“พี่ใหญ่ ไฉนท่านจึงไม่ยอมเลิกรา ข้าบอกท่านไปแล้วว่าไม่ได้หยิบฉวยสิ่งใดจากในถ้ำมาแม้แต่อย่างเดียว!” เสียงร่ำร้องจากไป๋หยุนเฟยดังก้องไปทั่วบริเวณ เวลาผ่านไปชั่วน้ำเดือดในที่สุดมันก็มาถึงก้นหุบเขาและหลบหนีเข้าไปในป่าได้ครู่ใหญ่แล้ว แต่กระนั้นก็เห็นได้ชัดว่าแมงป่องั์ยังคงติดตามมา ทั้งที่พลังถดถอยลงไปมากแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะล้มเลิกการไล่ล่า
“บัดซบ หากยังไล่ตามมาอีก อย่าได้โทษว่าข้าไม่เกรงใจแล้วนะ!” ไป๋หยุนเฟยรู้สึกได้ว่าพลังกายถดถอยลงมากจนเริ่มเหน็ดเหนื่อย จึงรีบนำเครื่องประดับที่ช่วยเพิ่มพลังกายออกมาสวมใส่ ก่อนหน้านี้มันหลีกเลี่ยงที่จะปะทะจึงใช้วิธีหลบเลี่ยงมาตลอด ยามนี้ไป๋หยุนเฟยเริ่มคับข้องใจขึ้นมาแล้ว --- อย่างมากก็ซัดให้มันสลบแล้วค่อยจากไป!!
หลังจากกระโยดขึ้นสู่ยอดไม้อีกครั้ง ขณะที่ไป๋หยุนเฟยคิดจะหันกลับไปต่อสู้อีกรอบจู่ๆก็พลันรู้สึกถึงความเ็ปเสียดแทงสมองจนเข่าอ่อนแทบพลัดตกลงจากต้นไม้ใหญ่!
“นี่... ผิดท่าแล้ว! ข้าถูกพิษเข้าแล้ว!” ไป๋หยุนเฟยแตกตื่นยิ่งแต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ทันที --- ก่อนหน้านี้แม้จะรีบวิ่งฝ่าหมอกพิษที่ปกคลุมออกมาจากถ้ำ แต่ก็ยังคงได้รับผลกระทบจากพิษอยู่ มิหนำซ้ำพิษกลับมากำเริบในเวลาเช่นนี้!
“กรี๊ด!!”
แมงป่องั์กรีดร้องออกมาราวกับจะบอกว่าข้ารอเวลานี้มานานแล้ว จากนั้นคมมีดสายลมก็ปรากฏขึ้นและพุ่งวาบเข้าใส่ ไป๋หยุนเฟยกัดฟันหลบเลี่ยง กิ่งไม้ที่รองใต้ฝ่าเท้าจึงถูกคมมีดสายลมฟันขาดเป็สองท่อนจนไป๋หยุนเฟยเสียหลักร่วงลงไป
แต่เ้าแมงป่องกลับไม่ปล่อยให้ศัตรูได้มีโอกาสได้พักหายใจแม้แต่น้อย มันกระพือปีกทั้งสองข้างเหินพุ่งเข้าหาพร้อมกับสะบัดหางใส่ ได้ยินเสียง‘เพียะ’ดังขึ้นพร้อมกับหว่างเอวไป๋หยุนเฟยถูกฟาดใส่จนลอยกระเด็นราวลูกเบสบอลถูกไม้ฟาด
เมื่อเห็นไป๋หยุนเฟยลอยละลิ่วไปยังดงไม้ที่เบื้องหน้า แมงป่องั์ก็ร้องออกมาด้วยความสมใจ ขณะจะไล่ตามลงไปก็พลันได้ยินเสียง‘จ๋อม’ดังขึ้นราวกับมีบางอย่างตกลงไปในน้ำ
แมงป่องั์ต้องประหลาดใจ จากนั้นจึงบินตามไปอย่างรวดเร็วก่อนจะพบว่าเบื้องหน้าเป็หน้าผาเล็กๆอีกทั้งด้านล่างยังมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว เมื่อครู่ไป๋หยุนเฟยตกลงไปในน้ำและไหลตามกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากไป
ที่แท้ก็คิดจะอาศัยกระแสน้ำเพื่อหลบหนีไป!
