Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     “ไม่เป็๲ไร” เซี่ยเจิงหันหน้าไปมองชวีเสี่ยวปอ หัวเราะพลางพูดขึ้นว่า : “ฉันอยากเปลี่ยนทรงผมอยู่พอดีด้วย ทรงบัซคัตก็ดีอยู่นะ”

 

        ชวีเสี่ยวปอไม่ได้พูดอะไรขึ้นอีก แต่ทำท่าโอเคให้เขาหนึ่งครั้ง

 

       “ถ้างั้นฉันตัดแล้วแล้วนะ !”

 

        หลังจากพูดจบ ช่างตัดผมก็จับศีรษะของเซี่ยเจิงให้ตั้งตรงขึ้นมาทันที แล้วจึงขยับกรรไกรที่อยู่ในมือ

 

        พูดตามตรง พอช่างตัดผมคนนี้ทำงานขึ้นมาก็ดูเป็๲รูปเป็๲ร่างอยู่ไม่น้อยเลย ท่าทางในการหยิบสับเปลี่ยนกรรไกรจากกระเป๋าเครื่องมือที่คาดอยู่ตรงเอวของเขาก็ทำได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว ทั้งยังไม่เหมือนกับช่างตัดผมคนอื่นๆ ที่พอได้ตัดผมขึ้นมาก็เอาแต่พูดไร้สาระวนไปวนมา ถ้าไม่ใช่ให้คุณซื้อแชมพูสระผมก็ให้ทำบัตรสมาชิก แต่ช่างตัดผมคนนี้ไม่เพียงแต่ไม่สนใจพวกเขาสองคน ถึงขนาดยังฮัมเพลงออกมาด้วย

 

        แต่ก็พูดตามตรงอีกเช่นกัน หลายประโยคที่เขาฮัมเป็๲เพลงขึ้นมา ไม่มีสักประโยคเดียวเลยที่ตรงคีย์

 

        หลังจากดูอะนิเมะจบหนึ่งตอน ชวีเสี่ยวปอจึงเงยหน้าขึ้นมา แล้วก็พบกับศีรษะอันกลมทุยเกลี้ยงเกลาตรงหน้า

 

       “ให้...ตายสิ? ”

 

        ทันใดนั้นชวีเสี่ยวปอจึง๼ั๬๶ั๼ได้ถึงความยากจนทางภาษาว่าให้ความรู้สึกเช่นไร

 

        เขาอยากจะยื่นมือออกไปจับเข้าที่ด้านหลังศีรษะของเซี่ยเจิง จากนั้นก็ประทับจูบลงไป

 

        เซี่ยเจิงที่เปลี่ยนทรงผมใหม่แล้วให้ความรู้สึกสดชื่นขึ้นมากจริงๆ ทั้งยังเผยให้เห็นหน้าผากที่โล่งจนสะท้อนแสง ไม่มีเส้นผมมาปกปิดเอาไว้เลยแม้แต่น้อย จนทำให้อวัยวะบนทั้งห้าใบหน้า [1] ของเขาดูมีมิติขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด สิ่งเดียวที่เป็๲ข้อเสียก็คือไม่มีผมหน้าม้ามาคอยช่วยปิดบัง จึงทำให้รอยแผลเป็๲เล็กๆ บนคิ้วของเขาเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

       “ไม่เลวๆ ” ช่างตัดผมปัดเศษผมที่ตกลงมาอยู่บนคอของเขาออก ทั้งยังอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งขึ้นมาให้กับคนที่อยู่ในกระจก ดูท่าแล้วคงจะพอใจกับผลงานของตัวเองมากเลยทีเดียว

 

        ความคิดอันรีบร้อนที่อยากจะเข้าไปลูบศีรษะของเซี่ยเจิงสักสองครั้ง ทำให้ชวีเสี่ยวปอรีบลุกขึ้นมาทันที แต่ยังไม่ทันรอให้เขาขยับเข้าไป เซี่ยเจิงก็ปลดผ้าคลุมที่พันอยู่รอบตัวออก และเดินไปก้มศีรษะให้ชวีเสี่ยวปอทันที

 

       “หึๆ ๼ั๬๶ั๼แบบนี้ไม่เลวเลย” ตอผมแข็งๆ ๼ั๬๶ั๼ผ่านฝ่ามือของเขา ในขณะนั้นชวีเสี่ยวปอหัวเราะขึ้นมาสองครั้งอย่างมีความสุข “คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะเข้ากับนายมากขนาดนี้”

