“ฉันตาฝาดไปมากกว่า” นลินญาขยี้ตาแล้วเพ่งมองตรงไปยังแสงนั้นอีกครั้ง เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีแสงอะไรปรากฏ จึงปิดหน้าต่าง แล้วเอนกายพักผ่อน
เช้าวันรุ่งขึ้นพระครูเรียกให้นลินญาไปนั่งด้านหน้าเพื่อที่จะได้ฝึกกรรมฐานตามหลักได้ถูกต้อง หญิงสาวตั้งใจอย่างเต็มที่เพราะกรรมฐานจากเมื่อคืน ทำให้เธอได้ััถึงความสุขอย่างแท้จริง และนี่กำลังเป็จุดเริ่มต้นให้นลินญาอยากอยู่ปฏิบัติธรรมโดยไม่ออกไปเผชิญกับโลกภายนอกอีก
โดยเกือบทั้งวันสองแม่ลูกอยู่ใกล้ชิดกับพระอาจารย์ หลังจบการฝึกกรรมฐานแล้วจึงหันมาฟังเทศน์จากท่านพระครู สายตาและกิริยาอ่อนหวานทำให้พระครู เมตตานลินญาเป็อย่างมาก เฝ้าเพียรพยายามสอนทุกอย่าง เพื่อให้เธอบรรลุสัจวาจาที่เคยตั้งไว้เมื่อพันปีก่อน
“นลินญา” น้ำเสียงเมตตาเอ่ยขึ้น
“เ้าคะ”
“วันหนึ่งอาตมาคงส่งโยมได้เท่าที่ทำนะ ที่เหลือเป็หน้าที่ของโยมที่ต้องปฏิบัติเอง เบื่อการเกิดแล้วมิใช่ฤา” พิมลวรรณ์เบิกตากว้างขึ้นมาในทันที
“พระครูทราบได้อย่างไรเ้าคะ” รอยยิ้มของพระชราผู้มากด้วยศีลยิ้มอ่อน
“จิตของโยมนลินญาบอกอาตมาน่ะ”
“ลินต้องทำอย่างไร จึงจะพ้นการเกิดเ้าคะ” สายตาหวานเอ่ยถามพระครูอย่างมีความหมาย ก่อนลมพายุจะกระโชกรุนแรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้เศษฝุ่นกระจายฟุ้งปลิวเข้าตาหญิงสาวจนเธอต้องปิดหน้าหลบ
“ลินเป็อะไรลูก” หลังจากมารดาเห็นว่านลินญามีอาการผิดปกติ จึงรีบคว้ากายลูกสาวมาหาตัว พร้อมกับลมแรงยังคงโหมกระหน่ำไม่หยุด
“ฝุ่นพวกนั้นเข้าตาลิน” สิ้นเสียงของเธอเท่านั้น ลมพายุก็หยุดลงอย่างฉับพลัน ทุกสายตาในที่นั้นหันมองกันเลิ่กลั่กด้วยเพราะพายุลมหายไปอย่างรวดเร็วราวกับว่าไม่เคยเกิดขึ้น
“ลมอะไรฤาเ้าคะพระครู” พิมลวรรณ์พนมมือถามด้วยท่าทางประหลาดใจ
“ลมแห่งโมหะ” หญิงกลางคนขมวดคิ้วไม่เข้าใจคำตอบ ก่อนที่เธอหันซ้ายและขวาแล้วหันมาถามพระครูอีกครั้ง
“แล้วทำไมลมถึงหยุดไปดื้อ ๆ ล่ะเ้าคะ ดิฉันเกิดมายังไม่เคยเห็นลมอะไรประหลาดอย่างนี้มาก่อน” รอยยิ้มเมตตาของพระสงฆ์ชราหันมายังนลินญา
“ลมหยุดเพราะว่าฝุ่นเข้าตาแม่หนูนั่นล่ะ เขากลัวแม่หนูเจ็บ” นลินญาได้ยินดังนั้นจึงฝืนพยายามลืมตาขึ้น แปลกใจในคำพูดของพระครูอย่างมาก ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยวาจาถาม พระครูก็ลุกขึ้นเดินจากไป ปล่อยให้สองแม่ลูกนั่งฝึกกรรมฐานกันตามลำพัง
“พระครูพูดอะไร แม่ไม่เข้าใจ” หญิงกลางคนนั่งขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ ในขณะที่หญิงสาวเริ่มรู้สึกสับสนกับเหตุการณ์ประหลาดมากมายที่เกิดขึ้น ณ สถานที่แห่งนี้ นลินญาตัดสินใจลุกขึ้นเดินตามพระครูออกมา
“พระครูเ้าคะ” เสียงเรียกของหญิงสาวทำให้พระสงฆ์หันกลับไปหาเธอ ก่อนที่หญิงสาวจะย่อตัวลงนั่งกับพื้น แล้วพนมมือไหว้ค้างไว้
“เขา..ที่พระครูพูดถึงเป็ใครเหรอเ้าคะ”
“โยมเคยเห็นแล้วมิใช่ฤา”
“เห็น..เห็นที่ไหนฤาเ้าคะ” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ก่อนรอยยิ้มเมตตาของพระคุณเ้าจะแย้มออกมาบางเบา
“นึกดี ๆ สิ โยมเคยเห็นเขาแล้ว เขามาให้โยมเห็นแล้ว จำไม่เหรอ” นลินญานึกเท่าใดกลับนึกไม่ออก เธอส่ายศีรษะไปมา พร้อมกับสายลมอ่อนพัดโชยมาเป็ระลอก สื่อให้พระครูช่วยเตือนความจำของนาง
