ ก็สามารถสื่อสารกับข้าได้ขอรับ”เ้าตัวน้อยทำแก้มป่องอย่างงอนๆ ที่อีกฝ่ายเรียกเธอเป็หนู ทั้ง ๆที่ตัวมันเป็ถึงภูติผู้ดูแลมิติ
“มิติอะไร นายหญิงอะไร ข้าไม่เข้าใจ”จิวจิวยังทำหน้างง กับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด
“นายหญิงคือผู้สืบทอด ขอรับ ทันทีที่กำไลนั้นเลือกท่าน ท่านจึงถูกส่งมาทีนี่” เ้าหนูน้อยพูดพร้อมกับชี้ขาหน้าเล็กๆมาทางเธอ
“กำไล เอ๊ะ มาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ยะ ไม่ยักเห็น”จิวจิวก้มลงมองข้อมือตัวเอง ก็ต้องประหลาดใจ มันคือกำไลที่เธอได้มาตอนไปชมพระราชวังเก่าแก่ ที่เธอทำอย่างไร ก็ถอดไม่ออกวงนั้น
“มันติดตัวนายหญิงมาตลอดขอรับ ไม่มีใครเห็นมันนอกจากนายหญิง”เ้าหนูแฮมเตอร์อธิบาย ที่ไปที่มาของมัน
“นี่พระเ้ากำลังเล่นตลกอันใดกับฉันเนี่ยะ”เด็กหญิงพึมพัมอย่างไม่อยากเชื่อ กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
“ลิขิต์ ไม่สมารถแพร่งพรายได้ขอรับ ชะตาของนายหญิงถูกลิขิตไว้แล้วว่าต้องมาที่นี่ เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนชะตาของบางคนให้ถูกต้อง”เ้าหนูแฮมเตอร์ ยังคงทำท่าทีทรงภูมิอธิบายกับจิวจิวอย่างใจเย็น ไม่สนใจท่าทีสติแตกของเธอสักนิด
“เหอะเ้าหนูตัวน้อย ข้าจะไปช่วยใครได้ ตอนนี้ครอบครัวข้าด้านนอกยังเอาตัวไม่รอดเลย”จิวจิว เอ่ยตอบเ้าหนูตัวน้อยนั่นอย่างเย้ยหยัน
“นายหญิงช่วยเขาได้ขอรับ”เ้าหนูแฮมเตอร์ รีบบอก เมื่อเห็นท่าทีไม่เชื่อถือของผู้เป็นาย
“อย่างนั้นหรือ ยังไงล่ะ”จิวจิวก้มมองหนูตัวน้อยอย่างสนใจ
“ที่นี่เป็มิติของท่าน นายหญิงเห็นบึงน้ำนั่นไหม นั่นเป็น้ำแห่งจิติญญา สามารถชะล้างได้สารพัดสิ่ง รักษาโรคภัย แม้แต่เร่งการเจริญเติบโต ก็ใช้มันได้”มันรีบรายงานถึงของดีที่อยู่ในมิมิให้เด็กหญิงฟัง
“ห๊ะ วิเศษขนาดนั้นเลย งั้นถ้าตักไปขาย คงได้ราคาดี”จิวจิวดวงตาเป็ประกาย เมื่อเห็นช่องทางทำเงิน
“ใช่ขอรับ แต่ท่านจะต้องเจอกับปัญหามากมาย ทุกคนจะตามหาที่มาของมัน ท่านยังไม่พร้อมจะรับมือแน่ๆ”เ้าหนูแฮมเตอร์เอ่ยเตือน
“อืม ก็จริง หยกไม่ผิด ผิดที่คนหยกจริงๆ”จิวจิวสามารถเข้าใจได้ทันทีที่อีกฝ่ายเตือน ถ้าครอบครัวเธอถูกปองร้าย แล้วใครจะปกป้องพวกเธอ
