“ทั้งสองต่างหมดพลังจากการต่อสู้และผล็อยหลับไปบนหน้าผาโลหิต พร้อมกับลมที่ลอยมาปะทะ”
“นี่พี่น้องแห่งข้า..พวกเ้า บังอาจฆ่าพี่น้องของข้า และ ยังกลืนกินิญญาพวกเค้าเข้าไป ว๊ากกกกกกก!!” ราชันย์กะโหลกเริ่มลุกขึ้นด้วยดวงตาสีแดงที่ลุกโชนเพลิงเผาในดวงตาลุกโชนแสงขึ้น
“ัดำ และ จิ้งจอกหยดเืเก้าหาง ล้วนคือร่างเดิมของผู้พิทักษ์แห่งภพ เมื่อรวมกันย่อมได้หัวใจะแห่งผู้พิทักษ์ เพื่อทำหน้าที่เป็ผู้ปกป้องแห่งภพ นั่นคือชะตากรรมที่ถูกต้องแล้ว เ้าก็เช่นกัน กะโหลกหลูกู่ ในฐานะแห่งผู้ทำลาย การทำลายเพื่อให้ก่อเกิดสิ่งใหม่ หาใช่ทำลายเพื่อให้เป็ของตน ถ้าเ้าเป็ส่วนหนึ่งของพวกเราจริงๆ เ้าต้องสำนึกในสิ่งนี้เหย้าหลูกู่ ผู้สร้าง ผู้ปกปักษ์ และผู้ทำลาย ควรที่จะอยู่ร่วมกันและทำเพื่อทุกสรรพชีวิต” ฮวาเฟยฟาพูดเสียงนิ่งแต่ดังกังวานพร้อมชี้นิ้วไปที่ราชันย์กะโหลก
“หึหึหึ! ช่วยพวกเ้าหรอ ช่วยคนที่ทอดทิ้งข้าเอาไว้ในความมืดเพียงลำพัง กว่าหมื่นแสนปี มือที่ข้ายื่นออกไปเมื่อนานแล้วมันถูกปัดทิ้งมาตลอด หึหึหึ! พวกเ้าไม่ต้องมาตีฝีปากให้ฟังดูดี เพราะท้ายที่สุดพวกเ้าก็ต้องตายและถูกข้ากลืนกินเข้าไปยู่ดี รวมถึงไอพวกต่างภพที่แห่กันมาที่นี่มากมาย พวกมันจะต้องดับสูญที่นี่ทั้งหมด ด้วยเหล่าไพร่พลแห่งข้าที่เป็ะไม่มีวันตาย ิญญาของไพร่พลปีศาจที่นี่ทุกตนล้วนถูกสาปให้ตายและเกิดในภพนี้เท่านั้น ฮ่าๆๆๆ!” ราชันย์กะโหลกพูดพร้อมหัวเราะเสียงดัง
“ที่นี่ถูกเ้าภพฝันแห่งความเงียบงันเปลี่ยนให้เป็ภพนามธรรม ไม่มีสิ่งใดสามารถเกิดซ้ำได้อีก” เ้าวั่งซูเอ่ย
“เ้าคิดว่าแค่พลังเล็กน้อยแห่งเ้าภพนั่น มันจะเปลี่ยนกฎและพลังแห่งราชันย์กะโหลกได้นานสักเท่าไหร่กัน พวกโง่พวกนั้นมันจะต้องสู้กับพวกปีศาจของข้าวนซ้ำไปมาจนมันดับสูญทั้งหมดอยู่ที่นี่ และเมื่อข้าครองทุกภพ ข้าจะกักขังิญญาพวกมันเอาไว้ที่นี่ตลอดกาลเหมือนที่พวกมันทำกับข้า ฮ่าๆๆ!” ราชันย์กะโหลกหัวเราะร่า เ้าวั่งซู และ ฮวาเฟยฟามองอย่างนิ่งๆ แต่ในใจไม่อาจวางความกังวล
“ไม่ มันจะไม่เป็เช่นนั้นหรอก ข้าก็มีอีกวิธี ก็คือต้องฆ่าเ้าก่อนไง เ้าปีศาจที่น่ารังเกียจ!” เ้าวั่งซู และ ฮวาเฟยฟาผายมือในอากาศปรากฏเคียวสู่ภพ และ กระบี่สุสานั ทั้งสองเข้าตรงโจมตี ราชันย์กะโหลก แต่มือกระดูกมากมายกับแทงทะลุจากพื้น และมาทุกทิศเข้าโจมตีทั้งสองคน
“มนต์ะเิแตกทำลาย” สิ้นเสียงฮวาเฟยฟา เหล่ามือกระดูกบางส่วนแตกกระจัดกระจาย แต่ก็ยังมีบางอันที่พุ่งเข้าโจมตีโดนฮวาเฟยฟาจนกระอักเื เ้าวั่งซูพยายามพุ่งเข้าฟาดฟันเหย้าหลูกู่ แต่ก็ต้องเจอกับทั้งมือกระดูกเข้าสวนแทง และ ไฟเพลิงปีศาจที่พุ่งเข้ามาห่อหุ้มรอบบัลลังค์ราชันย์กะโหลกไว้ มีหนามแหลมมากมายพุ่งฝ่ากำแพงไฟนรกออกมาโจมตีทั้งสองคน จนทั้งคนได้รับาเ็หลายจุด
“มนต์ลูกไฟแห่งปรภพ” ลูกไฟจำนวนมากพุ่งเข้ากระแทกกำแพงไฟปีศาจแต่ก็ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้
“ฮ่าๆๆๆ! ไฟของเ้าหมาขี้เรื้อนที่กักขังข้านั่น มันทำอะไรข้าไม่ได้หรอก เ้าต้องแกร่งให้มากกว่านี้นะ ถึงเอาชนะข้าได้ เด็กน้อย ไม่ใช่คิดแต่จะยืมพลังพ่อแม่มาใช้ ฮ่าๆๆ!”