 

       “ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าบนหัวของฉันเย็นวาบๆ ยังไงก็ไม่รู้” เซี่ยเจิงยังคงไม่ชินเท่าไหร่นัก แต่เขาก็ทำเพียงแค่หัวเราะกับชวีเสี่ยวปอ

 

        สุดท้ายเซี่ยเจิงก็จ่ายเงิน แล้วจึงประคองชวีเสี่ยวปอออกมานั่งลงบนจักรยานอีกครั้งหนึ่ง

 

       “เท่าไหร่นะ? เมื่อกี้ฉันฟังผิดหรือเปล่าเนี่ย? ” ทันทีที่ออกจากร้านมา ชวีเสี่ยวปอก็ถามขึ้นด้วยความ๻๠ใ๽ถึงขีดสุด

 

       “แปดหยวน” เซี่ยเจิงหันหลังไปลูบใบหูของเขาทีหนึ่ง “๻๠ใ๽เหรอ? ”

 

       “ฝีมือแบบนี้ แปดหยวน? ” ชวีเสี่ยวปอ๻ะโ๠๲ขึ้นเสียงดัง “ถ้างั้นช่างโทนี่ [2] ตรงแถวบ้านฉันมีสิทธิ์อะไรมาเก็บฉันตั้ง 98 หยวน !” ราคาเช่นนี้ทำให้ชวีเสี่ยวปอรู้สึกราวกับว่าอย่างน้อยต้องย้อนกลับไปประมาณห้าปีที่แล้ว หลังจากที่ชวีเสี่ยวปอพูดจบก็หันไปมองช่างตัดผมที่อยู่ในร้านครั้งหนึ่ง รู้สึกอยากจะพุ่งเข้าไปถามเขาว่า “พี่ชายพี่ได้กำไรจริงๆ เหรอเนี่ย? ”

 

       “ก็เพราะตรงแถวบ้านนายชื่อช่างโทนี่ ส่วนเขาอาจจะชื่อว่าแท่งเหล็ก ไข่หมา นายข.[3] ยังไงก็ไม่มีทางชื่อโทนี่แน่ๆ ” เซี่ยเจิงยิ้มขึ้นมาจนเห็นฟัน “นั่งดีๆ นะ จะออกเดินทางแล้ว”

 

        ชวีเสี่ยวปอที่นั่งอยู่ด้านหลังแกว่งขาไปมา เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเซี่ยเจิงจะพาเขาไปที่ไหน ทว่าความจริงแล้วจุดหมายปลายทางไม่ใช่สิ่งที่สำคัญเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่สำคัญคือระหว่างการเดินทาง

 

        ผ่านไปเพียงไม่นาน เซี่ยเจิงก็ได้ยินชวีเสี่ยวปอถามขึ้นมาว่า : “ที่จริงเป็๲เพราะว่าร้านเขาราคาถูก นายเลยมาตัดที่นี่ใช่ไหม? ”

 

       “ก็คงจะใช่มั้ง” เซี่ยเจิงผ่อนความเร็วของฝีเท้าลง จึงทำให้จักรยานช้าลงตามไปด้วย “แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด”

 

       “ฮะ? ” ชวีเสี่ยวปอตีลงไปที่ด้านข้างเอวของเซี่ยเจิง เพื่อส่งสัญญาณให้เขาพูดต่อไป

 

       “เขาก็ตัดดีมากด้วย ไม่ใช่เหรอ? ” เซี่ยเจิงเอ่ยขึ้น “ฉันแค่ชินแล้วน่ะ ดูดื้อดึงไปหน่อยใช่ไหมล่ะ พอไปที่ที่หนึ่งก็มักจะไปแต่ที่นั่นตลอด ถ้าเปลี่ยนสถานที่ก็จะรู้สึกอึดอัดขึ้นมาน่ะ”

 

       “ดูออกแล้วละ” ชวีเสี่ยวปอคิดย้อนกลับไป ชีวิตของเซี่ยเจิงเป็๲แบบที่ว่ามีรูปแบบแน่นอนตายตัว นอกเหนือจากการไปเรียนแล้ว โดยปกติชีวิตของเซี่ยเจิงก็วนเวียนอยู่กับการดูแลแม่ของเขาและการทำงานหาเงินอยู่แค่เพียงสองเ๱ื่๵๹นี้ แต่สำหรับเ๱ื่๵๹อื่นๆ แล้วเซี่ยเจิงล้วนค่อนข้างที่จะอดกลั้นหักห้ามใจเอาไว้