“นั่น กระท่อมนั้น มีไว้ทำอะไร”เสียงเล็กเอ่ยถาม พร้อมกับก้าวเดินไปดู
“นายท่าน รอข้าด้วย”ร่างเล็กๆกลม ไม่รู้ว่าวิ่งหรือกลิ้งตามเธอมา ทำให้เธอมองอย่างสนใจไม่ได้ เพราะมันช่างน่าขันนัก
“มาๆข้าพาเ้าไป”จิวจิวยื่นมือไปให้เ้าตัวเล็กนั่นขึ้นมาบนมือเธอ ถ้าปล่อยให้มันกลิ้ง เอ้ยเดินตามเธอ คงไปไม่ถึงไหนแน่
“กระท่อมสำหรับพักอาศัยของนายท่านขอรับ นั่นห้องสมุดมีทุกอย่างที่นายท่าน้าฝึกฝน ไม่ว่าจะเป็ วรยุทธ์ การหลอมโอสถ หรือแม้แต่เวทย์อักขระต่างๆ มีหมด และเป็หนังสือหายากที่หายสาปสูญไปนาน นายท่านสามรถเรียนรู้ได้เลยขอรับ”เ้าหนูที่ตอนนี้ปีนมายืนนิ่งบนไหล่เล็กของเธอเอ่ยบอก
“อย่าบอกนะว่าโลกนี้ เป็แนวแฟนตาซีนะ ต้องวัดพลังธาตุอะไรแบบนั้น”จิวจิวเบิกตาโต เมื่อได้ฟังเ้าหนูแฮมเตอร์พูด
“น่าจะประมาณนั้นขอรับ ที่นี่ผู้คนต่างมีพลังธาตุ ั้แ่เกิด และค่อยๆฝึกฝนเพื่อความแข็งแกร่งขอรับ”จิวจิวฟังอีกฝ่าย พร้อมกับพยายามเค้นสมองหาความทรงจำเ้าของร่าง เกี่ยวกับเื่นี้ แต่แปลก ไม่มีเื่นี้เลย
“ไม่ต้องแปลกใจขอรับ ชาวบ้านที่นี่ ไม่สนใจเื่พลังธาตุ ทุกคนสนใจแค่ปากท้อง ไม่เคยส่งลูกหลานไปทดสอบพลังธาตุมาก่อน เพราะต้องใช้เงินเป็จำนวนมาก อีกทั้งการฝึกปรือ ยังต้องใช้โอสถเข้าร่วม ถึงจะสำเร็จขอรับ”จิวจิวพยักหน้าอย่างเข้าใจ ใช่สิหมู่บ้านนี่ แค่หาอาหารให้พอกินยังยากเลย จะเอาเวลาที่ไหนไปสนใจฝึกพลังธาตุกัน
“อีกอย่างพลังของนายท่านยังไม่ถูกปลุก ต้องรอจนกว่าจะถึงเวลา”เ้าหนูนั่นยังพล่ามไม่จบ ขณะที่เธอเริ่มหยิบตำราแพทย์ขึ้นมาดูก่อนเลย จู่ ๆข้อมูลมากมายในหนังสือก็ราวกับมีชีวิต มันพุ่งเข้าไปในหัวเธอไม่ยอมหยุด จนกระทั้งหมดหน้าสุดท้าย หนังสือเล่มนั้นก็ปิดลง
จิวจิวมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ค่อยจัดระดับสิ่งที่เข้ามาภายในหัวเธอ ย่อยความรู้ทั้งหมด ก่อนตกผลึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างอยากใ ราวกับมีรายชื่อสมุนไพรนับร้อยนับพันอยู่ในหัวเธอ แค่นึกชื่อ ก็จะเห็นภาพว่าสมุนไพรนั้นมีลักษณะอย่างไร และถ้าเห็นต้นก็รู้ทันที ว่าสมุนไพรต้นนั้นชื่ออะไร มีสรรพคุณทางยาอะไรบ้าง โอ้ะ มันจะวิเศษเกินไปแล้ว
