สีหน้าของหวงเทียนหลงและหวงหลิงกงซีดเผือด พวกมันไม่คาดคิดว่าไป๋เฉินกล้าที่จะเอ่ยเช่นนั้นต่อหน้าบุคคลจากสำนักวัง์
"ฟะ-เฟยเฉิน!" หวงเทียนหลงตะคอกในลักษณะห้ามปราม
แต่ไป๋เฉินโบกมือให้แก่มันโดยไม่หันกลับไป "ข้ารู้ว่าคนพวกนี้มาจากแผ่นดินใหญ่ แต่ขออภัย ต่อให้เป็พระเ้าข้าก็ยังจะฆ่ามัน...หากมันทำให้ข้าไม่สบอารมณ์"
นายน้อยเว่ยเข้าไปดูอาการของชายชราผมสีเงินและเห็นว่าไม่มีอะไรร้ายแรง มันอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างโล่งอก
ร่างสีขาวของมันค่อยๆยืนขึ้นพร้อมทั้งประสานมืออย่างสุภาพไปยังไป๋เฉิน "ขออภัย ผู้าุโของข้าเสียมารยาทไปเสียแล้ว"
"โอ้?" ไป๋เฉินอุทานเบาๆด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังสามารถสงบสติอารมณ์อยู่ได้แม้นในสถานการณ์เช่นนี้
[สภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง]
[การวางตัวที่เหมาะสมกับสถานการณ์]
[คนผู้นี้ไม่ธรรมดา]
"ในเมื่อเ้ารู้ก็ดีแล้ว" ไป๋เฉินเพียงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเตรียมหันหลังจากไปโดยไม่สนใจสายตาที่กำลังตกตะลึงของหวงเทียนหลง
โดยที่ไป๋เฉินลอบพึมพำด้วยรอยยิ้มเยาะภายในใจ
[แจ็คพอตแตกจริงๆ]
[สำนักวัง์...ในที่สุดพวกมันก็มา]
ไป๋เฉินรู้ั้แ่เข้ามาแล้วว่าชายสามคนที่กำลังสนทนาอยู่กับหวงเทียนหลงนั้นต้องเป็บุคคลสำคัญจากแผ่นดินใหญ่ แต่เมื่อสังเกตเห็นอาภรณ์ที่ชายชราสวมใส่เขาก็เข้าใจโดยทันทีว่ากลุ่มคนพวกนี้...มาจากสำนักวัง์!
สิ่งที่ไป๋เฉินกำลังรออยู่ก็คือสิ่งนี้!
[ในเมื่อเ้ากล้าที่จะทำให้ข้าไร้ที่พึ่งพิง...เพราะฉะนั้นสำนักวัง์ อย่าได้ฝันว่าพวกเ้าจะกลับไปแบบมีชีวิต!]
แน่นอนว่าเมื่อครู่ไป๋เฉินไม่มีความตั้งใจที่จะสังหารผู้ใด หากแต่้าทดสอบน่านน้ำโดยการแสร้งทำเป็ว่าอารมณ์เสียก็เท่านั้น
การจะกุมชัยเหนือศัตรู สิ่งแรกที่ต้องมีคือข้อมูลอ้างอิงทึ่ใช้ในการประกอบแผนการที่กำลังจะกำหนด
สิ่งที่สองคือต้องทราบจำนวนที่แท้จริงของศัตรู
ไป๋เฉินจะไม่ยอมให้มีผู้ใดออกจากกำมือของเขาแม้แต่ผู้เดียว!
บทละครที่ตนเขียนไว้อย่างไร ต้องทำให้ตัวแสดงเล่นตามบทบาทไปอย่างนั้น
สิ่งที่เขาได้จากการลงมือในครั้งนี้คือ ระดับการบำเพ็ญของชายชราผมสีเงินนั้นอยู่ที่ปราณลึกลับอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
แต่ทว่าชายหนุ่มลึกลับผู้นั้นกลับมิได้ขับปราณออกมาราวกับว่าเขาไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะให้มันแสดงพลังที่แท้จริง
แม้นจะรู้สึกเจ็บใจ แต่สุดท้ายแล้วเื่ที่เขายังอ่อนแอเกินจะเทียบเคียงกับสำนักวัง์นั้นก็เป็ความจริง
พวกสำนักวัง์ถูกเลี้ยงดูมาด้วยทรัพยากรบ่มเพาะระดับสูงไม่เว้นแม้แต่โอสถที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งในทุกๆด้าน ซึ่งไป๋เฉินไม่มีสิ่งนั้น
ในขณะหันหลังกำลังจะจากไปความคิดชั่วร้ายก็แทรกเข้ามาในความรู้สึกของไป๋เฉิน
[ดูเหมือนว่าการประลองในครั้งนี้จะไม่หมูอย่างที่คิด]
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ไป๋เฉินต้องทำเป็อันดับแรกคือการเพิ่มความแข็งแกร่ง!
และวิธีการเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาช่างง่ายสุดแสนจะง่ายดาย
นั่นคือการสังหาร!
ขอเพียงแค่สังหารก็จะสามารถเพิ่มระดับการบำเพ็ญปราณขึ้นมาได้ไม่มากก็น้อย!
ไป๋เฉินริเริ่มที่จะกำหนดเป้าหมายสองอย่างไว้ในหัว ดวงตาสีเืฉายแสงแห่งความอำมหิตครั้นหวนนึกถึงบางสิ่งบางอย่างได้
เมื่อเห็นร่างไม่แยแสของไป๋เฉินหายลับไป ชายชราผมสีเงินที่รู้สึกตัวว่ามันหวาดกลัวต่อความตายเพียงใด มันอดไม่ได้ที่จะกัดฟันกรอดด้วยแววตาดุร้าย
เมื่อบรรยากาศเริ่มที่จะกลับมาปกติ หวงเทียนหลงมีสีหน้าเคอะเขินก่อนจะประสานมือขอโทษขอโพยยกใหญ่ "นะ-นายนัอยเว่ย ขออภัยในความไม่สุภาพของเฟยเฉินด้วย"
"เื่นี้ผู้เฒ่าซวงเป็ผู้ลอบโจมตีก่อน ข้าจะถือโทษโกรธเคืองได้อย่างไร?" แต่นายน้อยเว่ยโบกมือว่าอย่าไปใส่ใจพลางกล่าวถามว่า "แล้วคนเมื่อครู่คือใครกัน?"
"เขาคือว่าที่เขยของตระกูลหวง นามว่าเฟยเฉิน" หวงเทียนหลงเกาแก้มอย่างอับอายในขณะเอ่ยตอบ
นายน้อยเว่ยลอบพยักหน้าในใจ "โอ้? ไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดเขาจึงสามารถเข้ามาได้แม้นว่าพวกเราจะพูดคุยกันอยู่เฉกเช่นนี้"
ความหมายในประโยคของนายน้อยเว่ยกำลังสื่อว่า มันไม่พอใจอย่างยิ่งที่หวงเทียนหลงตอบรับให้ผู้อื่นเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้าโดยที่มิได้เอ่ยถามความเห็นจากมัน
สีหน้าของหวงเทียนหลงซีดเซียว มันพึ่งจะรู้ว่าการกระทำของมันทำให้นายน้อยเว่ยไม่พอใจ
นายน้อยเว่ยถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ "ท่านเ้าเมือง เฟยเฉินผู้นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร? ข้าได้ตรวจสอบข้อมูลของสมาชิกภายในเมืองเทียนเฟิงทั้งหมดแล้ว แต่กลับไม่มีข้อมูลของบุคคลที่มีนามว่าเฟยเฉินแม้แต่น้อย"
หวงเทียนหลงรู้ดีว่านายน้อยเว่ย้าให้ตนยืนยันความบริสุทธิ์ใจในตัวตนของเฟยเฉิน มันจึงกล่าวที่มาั้แ่แรกเริ่มให้นายน้อยเว่ยได้ฟังโดยละเอียด
เมื่อได้ยินว่าเฟยเฉินเป็ศิษย์เอกของาานักฆ่าแห่งเมืองเทียนเฟิง นายน้อยเว่ยก็เข้าใจทุกอย่างโดยทันท่วงที "ปรากฏว่าเป็ศิษย์เอกของาานักฆ่า ไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดการเคลื่อนไหวของมันแพรวพราวถึงเพียงนั้น แม้แต่ผู้เฒ่าซวงก็มิอาจรับมือคนผู้นั้นได้ด้วยซ้ำ"
บัดนี้มันกำลังคิดหาวิธีที่จะให้ไป๋เฉินมาอยู่ภายใต้การคุ้มครองของสำนักวัง์อยู่เนิ่นๆ
ไม่ว่าจะเป็พร์หรือกลิ่นอายของไป๋เฉิน นายน้อยเว่ยสามารถบอกได้ว่าหากคนผู้นี้เดินไปตามทางได้อย่างถูกต้อง มันจะต้องมีชื่อเสียงมากมายในภายภาคหน้าเป็แน่
ทว่าทั้งนี้ทั้งนั้นนายน้อยเว่ยก็ต้องสิ่งดึงดูดที่มากพอที่จะทำให้ศิษย์ของาานักฆ่าตอบรับคำเชิญชวนของมัน
ราวกับว่าหวงเทียนหลงสามารถมองเห็นวัตถุประสงค์ในแววตาของนายน้อยเว่ยได้อย่างประจักษ์แจ้ง คิ้วของมันเริ่มที่จะขมวดเข้าหากันในลักษณะไม่สบอารมณ์
[้าจะแย่งชิงเฟยเฉินไปจากข้างั้นรึ!?]