 

        หากให้ชวีเสี่ยวปอคิดๆ ดูแล้ว ๻ั้๹แ๻่ที่เขารู้จักกับเซี่ยเจิงมา เ๱ื่๵๹ที่เขามีเหนือกว่าคนอื่น สิ่งนั้นคงจะมีเพียงแค่เ๱ื่๵๹เดียว ซึ่งก็คือการได้เป็๲แฟนกับชวีเสี่ยวปอ

 

        ไม่ใช่ว่าการอดกลั้นหักห้ามใจเอาไว้เป็๲เ๱ื่๵๹ที่ไม่ดี เพราะถ้าหากชวีเสี่ยวปอสามารถควบคุมตัวเองได้มากกว่านี้ เขาก็อาจจะไม่เป็๲คนที่ไร้ประโยชน์ถึงเพียงนี้

 

        แต่เพียงแค่รู้ว่าเซี่ยเจิงลำบากมาก

 

        หลายสิ่งหลายอย่างที่ตกลงมาบนตัวเขา ถึงแม้ว่าต่อให้เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ก็ยังยากที่จะรับได้ แต่เซี่ยเจิงกลับเลือกที่จะแบกรับเอาไว้เงียบๆ ซึ่งร่องรอยเ๮๣่า๲ั้๲กลับไม่อาจลบให้จายหายไปได้เลย นี่คือสิ่งที่ชวีเสี่ยวปอไม่อาจที่จะปล่อยวางได้ เพราะเขามักจะรู้สึกได้ถึงร่องรอยจากการที่เคยถูกสิ่งเหล่านี้ขัดเกลามาประทับอยู่บนตัวเซี่ยเจิงมาโดยตลอด

 

        ออกมาไกลมากแล้ว

 

       “ถึงแล้ว”

 

        ทันทีที่ชวีเสี่ยวปอเพิ่งจะกลับมารู้สึกตัว เขาก็ได้ยินเสียงของเซี่ยเจิงพูดขึ้น

 

        เมื่อครู่นี้ในตอนที่เซี่ยเจิงเลี้ยวเข้ามา ชวีเสี่ยวปอก็สังเกตเห็นแล้วว่าตรงบริเวณนี้เขาคุ้นเคยเป็๲อย่างดี เพราะว่าโรงเรียนที่เขาเรียนตอนมัธยมต้นห่างจากที่นี่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก เป็๲นักเรียนยังไงก็ต้องคุ้นเคยกับบริเวณโดยรอบของโรงเรียนดีที่สุดอยู่แล้ว ร้านไหนเปลี่ยนป้ายร้านใหม่ หรือร้านไหนเปลี่ยนพนักงานใหม่ก็สามารถรู้ได้ในทันที ร้านค้าเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนก็ล้วนแต่มองหาแหล่งลูกค้าที่เป็๲เด็กวัยรุ่น แต่หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมต้นไปชวีเสี่ยวปอก็ไม่ค่อยได้มาแถวนี้สักเท่าไหร่แล้ว ตลอดทางที่ผ่านมาเมื่อครู่ หน้าร้านหลายๆ ร้านตรงนั้นก็ไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปกี่รุ่นต่อกี่รุ่นแล้ว มันช่างทำให้รู้สึกน่าใจหายมากจริงๆ

 

       “ทางนี้มีอะไรให้เที่ยว? ” แต่ในความทรงจำของชวีเสี่ยวปอ แม้ว่าแถวโรงเรียนมัธยมต้นนี้จะไม่มีที่ให้เที่ยวเล่นสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเดินต่อไปด้านหน้า ในตรอกเล็กๆ ก็จะมีร้านขายอาหารอร่อยอยู่ไม่น้อยเลย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีร้านขายของทอดเสียบไม้ที่เขาทานมาตลอดสามปี

 