“มนต์กระแสคลื่นใต้ทะเลลึก” กระแสมวลน้ำจำนวนมากพุ่งตรงเขากระแทกไปปีศาจ แต่สามารถกัดกร่อนกำแพงนั้นได้แค่เพียงบางส่วน
เหล่ากะโหลกมากมายที่กองพะเนินอยู่รอบเปล่งดวงตาสีแดง และเริ่มร่ายมนตร์บางอย่าง “มนต์สะกดภพปีศาจ” “พวกเ้าดูจะมีสติน้อยกันไปหน่อย ให้ข้าได้ช่วยกระตุ้นมันขึ้นมาหน่อยละกัน ฮิฮิฮิ...!” เ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟารู้สึกถึงม่านพลังบางอย่างที่ลอยมาปะทะโสตประสาทหูจากเสียงสวดนี้ มันเริ่มทำลายสติสัมปชัญญะ และเริ่มปวดหัว จนต้องล้มเข่าลง
“อ๊ากก! นี่มันเสียงอะไรกันเนี๊ยะ!” เ้าวั่งซูล้มเข่าลงพร้อมเอามืออุดหูทั้งสองข้าง
“ใจเย็นซูซู นี่มันมนต์ปีศาจ ที่เข้าทำลายพลังจักรา และ สัมปชัญญะ ของสิ่งมีชีวิตทุกภพ ข้าต้องแก้มันด้วย ด้วย...โอ๊ย!” ตัวฮวาเฟยฟาเองก็แทบจะทรงตัวไม่อยู่ในเวลานี้ เริ่มทรุดเข่าลงไปพิงคนรัก เ้าวั่งซูประคองคนรักไว้ในอ้อมแขน “อ่ะ..! อ่ะ! มนต์เสียง์ย้อนกลับ” สิ้นเสียงฮวาเฟยฟา ผีผาอนันตกาลลอยขึ้นเปล่งแสงสว่าง และเล่นทำนองแปลกประหลาดแต่ไพเราะ เพื่อย้อนกลับมนต์ปีศาจนั่น
พวกเหล่าหัวกระโหลก เริ่มกรีดร้องด้วยความเ็ป ก่อนที่ผีผาอนันตกาลจะส่องแสงสว่างจ้าะเิสุสานกระโหลกแห่งนี้ เสียงะเิดังและกระจายไปไกลโพ้น เ้าวั่งซูอุ้มฮวาเฟยฟาะโลงมาที่พื้นอีกฟาก “มันหายไปไหน เหย้าหลูกู่” เสียงอ่อนระทวยถามจากฮวาเฟยฟา
“นั่นไง บัลลังค์มันลอยอยู่บนฟ้าข้างบน เหนือควัน” เ้าวั่งซูตอบคนรัก
“ฟังนะ ซูซู” ฮวาเฟยฟาพูดพร้อมเริ่มกลับมาลุกขึ้นมีสติ “เราจะยังไม่สามารถฆ่ามันได้!
