แสงน้ำแข็งปลิวว่อนไปทั่ว ท้องฟ้าก่อกลายมาเป็พายุน้ำแข็งขนาดั์หนึ่งลูก
ตรงกลางพายุ ร่างของเจี่ยเผิงแห่งอาณาจักรคุนหลัวโชกไปด้วยเื เนื้อที่แตกออกเป็ริ้วๆ หลุดลอยออกไปจากเรือนกาย
“ไข่มุกน้ำแข็งะเิ!”
เนี่ยเทียนพลันหวาดหวั่นพรั่นพรึงต่ออานุภาพของพลังที่ไข่มุกน้ำแข็งลูกเล็กๆ นั่นปลดปล่อยออกมา
ไข่มุกน้ำแข็งนั้นมีขนาดแค่กำปั้น หลังจากที่ะเิออกกลับมีแท่งน้ำเข็ง มีดน้ำแข็ง และแสงน้ำแข็งนับร้อยนับพันสาดกระเซ็นออกมา
แท่งน้ำเข็ง มีดน้ำแข็ง และแสงน้ำแข็งเ่าั้ต่างก็เป็เหมือนกระบี่แหลมคมมากมายหลายเล่มที่ไม่เพียงแต่คมกริบ ทั้งยังแฝงเร้นไว้ด้วยพลังที่เย็นเยียบสุดขั้ว!
สถานที่แห่งนี้คือทางช้างเผือกที่เหน็บหนาว พลังของไข่มุกน้ำแข็งะเิจึงสามารถปลดปล่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
เจี่ยเผิงที่มีตบะต้น์่กลาง ฝึกคาถาวิเศษธาตุดิน ห่างจากเขาไปอีกหนึ่งร้อยเมตร ตลอดร่างกลับเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยเื
“ของเล่นที่ท่านอาจารย์เตรียมไว้ให้ข้าเป็ของดีจริงๆ ด้วย” มุมปากของเนี่ยเทียนยกยิ้มเหี้ยมเกรียม มองเจี่ยเผิงที่ร้องโหยหวนด้วยความเ็ปอยู่ในพายุน้ำแข็งเย็นเยียบก็แอบดีใจอยู่กับตัวเอง
ผู้ที่สะท้านะเืไม่ต่างกันยังมีเจิ้งปินแห่งอารามเสวียนอู้ที่มองดูอยู่ข้างๆ หลังจากที่ไข่มุกน้ำแข็งเม็ดนั้นะเิออก สายตาเขาก็เผยความตะลึงลานออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เขาเคยได้ยินความน่ากลัวของไข่มุกน้ำแข็งะเิมาก่อน แต่กลับไม่เคยได้เห็นกับตาตัวเอง
คราวนี้เนี่ยเทียนใช้ไข่มุกน้ำแข็งะเิชักนำให้เกิดพายุน้ำแข็งขึ้น ทำให้เขาเข้าใจอย่างแท้จริงว่าเหตุใดไข่มุกน้ำแข็งะเิถึงได้มีชื่อเสียงเป็ที่เลื่องลือยิ่งนัก
“อู้ๆๆ!”
ขณะที่เนี่ยเทียนกำลังหัวเราะหึหึด้วยเสียงแปลกแปร่ง รอบกายเจี่ยเผิงที่อยู่กลางพายุน้ำแข็งถูกโอบล้อมไว้ด้วยแสงสีเทาเหลือบเหลืองเป็ชั้นๆ
แสงเ่าั้มาจากพลังิญญาธาตุดินในร่างของเจี่ยเผิง ทั้งแข็งแกร่งและทนทาน
“กร๊อบ! กร๊อบ!”
พลังเย็นสุดขั้วในพายุน้ำแข็งกับวงแสงสีเทาเหลือบเหลืองตัดสลับเข้าด้วยกัน ก่อเกิดเป็เสียงประหลาดดังเสียดแทงแก้วหู
เจี่ยเผิงที่ร้องโหยหวนราวกับผีสางแม้จะอยู่ในสภาพน่าเวทนาจนแทบทนมองไม่ได้ กลับค่อยๆ ตั้งตัวได้อย่างมั่นคงขึ้น
เรือนกายอ้วนฉุของเขาที่มีพละกำลังหนักแน่นมั่นคงพยายามฝืนเปลี่ยนแปลงสนามโน้มถ่วง
เมื่อสนามโน้มถ่วงเพิ่มระดับรุนแรงขึ้น พายุน้ำแข็งที่หมุนคว้างกลางอากาศจึงร่วงหล่นลงมาอย่างน่าประหลาดใจ
ความรู้สึกเหมือนห้วงมิติยุบตัวลอยพรวดขึ้นมากลางใจของเนี่ยเทียน ทำให้เขาแอบรู้สึกได้ว่าท่าไม่ดี
และเวลานี้เอง เนื่องจากพายุน้ำแข็งร่วงลงมา เจี่ยเผิงที่สลัดพ้นมาได้ชั่วคราวจึงจับจ้องเนี่ยเทียนเขม็งด้วยดวงตาเล็กเท่าเมล็ดถั่วเหลืองนั่น
“ฟิ้ว!”