“นายท่าน นี่เป็ข้อดีของผู้มิติ สามารถเรียนรู้ทุกอย่างได้รวดเร็ว และจดจำได้ออย่างแม่นยำขอรับ”เ้าหนูน้อย อธิบายให้เด็กหญิง ที่งงทำหน้างงงวยได้รับทราบ
“เยี่ยม มันเยี่ยมมาก”จิวจิวแทบจะะโด้วยความยินดี ไม่ใช่เธอไม่มีความรู้เื่สมุนไพร เพราะเธอก็เคยศึกษามาเยอะ ใช้เวลาตั้งหลายปี กว่าจะจำสมุนไพรได้หลายชนิด แต่นี้ พริบตาเดียวเธอก็จดจำได้จนหมดสิ้น แถมไม่มีทางลืมอีก
“ที่นี่เป็ของข้าทั้งหมดเลยหรือ”จิวจิวเอ่ยถามหลังจากเดินออกมาจากกระท่อม มองไปยังพื้นที่ว่างสุดลูกหูลูกตานั้นดวงตาเป็ประกาย
“ใช่และไม่ใช่ขอรับ”เ้าหนูน้อยตอบ
“ยังไง”จิวจิวเอียงหน้ามองอย่างไม่เข้าใจ
“ตอนนี้นายท่าน ยังไม่เปิดจุดพลัง ดังนั้นท่านใช้พื้นที่ได้เพียง ห้าหมู่เท่านั้นขอรับ กับกระท่อม และบึงน้ำ เมื่อท่านมีพลังมากขึ้น เขตแดน จะค่อยลดน้อยลง ท่านจะได้พื้นที่มากขึ้นขอรับ แถมแต่ละครั้งที่พื้นที่ขยาย ท่านจะได้ของดีเพิ่มเข้ามาในมิติอีกด้วย”จิวจิวพยักหน้า เข้าใจ เกี่ยวกับการอัพเลเวล ของมิตินี้
“อย่าลืมนะขอรับ ท่านสามารถเอาของเข้ามาเก็บ แค่แตะสิ่งของแล้วบอกว่าเก็บ ของที่เอาเข้ามาจะยังคงรูปเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อ้านำออกไป ท่านเพียงเรียกชื่อสิ่งของนั้น ของสิ่งนั้นจะปรากฏทันที ขอบรับ”จิวจิวพยักหน้ารับรู้
“ขอถามอีกข้อ ข้าเข้ามาที่นี้ทั้งตัวหรือแค่ิญญา”จิวจิวถามสิ่งที่เธอค่อนข้างคาใจ
“ตอนนี้เท่าเข้ามาเพียงแค่จิติญญา แต่ท่านสามารถเข้ามาได้ทั้งตัว เพียงแค่พูดว่าเข้าหรือออก แต่ไม่สามารถนำคนอื่นเข้ามาได้ นะขอรับ”เ้าหนูน้อยอธิบายราวกับอาจารย์ผู้ทรงภูมิ ทั้งที่ร่างมันเล็กกระจิดริด น่ารัก ไม่เข้ากับท่าทางรู้มากของมันสักนิด
“ตกลง ขอบใจเ้าที่ทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาจริง”จิวจิวยื่นมือไปจับร่างเล็กออกจากไหล่ พร้อมกล่าวขอบคุณอีกฝ่าย
“เป็หน้าที่ของข้าขอรับ นายท่านโปรดเรียกข้าว่าหยวนเป่าขอรับ”เ้าหนูหยวนเป่าประสานมือไว้ด้านหน้า เลียนแบบท่าโค้งคาราวะ ก่อนที่จะมีแสงสว่างสาดเข้าหาเธออย่างแรงกล้า
ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกจากที่นอน ด้วยความใ นี่เธอกำลังฝันใช่ไหม มองซ้าย ขวา อ้าวพ่อแม่ พี่ ไปใหนกันหมดแล้ว ข้าตื่นสายอย่างนั้นรึ ปากน้อยอ้าออกกว้าง หาวด้วยความง่วง
ตกลงเธอได้นอนไหมนะเมื่อคืน ทำไมรู้สึกเพลียเหลือเกิน หาว! ตาจะปิดอยู่แล้ว ขอนอนต่อแล้วกันนะ คิดจบ ร่างเล็กนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนนั้นทันที
“เพ้ย เ้าตัวี้เี ตื่นได้แล้ว”เสียงเล็กๆที่เธอได้ยินมาทั้งคืนยังตามมาหลอกหลอนเธออีกหรือนี่ ร่างน้อยๆยกผ้าห่มขึ้นคลุมไปทั้งหน้า แต่เหมือนรู้สึกว่ามีตัวอะไรสักอย่างเต้นเหย็งๆอยู่บนหัวเธอ
“ว๊าก เ้ากล้าปัดข้ารึ”เ้าหนูตัวน้อยหยวนเป่า ที่ถูกปัดจนกระเด็นตกไปยังที่นอน ขาทั้งสี่ชี้ขึ้นฟ้า ดูน่าชวนขำ
“เ้าเป็ใคร”จิวจิวดึงผ้าห่มออก มองไปยังร่างเล็กน่าขำบนที่นอนของเธอ
“ข้าหยวนเป่าอย่างไรเล่า”อีกฝ่ายทำแก้มป่อง อย่างเคืองๆที่ถูกทำร้าย
“โกหก หยวนเป่าออกจะสุภาพ ไม่ใช่จอมโวยวายอย่างเ้าแน่ๆ”จิวจิวต่อว่าอีกฝ่าย ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งจ้องไปยังเ้าหนูแสนคุ้นตาตรงนั้น รูปร่างหน้าตานะใช่ นี่นิสัย ไม่มีทางเป็หยวนเป่าไปได้ จิวจิวมั่นใจ
“เมื่อคืนที่เ้าเห็นเป็เพียงจิตเสี้ยวหนึ่งที่ข้าถอดไว้ ถ่ายทอดให้คนที่เข้าไปในมิติเท่านั้น นี่ถึงจะเป็ตัวข้า”เ้าหนูหยวนเป่า กอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง
“อ๊าก เ้าหลอกลวงผู้บริโภค ข้าจะร้องเรียน”จิวๆถึงกับโมโห เธออุตส่าห์ดีใจ ที่เจอหยวนเป่า เมื่อคืน คิดว่าอย่างน้อยก็เจอมิตรจิตใจดีงาม แต่นี้
ปัง เสียงประตูเปิดกระแทกเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับร่างของเสี่ยวหลินที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า เมื่อได้ยินเสียงร้องของน้องสาว ตามติดด้วยพี่รอง ที่ถือไม้กวาดตามเข้ามาด้วย ก่อนที่สายตาทั้งหมด จะตกจะไปอยู่ยังร่างกลมๆที่ยืนอยู่บนเตียงของน้องสาว
“กรี๊ด หนู น้องสาวเ้าอยู่นิ่งๆ พี่จะไล่มันไปเอง”เสี่ยวหลินกรีดร้องด้วยความใ ถึงจะกลัว แต่ร่างเล็กๆนั้นกับทำใจกล้าจะเข้ามาไล่หนูให้เธอ