เพราะเหย้าหลูกู่ตอนนี้มีสามส่วน ส่วนแรกคือภวังคจิตดวงสุดท้ายแห่งราชันย์กะโหลก ส่วนที่สองคือดวงจิตแห่งผู้ทำลาย และส่วนที่สามคือดวงจิตแห่งความเป็มนุษย์ของกู่เห้อลี่ เราต้องทำลายดวงแรก ขโมยดวงที่สอง และรักษาดวงที่สาม เริ่มจากการจะแยกภวังคจิตออกจากตัวจอมมารให้เหลือสอง และค่อยทำลายอีกดวงและรักษาอีกดวง แต่การแยกครั้งนี้ไม่เหมือนที่ผ่านมาพวกเราไม่สามารถทำได้เพียงเราสองต้องอาศัยคนอื่นช่วย”
“เ้าหมายถึงใครกัน”
“องค์สัมมาสัมพุทธะซิงซิงเจี่ย เหล่าอรหันต์ พระแม่แห่งจิติญญา เทพธิดาเม่งเซี๊ยะพิณเพลงนำพาิญญา และอี้เฟิงเหวินบทเพลงแห่งภูติ และปรมาจารย์เก้ากระจก” คนเหล่านี้ที่ต้องมาช่วยพวกเรา
“ปล้องไผ่ปรภพอาบแสงจันทร์ ดอกฮวาอาบน้ำตาั “ใช่ไม๊ ที่สเด็จพ่อให้พวกเรามา มันใช้ส่งพลังจิตถึงทุกคนได้” เ้าวั่งซูเอ่ย ทั้งคู่นำปล้องไม้ไผ่ และ ดอกฮวา ออกมาประสานมือกลางหน้าอก เกิดแสงสว่างส่งถึงคนทั้งหมด
หมอกปีศาจเริ่มคืบคลานมาถึงทั้งสองคน “เ้าพวกโง่! คิดว่าเ้าจะหลบข้าพ้นหรอ ที่นี่คือภพแห่งข้า” เมื่อสิ้นเสียงเหย้าหลู่กู่ ก็มีมือปีศาจมากมายพุ่งเข้าโจมตีทั้งสองคน
“มนต์กำบัง!” “มนต์เพลิงปรภพ!” ไฟโหมเข้าเผาเหล่าปีศาจ “กรี๊ด!” เสียงกรีดร้องโหยหวนมากมาย
สวบ! มือของเย้าหลูกู่ที่ยาวมาสาวเข้ามาล็อกคอฮวาเฟยฟา กรงเล็บจิกลงบนคอเืไหลมากมาย และดึงร่างฮวาเฟยฟาลอยขึ้นฟ้าไป เ้าวั่งวูใรีบเหาะตามคนรักจะไปคว้ากลับมา แต่โดนมนต์ตรึงร่างที่กล้าแข็งของราชันย์กะโหลกติดอยู่กลางอากาศ
“โอ๊ย! นี่ข้าขยับไม่ได้เลยหรอเนี๊ยะ! ทำไมพลังจักรามันถึงได้มากมายขนาดนี้ เหมือนร่างจะแหลก ว่าแต่ทำไมเรี่ยวแรงของเราสองคนถึงหายไป”
“หนามน้ำแข็งของข้าไง! พวกมันมาจากก้นน้ำแข็งดึกดำบรรพ์และมีพิษร้ายถึงชีวิตเชียว แต่กับพวกเ้าคงได้แค่ชาๆ แหละ ฮ่าๆๆ!”
“ทำไมเ้าไม่ฆ่าพวกข้าซะ” เ้าวั่งซูเอ่ยถาม
“ความทรมานที่ข้ามีมาหมื่นแสนปี ข้าไม่ปล่อยให้พวกเ้าตายง่ายๆ หรอก รวมถึง พ่อเ้าแม่เ้าที่ขังข้าไว้ที่ ล้วนต้องชดใช้ แต่เอ๊ะๆ จริงๆ พวกเ้าตายไม่ได้หนิ เพราะพวกเ้าจะกลายเป็ส่วนหนึ่งของข้า ฮ่าๆๆ”
“คืนร่างเดรัจฉาน ซูซู พลังพวกเราจะคืนมา” ทั้งคู่พูดผ่านจิตกัน
“จักราย้อนพลังสู่จุดกำเนิด” สิ้นเสียง ทั้งคู่ตาเปล่งแสง และเริ่มกลายร่าง ฮวาเฟยฟาหลุดจากพันธนาการของปีศาจกะโหลกกลายร่างเป็ัฟ้า และ วั่งซูในร่างหมาป่าดำ ทั้งคู่กระโจนเข้าจู่โจมราชันย์กะโหลกที่นั่งอยู่บนบัลลังค์และใช้มือกระดูกทั้งสองรับไว้ “หึหึ! คิดจะสู้กับข้าในร่างนี้หรอ! ได้สิ! ข้าก็มี!” สิ้นเสียง ราชันย์กะโหลกเริ่มกลายร่างสู่เดรัจฉาน อีกาดำั์ ทั้งสามเข้าโรมรัน จิกแทงโจมตี บริเวณภพตรงนั้นสั่นะเืไปไกลหลายลี้