นาทีถัดมา เรือนกายใหญ่โตของเขาก็หลุดพ้นจากพันธนาการและอิทธิพลจากพายุน้ำแข็งได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เืหยดแล้วหยดเล่าบนร่างของเขาไหลรินอย่างมิอาจควบคุมได้ ตอนที่เขาบินลงมา เืสดพวกนั้นก็ร่วงพราวคล้ายฝนสีเืเม็ดเล็กๆ
“จงตายเสียเถอะ!”
เจี่ยเผิงคำรามลั่น พุ่งเข้ามาหาอย่างบ้าคลั่งราวกับสัตว์ร้ายที่ติดกับใกล้เผชิญความตาย
และเวลานี้เอง พายุน้ำแข็งด้านหลังของเขาก็ค่อยๆ สลายหายไป หมดพลังไปในระยะเวลาอันรวดเร็ว
“เนี่ยเทียนระวัง!”
เจิ้งปินที่อยู่ห่างจากสนามแม่เหล็กบิดเบือนยุ่งเหยิงระยะหนึ่งพลันหน้าเผือดสี ร้องเตือนขึ้นมาเสียงดังอย่างอดไม่อยู่
“อืม!”
เนี่ยเทียนแสยะปาก เขาเตรียมตัวรับมืออยู่นานแล้ว ท่ามุทราที่ฝ่ามือหันเข้าหากันของเขาจึงค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป
ในใจเขาสว่างวาบ รู้ดีว่าคาถาวิเศษเพลิงร้อนที่เพิ่งฝึกฝนไม่น่าจะทำร้ายเจี่ยเผิงได้มากนัก
วิธีการที่เขามีอยู่ในมือก็คือสนามแม่เหล็กบิดเบือน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเจี่ยเผิงโดยการลดพลังของเจี่ยเผิงลงไปอีกขั้นหลังจากใช้ไข่มุกน้ำแข็งะเิไปแล้ว
นอกจากนี้แล้วเขายังสามารถใช้กระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา นั่นก็คือหมัดพิโรธ!
เขาแอบรวบรวมพละกำลัง ตั้งท่าเตรียมพร้อม รอแค่เจี่ยเผิงบุกเข้ามาในสนามแม่เหล็กบิดเบือน เปิดให้โอกาสเขาได้โจมตีจังๆ
“อู้!”
รอบกายเนี่ยเทียน สนามแม่เหล็กที่ปะปนไปด้วยพลังจิต พลังิญญา พลังกล้ามเนื้อ และยังมีพลังเปลวเพลิงยิ่งเปลี่ยนเป็บ้าคลั่งไร้ระเบียบ
ดูเหมือนว่าสนามแม่เหล็กนั้นจะปรับเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงทางสภาพจิตใจของเขา
“ฟิ้ว!”
ในที่สุดเรือนกายใหญ่ั์ของเจี่ยเผิงก็แหวกผ่าอากาศร่วงโครมลงมาจากฟ้า
“แกนพิภพแยกตัว!”
เขาตวาดด้วยเสียงอันดัง ปลายนิ้วทั้งสิบมีแสงสีเทาเหลืองเป็กลุ่มก้อนดั่งแถบผ้าหลากสีลอยร่วงลงมา
แสงสีเทาเหลือบเหลืองเ่าั้ต่างก็มีพลังงานแปลกประหลาดที่สามารถเปลี่ยนแปลงแรงโน้มถ่วงของพื้นดิน ชักนำให้แกนโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง
ทว่าพอแสงสีเทาเหลืองพวกนั้นร่วงลงมาในสนามแม่เหล็กบิดเบือนที่กระเพื่อมอยู่รอบกายเนี่ยเทียนไม่หยุด แสงทั้งหมดก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอยทันใด!
ไม่เพียงเท่านั้น ตรงกลางสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงบิดเบือนยังมีพลังงานใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งระลอกด้วย
พลังงานนั้นมาจากแสงสีเทาเหลือบทอง ซึ่งก็คือพลังิญญาธาตุดินจากตัวของเจี่ยเผิงเอง
ในสนามแม่เหล็กบิดเบือนที่กระเพื่อมไหวอย่างบ้าคลั่ง แสงสีเทาเหลืองหลายเส้นพลันตัดสลับกับพลังเปลวเพลิง พลังกล้ามเนื้อ และพลังิญญา
พลังงานใหม่ที่ไหลทะลักเข้ามา ไม่เพียงแต่ไม่ทำให้สนามแม่เหล็กสงบนิ่ง กลับยังเพิ่มอานุภาพของมันให้สูงขึ้นอีกหนึ่งขั้น!
