เล่มที่ 4 บทที่ 115 ร่วงตกจากฟ้า
“เ้า…”
คำพูดพวกนี้ไม่ต่างอะไรกับคำขู่ดีๆนี่เอง
เหล่าศิษย์สำนักหลิงติ่งเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็พากันโกรธจนตัวสั่น แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้
ก็เหมือนอย่างที่อีกฝ่ายพูด ที่ทะเลอูไห่มีผู้บำเพ็ญล้มตายมากมายทุกปี หากพวกเขาตายไปก็คงจะไม่มีใครสนใจ
“ข้าจะนับหนึ่งถึงสิบ หากนับถึงสิบแล้วพวกเ้ายังไม่ยอมเอาออกมาแต่โดยดี ก็รอศิษย์สำนักหลิงติ่งคนอื่นมาเก็บศพพวกเ้าแล้วกัน แต่ไม่ต้องห่วงนะ ถึงตอนนั้นข้าจะบอกว่าพวกเ้าเจอปีศาจจระเข้เข้า แล้วดันโชคร้ายถูกมันสังหาร…” พูดจบศิษย์สำนักเชียนซานก็เริ่มนับถอยหลัง
“สาม สอง หนึ่ง…”
ศิษย์พี่หวังขบกรามแน่นจนมีเืไหลซึมที่มุมปาก มือก็พลางบีบกระถางหลิงติ่งที่เป็อาวุธคู่กายไว้มั่น
“ก็ได้ ข้า…”
ชั่วขณะที่ศิษย์พี่หวังกำลังจะส่งาาหญ้าหมอดำออกไปให้ ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงความผิดปกติขึ้น เพราะท้องฟ้าเหนือหัวมีบางอย่างพลันสว่างวาบ…
‘แสงอะไรน่ะ?’
ในขณะที่กำลังจะเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย
ก็พบว่ามีลูกไฟขนาดั์พุ่งตกลงมาจากฟ้า
เปลวไฟที่ลุกโชนทำให้เกิดแสงสว่างวาบเป็สายยาว ราวกับดาวตกที่ปรากฏขึ้นในยามค่ำคืน…
“ซวยแล้ว!”
ศิษย์พี่หวังอุทานเสียงหลง ขณะที่กำลังจะเอ่ยเตือนทุกคน ก็สายไปเสียแล้ว เพราะดาวตกที่มีเปลวไฟลุกโชนได้พุ่งเข้าใส่จนเกิดเสียงดังสนั่น…
เพียงพริบตาเดียวเปลวไฟก็พวยพุ่งลุกโชน
แรงกระแทกรุนแรงทำให้ทุกคนลอยกระเด็นอัดกับพื้นเต็มแรง
ชั่วขณะเดียวกัน ก็เกิดฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว
เป็เวลานานถึงหนึ่งเค่อเต็มๆ ฝุ่นควันเหล่านี้จึงสลายไป ศิษย์พี่หวังที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยเขม่าควันพยายามพยุงตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ขณะที่เช็ดทำความสะอาดใบหน้า ก็เดินไปดูจุดที่ดาวตกพุ่งลงมาด้วยความสงสัย…
บัดนี้เกิดเป็หลุมขนาดั์หลายสิบจ้าง
และในหลุมก็มีหินอุกกาบาตที่กำลังลุกเป็ไฟ…
“แค่กๆ…” จู่ๆก็มีเสียงไอรุนแรงดังจากใต้ซากหินนั่น ศิษย์พี่หวังสะดุ้งโหยงทันที หลังจากพินิจดู จึงเห็นว่ามีใครบางคนติดอยู่ใต้หินอุกกาบาตนั่น…
คนผู้นี้อายุประมาณยี่สิบกว่าปีเห็นจะได้ ไอิญญาในตัวก็แปรปรวนยิ่งนัก หากไม่สังเกตดูดีๆ ก็คงคิดว่าเป็เพียงคนธรรมดาเท่านั้น ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญ แต่หลังจากที่สำลักออกมาอย่างรุนแรง คนผู้นั้นก็ตะเกียกตะกายออกโผล่มาจากใต้หิน แค่เคลื่อนไหวเล็กน้อยก็แทบจะไม่ไหว บัดนี้เขากำลังหอบหายใจแรงพิงตัวอยู่ที่หินนั้น ไม่นานก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าควานหาบางอย่าง ทว่าพอไม่เจอสิ่งที่้า ก็สบถคำหยาบออกมา…