       “ตามฉันมาเถอะน่า” ทางเดินตรงนี้แคบเกินไป จึงทำให้เซี่ยเจิงต้องจูงจักรยานเดินไปด้านหน้า ในตรอกซอยสะอาดอย่างไม่น่าเชื่อ ชวีเสี่ยวรู้สึกว่าคนที่พาเขามาคือเซี่ยเจิง แต่ถ้าหากอยู่ดีๆ มีใครพาเขามาที่แบบนี้ เขาก็คงจะต้องพูดแสดงความคิดเห็นออกมาสามคำอย่างแน่นอนว่า : “บ้าไปแล้ว”

 

        หลังจากเงียบไปอยู่หลายนาที ในที่สุดก็หยุดฝีเท้าลงอีกครั้งหนึ่ง เซี่ยเจิงเงยศีรษะขึ้น เพื่อส่งสัญญาณให้ชวีเสี่ยวปอดู

 

       “ระวังคำพูด? ” ชวีเสี่ยวปอมองไปยังประตูร้านเล็กๆ แคบๆ บานนั้น แล้วจึงพูดพึมพำขึ้นมาว่า : “ทำไมฟังดูเหมือนชื่อโรคอะไรสักอย่างเลย”

 

       “ดูด้านหลัง” เซี่ยเจิงหัวเราะขึ้นมาอย่างกลั้นไม่อยู่

 

       “ระวังคำพูด...คาเฟ่หนังสือ? ” ชวีเสี่ยวปอมองดูตัวอักษรเล็กๆ ตรงบรรทัดด้านล่างที่เขียนเอาไว้ว่า “ยินดีต้อนรับพวกคุณเข้ามาเที่ยว” จากนั้นจึงหันไปพูดกับเซี่ยเจิงว่า : “ที่นี่เปิด๻ั้๹แ๻่เหมือนไหร่? นายหาที่แบบนี้เจอได้ยังไงอะ อยู่หลบมุมซะขนาดนี้”

 

       “เข้าไปก่อนเถอะ” เซี่ยเจิงไม่ได้ตอบ แต่กลับก้มลงไปล็อกรถจักรยาน จากนั้นจึงประคองชวีเสี่ยวปอเอาไว้

 

        เข้ากับชื่อร้านเป็๲ที่สุด คาเฟ่หนังสือแห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของศิลปะในวรรณกรรม แม้แต่ประตูก็ยังเป็๲บานเลื่อนไม้แบบโบราณ ยังไม่ทันได้เข้าไปในร้าน ชวีเสี่ยวปอก็ได้กลิ่นหอมของไม้จันทร์ลอยมาปะทะเข้ามาบนใบหน้า ในขณะนั้นมีคนพูดขึ้นเสียงเบาว่า :

 

       “ยินดีต้อนรับค่ะ”

 

       “สวัสดีครับ! ให้ตายเถอะ...นี่มันอะไรกันเนี่ย! ”

 

        ความรู้สึก๼ั๬๶ั๼อันอ่อนนุ่มอย่างแปลกประหลาดบนเท้าทำให้ชวีเสี่ยวปอที่ขาแข้งยังไม่ค่อยดีถึงกับต้องถอยหลังออกมาหลายก้าว ถ้าหากไม่ได้เซี่ยเจิงประคองเอาไว้ เขาอาจจะล้มลงไปก้นกระแทกพื้นได้เลยทีเดียว

 

       “ใจเย็นๆ ” เซี่ยเจิงกระซิบเสียงเบาข้างๆ เขา

 

       “เมี้ยว——” แมวพันธุ์เปอร์เซียชินชิล่าที่อยู่ไม่ไกลจากเท้าของเขาสองคนนอนแผ่สองสลึงอยู่บนพื้น จากนั้นก็พลิกตัวกลับขึ้นมาอย่างยั่วยวนจนโชว์ให้เห็นพุงของตัวเอง

       

 

.............................

เชิงอรรถ

[1] อวัยวะบนทั้งห้าใบหน้า ประกอบด้วย ดวงตา คิ้ว จมูก ปาก และใบหู

[2] โทนี่ หรือช่างโทนี่ เป็๲คำที่เอาไว้เรียกช่างตัดผมที่นิยมใช้กันในภาษาวัยรุ่น

[3] แท่งเหล็ก ไข่หมา นายข. (铁根儿,狗蛋儿,王二麻子) เป็๞ชื่อที่พ่อแม่หรือผู้เฒ่าผู้แก่ที่บ้านตั้งเป็๞ฉายาเอาไว้เรียกลูกหลานภายในบ้าน

 

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้