“เอ๊ะ!”
เจี่ยเผิงที่ร่วงลงมาจากพื้นอย่างแรงค้นพบว่าพลังิญญาของเขาที่ปลดปล่อยออกมากลับขาดการติดต่อไปในพริบตา
ตอนที่เรือนกายของเขาซึ่งร่วงลงมาเพราะไม่อาจควบคุมได้เข้ามาใกล้เนี่ยเทียน ในใจของเขาก็พลันบังเกิดความหวาดหวั่น
“นั่นมันอะไร?”
เจี่ยเผิงหน้าเปลี่ยนสี ได้กลิ่นถึงความอันตราย ทดลองปรับแรงโน้มถ่วงใหม่เพื่อให้ร่างยังคงลอยอยู่กลางอากาศได้
เขาไม่ใช่พวกมุทะลุบุ่มบ่าม พอััได้ว่าท่าไม่ดี จึงคิดจะดึงตัวออกห่างในทันที
น่าเสียดาย สนามโน้มถ่วงที่ไม่เคยเกิดความผิดพลาด ตอนที่เขาอยู่ห่างจากศีรษะเนี่ยเทียนประมาณหนึ่ง่กลับเปลี่ยนมาเป็ควบคุมไม่ได้กะทันหัน!
ทั้งๆ ที่เขาเปลี่ยนใช้คาถาวิเศษเฉพาะธาตุก็แล้ว ทว่าพลังิญญาธาตุดินในร่างของเขากลับมิอาจเปลี่ยนแปลงแรงโน้มถ่วงได้แม้แต่นิดเดียว!
“ตูม!”
ร่างกายที่เต็มไปด้วยไขมันของเขายังคงร่วงลงบนสนามแม่เหล็กบิดเบือนตามเส้นทางที่พุ่งลงมาก่อนหน้านี้
“พรวด!”
วินาทีที่ร่วงลงมา เจี่ยเผิงหน้าขาวเผือด พ่นเืสีแดงสดออกมาจากปากหนึ่งคำ
เขาที่อยู่ในขอบเขตต้น์่กลาง มีพลังจิตที่สมบูรณ์แข็งแกร่งมากพอ ชั่วขณะที่ร่วงลงเขาจึงค้นพบทันทีว่าพลังจิตทั้งหมดในสมองของเขาได้รับผลกระทบจากสนามแม่เหล็กบิดเบือนที่โอบล้อมอย่างสมบูรณ์แบบ!
พลังจิตในสมองของเขาเปลี่ยนมาเป็พลุ่งพล่านไร้ระเบียบตามการกระเพื่อมของสนามแม่เหล็ก
ในความรู้สึกของเขา พลังจิตหลายกลุ่มก้อนของเขาคล้ายถูกเชือกป่านมัดไว้รวมกัน อีกทั้งยิ่งรัดก็ยิ่งแน่น!
เขาที่มีตบะต้น์ พลังจิตเหนือล้ำเกินกว่าเนี่ยเทียน ที่เดิมทีควรเป็อาวุธร้ายที่เขาใช้กำราบเนี่ยเทียนได้อย่างราบคาบ
ทว่าตอนนี้ข้อได้เปรียบของพลังจิตมหาศาลกลับกลายมาเป็ภาระของเขา!
ศีรษะของเขาปวดร้าวราวกับจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ หัวสมองของเขาถูกบีบขยำให้กลายเป็ก้อนเดียวกัน ดวงตา ปาก จมูก หรือแม้แต่รูหูก็ล้วนมีเืไหลซึมออกมาช้าๆ
เขาคาดไม่ถึงว่าทวารทั้งเจ็ดของเขาจะถึงขั้นมีเืไหลริน!
“อ๊าก!”
เจี่ยเผิงคำรามอย่างบ้าคลั่ง แสงพลังิญญาสีเทาเหลืองคล้ายลูกธนูที่พุ่งกระเด็นออกไปแปดทิศ
ทว่าพอคมมีดจากพลังิญญาเ่าั้หลุดออกไปจากร่างของเขาก็ยังคงได้รับผลกระทบจากสนามแม่เหล็กบิดเบือนยุ่งเหยิงอยู่ดี
ขอแค่อยู่ในสนามแม่เหล็กบิดเบือน แสงพลังิญญาทั้งหมดก็ล้วนถูกชักนำให้บินว่อนไร้ระเบียบ ทำให้สนามแม่เหล็กยิ่งบ้าคลั่งน่าใมากกว่าเก่า!