หลังจากเห็นว่ามีคนยืนดู คนผู้นั้นก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“มียาลูกกลอนเผยหยวนหรือไม่ ขอข้าสักสองเม็ดหน่อยสิ…”
“อ้อ มีๆ…” ศิษย์พี่หวังที่กำลังมึนงงก็หยิบยาลูกกลอนเผยหยวนออกมาขวดหนึ่งจากกระถางหลิงติ่ง ก่อนจะโยนออกไปให้
คนผู้นั้นรับมา ก่อนจะเทยาลูกกลอนทั้งหมดเข้าปาก จากนั้นจึงหลับตาโคจรพลัง เป็เวลาอยู่นานกว่าจะเอื้อนเอ่ยออกมาอีกครั้ง
“จริงสิ เหมือนได้ยินเสียงศิษย์สำนักเชียนซาน พวกเขาอยู่ที่ไหนหรือ?”
“เขา…” ศิษย์พี่หวังอ้าปากกำลังจะพูด แต่จู่ๆก็หยุดชะงักลงไป
จากนั้นก็กระตุกใจนเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดออกมาทั่วใบหน้า
‘บัดซบ ซวยแล้ว!’
“เขาทำไมหรือ?”
“เขา…” ศิษย์พี่หวังยกมือปาดเหงื่อ ก่อนจะชี้ไปทางหินอุกกาบาตด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
“เหมือนจะอยู่ข้างใต้นั่น…”
“…” คนผู้นั้นหลังจากได้ยินก็ลูบจมูกเบาๆ ก่อนจะะเิหัวเราะออกมา
“แค่อุบัติเหตุน่ะ อุบัติเหตุ…”
ระหว่างที่ทั้งคู่พูดคุยกัน เหล่าสำนักเชียนซานที่เหลือก็ได้สติขึ้นมา ตอนแรกยังหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่พอเห็นชัดว่าอีกฝ่ายเป็เพียงผู้บำเพ็ญที่มีไอิญญาอ่อนแอ แถมยังาเ็สาหัส ก็พากันใจกล้าขึ้นมา
หลังจากส่งสายตาให้กัน ศิษย์สำนักเชียนซานเจ็ดถึงแปดคนก็ล้อมเข้ามา
“เ้าพวกสำนักหลิงติ่งช่างกำแหงนัก ถึงกับสมคบคิดกับคนนอกทำร้ายศิษย์สำนักเชียนซานของข้าได้ สงสัยคงอยากถูกขับออกจากพิภพซ่างจง!”
คนที่เป็แกนนำมีหน้าตาคล้ายคนที่ถูกหินอุกกาบาตทับอยู่หกถึงเจ็ดส่วนจากทั้งหมดสิบส่วนก็ว่าได้ แต่บัดนี้เขาไม่มีท่าทีเป็ห่วงศิษย์ร่วมสำนักที่ถูกทับแม้แต่น้อย แต่กลับมาหาเื่สำนักหลิงติ่งก่อนเป็อย่างแรก
“อย่ามาใส่ร้ายพวกข้านะ สำนักหลิงติ่งอยู่ที่ทะเลอูไห่มานาน ไม่เคยมีเื่กระทบกระทั่งหรือคิดร้ายต่อสำนักเชียนซาน อีกอย่างข้าก็ไม่รู้จักกับสหายผู้นี้ แล้วจะเรียกว่าสมคบคิดทำร้ายศิษย์สำนักเชียนซานได้อย่างไร?” หากเป็เื่ที่เกี่ยวพันถึงสำนัก ศิษย์พี่หวังจึงจำต้องออกหน้ารับ นี่คิดจะล้อเล่นหรืออย่างไร หากเื่นี้แพร่ออกไป สำนักเชียนซานคงมีเหตุผลมากมายขับสำนักพวกเขาออกจากพิภพซ่างจงแน่
“หึหึ ใส่ร้ายหรือ?” ศิษย์สำนักเชียนซานค่อยๆเดินเข้ามา ก่อนจะยกยิ้มไปทางศิษย์พี่หวัง
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอถามหน่อย เมื่อครู่เ้าได้ให้ยาลูกกลอนเผยหยวนไปหรือเปล่า?”