“ไหน หนู พี่รองจัดการเอง”เท่านั้นแหละความชุลมุนภายในห้องก็เกิดขึ้น ทั้งคนทั้งหนูวิ่งไล่กันจนยุ่งเยิงไปหมด สุดท้ายไม่รู้หนูหนีไปไหน แต่พี่รองกับพี่สาว นั่งหายใจเหนื่อยหอบอยู่กลางห้อง พร้อมกับอาวุธคู่กาย ไม้กวาดที่ทิ้งอยู่ข้างๆ
“ประสาท พี่น้องเ้านี่ยุ่งจริง”เ้าตัวร้าย ไม่รู้ปีนขึ้นมานั่งอยู่บนไหล่เธอั้แ่เมื่อไหร่ ปล่อยให้พี่ๆของเธอตามหากันให้วุ่นไปหมด จิวจิวได้แต่นั่งกลอกตาไปมา หมดคำจะพูดกับความวุ่นวายเมื่อครู่
“จิวเออร์ นั่น มันอยู่บนไหล่เ้า นั่งเฉยพี่รองจะฟาดมันเอง”หยางหลงสะดุ้งใ เมื่อเห็นเ้าหนูตัวอ้วนนั่งมองพวกเขาอยู่บนไหล่น้องสาว รีบหยิบไม้กวาดเตรียมหวดมันเต็มที่
“หยุด ! นะพี่รอง”จิวจิว รีบยกมือขึ้นห้ามพี่ชายทันที่ เมื่ออีกฝ่ายยกไม้กวาดตรงมาหาเธอ จะฟาดยังไงล่ะ ถึงจะไม่โดนเธอ ในเมื่อเ้าตัวร้ายนี่เกาะติดเธอไม่ยอมไปไหน
“พี่รอง นี่มันสัตว์เลี้ยงของข้านะ เ้าค่ะ ท่านจะทำร้ายมันไม่ได้”จิวจิว รีบบอกกพี่ชาย ก่อนที่จะโดนฟาดทั้งคนทั้งหนู
“สัตว์เลี้ยง เ้าเลี้ยงหนูเนี่ยะนะ”หยางหลงใ เมื่อน้องสาวบอกว่ามันเป็สัตว์เลี้ยงของนาง
“ใช่เ้าค่ะ มันชื่อหยวนเป่าเ้าค่ะ ดูสิเ้าคะ มันน่ารักออก มันรู้ความด้วยนะเ้าคะ”จิวจิวยื่นฝ่ามือไปให้หยวนเป่าก้าวลงจากไหล่เธอ เ้าตัวเล็กนั่นก็ก้าวลงมาตาม ก่อนจะนั่งนิ่ง จ้องตาหยางหลงไม่กระพริบ
“อ๊ะ มันน่ารักจริงๆด้วยน้องเล็ก ไม่เหมือนหนูที่เคยเห็นเลย เ้าตัวนี้สงสัยเป็จะกละ ดูสิตัวอ้วนกลมน่ารักเชียว”เสียวหลินค่อยๆเดินลากขาเข้ามาเมียงมองเ้าตัวน้อยในฝ่ามือน้องสาว ก่อนจะตาเป็ประกาย
“ว่าใครตะกละ พวกเ้าสิตัวตะกละ”หยวนเป่าเต้นแหย็งๆไม่ชอบใจ ที่ถูกหาว่าเป็จะกละ มันแค่ชอบกินเท่านั้นเอง
“อ๊ะ ดูสิมันชอบใจ เต้นใหญ่เลย พี่รอง น้องเล็ก”เสี่ยวหลินตื่นเต้น เมื่อเห็นเ้าตัวน้อยะโเหย็งๆ จิวจิวกลั้นขำแทบแย่ เมื่อพี่สาวแปลความหมายตรงข้าม จนทำให้เ้าหยวนเป่าถึงกับโกรธหงายหลังขาชี้ฟ้า แกล้งตายกับความโง่เง่าของเด็กพวกนี้
“เอาล่ะๆ ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว ช่วยกันเก็บของ เดียวท่านพ่อกับท่านแม่มาเห็นจะโดนดุ ข้าวของเกลื่อนไปหมดแล้ว เ้าก็ลุกได้แล้วน้องเล็ก ”หยางหลง เกาท้ายทอยและมองไปรอบๆอย่างทำอะไรไม่ถูก ต้องรีบช่วยกันกลบเกลื่อน