นี่คือสิ่งที่แมงป่องั์คาดเดา
แต่ว่าประโยคต่อมาของไป๋หยุนเฟย ก็แทบทำให้แมงป่องั์ที่ไล่ตามมาซวนเซจนร่วงกระแทกพื้น
“ช่วยข้าด้วย! ข้าว่ายน้ำไม่เป็!!”
“……”
ยามมองดูไป๋หยุนเฟยที่ไหลไปตามกระแสน้ำและค่อยๆจมลงไป แมงป่องั์ก็เหม่อมองอย่างซึมเซาอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายก็ร้องออกมาสองสามคราก่อนจะหันหลังบินจากไป
สำหรับฝึกปรือิญญาที่บรรลุถึงด่านภูติญญาระดับปลายแล้ว เมื่อตกลงไปในกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากเช่นนี้ ต่อให้ว่ายน้ำไม่เป็ก็ยังไม่เป็อันตรายอันใด อีกทั้งการถูกพิษเพียงเล็กน้อยจนร่างกายสิ้นเรี่ยวแรงไปชั่วขณะก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต
แต่ที่เคราะห์ร้ายก็คือ ทั้งสองเื่ที่กล่าวมากลับบังเกิดขึ้นพร้อมกัน เมื่อเป็เช่นนี้ก็กลายเป็ตรงกันข้ามแล้ว
ไป๋หยุนเฟยคับข้องใจแทบตายแล้ว มันทุ่มเทต่อสู้กับแมงป่องั์แต่ของวิเศษในถ้ำกลับถูกผู้อื่นหยิบฉวยไป และใจจริงของมันก็ไม่ได้้าจะต่อสู้แลกชีวิตจึงพยายามหลีกเลี่ยงและหลบหนี สุดท้ายเื่ราวกลับลงเอยเช่นนี้ --- หากรู้เช่นนี้แต่แรก ั้แ่เริ่มต้นไป๋หยุนเฟยคงลงมือให้หนักหน่วงทุบตีมันจนขยับตัวไม่ไหวไปแล้ว
แต่จะมัวหวนระลึกถึงเื่เก่าในยามนี้ก็สายเกินไปแล้ว หลังจากดื่มน้ำในแม่น้ำไปหลายอึกตามด้วยใบไม้อีกหลายใบ ไป๋หยุนเฟยก็ฉวยโอกาสที่ยังมีสติอยู่รีดเร้นพลังิญญาไปยังแขนขาทั้งสี่เพื่อตะเกียกตะกายพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำอีกครั้งขณะเดียวกันก็สังเกตดูรอบกายอย่างรวดเร็ว จึงพบว่าที่ข้างกายมีกิ่งไม้เล็กๆลอยอยู่ แม้กิ่งไม้จะมีแรงยกไม่เพียงพอแต่ก็ยังพอจะช่วยพยุงได้บ้าง ขอเพียงรอจนร่างกายขจัดพิษออกจนหมดสิ้นและฟื้นพลังกลับคืนมา ก็จะผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดโปร่ง
แต่ว่าผ่านไปอีกครู่ใหญ่ ก็พลันมีเสียงกึกก้องดังมาจากที่ห่างไกลทำลายแผนการของไป๋หยุนเฟยพังทลายลง ยามที่มันเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็ซีดขาวไปชั่วขณะ สุดท้ายก็อดไม่ได้ต้องก่นด่าออกมา “บัดซบ! ยังจะมีเื่บัดซบอันใดอีกหรือไม่?!”
ที่ด้านหน้าห่างไปไม่กี่ร้อยวา ที่แท้ก็เป็น้ำตกขนาดมหึมา!!