[สำนักวัง์ชักจะได้ใจเกินไปแล้ว!]
หลังจากหารือเกี่ยวกับแผนการของสำนักวัง์ นายน้อยเว่ยจึงได้ขอตัวจากไปโดยที่มีหวงเทียนหลงกัดฟันกรอดอยู่เื้ั
.
.
.
ค่ำคืนมาเยือนลมหนาวจากบรรยากาศที่เงียบสงัดส่งผลให้ราตรีนี้รู้สึกมีบางสิ่งที่แปลกออกไป
คืนเดือนหงายส่งผลให้แสงจันทราส่องสว่างไปทั่วทุกแห่งหนจนสามารถมองเห็นใบหน้าของผู้คนที่สัญจรไปมาได้อย่างเด่นชัด
ภายในมุมมืดแห่งหนึ่งที่ซึ่งมีชายชราผมกำลังกินดื่มด้วยสีหน้าเพลิดเพลินใจ
สถานที่แห่งนี้เป็สถานที่สำคัญของเมืองเทียนเฟิงนั่นคือวิหารเทียนกัง
วิหารเทียนกังเป็หนึ่งในวิหารที่มีการซื้อ-ขายข้อมูลลับทั้งหมดที่มีในเมืองทั้งสี่ ซึ่งนับว่าเป็สถานที่แลกเปลี่ยนซื้อขายข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้
และยังมีอีกสามสาขาตระหง่านอยู่อีกสามเมืองไม่ว่าจะเป็เมืองเทียนเตี้ยน เทียนหยุนและเทียนเหล่ย องค์กรนี้ต่างก็มีฐานข้อมูลเดียวกันทุกแห่งหน
บนโต๊ะในวิหารในขณะที่ชายชรากำลังดื่มด่ำรสสุราอย่างเพลิดเพลิน กลับมีเสียงฝีเท้าเบาบางดังขึ้น ระยะไกลเผยให้เห็นร่างสวมหน้ากากไหมสีดำค่อยๆเดินตรงมายังชายชราอย่างไม่รีบร้อน
ชายชราที่พิงพนักเก้าอี้โยกอย่างสบายใจ หางตาเหี่ยวย่นชำเลืองมองร่างสีดำนั้นก่อนจะโบกมือไล่ด้วยคิ้วขมวด "ค่ำคืนนี้วิหารปิดแล้ว ค่อยมาพรุ่งนี้"
แต่ร่างนั้นกลับมิได้ใส่ใจก่อนจะเอ่ยคำขอและความ้าสั้นๆพร้อมกับมือที่ควักเอาหยกสีม่วงวางลงตรงหน้าชายชราอย่างไม่แยแส "ข้า้าข้อมูลของผู้รอดในชีวิตในยุทธการัเขมือบเมื่อหลายปีก่อน รวมถึงตำแหน่งที่ตั้งของคนพวกนั้นเช่นกัน"
"เอ๊ะ!" ชายชราที่กำลังดื่มด่ำกับเหล้าก็แทบจะสร่างเมาในชั่ววูบ มันลุกขึ้นพรวดก่อนจะจ้องมองหยกสีม่วงที่วางอยู่ด้วยดวงตาเป็ประกาย
ั์ตาชายชราค่อยๆแหงนขึ้นมามองใบหน้าของไป๋เฉิน เผยให้เห็นความละโมบในแววตาของมันได้อย่างเด่นชัด
"วู้ม!"
จู่ๆรังสีสังหารสีแดงฉานประดุจดั่งจักรพรรดิมารแผ่ซ่านออกมาจากร่างที่ไม่แยแสของบุคคลเบื้องหน้า มุมปากที่เรียบเฉยค่อยๆขดเป็รอยยิ้มที่น่าสยดสยอง
ในชั่วพริบตาเื้ัร่างสีดำปรากฏภาพมายาของบุคคลหนึ่งที่ซึ่งเป็ร่างสูงใหญ่สิบเมตรที่มีปีกสีดำสยายออกด้วยความอำมหิต!
ดวงตาสีแดงทั้งเก้าเบิกออกจากอกรวมถึงปีสีดำคู่นั้นที่สยายออกจนสุดสาย! มุมปากที่มีเขี้ยวสีเืค่อยๆปรากฏให้เห็นจากปากที่มีฟันประดุจดั่งฉลาม
ชายชราที่คิดจะสังหารร่างสีดำเพื่อ่ชิงหยกสีม่วงก็แทบจะฉี่ราด ความหวาดกลัวค่อยๆถาโถมเข้าสู่จิตใต้สำนึกครั้นเห็นรูปลักษณ์ที่น่าสะพรึงกลัว
"จะ-จักรพรรดิมาร!"
สิ่งเดียวที่มันพอจะนึกออกหลังจากเห็นภาพมายานั่นคือจักรพรรดิมาร! ผู้ทำลายล้างทวีปในพงศาวดารเทียนหลาง!