ศิษย์พี่หวังได้ยินเช่นนั้นก็สีหน้าก็ย่ำแย่ลงทันที
“คือว่า…”
“ปากก็บอกว่าไม่รู้จัก แต่กลับให้ยาลูกกลอนเผยหยวน ทำไมล่ะ หรือสำนักหลิงติ่งจะร่ำรวย จนเที่ยวแจกยาลูกกลอนไปทั่ว?”
“ข้าก็แค่…” ศิษย์พี่หวังร้อนใจขึ้นมาทันที
“เอาล่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว เื่เป็มาอย่างไร พวกข้ารู้ดี เดิมทีน้องชายข้าพบสมบัติล้ำค่าที่เขาหนานซาน แต่พวกเ้าเกิดคิดละโมบ่ชิง แต่พอสู้น้องชายข้าไม่ได้ จึงสมคบคิดกับคนนอก ทำร้ายน้องข้าจนตาย แถมพวกเ้ายังให้ยาลูกกลอนเผยหยวนกับคนร้ายที่าเ็สาหัสอีก และนี่ก็คือเื่ที่เกิดขึ้น!”
“เ้า… อย่าพูดบ้าๆนะ!”
“จะจริงหรือเท็จ ค่อยไปแก้ตัวที่สำนักเชียนซานเอาแล้วกัน” พูดจบก็ส่งสัญญาณมือ
“พาตัวมันไปให้หมด!”
เมื่อสิ้นเสียงเหล่าศิษย์ สำนักเชียนซานก็กรูกันเข้ามาพันธนาการศิษย์สำนักหลิงติ่งทันที
ตอนแรกศิษย์สำนักหลิงติ่งยังพากันขัดขืนดิ้นรน แต่ถึงอย่างไรก็เป็เพียงสำนักเล็กๆ ถึงจะเป็ผู้บำเพ็ญย่างหยวนเหมือนกัน แต่พลังต่างกับลิบลับ เพราะหนึ่งในสิบสำนักใหญ่ ไม่ได้ดีแต่ชื่อเท่านั้น ทว่ายังมีฝีมืออีกด้วย ทั้งสิบสำนักนี้ล้วนเป็ใหญ่ในเป่ยจิ้ง ภัยพิบัติซ่างจงในอดีต ก็จบลงด้วยการร่วมมือของสิบสำนักนี้ พวกเขาใช้เวลาเพียงแค่สามวัน ก็จัดการสำเร็จ มีชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วเป่ยจิ้ง จึงเป็เหล่าสิบสำนักที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
เพียงแค่ครู่เดียว ศิษย์สำนักหลิงติ่งสิบกว่าคนนอกจากศิษย์พี่หวัง ก็ล้วนถูกศิษย์สำนักเชียนซานควบคุมเอาไว้ เห็นดังนั้นศิษย์สำนักเชียนซานก็ไม่ได้สนใจพวกสำนักหลิงติ่งอีก แต่กลับยกยิ้มน้อยๆก่อนจะส่งสัญญาณให้ศิษย์ร่วมสำนักที่เหลือ
“ไปจับคนร้ายที่สังหารน้องชายข้ามา”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