เจี่ยเผิงพบว่าเขาสูญเสียการควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ไม่เพียงแต่พลังจิต แม้แต่มหาสมุทริญญาของเขาก็ยังเปลี่ยนมาเป็เละเทะยุ่งเหยิง คล้ายเปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็ก
เมื่อเขาค้นพบว่าหอกที่ตัวเองปลดปล่อยจากพื้นดินมิอาจโจมตีเนี่ยเทียนได้ เขาก็พยายามควบคุมมหาสมุทริญญาของตัวเองอย่างสุดความสามารถ ไม่ทำอะไรวู่วามอีก
เขากำลังทดลองปรับตัวเข้ากับสนามแม่เหล็กแปลกประหลาดนั่นอย่างช้าๆ หมายจะปรับตัวเองให้ดีก่อน
“หืม?”
เนี่ยเทียนที่ตั้งท่าเตรียมใช้หมัดพิโรธอยู่ตลอดเวลามองเจี่ยเผิงที่เืไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดซึ่งเปลี่ยนมานิ่งเฉยผิดปกติ ก็กลับไม่ได้รีบร้อนลงมือ
ทั้งๆ ที่เจี่ยเผิงมีตบะต้น์่กลาง แต่พอร่วงลงมาในสนามแม่เหล็กกลับมีเืไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด
อีกทั้งแสงพลังิญญาสีเทาเหลืองที่เขาปลดปล่อยออกมา พอถูกพลังชักจูงจากในสนามแม่เหล็กก็เปลี่ยนมาเป็พุ่งกระจายอย่างไร้ระเบียบ
การโจมตีของเจี่ยเผิงไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อเขาสักนิด อีกทั้งตัวเจี่ยเผิงเองก็... คล้ายจะสูญเสียการควบคุมตัวเองไปด้วย
เขาไม่ได้รีบร้อนลงมือเพราะรู้ว่าหากรวบรวมพลังทั้งหมดมาใช้กับเพลงหมัดน่าหวาดกลัวนั้นแล้ว เขาจะไม่มีพลังใดๆ หลงเหลืออยู่อีก
สถานที่แห่งนี้คือทางช้างเผือกนอกอาณาจักร มีวิกฤตอยู่ทุกที่ เจิ้งปินเองก็ยังไม่ได้รับความเชื่อใจจากเขาเต็มร้อย
วิธีใดที่สามารถรักษาพละกำลังเอาไว้ได้ เขาย่อมทำอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ก่อนหน้าที่เจี่ยเผิงยังไม่แสดงออกถึงภัยคุกคามที่มากพอ เขาจะไม่รีบร้อนลงมือเด็ดขาด
“อู้! อู้!”
เจี่ยเผิงที่อยู่ในสนามแม่เหล็กบิดเบือนถลึงตามองเนี่ยเทียนอย่างดุดัน พยายามทดลองทำมาหลายวิธีแล้วเพื่อปรับตัวให้เขากับสนามแม่เหล็กนั่น
น่าเสียดาย วิธีการมากมายที่เขาคิดออกกลับไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กได้เลย และเขาเองก็ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับมันได้
เขาจึงถอดใจอย่างรวดเร็ว
ความเ็ปรวดร้าวในสมองทำให้เขาเริ่มทนไม่ไหว เืไหลออกมาจากปาก จมูกและรูหูมากกว่าเดิม
เขาพลันกัดปลายลิ้นตัวเอง ใช้ความเ็ปแลกมาด้วยความมีสติ พยายามก้าวเดินอย่างยากลำบาก คิดจะสลัดให้พ้นสนามแม่เหล็กพิลึกพิลั่นนั่น
“จะหนีรึ?”
เนี่ยเทียนที่มองออกถึงการกระทำของเจี่ยเผิง ในที่สุดก็แสยะปากหัวเราะหึหึแล้วเดินเข้าไปใกล้
เขาไม่ได้รีบร้อนลงมือ แต่กำลังสังเกตเจี่ยเผิง คิดจะใช้เจี่ยเผิงมาทดลองอานุภาพของสนามแม่เหล็กบิดเบือน เพื่อให้ได้รู้ความลึกลับมหัศจรรย์ของสนามแม่เหล็กอย่างแท้จริง
เมื่อเจี่ยเผิงไม่เดิน ไม่ลงมือ เขาจึงได้แต่สังเกตการณ์อยู่อย่างเงียบๆ พยายามรับัักับความยุ่งเหยิงของสนามแม่เหล็กอย่างละเอียด
และเวลานี้ เขาจึงยังไม่รับรู้ถึงความลึกลับของสนามแม่เหล็กทั้งหมด
“อย่ารีบร้อนสิ ไหนๆ ก็มาแล้ว รออีกสักครู่หนึ่ง พวกเรามาคุยกันได้” เนี่ยเทียนยิ้มแป้น เดินเตร่เข้ามาใกล้เจี่ยเผิง ขัดขวางทิศทางการหนีของเขา
-----