ไป๋หยุนเฟยแหงนหน้าเหม่อมองท้องฟ้า มันอยากร่ำไห้แต่ก็ไร้น้ำตา สุดท้ายก็พึมพำว่า “เทพยดาฟ้าดินทั้งหลาย ผู้น้อยผิดไปแล้ว ก่อนหน้านี้ผู้น้อยโยนความผิดเื่หลงทางว่าเป็เพราะท่าน แต่ท่านก็ไม่สมควรจะเล่นสนุกกับข้าเช่นนี้...”
ขณะมองดูน้ำตกที่เข้าใกล้มาทุกที ไป๋หยุนเฟยก็ใช้ความคิดอย่างเร่งร้อนเพื่อหาวิธีหลบหนีเอาชีวิตรอด ทันใดนั้นก็มีเสียง‘จ๋อม’ดังแ่เบาดึงดูดความสนใจของไป๋หยุนเฟย เมื่อหันไปมองก็ได้เห็นเงาของคนร่างผอมกำลังแหวกว่ายราวกับมัจฉาเข้ามาหา
ไป๋หยุนเฟยตื่นเต้นยินดีเป็อย่างยิ่ง คิดไม่ถึงว่าจะมีคนยื่นมือช่วยชีวิต! แขนขาทั้งสี่จึงรีบตะกายน้ำอย่างเร่งร้อนเพื่อมุ่งหน้าเข้าหา
ผู้ที่เข้ามาแหวกว่ายอย่างชำนาญ ภายใต้กระแสน้ำอันเชี่ยวกรากกลับยังสามารถมุ่งหน้าเข้ามาด้วยความเร็วดุจเดิม เพียงไม่ถึงอึดใจก็ว่ายมาถึงข้างกายไป๋หยุนเฟยก่อนจะคว้าใส่หัวไหล่แล้วหันหลังว่ายกลับสู่ฝั่ง
……
ยามที่ขึ้นไปนั่งริมฝั่งห่างจากน้ำตกไม่ถึงห้าสิบวา ไป๋หยุนเฟยคล้ายดั่งลูกสุนัขตกน้ำ มันสำลักน้ำออกมาพร้อมกับทุบหน้าอกตนเองพลางหอบหายใจอยู่ชั่วครู่จึงค่อยหันหน้าเงยขึ้นไปมองผู้ที่ช่วยชีวิตตนขึ้นจากน้ำ
อีกฝ่ายสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบตัดผมสั้นผิวดำคล้ำ ดูจากภายนอกชายหนุ่มผู้นี้สมควรอายุใกล้เคียงกับไป๋หยุนเฟย ยามนี้มันกำลังแก้เชือกที่ผูกเอวไว้กับต้นไม้เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกกระแสน้ำพัดพาไป
“แค่ก แค่ก!! ขอบคุณท่านมาก ครั้งนี้ถือว่าข้าติดค้างหนี้บุญคุณต่อท่าน หากไม่ได้ท่านคงย่ำแย่แล้ว” ไป๋หยุนเฟยพยักหน้าขอบคุณแก่ชายหนุ่มซึ่งมีวัยไล่เลี่ยกับตน
“ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องเกรงใจ ข้าเพียงแค่บังเอิญผ่านมา เป็ธรรมดาที่พบคนอยู่ในอันตรายก็ต้องยื่นมือช่วยเหลือ แต่ไม่ทราบท่านตกลงไปในแม่น้ำได้อย่างไร?” ชายหนุ่มเผยยิ้มอันเรียบง่ายสัตย์ซื่อ ขณะเดียวกันก็บิดเสื้อที่เปียกชุ่มของตนพลางเอ่ยปากถามไป๋หยุนเฟย
“ที่จริง... ข้าประมาทเกินไป ประมาทจนเกินไป...” ไป๋หยุนเฟยอึกอักไม่ทราบจะบอกว่าอย่างไรดี
ชายหนุ่มก็ไม่คิดจะซักไซ้จึงลุกขึ้นพลางกล่าวว่า “ข้ามีนามว่าเส้าหลิง ไม่ทราบพี่ท่านมีนามใด?”
“ไป๋หยุนเฟย”
“โอ ก่อนเดินทางต่อท่านไปพักที่บ้านข้าก่อนเถอะ เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกออกก่อน ไม่เช่นนั้นจะเป็...”
“ระวัง!!”
ระหว่างที่เส้าหลิงเอ่ยปากและเดินเข้ามาหานั้น จู่ๆสีหน้าไป๋หยุนเฟยก็แปรเปลี่ยนไปก่อนจะร่ำร้องพร้อมกับถีบพื้นพุ่งเข้าหาเส้าหลิง
ยามที่ไป๋หยุนเฟยร่ำร้องออกมา ต้นไม้ด้านซ้ายมือเส้าหลิงก็ขยับไหวพร้อมกับมีเสียงคำรามดังขึ้น จากนั้นปรากฏเสือโคร่งลายพาดกลอนกระโจนออกมาอย่างกะทันหัน เมื่อเส้าหลิงหันไปก็พอดีกับที่พยัคฆ์กระหายเืกระโจนเข้าถึงตัว มันเข้าใกล้จนสามารถได้กลิ่นคาวจากลมหายใจ หากเขี้ยวนี้ถูกกัดลงก็เพียงพอจะแยกศีรษะเส้าหลิงออกจากตัวได้
พริบตานั้น เส้าหลิงสมองขาวโพลนพร้อมทั้งหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว
“ปัง!!”
เสียงหนักทึบดังขึ้นที่ข้างหู ติดตามมาด้วยเสียงร้องคำรามด้วยความเ็ปของเสือโคร่ง เส้าหลิงลืมตาขึ้นก็เห็นไป๋หยุนเฟยที่ยืนอยู่เบื้องหน้ากำลังรั้งหมัดขวากลับมาขณะเดียวกันก็เห็นเงาหลังของเสือโคร่งที่วิ่งหนีไปอย่างลนลาน
“ท่านไม่เป็ไรกระมัง?”
ไป๋หยุนเฟยมองดูอีกฝ่ายที่ยังคงตื่นตะลึง จึงเอ่ยปากถามด้วยความกังวล
“อา? อ้อ ไม่ ไม่เป็ไร... ขอบคุณพี่ไป๋...”
“ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องเกรงใจ ยามนี้พวกเราไม่ติดค้างต่อกันแล้ว!” ไป๋หยุนเฟยยิ้มพลางโบกมือบอกกล่าว ก่อนหน้านี้มันมีเวลาได้ทันถอนพิษแมงป่อง การลงมือเมื่อครู่จึงไม่ใช่เื่ใหญ่โตอันใด
เส้าหลิงนิ่งอยู่ชั่วอึดใจก็เบิกตากว้างมองไปที่ไป๋หยุนเฟย “พี่ไป๋... ท่านทุบตีขับไล่เสือโคร่งตัวใหญ่จากไป? เป็ไปได้อย่างไร เื่นี้ช่าง...”
“ไม่มีอะไรมาก ข้าฝึกวิชายุทธ์มาบ้างจึงสามารถจัดการกับสัตว์ร้ายเหล่านี้ได้ไม่ยากนัก” ไป๋หยุนเฟยตอบคำอย่างปลอดโปร่ง ก่อนจะมองไปที่ป่ารกทึบนั้นและกล่าวต่อ “ไม่ใช่ท่านบอกว่าจะกลับบ้านหรือ? วันนี้ข้าเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่ง จึงอยากจะพักผ่อนแล้ว”
“โอ เช่นนั้นก็ดี พวกเราไปกันเถอะ พี่ไป๋เชิญทางนี้...”
……
ยามที่ไป๋หยุนเฟยติดตามเส้าหลิงกลับไปยังหมู่บ้าน ในหุบเขาที่มันจากมานั้นก็มีเื่ราวเกิดขึ้น...
